ตอนที่ 15 เพื่อประโยชน์ของนางล้วนๆ (1)
สือเยี่ยพูดพลางเอื้อมมือลูบที่คาง แสดงท่าทางครุ่นคิด “ด้วยนิสัยของเ้า การปล่อยให้นางเข้าใกล้และช่วยเหลือได้แบบนี้ คงจะชอบแม่สาวน้อยเข้าจริงๆ แล้วสิท่า ได้ยินมาว่าสาวน้อยผู้นั้นอยู่ในหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงนี้ การจะอยากได้สาวน้อยผู้นี้มามิใช่เื่ยาก ขอแค่เ้าพูดมาประโยคเดียว ข้าจะรีบไปจัดการให้เ้าทันที ว่าอย่างไร”
เสิ่นฉางเฮ่าจ้องเขาปราดหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ “เ้าหยุดคิดเื่นางเสีย จะกล่าวอย่างไรนางก็เป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้ อีกอย่าง ผู้หญิงที่ข้าหมายปอง ไม่จำเป็ต้องให้เ้าสอดมือ!”
“ยังจะบอกว่าไม่ชอบคนเขาอีก ดูสิ ดู นี่ถึงขนาดปกป้องกันแล้ว!”
สือเยี่ยผิวปากพลางยักไหล่เอ่ยด้วยสีหน้าท่าทีเหมือนนักเลง “ก็ได้ หายากนักที่ต้นไม้เหล็กอย่างเ้าจะผลิบานออกดอก[1] ข้านะ ไม่สร้างเื่ให้ตัวเองลำบากจะดีกว่า แต่ว่า ข้าอยากรู้เื่ของแม่สาวน้อยคนนั้นจริงๆ พาข้าไปดูหน่อยสิ ก็แค่ตอบแทนที่คนเขาช่วยเหลือเ้าไง”
เอ่ยถึงตรงนี้ สือเยี่ยเสียงพลันชะงัก จากนั้นเหมือนคิดอะไรบางอย่างได้ ก็ร้องขึ้นอย่างใ “ไม่ใช่สิ หรือว่า…นี่จะเป็ความหวังเล็กๆ ที่ท่านราชครูบอกในตอนนั้น?”
เสิ่นฉางเฮ่าหยุดฝีเท้าเมื่อได้ยินคำพูดนั้น และทอดมองไปทางอีกด้านหนึ่งของูเา แววตาซับซ้อนคาดเดาไม่ได้ แต่กลับไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
หลี่ซินคิดว่าเหตุการณ์ไก่ป่าจบลงแล้ว ตนสามารถหยุดพักสักหน่อยได้เสียที แต่กลับไม่นึกว่าจะได้รับข่าวอันน่าโมโหอย่างยิ่งในตอนบ่าย
“เมี้ยว ข้าควรจะว่าเ้าอย่างไรดีนะ ความโชคดีของเ้าคงหดหายไปแล้วละสิ เพิ่งจะหายจากอาการป่วยแท้ๆ พี่ป้าน้าอาตระกูลเ้าก็หารือเตรียมจะขายเ้าไปเป็สาวใช้อุ่นเตียง[2]ให้ซูต้าฮู่ด้วยเงินยี่สิบตำลึงซะแล้ว ได้ยินว่าซูต้าฮู่นั่นตอนนี้อายุห้าสิบกว่าปีแล้ว จุ๊ๆ อยู่ในที่แบบนี้ อายุปูนนั้นก็พอที่จะเป็ปู่ของเ้าได้แล้วมิใช่หรือ”
“เ้าพูดจริงหรือ”
หลี่ซินได้ยินพลันขมวดคิ้วมุ่น
“ข้าได้ยินเองกับหู เห็นเองกับตา จะไม่จริงได้อย่างไร เมี้ยว!”
อาชิวเห็นหลี่ซินไม่เชื่อเขา ก็อดรู้สึกโมโหไม่ได้ พลางเล่าถึงต้นสายปลายเหตุของเื่ให้ฟัง ที่แท้อาชิวอยู่ในมิติแล้วเกิดรู้สึกเบื่อ ก็เลยวิ่งไปอาบแดดบนหลังคา บังเอิญได้ยินหลี่จางซื่อและลูกสะใภ้สองคนหารือกันอยู่เงียบๆ ในเรือนหลักถึงเื่ที่จะขายหลี่ซิน ก็เลยอยู่ฟังอีกหน่อย และถึงได้มีฉากอย่างในตอนนี้
“พวกเขาจะหาคนลงนามสัญญาซื้อขายตัวกันวันนี้แล้ว ถึงครานั้น เ้านึกเสียใจก็คงสายไปแล้ว”
“ลงนามกันไปแล้วยิ่งไม่ดีกว่ารึ กลัวแต่พวกเขาจะไม่ลงนามเสียมากกว่า”
หลี่ซินยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดูท่านางจะประเมินความโหดร้ายของฝูงหมาป่าชั่วแห่งสกุลหลี่นี้ต่ำเกินไป
แต่เดิมครอบครัวชาวไร่ชาวนาจะกินอาหารเพียงสองมื้อต่อวัน ซึ่งตอนเย็นจะไม่กินอาหารเย็นกัน แต่วันนี้ไม่รู้ว่าเพราะหลี่เฉินและพี่น้องล่าไก่ป่ามาได้ใน่บ่ายหรือไม่ หลี่จางซื่อถึงได้กินอย่างมีความสุข หรือว่าจะเป็เพราะสาเหตุอื่นกันแน่
คาดไม่ถึงว่านางกลับให้เยี่ยซื่อทำอาหารเย็น แม้จะเป็อาหารผัดง่ายๆ ประจำบ้านกับข้าวเกาเหลียง[3] แต่กลับเพียงพอให้คนทั้งบ้านตื่นเต้นกันแล้ว
ข้าวเกาเหลียงที่จริงแล้วก็คือข้าวที่ทำจากข้าวสวยและข้าวฟ่างผสมกัน ถึงอย่างไรข้าวขาวก็เป็ของล้ำค่ามากสำหรับครอบครัวชาวนา มีเพียงบางครอบครัวที่มีทรัพย์สินเล็กๆ ถึงจะทานข้าวขาวได้ ครอบครัวชาวนาธรรมดานั้น ต่อให้เป็เทศกาลประจำปี ก็กินได้แค่ข้าวเกาเหลียง
บนโต๊ะอาหาร หลี่จางซื่อยากนักที่จะรักษาท่าทีต่อเยี่ยซื่อสองแม่ลูก ให้สี่แม่ลูกได้กินอิ่มในมื้อนี้อย่างสงบสุข ทว่าเพิ่งจะวางตะเกียบลง หลี่จางซื่อก็สั่งให้เด็กๆ ออกไป และให้เหล่าผู้าุโของตระกูลหลี่อยู่ก่อน โดยบอกว่ามีเื่จะคุย
หลี่ซินมองหลี่จางซื่ออย่างมีความหมาย เดาได้แล้วว่าต่อไปนางจะพูดอะไร ใจกลับนึกสบถเสียงเย็น กล้าวางแผนเล่นงานข้า ข้าจะให้พวกเ้าได้รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าเสียใจ
“ข้าว่านะพี่สะใภ้รอง ยายหนูซินตบแต่งออกไปก็จะได้เสพสุขในชีวิต พี่จะดื้อดึงอะไรกันนักหนา นี่เป็งานแต่งที่ดีมากแค่ไหน คนอื่นๆ ยังคิดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ”
เป็ตามคาด ไม่นาน ในเรือนหลักก็มีเสียงพูดบาดลึกเสียดแทงของเสี่ยวหลี่ซื่อดังขึ้นมา “เพราะท่านแม่พวกเราเมตตาและคิดถึงยายหนูซิน ถึงได้หาครอบครัวดีๆ เช่นนี้ให้นาง พี่ก็ไม่คิดดูเสียบ้าง ใบหน้าแบบนั้นของยายหนูซิน ปกติก็ไม่มีใครอยากแต่งงานด้วยอยู่แล้ว”
หลี่ซินรู้สึกนับถืออย่างยิ่งต่อความสามารถของอาชิวที่แบ่งปันการรับรู้นี้กับตน นี่ช่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่ากล้องส่องทางไกลในชาติที่แล้วเสียอีก นางในยามนี้กำลังซ่อนตัวอยู่ในครัว ในหัวเป็ฉากภาพที่อาชิวถ่ายทอดส่งให้นาง ไม่ต้องให้นางแอบฟังกับมุมกำแพงแล้ว
เห็นเพียงหลี่จางซื่อกำลังนั่งอยู่บนหัวเตียงเตาอย่างสงบเสงี่ยม ในมือถือผ้าผืนหนึ่ง ไม่รู้ว่ากำลังปักอะไร ท่านลุงใหญ่หลี่ต้าฟู่และท่านอาสามหลี่ต้าไฉนั่งอยู่บนปลายเตียงเงียบๆ ท่านป้าใหญ่หวังซื่อและท่านอาสามเสี่ยวจางซื่อต่างยืนอยู่ขนาบข้างของบุรุษตน ส่วนเยี่ยซื่อยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกไต่สวนจากศาลทั้งสาม
ยามนี้ สายตาของแทบทุกคนกำลังจับจ้องอยู่บนร่างของเยี่ยซื่อ ท่าทางราวกับว่าหากเยี่ยซื่อพูดคำว่า ‘ไม่’ คำเดียว ก็จะถือเป็การทำผิดครรลองคลองธรรมอย่างร้ายแรงฉันนั้น
เชิงอรรถ
^ ต้นไม้เหล็กออกดอก เป็นสำนวนจีนเปรียบเปรยถึงผู้ที่กำลังมีความรัก^ สาวใช้อุ่นเตียง สาวใช้ห้องข้าง หรือ เมียบ่าว คือสาวใช้ในเรือนที่ได้เคยปรนนิบัติเรื่องบนเตียงแต่ไม่ได้รับการยกขึ้นเป็นอนุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาวใช้ที่ถูกคัดเลือกมาเพื่อ ‘เปิดประสบการณ์’ ให้แก่คุณชายในตระกูลใหญ่ที่กำลังโตขึ้นเป็นหนุ่ม^ เกาเหลียง เป็นธัญพืชในสกุลข้าวฟ่าง ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล้าขาวจีน