⸻
คอนโดของซัน — ก่อนฟ้าสาง
ประตูห้องไม่ได้ล็อก
อาเรียดันมันเข้าไปโดยไม่เคาะ ห้องที่เคยอบอุ่นในความทรงจำของเธอตอนนี้มืดสลัว เหลือเพียงแสงเหลืองอ่อนจากไฟข้างเตียง อากาศนิ่งและหนักราวกับมีบางอย่างตายอยู่ในนั้น
ซันนั่งอยู่ที่ขอบเตียง
เขาไม่ได้ใส่เสื้อ มีเพียงผ้าห่มผืนหนึ่งคลุมหลวมๆ อยู่บนบ่า ไม่ใช่ท่าทางที่เย้ายวนอะไรเลย มันคือท่าของคนที่ไม่เหลือแม้แต่เรี่ยวแรงจะหยิบเสื้อมาสวม ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจ้องพื้นไปยังจุดที่ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น
พอได้ยินเสียงประตู เขาเงยหน้าขึ้น
"...อาเรีย"
ชื่อของเธอหลุดจากปากเขาเหมือนคำอธิษฐานที่ไม่กล้าหวังว่าจะเป็จริง ซันลุกพรวดขึ้น ผ้าห่มเกือบหลุดจากบ่า เขาคว้ามันรั้งไว้อย่างลนลาน แล้วก้าวเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าของคนที่เพิ่งเห็นเชือกเส้นสุดท้ายห้อยลงมาในบ่อที่เขากำลังจมน้ำ
"อาเรีย ผมขอโทษ" เขาพูดเร็วรัว เสียงสั่น "ผมเป็คนนอกใจเธอเอง ผมผิด ผมผิดทั้งหมด แต่... แต่มันจะไม่มีอีกแล้ว ผมสัญญา ขอแค่ครั้งเดียว ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะ เรา... เรากลับมาเป็เหมือนเดิมนะ"
ทุกคำลื่นไหลเกินไป ราบเรียบเกินไป ราวกับเขาซ้อมมันมาทั้งคืนหน้ากระจก ตัดกับมือที่สั่นจนผ้าห่มในกำมือกระเพื่อม
อาเรียมองเขานิ่งๆ
"มิร่าบอกฉันหมดทุกอย่างแล้วล่ะ"
ประโยคเดียว
บทที่ซันซ้อมมาทั้งคืนแตกสลายลงตรงนั้นเอง เขาค้างไปครึ่งวินาที ริมฝีปากที่เปิดอยู่ค่อยๆ ปิดลง ดวงตาที่เคยวิงวอนกวาดผ่านไหล่ของอาเรีย ไปหยุดที่ร่างเล็กๆ ที่หลบอยู่หลังมิว
มิร่า
แวบหนึ่งในสายตาที่ว่างเปล่าของซัน มีบางอย่างดุร้ายปะทุขึ้นมา
"เธอ!!!"
ร่างเล็กๆ สะดุ้งถอย ซ่อนตัวหลังแผ่นหลังของมิวให้มิดยิ่งกว่าเดิม มิร่าที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนพังประตูหอบุกเข้ามาอย่างไม่กลัวเกรงสิ่งใด ตอนนี้กลับตัวสั่นเหมือนเด็กที่ทำผิด เธอไม่ได้กลัวความตาย เธอกลัวสายตาคู่นั้น สายตาที่เกลียดเธอ
แต่แล้วซันก็เหมือนสะดุ้งกลับมาตั้งสติ ดวงตากลับมามองอาเรีย รีบร้อนจนน้ำเสียงพันกัน
"เธอ... เธอโกหก อย่าไปฟังนะอาเรีย มะ มิร่าก็แค่อยากช่วย เธอพูดเกินจริง เธอก็แค่หาข้อแก้ตัวดีๆ ให้ผมเท่านั้นแหละ ไม่มีเื่อะไรหรอก จริงๆ นะ"
อาเรียเงียบไปครู่หนึ่ง
แม้ในยามที่ตัวเองกำลังจะจมน้ำตาย ซันก็ยังเลือกจะดึงมิร่าออกจากเส้นทางของความผิด ปกป้องเด็กคนนั้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เพิ่งจ้องเธอด้วยสายตาดุร้ายเมื่อครู่
ผู้ชายคนนี้น่ะ โกหกไม่เป็เลยสักนิด... อาเรียดูออกได้ในพริบตา...
"นายเข้าใจฉันดีไม่ใช่เหรอ ซัน" อาเรียพูด เสียงเรียบนิ่ง "คิดเหรอว่าหลังจากได้ยินทุกอย่างมาแล้ว ฉันจะยังเชื่อคำแก้ตัวพรรค์นั้น"
ซันนิ่งงัน
เขารู้ผลลัพธ์ดีอยู่แล้ว รู้ั้แ่เห็นเธอเดินเข้ามาในห้องนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ยังฝืนดิ้น เพราะการยอมรับมันมีราคาที่เขาจ่ายไม่ไหว
"อาเรีย ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ผม... ผมน่ะ..."
"นายน่ะ ถูกคำสาป"
"ไม่ใช่!!!"
เสียงะโของซันดังก้องจนมิวสะดุ้ง ใบหน้าซีดเผือดของเขาบิดเบี้ยวขึ้นมาในพริบตา ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่ด้วยอะไรบางอย่างที่ลึกและเจ็บกว่านั้นมาก
"ผมน่ะปกติ ผมน่ะปกติดี"
เขาพูด ด้วยเสียงที่เริ่มแตกสลาย
"ผมน่ะเป็คนที่เหมาะสมจะยืนข้างเธอในฐานะคู่ชีวิตได้อย่างภาคภูมิ ผมน่ะ... ผมน่ะ..."
คำพูดสะดุดลง ราวกับตัวเขาเองก็ไม่เชื่อสิ่งที่พูดออกมาอีกต่อไป เข่าทั้งสองอ่อนลง ซันทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ผ้าห่มกองอยู่รอบตัว มือกำพื้นไม้แน่น
"ได้โปรด..." เสียงนั้นเหลือเพียงเศษเสี้ยว "ผมแค่อยากจะรักเธอ... แค่นั้นเอง"
อาเรียก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ
"ไม่ใช่ความผิดของเธอนะ" ซันพูดต่อ ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตา "ทั้งหมดนั่นมันเป็เพราะผม เป็ความผิดของผมเอง ทั้งหมด"
"ซัน ไม่เป็ไรนะ" อาเรียพูดเบาๆ "เื่คำสาปน่ะ มันมีทางแก้—"
"จะไม่เป็ไรได้ยังไง!"
ซันเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำเอ่อไปด้วยน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่
"ผมน่ะกลายเป็แค่เดนมนุษย์ที่จะมีชีวิตอยู่ได้ ต้องเอาตัวเองไปเป็ของเล่นให้ปีศาจแห่งราคะนะอาเรีย!" เขาะโ เสียงสั่นสะท้าน "ผมไม่อยากเป็แบบนั้น ผมแค่... ผมแค่อยากอยู่ข้างเธออย่างภาคภูมิ อยากเป็คนที่เธอไม่ต้องอายที่จะจูงมือ แค่นั้นมันยากเกินไปเลยเหรอ"
ห้องเงียบลงไปครู่หนึ่ง
แล้วอาเรียก็คุกเข่าลงตรงหน้าเขา
"ถ้านายตายไปแบบนี้น่ะ" เธอพูด เสียงนิ่งแต่หนักแน่น "คนที่ผิดมันคือฉันต่างหาก"
ซันเงยหน้าขึ้นมองเธอ งุนงง
"คำสาปนี้ นายได้มันมาเพราะฉัน ใช่ไหมล่ะ นายเข้ามาช่วยฉันเมื่อ5ปีก่อน"
อาเรียมองตรงเข้าไปในดวงตาเขา
"ตอนนั้น นายยอมทิ้งหลักการ ทิ้งความปลอดภัยของตัวเองที่นายให้ความสำคัญมากที่สุด ทิ้งเหตุผลทั้งหมดที่นายยึดถือ เพื่อจะมาช่วยฉัน..."
เธอไม่ได้ถาม เธอรู้คำตอบอยู่แล้ว และซันก็ไม่มีแรงจะปฏิเสธ
"นายยอมเสียศักดิ์ศรีของนายเพื่อช่วยฉันมาแล้วครั้งหนึ่ง" อาเรียพูดต่อ "แล้วทำไมตอนนี้ นายถึงไม่ยอมให้ฉันทำแบบเดียวกันบ้างล่ะ"
"มันไม่เหมือนกัน อาเรีย เื่นี้มัน—"
"มันเหมือนกันทุกอย่างแหละ" เธอตัดบท "การที่นายให้มิร่าดูดพลังส่วนเกินออกไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ฉันพานายไปหาหมอ นายไม่เคยมองว่าการที่หมอแตะตัวนายคือการนอกใจฉันนี่ แล้วทำไมเื่นี้ถึงต้องต่างออกไป"
ซันอ้าปาก แต่ไม่มีคำไหนหลุดออกมา
อาเรียยกมือขึ้น แตะที่แก้มซีดของเขาเบาๆ
"ฟังนะ ซัน..."
เสียงของเธออ่อนลง แต่ทุกคำคมชัด
"นายบอกว่าอยากตายในฐานะคนที่ภาคภูมิ อยากจากไปทั้งที่ยังไร้มลทิน... แต่ถ้าฉันยอมปล่อยให้นายตายไปแบบนั้นได้จริงๆ..."
เธอหยุด สบตาเขานิ่ง
"ฉันจะเป็คู่ชีวิตที่ภาคภูมิของนายได้ยังไงกัน"
ดวงตาของซันเบิกกว้าง
"ความภาคภูมิที่แท้จริงน่ะ มันไม่ใช่การตายไปอย่างสะอาดหรอก" อาเรียพูด "มันคือการไม่ยอมแพ้ ไม่ทิ้งกัน อยู่ด้วยกันต่อไปให้ได้ ต่อให้มันจะดูต่ำต้อยน่าอายแค่ไหนก็ตาม คนที่กล้าอยู่ต่อทั้งที่เจ็บต่างหาก ถึงจะเรียกว่าภาคภูมิ"
น้ำตาที่ซันกลั้นไว้มาทั้งคืนไหลรินลงมาในที่สุด
"เพราะงั้น" อาเรียลุกขึ้น ยืนตัวตรง มองลงมาที่เขาด้วยสายตาที่ไม่เหลือที่ว่างให้คำว่าไม่
"ลุกขึ้น แล้วอยู่กับฉันต่อ นั่นแหละคือความปรารถนาของฉัน ของอาเรีย หญิงสาวที่นายตกหลุมรัก และหญิงสาวที่ตกหลุมรักนาย ซัน"
ซันเงยหน้าขึ้นมองเธอนานมาก ราวกับกำลังหาคำว่า 'ไม่' สักคำในตัวเธอ
แล้วก็ไม่เจอ
เจอแต่สายตาคู่นั้น คู่ที่ไม่เคยมองเขาด้วยความสมเพช ไม่เคยมองเขาเป็เดนมนุษย์ มองเขาเหมือนที่เคยมองมาตลอด — เหมือนเขายังเป็ซันคนเดิม
"...ผมขอโทษนะ" เขาพึมพำ "ที่ไม่ยอมบอกเธอ ที่กะจะตายเงียบๆ ทิ้งเธอไว้คนเดียว"
"รู้ตัวก็ดี" อาเรียตอบ ปลายเสียงนิ่ง แต่มุมปากขยับขึ้นนิดหนึ่ง "ไอ้คนโง่"
เธอคุกเข่าลงข้างเขาอีกครั้ง มือเรียวเลื่อนไปจับที่ท่อนแขนของเขา กระชับไว้แน่น ไม่ใช่เพื่อรั้ง แต่เพื่อบอกว่าเธออยู่ตรงนี้ และจะอยู่ตรงนี้
"มิร่า" อาเรียเอ่ยโดยไม่ละสายตาจากซัน "มาได้แล้ว"
เด็กสาวที่ยืนเงียบอยู่หลังมิวมาตลอดทั้งฉากค่อยๆ ก้าวออกมา ไม่มีรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ไม่มีน้ำเสียงยั่วเย้า เธอคุกเข่าลงอีกฟากของซัน แล้วยื่นนิ้วก้อยเล็กๆ ออกมาเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ
"พี่ชาย... นี่เพื่อพี่ชายนะ...."
ซันมองนิ้วนั้นอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ว่ามันหมายถึงอะไร...
แล้วก็เกี่ยวมันไว้ด้วยนิ้วก้อยของตัวเอง
ทันทีที่ปลายนิ้วสองข้างเกี่ยวกัน อุณหภูมิในห้องก็เปลี่ยนไป มิร่าหลับตาลง ริมฝีปากขยับเป็ถ้อยคำสาบานเวทมนตร์ คำร่ายเวทมนตร์ที่ลี้ลับถูกแปล่งออกมา
"ข้า มิราคุรา อนาที อดีตผู้ถือครองชิ้นส่วนแห่งเอกฐานแห่งกาลเวลา..."
มิวที่มองอยู่ที่ข้างประตูขมวดคิ้ว "เอกฐานอะไรนะ...?" เธอกระซิบกับตัวเอง แต่ไม่มีใครตอบ และเสียงร่ายก็กลบคำถามนั้นไปจนหมด
"...ขอสาบานต่อพันธะแห่งเหตุผลและความหลงใหล ข้าจะกลืนกินส่วนหนึ่งของเ้า และเ้าจะเป็ส่วนหนึ่งของข้า ข้าจะล่อลวงเ้าด้วยความรัก และเ้าจะตอบแทนข้าด้วยความสุข หากเ้าปรารถนาทางรอด จงหลุดพ้นจากการล่อลวง หากเ้าปรารถนาจะถูกเติมเต็ม จงจำนน... แด่เอกฐานทั้งหมด แด่ความใคร่ที่โอบอุ้มโลก ข้าจะรักษาสัญญานี้ไว้ จนกว่าหัวใจของเ้าจะเลือนหายไป"
แสงสีม่วงจางวาบขึ้นรอบนิ้วก้อยที่เกี่ยวกัน แล้วก็จางหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
เสร็จแล้ว
ซันก้มมองนิ้วตัวเอง สีหน้าเหมือนคนที่เพิ่งวางของหนักที่แบกมานานเหลือเกินลงจากบ่า ลมหายใจที่เคยขาดเป็ห้วงค่อยๆ กลับมาเต็มปอด
"...มันเสร็จแล้วเหรอ" เขาถามเบาๆ
"ยังหรอก" อาเรียลุกขึ้นยืน ยื่นมือลงไปให้เขา "เพิ่งจะเริ่มต่างหาก"
ซันมองมือนั้น แล้วมองหน้าเธอ
แล้วเป็ครั้งแรกในคืนนี้ — เป็ครั้งแรกในรอบเดือนด้วยซ้ำ — ที่เขายิ้มออกมาจริงๆ ไม่ใช่รอยยิ้มกวนๆ ที่เอาไว้บังความเ็ป แต่เป็รอยยิ้มของคนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองยังมีพรุ่งนี้ให้กลับไปหา เขาเอื้อมมือขึ้นไปกุมมือเธอ
"...ครับ"
"เฮ้ย เดี๋ยวนะ!"
เสียงมิวแทรกขึ้นจากข้างประตู เธอชี้นิ้วสั่นไปมาระหว่างคนทั้งสาม หน้าแดงก่ำ
"ตกลงสรุปว่าฉันมานั่งเป็พยานพิธีสาบานรักสามเส้าตอนตีสี่ ในห้องที่ผู้ชายไม่ใส่เสื้อเนี่ยนะ!? แล้วทำไมทุกคนหน้าตาสงบกันได้ขนาดนี้!"
อาเรียหันไปมองเพื่อนของเธอ แล้วก็หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะแรกของคืนอันยาวนานนี้ เบาและโล่งราวกับมีอะไรหนักๆ หลุดออกไปจากอก
"ดึกแล้ว นอนที่นี่กันเถอะ" เธอพูด พลางลุกขึ้นปัดเข่า "ทั้งสามคนนั่นแหละ ไปนอนในห้องนอนด้วยกัน"
"ห้า—!?" มิวอ้าปากค้าง
"มิวจะกลับหอก็ได้นะ ถ้าไม่สะดวก" อาเรียเสริม "หรือจะนอนโซฟาตรงนี้ก็ได้ ตามใจเลย"
มิวมองโซฟาตัวยาวริมหน้าต่าง แล้วมองห้องนอนที่อีกสามคนกำลังจะหายเข้าไป
แวบหนึ่งมันก็แอบจุกอยู่เหมือนกัน ความรู้สึกของคนที่ถูกกันออกมาอยู่วงนอก พยานที่ไม่ได้เป็ส่วนหนึ่งของเื่
แต่พอเธอทรุดตัวลงทดลองนั่งบนโซฟานั่นดู
"...เบาะนุ่มชะมัด" มิวพึมพำ
มันนุ่มกว่าเตียงในหอพักของเธอเป็ไหนๆ เบาะยุบรับหลังพอดี ผ้าหุ้มเย็นสบาย ไม่มีเสียงสปริงเอี๊ยดอ๊าด ไม่มีกลิ่นอับ เธอเอนตัวลงเต็มที่ แล้วก็รู้ทันทีว่าคืนนี้ตัวเองจะได้นอนหลับแบบพักผ่อนจริงๆ
ความรู้สึกถูกกันออกวงนอกน่ะ พ่ายให้กับเบาะโซฟาราคาแพงไปเรียบร้อยแล้ว
"...งั้นฉันนอนโซฟา" มิวประกาศ พลางหยิบหมอนอิงมากอด "ใครจะกลับหอตอนตีสี่กันล่ะ จริงไหม"
ขณะเดียวกัน มิร่าที่ยืนอยู่ปลายเตียงกลับลังเล มือเล็กๆ บิดชายเสื้อตัวเอง เธอเหลือบมองอาเรีย แล้วก็มองซัน ก่อนจะก้มหน้า
"หนู... หนูนอนโซฟากับยัยคนธรรมดานั่นก็ได้นะคะ" เธอพูดเสียงแ่ "การที่หนูจะ..."
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก" อาเรียตัดบท
เธอเดินไปคล้องแขนมิร่า ดึงเด็กสาวเข้ามาอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับทำแบบนี้มาแล้วร้อยครั้ง
"ขอบใจนะ" อาเรียพูด เสียงเบาลงจนเหลือแค่สองคนได้ยิน "ที่ดูแลซันมาตลอด ในวันที่ฉันไม่รู้อะไรเลย"
มิร่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาเบิกกว้าง
"แล้วก็นะ" อาเรียยิ้มบางๆ ดึงเด็กสาวเข้าห้องนอนไปด้วยกัน
"น้องสาวจะนอนกับพี่ชายพร้อมพี่สะใภ้ มันแปลกตรงไหนกัน"
"พี่... พี่สะใภ้...?" มิร่าหน้าแดงขึ้นมาทันที "เดี๋ยวนะคะ หนูไม่ได้—"
"อ้าว ก็เธอเรียกซันว่าพี่ชายมาตลอดนี่" อาเรียเลิกคิ้ว น้ำเสียงกวนๆ "เธอจะเป็น้องสาวเขาก็ได้ ดังนั้นฉันก็ต้องเป็พี่สะใภ้เธออยู่แล้ว"
มิร่าที่หน้าแดงอยู่ดีๆ จู่ๆ ความปากกล้าเ้าเก่าก็หลุดกลับออกมาครึ่งหนึ่ง เธอเอามือลูบแก้มที่ยังช้ำหมาดๆ พลางบ่นเสียงอ้อยอิ่ง
"...ใครจะอยากได้ปีศาจที่เพิ่งอัดหน้าฉันไปเป็พี่สะใภ้กันล่ะ"
อาเรียนิ่งไปวินาทีหนึ่ง แล้วก็หัวเราะออกมา ดังกว่าครั้งก่อน ปีศาจตัวจริงในห้องดันมาเรียกคนธรรมดาอย่างเธอว่าปีศาจเสียได้
"ก็ปีศาจตัวนี้แหละ ที่จะคอยดูแลทั้งเธอแล้วก็พี่ชายเธอต่อจากนี้" เธอว่า พลางเอื้อมไปสะกิดแก้มช้ำของมิร่าเบาๆ จนเด็กสาวร้องโอ๊ย "ทำตัวดีๆ ไว้ด้วยล่ะ เ้าน้องสาว"
ซันที่นั่งคลุมผ้าห่มงงๆ อยู่บนเตียงมองสองคนนั้นสลับไปมา แล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็ครั้งแรก เสียงที่อ่อนแรง แต่เป็ของจริง
เสียงหัวเราะนั้นเบาและอบอุ่น ลอยอยู่ในห้องที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยน้ำตา ราวกับมันไม่เคยเป็ห้องเดียวกันกับที่ใครบางคนเกือบเลือกจะตายในนั้นเลยสักนิด
ข้างนอกหน้าต่าง ขอบฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีจางๆ ของยามเช้าที่กำลังจะมาถึง