ผู้ร่วงหล่น

บทที่ 215 ท้องฟ้ามืดมิด.

จี้โมมองเทารีด้วยสายตาที่สับสนพร้อมถามกลับไป

“ทำไมฉันต้องไปต่อสู้กับเขาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ฉันยังเกือบจะตายนายไม่เห็นหรือไง”

เทารีมองจี้โมสายตาสับสนเล็กน้อยเพราะตนเริ่มได้ความทรงจำกลับมาจึงรีบพูดกับจี้โมไปทั้งหมด แต่จี้โมยังไม่ได้ความทรงจำกลับมา

“ความสามารถที่เขามาอยู่ด้านหลังของนายน้อยคือมิติ”

“มิติ??”

“ใช่ วิชาชื่อก้าวเท้าสู้มิติเป็นวิชาที่อันตรายมากเพราะถ้าพลาดแค่นิดเดียวอาจจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย คนที่จะฝึกฝนวิชาพวกมิตินี้คือสัตว์อสูรหรือคนที่พรสวรรค์ด้านมิติ เช่นหนูมิติ เท่าที่ฉันมองชายคนนั้นไม่ค่อยมีความสามารถด้านมิติมากนัก”

“ไม่มีความสามารถด้านมิติแต่ยังสามารถรอดมาถึงทุกวันนี้ได้”

จี้โมเคยได้ยินพวกวิชาที่แข็งแกร่งแต่แลกมาด้วยความอันตรายที่ยิ่งใหญ่ เช่นมิติ ความว่างเปล่า เวลา ความตายและชีวิต

พวกวิชาแบบนี้เป็นวิชาที่แข็งแกร่งมากอยู่ระดับต้น ๆ ของจักรวาลตามหนังสือที่จี้โมเคยอ่านหรือได้ยินจากปากของหัวหน้าหมู่บ้านที่ลึกลับ

คำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านคือสิ่งที่สัมผัสได้แต่มองไม่เห็นนั้นคือเส้นทางที่อันตรายและแข็งแกร่งมาก

ในตอนนั้นจี้โมเป็นเด็กเล็กมากจึงไม่ค่อยเข้าใจความหมายของหัวหน้าหมู่บ้านมากนัก ในคราวนี้เทารีได้พูดขึ้นทำให้จี้โมอดคิดไปถึงคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้าน

เทารีมองไปทางแจ๊คที่กำลังนั่งสมาธิเตรียมพร้อมรับมือดวงตาของเทารีส่องประกายลึกลับเหมือนกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างในตัวแจ๊ค

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เสียงเทารีกรีดร้องขึ้นมาทำให้จี้โมตกใจเคลื่อนย้ายตัวมาหาเทารีทันที

“เกิดอะไรขึ้น”

ดวงตาของเทารีมีเลือดไหลออกมา เทารีทำสัญญาลักษณะมือแปลก ๆ ทุกครั้งที่ทำสัญญาลักษณะมือร่างกายเทารีจะส่องประกายและผอมลงทันที

ดวงตาของเทารีถูกรักษาเลือดที่ไหลออกมาได้รับเข้าสู่ดวงตาของเทารีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สีหน้าของเทารีขาวซีดพร้อมพูดขึ้นมา

“ทำไม..ทำไมมีแต่ความหวาดกลัวเท่านั้น.....”

“นายเห็นอะไร.....”

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

ระหว่างที่จี้โมกำลังถามเทารีธงสีดำกลางอากาศได้ระเบิดขึ้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพร้อมเสียงคำรามอันโกรธแค้นที่อัดแน่นมานาน

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

“ฉันจะฆ่าแก จะทรมานแกให้ขอร้องความตาย ฉันจะฆ่าครอบครัวแกให้หมดจะกินคนรักของแกและให้แกกรีดร้องอย่างทรมานนนนนนนน”

สีหน้าของแจ๊คตึงเครียดก่อนจะหัวเราะขึ้นมา

“ถ้าครอบครัวฉันยังอยู่ ฉันอาจจะไม่เลือกเดินเส้นทางนี้”

ออร่าสีดำชั่วร้ายระเบิดจนทำให้ท้องฟ้ามืดมิดลงจนแสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องลงมายังพื้นดินได้ ภายในออร่าสีดำที่ระเบิดออกมามีเงาขนาดใหญ่กำลังกรีดร้องออกมาอย่างทรมาน

เหมือนกับถูกอะไรบางอย่างกำลังฆ่าเงานั้น เงานั้นดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวดดวงตาสีดำเหมือนกับสัตว์ร้ายมองมาทางแจ๊ค

“ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่ ฉันจะฆ่าแกกกกกก”

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มารธงได้กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดร่างกายของมันเริ่มสลายหายไปทีละเล็กน้อย แจ๊คมองร่างกายของมารธงกำลังสลายหายไปอย่างสนใจ

“สุดท้ายก็ไม่สามารถหนีพ้นได้ ช่างน่าสมเพชเสียจริง”

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มารธงได้ยินเสียงของแจ๊คทำให้มันยิ่งโกรธแค้นหนักกว่าเดิมมากเพราะพลังที่กำลังจะฆ่ามันจริงคือความตาย โชคชะตา ธรรมชาติ วิญญาณต่าง ๆ

เมื่อพลังเหล่านั้นสัมผัสได้ถึงมารธงที่ไร้ซึ่งธงสุสานจึงรุมกินวิญญาณของมารธงทันทีถึงแม้ว่าดวงวิญญาณของมารธงจะถูกทำลายไปแล้ว

แต่มันได้ทิ้งส่วนหนึ่งของวิญญาณเอาไว้ในธงสุสานที่มันได้แลกมาจากเผ่ามาร กว่าจะได้ธงสุสารมามารธงใช้เวลาไปถึง 3 หมื่นปี

น่าเสียดายที่ธงสุสานได้รับความเสียหายจากการต่อสู้กับปีศาจตาม่วง แต่ก็สามารถฆ่าปีศาจตาม่วงได้ 3 ตัว

ทว่าใครจะคิดว่าก่อนที่เหล่าปีศาจตาม่วงจะตายลงมันได้ทิ้งพลังของปีศาจเอาไว้ในดวงวิญญาณของมารธง

เมื่อมารธงรู้ว่ามีพลังปีศาจในดวงวิญญาณทุกสิ่งทุกอย่างก็สายไปเสียแล้วจึงต้องจำใจทำลายดวงวิญญาณหลักทิ้งลงก่อนจะทิ้งเศษวิญญาณเอาไว้ในธงสุสาน

มันรอค่อยโอกาสที่จะกลับมาสู่โลกความจริงอีกครั้งหนึ่งแม้ว่าจะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้

ความหวัง 1 พันปีได้สลายหายไปเมื่อเจอกับพลังกาลเวลา พลังกาลเวลาของเฟรยาได้ทำให้ด้านนอกเดินช้าลง แต่ภายในธงสุสารกลับเดินเร็วขึ้นหลายพันเท่า

แน่นอนว่าธงสุสารถึงจะเป็นสมบัติวิเศษแต่มันได้รับความเสียหายหนักและไม่ได้รับการฟื้นฟูยิ่งเวลาผ่านไปความเสียหายก็มากขึ้นไป

สิ่งที่ทำได้คือให้โมเอยะสังเวยดวงวิญญาณคนธรรมดามาคงสภาพธงสุสานเอาไว้เท่านั้น ใครจะไปคิดว่าวันนี้ธงสุสานของมันได้สลายหายไป

มารธงรู้สึกเกลียดแจ๊คมากและโมเอยะที่มาเจอแจ๊คในตอนนี้ ถ้ามันได้ฟื้นฟูตัวเองอีกสักหน่อยอาจจะสามารถยึดร่างกายของแจ๊คได้

ในตอนนี้สิ่งที่มันทำได้คือกินเลือดเนื้อของแจ๊ค เลือดมีชีวิตของแจ๊คทำให้พลังต่าง ๆ ที่กำลังสลายวิญญาณของมันหยุดลงได้ 1-3 เดือน

ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกนอกจากใช้วิชาลับจากเผ่า แจ๊คสัมผัสได้ถึงความโกรธ เกลียด แค้น สิ้นหวัง ไม่อยากตายจากสายตาของมารธงที่อันแน่นไปด้วยอารมณ์เหล่านั้น

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มารธงกรีดร้องออกมาพร้อมร่างกายขยายใหญ่ขึ้น 3 เท่า ส่วนด้านล่างจากที่เป็นควันได้กลับมามีขาเป็นปกติส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ถูกพลังต่าง ๆ สลายไปได้กลับมาสู่ร่างกายอีกครั้งหนึ่ง

พลังความตาย ธรรมชาติ โชคชะตา วิญญาณและอื่นต่าง ๆ กำลังโกรธที่มีคนขัดธรรมชาติของมัน

มารธงไม่สนใจพร้อมพูดขึ้นมาประโยชน์หนึ่ง

“ท่านมหามารได้โปรดมอบพลังต้องห้ามให้กับฉันด้วย”

คลื่น คลื่น คลื่น ปัง ปัง ปัง ตูม ตูม ตูม

เมื่อมารธงได้สวดหามหามารท้องฟ้าภายในดวงดาวเคอเซอร์ได้ดับลงราวกับมีคนนำมือขนาดใหญ่มาปิดโลกทั้งหมด ผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตตามปกติเห็นท้องฟ้ามืดลง

ทันทีที่ชาวบ้านมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงตาของชาวบ้านได้หยุดลงพร้อมมีสีหน้าว่างเปล่า คนที่พอมีระดับการฝึกฝนเมื่อมองไปได้กระอักเลือดทั้งหมด

จอมเวทคนหนึ่งเห็นชาวบ้านมีดวงตาว่างเปล่าได้ตกตะลึงพร้อมตะโกนขึ้น

“อย่ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า......................”

ปัง

จอมเวทคนนั้นได้ระเบิดพลังเสียงและพลังของตน ชาวบ้านที่กำลังมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตกใจรีบก้มหัวลงทันทีเพราะไม่กล้าขัดคำสั่งของเจ้าเมือง

ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่มองบนท้องฟ้าและมีดวงตาที่ว่างเปล่า คน สัตว์อสูร พืช วิญญาณทั้งหมดสูญเสียพลังของตนเองทันทีที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า

มีสัตว์อสูรบางชนิดที่สามารถรับรู้ความอันตรายจากบนท้องฟ้าได้จึงรีบก้มหัวตัวเองทันที

ศูนย์กลางดวงดาวเคอเซอร์ พระสันตะปาปากำลังมองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิดแต่พลังอะไรบางอย่างกำลังเข้ามาโจมตีพระสันตะปาปาทันใดนั้นรูปปั้นเทวดากลางศาสนาแห่งแสงได้ส่องประกายขึ้นมา

ปากของรูปปั้นได้เปิดขึ้นพร้อมพูดขึ้นมา

“ที่นี้คือสาขาหนึ่งของแดนสวรรค์ ได้โปรดอย่าทำกับอะไรที่นี้”

พลังลึกลับบางอย่างกำลังเข้ามาในศาสนาแห่งแสงได้ชะงักลงพร้อมคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

สีหน้าของพระสันตะปาปาขาวซีดมากเพราะพลังนั้นสามารถกำจัดตนเองอย่างง่ายดาย รูปปั้นเทวดาหลังพลังลึกลับได้จากไปแสงของรูปปั้นได้หยุดลง

สาวกของศาสนาแห่งแสงดังนั้นความศรัทธาเพิ่มสูงขึ้นมาทันที สาวกได้สวดต่อหน้ารูปปั้นเทวดาต่อไป

พระสันตะปาปาเมื่อเห็นภาพดังนี้ก็อดหวาดกลัวต่ออนาคตไม่ได้

“ท่านผู้นั้นพูดความจริงหรือนี้ เมื่อผู้นำพาแห่งความมืดคนที่ 999 มาถึงดวงดาวเคอเซอร์ทุกสิ่งทุกอย่างจะตกอยู่ในความวุ่นวาย”

พระสันตะปาปาเริ่มจะเตรียมการอะไรบางอย่าง พระสันตะปาปาไม่คิดว่าผู้นำพาแห่งความมืดจะทำได้ถึงขนาดนี้ในตอนแรกแค่ขอร้องแดนสวรรค์ต่อให้เทพปีศาจมาก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้

แต่นี้ไม่ใช่เทพปีศาจมาแต่เป็นผู้นำพาแห่งความมืด พระสันตะปาปาไม่รู้ว่าทำไมถึงบอกได้แค่ถ้าเรื่องเกี่ยวกับผู้นำพาแห่งความมืดเทพฝ่ายแดนสวรรค์ไม่จะยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด

ตอนนี้สิ่งที่สามารถพึ่งพาได้คงมีแค่ตัวเองเท่านั้น แม้ว่าอายุขัยจะหมดลงแต่ลูกหลานต้องไม่หยุดแค่ยุคของฉัน

พระสันตะปาปาเดินกลับเข้าไปในปราสาทศาสนาแห่งแสงทันที

.......

แจ๊คมีสีหน้าขาวซีดจนต้องกัดฟันแน่นเพื่อระงับอารมณ์ความหวาดกลัวของตนเอง ไม่ใช่แค่แจ๊คจี้โม เทารี หู่เสวีย เฟรยารวมถึงต้นไม้ สัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่าง ๆ

พลังความตาย ชีวิตธรรมชาติและอื่น ๆ ที่ต้องการทำลายมารธงได้หยุดและหายไปทันที

มีเส้นด้ายสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าในท้องฟ้าเชื่อมต่อกับร่างกายมารธงทันที

ตูม ตูม ตูม

พลังของมารธงระเบิดขึ้นทำลายต้นไม้ ก้อนหินจนกลายเป็นฝุ่นทรายสีหน้าของมารธงดูดีกว่าเดิมมากพร้อมจ้องมองมาทางแจ๊ค

ก่อนที่มารธงจะพูดอะไร เส้นด้ายสีดำได้ดึงกลับไปเข้าสู่ความว่างเปล่าอีกครั้งหนึ่งและมีเสียงอันทรงพลังได้ดังขึ้นมา

“10 วินาที หลังจากที่เจ้าตายคงรู้ผลที่จะตามมา”

มารธงคุกเข่าให้กับเสียงนั้นก่อนจะพูดว่า

“แน่นอนครับ”

คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน