จี้โมมองเทารีด้วยสายตาที่สับสนพร้อมถามกลับไป
“ทำไมฉันต้องไปต่อสู้กับเขาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ฉันยังเกือบจะตายนายไม่เห็นหรือไง”
เทารีมองจี้โมสายตาสับสนเล็กน้อยเพราะตนเริ่มได้ความทรงจำกลับมาจึงรีบพูดกับจี้โมไปทั้งหมด แต่จี้โมยังไม่ได้ความทรงจำกลับมา
“ความสามารถที่เขามาอยู่ด้านหลังของนายน้อยคือมิติ”
“มิติ??”
“ใช่ วิชาชื่อก้าวเท้าสู้มิติเป็นวิชาที่อันตรายมากเพราะถ้าพลาดแค่นิดเดียวอาจจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย คนที่จะฝึกฝนวิชาพวกมิตินี้คือสัตว์อสูรหรือคนที่พรสวรรค์ด้านมิติ เช่นหนูมิติ เท่าที่ฉันมองชายคนนั้นไม่ค่อยมีความสามารถด้านมิติมากนัก”
“ไม่มีความสามารถด้านมิติแต่ยังสามารถรอดมาถึงทุกวันนี้ได้”
จี้โมเคยได้ยินพวกวิชาที่แข็งแกร่งแต่แลกมาด้วยความอันตรายที่ยิ่งใหญ่ เช่นมิติ ความว่างเปล่า เวลา ความตายและชีวิต
พวกวิชาแบบนี้เป็นวิชาที่แข็งแกร่งมากอยู่ระดับต้น ๆ ของจักรวาลตามหนังสือที่จี้โมเคยอ่านหรือได้ยินจากปากของหัวหน้าหมู่บ้านที่ลึกลับ
คำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านคือสิ่งที่สัมผัสได้แต่มองไม่เห็นนั้นคือเส้นทางที่อันตรายและแข็งแกร่งมาก
ในตอนนั้นจี้โมเป็นเด็กเล็กมากจึงไม่ค่อยเข้าใจความหมายของหัวหน้าหมู่บ้านมากนัก ในคราวนี้เทารีได้พูดขึ้นทำให้จี้โมอดคิดไปถึงคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้าน
เทารีมองไปทางแจ๊คที่กำลังนั่งสมาธิเตรียมพร้อมรับมือดวงตาของเทารีส่องประกายลึกลับเหมือนกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างในตัวแจ๊ค
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงเทารีกรีดร้องขึ้นมาทำให้จี้โมตกใจเคลื่อนย้ายตัวมาหาเทารีทันที
“เกิดอะไรขึ้น”
ดวงตาของเทารีมีเลือดไหลออกมา เทารีทำสัญญาลักษณะมือแปลก ๆ ทุกครั้งที่ทำสัญญาลักษณะมือร่างกายเทารีจะส่องประกายและผอมลงทันที
ดวงตาของเทารีถูกรักษาเลือดที่ไหลออกมาได้รับเข้าสู่ดวงตาของเทารีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สีหน้าของเทารีขาวซีดพร้อมพูดขึ้นมา
“ทำไม..ทำไมมีแต่ความหวาดกลัวเท่านั้น.....”
“นายเห็นอะไร.....”
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
ระหว่างที่จี้โมกำลังถามเทารีธงสีดำกลางอากาศได้ระเบิดขึ้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพร้อมเสียงคำรามอันโกรธแค้นที่อัดแน่นมานาน
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
“ฉันจะฆ่าแก จะทรมานแกให้ขอร้องความตาย ฉันจะฆ่าครอบครัวแกให้หมดจะกินคนรักของแกและให้แกกรีดร้องอย่างทรมานนนนนนนน”
สีหน้าของแจ๊คตึงเครียดก่อนจะหัวเราะขึ้นมา
“ถ้าครอบครัวฉันยังอยู่ ฉันอาจจะไม่เลือกเดินเส้นทางนี้”
ออร่าสีดำชั่วร้ายระเบิดจนทำให้ท้องฟ้ามืดมิดลงจนแสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องลงมายังพื้นดินได้ ภายในออร่าสีดำที่ระเบิดออกมามีเงาขนาดใหญ่กำลังกรีดร้องออกมาอย่างทรมาน
เหมือนกับถูกอะไรบางอย่างกำลังฆ่าเงานั้น เงานั้นดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวดดวงตาสีดำเหมือนกับสัตว์ร้ายมองมาทางแจ๊ค
“ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่ ฉันจะฆ่าแกกกกกก”
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มารธงได้กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดร่างกายของมันเริ่มสลายหายไปทีละเล็กน้อย แจ๊คมองร่างกายของมารธงกำลังสลายหายไปอย่างสนใจ
“สุดท้ายก็ไม่สามารถหนีพ้นได้ ช่างน่าสมเพชเสียจริง”
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มารธงได้ยินเสียงของแจ๊คทำให้มันยิ่งโกรธแค้นหนักกว่าเดิมมากเพราะพลังที่กำลังจะฆ่ามันจริงคือความตาย โชคชะตา ธรรมชาติ วิญญาณต่าง ๆ
เมื่อพลังเหล่านั้นสัมผัสได้ถึงมารธงที่ไร้ซึ่งธงสุสานจึงรุมกินวิญญาณของมารธงทันทีถึงแม้ว่าดวงวิญญาณของมารธงจะถูกทำลายไปแล้ว
แต่มันได้ทิ้งส่วนหนึ่งของวิญญาณเอาไว้ในธงสุสานที่มันได้แลกมาจากเผ่ามาร กว่าจะได้ธงสุสารมามารธงใช้เวลาไปถึง 3 หมื่นปี
น่าเสียดายที่ธงสุสานได้รับความเสียหายจากการต่อสู้กับปีศาจตาม่วง แต่ก็สามารถฆ่าปีศาจตาม่วงได้ 3 ตัว
ทว่าใครจะคิดว่าก่อนที่เหล่าปีศาจตาม่วงจะตายลงมันได้ทิ้งพลังของปีศาจเอาไว้ในดวงวิญญาณของมารธง
เมื่อมารธงรู้ว่ามีพลังปีศาจในดวงวิญญาณทุกสิ่งทุกอย่างก็สายไปเสียแล้วจึงต้องจำใจทำลายดวงวิญญาณหลักทิ้งลงก่อนจะทิ้งเศษวิญญาณเอาไว้ในธงสุสาน
มันรอค่อยโอกาสที่จะกลับมาสู่โลกความจริงอีกครั้งหนึ่งแม้ว่าจะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้
ความหวัง 1 พันปีได้สลายหายไปเมื่อเจอกับพลังกาลเวลา พลังกาลเวลาของเฟรยาได้ทำให้ด้านนอกเดินช้าลง แต่ภายในธงสุสารกลับเดินเร็วขึ้นหลายพันเท่า
แน่นอนว่าธงสุสารถึงจะเป็นสมบัติวิเศษแต่มันได้รับความเสียหายหนักและไม่ได้รับการฟื้นฟูยิ่งเวลาผ่านไปความเสียหายก็มากขึ้นไป
สิ่งที่ทำได้คือให้โมเอยะสังเวยดวงวิญญาณคนธรรมดามาคงสภาพธงสุสานเอาไว้เท่านั้น ใครจะไปคิดว่าวันนี้ธงสุสานของมันได้สลายหายไป
มารธงรู้สึกเกลียดแจ๊คมากและโมเอยะที่มาเจอแจ๊คในตอนนี้ ถ้ามันได้ฟื้นฟูตัวเองอีกสักหน่อยอาจจะสามารถยึดร่างกายของแจ๊คได้
ในตอนนี้สิ่งที่มันทำได้คือกินเลือดเนื้อของแจ๊ค เลือดมีชีวิตของแจ๊คทำให้พลังต่าง ๆ ที่กำลังสลายวิญญาณของมันหยุดลงได้ 1-3 เดือน
ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกนอกจากใช้วิชาลับจากเผ่า แจ๊คสัมผัสได้ถึงความโกรธ เกลียด แค้น สิ้นหวัง ไม่อยากตายจากสายตาของมารธงที่อันแน่นไปด้วยอารมณ์เหล่านั้น
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มารธงกรีดร้องออกมาพร้อมร่างกายขยายใหญ่ขึ้น 3 เท่า ส่วนด้านล่างจากที่เป็นควันได้กลับมามีขาเป็นปกติส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ถูกพลังต่าง ๆ สลายไปได้กลับมาสู่ร่างกายอีกครั้งหนึ่ง
พลังความตาย ธรรมชาติ โชคชะตา วิญญาณและอื่นต่าง ๆ กำลังโกรธที่มีคนขัดธรรมชาติของมัน
มารธงไม่สนใจพร้อมพูดขึ้นมาประโยชน์หนึ่ง
“ท่านมหามารได้โปรดมอบพลังต้องห้ามให้กับฉันด้วย”
คลื่น คลื่น คลื่น ปัง ปัง ปัง ตูม ตูม ตูม
เมื่อมารธงได้สวดหามหามารท้องฟ้าภายในดวงดาวเคอเซอร์ได้ดับลงราวกับมีคนนำมือขนาดใหญ่มาปิดโลกทั้งหมด ผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตตามปกติเห็นท้องฟ้ามืดลง
ทันทีที่ชาวบ้านมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงตาของชาวบ้านได้หยุดลงพร้อมมีสีหน้าว่างเปล่า คนที่พอมีระดับการฝึกฝนเมื่อมองไปได้กระอักเลือดทั้งหมด
จอมเวทคนหนึ่งเห็นชาวบ้านมีดวงตาว่างเปล่าได้ตกตะลึงพร้อมตะโกนขึ้น
“อย่ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า......................”
ปัง
จอมเวทคนนั้นได้ระเบิดพลังเสียงและพลังของตน ชาวบ้านที่กำลังมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตกใจรีบก้มหัวลงทันทีเพราะไม่กล้าขัดคำสั่งของเจ้าเมือง
ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่มองบนท้องฟ้าและมีดวงตาที่ว่างเปล่า คน สัตว์อสูร พืช วิญญาณทั้งหมดสูญเสียพลังของตนเองทันทีที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า
มีสัตว์อสูรบางชนิดที่สามารถรับรู้ความอันตรายจากบนท้องฟ้าได้จึงรีบก้มหัวตัวเองทันที
ศูนย์กลางดวงดาวเคอเซอร์ พระสันตะปาปากำลังมองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิดแต่พลังอะไรบางอย่างกำลังเข้ามาโจมตีพระสันตะปาปาทันใดนั้นรูปปั้นเทวดากลางศาสนาแห่งแสงได้ส่องประกายขึ้นมา
ปากของรูปปั้นได้เปิดขึ้นพร้อมพูดขึ้นมา
“ที่นี้คือสาขาหนึ่งของแดนสวรรค์ ได้โปรดอย่าทำกับอะไรที่นี้”
พลังลึกลับบางอย่างกำลังเข้ามาในศาสนาแห่งแสงได้ชะงักลงพร้อมคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
สีหน้าของพระสันตะปาปาขาวซีดมากเพราะพลังนั้นสามารถกำจัดตนเองอย่างง่ายดาย รูปปั้นเทวดาหลังพลังลึกลับได้จากไปแสงของรูปปั้นได้หยุดลง
สาวกของศาสนาแห่งแสงดังนั้นความศรัทธาเพิ่มสูงขึ้นมาทันที สาวกได้สวดต่อหน้ารูปปั้นเทวดาต่อไป
พระสันตะปาปาเมื่อเห็นภาพดังนี้ก็อดหวาดกลัวต่ออนาคตไม่ได้
“ท่านผู้นั้นพูดความจริงหรือนี้ เมื่อผู้นำพาแห่งความมืดคนที่ 999 มาถึงดวงดาวเคอเซอร์ทุกสิ่งทุกอย่างจะตกอยู่ในความวุ่นวาย”
พระสันตะปาปาเริ่มจะเตรียมการอะไรบางอย่าง พระสันตะปาปาไม่คิดว่าผู้นำพาแห่งความมืดจะทำได้ถึงขนาดนี้ในตอนแรกแค่ขอร้องแดนสวรรค์ต่อให้เทพปีศาจมาก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้
แต่นี้ไม่ใช่เทพปีศาจมาแต่เป็นผู้นำพาแห่งความมืด พระสันตะปาปาไม่รู้ว่าทำไมถึงบอกได้แค่ถ้าเรื่องเกี่ยวกับผู้นำพาแห่งความมืดเทพฝ่ายแดนสวรรค์ไม่จะยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด
ตอนนี้สิ่งที่สามารถพึ่งพาได้คงมีแค่ตัวเองเท่านั้น แม้ว่าอายุขัยจะหมดลงแต่ลูกหลานต้องไม่หยุดแค่ยุคของฉัน
พระสันตะปาปาเดินกลับเข้าไปในปราสาทศาสนาแห่งแสงทันที
.......
แจ๊คมีสีหน้าขาวซีดจนต้องกัดฟันแน่นเพื่อระงับอารมณ์ความหวาดกลัวของตนเอง ไม่ใช่แค่แจ๊คจี้โม เทารี หู่เสวีย เฟรยารวมถึงต้นไม้ สัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่าง ๆ
พลังความตาย ชีวิตธรรมชาติและอื่น ๆ ที่ต้องการทำลายมารธงได้หยุดและหายไปทันที
มีเส้นด้ายสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าในท้องฟ้าเชื่อมต่อกับร่างกายมารธงทันที
ตูม ตูม ตูม
พลังของมารธงระเบิดขึ้นทำลายต้นไม้ ก้อนหินจนกลายเป็นฝุ่นทรายสีหน้าของมารธงดูดีกว่าเดิมมากพร้อมจ้องมองมาทางแจ๊ค
ก่อนที่มารธงจะพูดอะไร เส้นด้ายสีดำได้ดึงกลับไปเข้าสู่ความว่างเปล่าอีกครั้งหนึ่งและมีเสียงอันทรงพลังได้ดังขึ้นมา
“10 วินาที หลังจากที่เจ้าตายคงรู้ผลที่จะตามมา”
มารธงคุกเข่าให้กับเสียงนั้นก่อนจะพูดว่า
“แน่นอนครับ”