ตอนที่ 37 เคล็ดวิชาพลังสมาธิของออสติน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมอร์ลินแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อชายชราพูดว่ากำลังจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาลับของตนเอง
แม้เมอร์ลินไม่รู้ว่าเคล็ดวิชาพลังสมาธิชุดนี้อยู่ในระดับใด แต่เมื่อคาดเดาจากชื่อของมันย่อมต้องเป็นเคล็ดวิชาส่วนตัวที่มีระดับไม่ต่ำกว่าหกอย่างแน่นอน
จริงอยู่ที่เคล็ดวิชาพลังสมาธิแบ่งออกเป็นหลายระดับ และทุกๆ ระดับนั้นจะมีขีดจำกัดของมัน เช่นเคล็ดวิชาพลังสมาธิขั้นพื้นฐานที่มีให้เรียนฟรีในโรงเรียนเวทมนตร์ ขีดจำกัดของเคล็ดวิชาพลังสมาธิชุดนี้จำกัดไว้ที่ระดับหนึ่งเท่านั้น
นั่นหมายความว่าผู้ฝึกจะไม่สามารถรวบรวมพลังเวทได้เกินหนึ่งวงเวท หากต้องการก้าวหน้าพวกเขาต้องหาเคล็ดวิชาพลังสมาธิชุดใหม่มาฝึกฝน
รัฐบาลของแต่ละประเทศล้วนส่งเสริมให้ประชาชนบ่มเพาะพลังเวทอยู่แล้ว นั่นเพราะพวกเขาต้องการให้ประชากรของตนเองเป็นกำลังรบในการปกป้องบ้านเมือง
แม้มหาสงครามจะจบลง แต่แต่ละประเทศก็ยังมีการทำสงครามเย็นกันอยู่ ในปัจจุบันพวกเขาเริ่มต่อสู้กันทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศที่มีนักวิชาการเวทที่เก่งกาจและมีกองกำลังที่แข็งแกร่งย่อมกลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่สามารถข่มขวัญประเทศอื่นๆ ได้ ซึ่งสภาเวทมนตร์เองก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้
เพราะเหตุนี้ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเวทมนตร์จึงได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลให้เผยแพร่เคล็ดวิชาพลังสมาธิ เพราะอย่างน้อยๆ สถานศึกษาเหล่านี้ก็สามารถช่วยพวกเขาผลิตนักเวทระดับสี่วงเวทออกมาได้
หากประชาชนทั่วไปต้องการที่จะเป็นนักเวทที่ก้าวหน้ามากกว่านั้น พวกเขาก็สามารถเข้าร่วมกับกองทัพเพื่อรับเคล็ดวิชาพลังสมาธิที่สูงกว่านี้ได้ ซึ่งมันเป็นสิทธิพิเศษของผู้ที่เข้าร่วมกับรัฐบาลของประเทศ
อย่างไรก็ตามนอกจากวิธีดังกล่าวแล้วยังมีอีกวิธีนั่นคือการเข้าไปคารวะเป็นศิษย์กับนักเวทที่มีความสามารถ พวกเขาเหล่านั้นล้วนครอบครองเคล็ดวิชาระดับสูง ที่บางคนสร้างมันขึ้นมาเอง อย่างเช่นศาสตราจารย์ออสตินในตอนนี้
สำหรับมหาปราชญ์เช่นชายชราแล้ว การจะสร้างเคล็ดวิชาพลังสมาธิของตนเองย่อมไม่ใช่เรื่องที่ไร้เหตุผล
แต่ในตอนนี้เขากลับต้องการถ่ายทอดให้กับเมอร์ลิน
“มันจะไม่เป็นปัญหาใช่ไหมครับ?” เมอร์ลินกล่าวอย่างไม่มั่นใจ
เคล็ดวิชาพลังสมาธิของออสตินย่อมเป็นเป็นเคล็ดวิชาระดับสูง ในตอนแรกเขาคิดว่าชายชราจะมอบเคล็ดวิชาพลังสมาธิระดับต่ำให้เสียอีก
ชายชรายิ้มและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เธอไม่จำเป็นต้องกังวล แม้เคล็ดวิชานี้จะมีระดับที่สูงไปสักหน่อย แต่ฉันเชื่อว่าอัจฉริยะอย่างเธอย่อมสามารถเรียนรู้มันได้”
“เคล็ดวิชาพลังสมาธิไม่เหมือนกับถาคาเวท มันไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ระดับต่ำไปถึงสูง ยิ่งสามารถเรียนรู้เคล็ดวิชาระดับสูงไว้ตั้งแต่แรกยิ่งเป็นเรื่องดี มันไม่มีผลเสียต่อเธออย่างแน่นอน”
ชายชรากล่าวสำทับให้เด็กน้อยมั่นใจ เพราะเขาเห็นท่าทางที่ไม่เป็นตัวเองของอีกฝ่าย
“ถ้าคุณว่าอย่างนั้นผมจะเชื่อฟังคุณครับ” เมอร์ลินกล่าวพลางพยักหน้า
“ดี! ถ้าอย่างนั้นฉันจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาพลังสมาธินี้ให้ แต่จงจำไว้ให้ดีว่าอย่าเผยแพร่เคล็ดวิชานี้ออกไปมั่วซั่วล่ะ”
“ครับผมจะจำเอาไว้”
ว่าแล้วชายชราก็เริ่มบรรยายเคล็ดวิชาพลังสมาธิของออสตินจากปากของตนเอง
โดยส่วนใหญ่แล้วเหล่าบรรดานักเวทมักจะไม่บันทึกเคล็ดวิชาพลังสมาธิส่วนตัวของตนเองเป็นหลักฐาน เว้นเสียแต่ว่าเขาต้องการถ่ายทอดเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเผยแพร่ให้คนหมู่มาก ซึ่งคนแบบนี้ย่อมหาได้ยากมากเช่นกัน
แม้ในปัจจุบันจะเป็นยุคแห่งวิชาการ มีการเปิดเผยข้อมูลที่ค้นคว้าอย่างแพร่หลาย แต่ถึงอย่างนั้นเคล็ดวิชาพลังสมาธิก็ยังเป็นศาสตร์ลับที่แต่ละคนต้องการเก็บไว้เป็นส่วนตัวอยู่ดี
เคล็ดวิชาพลังสมาธินั้นคือเทคนิคการควบคุมร่างกายให้ดูดซับพลังเวทที่อยู่ในอากาศและขั้นตอนการกักเก็บพลังเวทเหล่านั้นไว้
เคล็ดวิชาบางวิชาสามารถดูดซับพลังเวทได้ไว แต่กลับกักเก็บพลังเวทได้น้อย ดังนั้นมันจึงเป็นเคล็ดวิชาที่บกพร่อง
โดยส่วนใหญ่แล้วระดับของเคล็ดวิชาพลังสมาธิจะให้ความสำคัญกันที่การกักเก็บพลังเวทมากกว่า เพราะร่างกายของคนเรานั้นมีขีดจำกัด การสร้างวงเวทหนึ่งวงนั้นเหมือนมีวัตถุหนึ่งมาบรรจุเอาไว้ ดังนั้นพื้นที่การจัดเก็บจะยิ่งน้อยลงเป็นปัญหาในการจัดเก็บพลังเวท ยิ่งมีวงเวทมากเท่าไหร่พลังเวทที่กักเก็บก็ยิ่งน้อยมากเท่านั้น ดังนั้นแล้วจุดสำคัญของเคล็ดวิชาพลังสมาธิก็คือการใช้พลังสมาธิบีบอัดวงเวทของตนเองให้เล็กลง
ขนาดของวงเวทไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลังเวท ความทรงพลังของพลังเวทล้วนขึ้นอยู่กับการสลักวงเวทมากกว่า
ยิ่งเคล็ดวิชาพลังสมาธิมีระดับสูงมากเท่าไหร่ การบีบอัดวงเวทก็จะเล็กลงมากเท่านั้น ทั้งนี้ยิ่งสลักวงเวทมากเท่าไหร่ โลกบ่มเพาะพลังเวทก็จะขยายใหญ่มากขึ้นเช่นกัน
ดังนั้นเคล็ดวิชาพลังสมาธิที่มีคุณสมบัติสวนทางกับวงเวทจึงทำให้พื้นที่การกักเก็บพลังเวทขยายใหญ่ขึ้น
เรื่องนี้หากพูดไปอาจจะซับซ้อนยากเกินอธิบาย หากพูดคร่าวๆ ก็คือยิ่งเคล็ดวิชาพลังสมาธิมีระดับที่สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีขึ้นมากเท่านั้น
เวลานี้เมอร์ลินได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาพลังสมาธิออกมาจากปากของชายชรา
เพียงได้ฟังแค่รอบเดียว ดวงตาสีเงินก็ช่วยให้เขาเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้แล้ว
“มีตรงไหนที่เธอไม่เข้าใจไหม?” ชายชราเอ่ยถามอย่างห่วงใย
ทว่าเด็กน้อยกลับส่ายหน้า
“ผมค่อนข้างเข้าใจในทุกคำพูดของคุณครับ แต่ว่าจะทำได้ไหมนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง” เมอร์ลินยิ้มอย่างแหย่ๆ
จนชายชราต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้ว ... ในโลกนี้มีหลายอย่างที่ถึงแม้จะเข้าใจก็ไม่สามารถทำได้ งานทางด้านวิชาการหลายชิ้นก็เช่นกัน” ศาสตราจารย์ออสตินกล่าวอย่างชอบใจ
นักเวทยาศาสตร์นั้นต้องใช้พลังจิตนาการสูงเพื่อคาดเดา คำนวณในสิ่งต่างๆ ออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งหลายแนวคิดนั้นยังมีงานวิจัยหลายชิ้นติดอยู่ในขั้นของนามธรรมก็ตาม
หลายทฤษฎีเองก็อธิบายในสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างถูกต้อง แต่ก็มีหลายอย่างที่พวกเขาไม่สามารถทำมันได้ตามทฤษฎี
“แต่ผมจะพยายามนะครับ”
เมอร์ลินยิ้มตาหยี
“ดี ... ตอนนี้ฉันสอนการบ่มเพาะพลังเวทให้เธอไปจนหมดแล้ว หลังจากนี้เธอจะสร้างวงเวทแรกได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอแล้วล่ะ” ชายชรากล่าวก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไป