“อือ” หยวนเข่อชิงตอบแค่นั้น
นางหลับก็ยังงามแพขนตาหนาปากนิดจมูกหน่อยน่าเอ็นดูท่านอนก่ายหมอนยาวก็น่ารักเพียงแต่ว่า….นางไม่ตื่นเขาจึงยกริมที่นอนที่ค่อนข้างหนานุ่มแต่อย่างไรเสียก็ต้องพานางไป
จึงม้วนที่นอนแล้วแบกนางไปทั้งอย่างนั้น
“เฮ้ยอะไรเนี่ย” หยวนเข่อชิงที่ตื่นเพราะถูกยกขึ้น
“คุณหนู!” ลู่จื่อ
“ตามมา!” ฉินมู่หยาง
ไม่คิดว่าตัวแค่นี้จะดิ้นแรงขนาดนี้นางดิ้นทั้งที่มีที่นอนห่อตัวจนแทบจะหลุดมือเขาไป
“ขึ้นไป!” ฉินมู่หยางสั่งลู่จื่อ
“เจ้าค่ะ” ลู่จื่อรีบปีนขึ้นรถม้าพร้อมรับตัวหยวนเข่อชิง
ทันทีที่ที่นอนคลายตัวออกหยวนเข่อชิงก็ยันตัวออกมาโดดถีบไปที่หน้าคนทรามที่กล้าอุ้มนางมาจากที่นอน แต่ว่าคนตัวใหญ่กลับหลบทันและคว้าขานางเอาไว้
นางจึงวาดขาอีกข้าไปที่กกหูของเขาไม่น่าเชื่อว่าคนที่ตัวใหญ่กลับหลบได้ทัน
“หากอยากได้อายก็โจมตีข้าต่อไปไม่อย่างนั้นก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีๆ เราจะไปกันแล้ว” ฉินมู่หยาง
หยวนเข่อชิงหยุดแล้วปิดประตูใส่หน้าองครักษ์ผู้เหิมเกริมนางไม่เคยโกรธใครเท่านี้มาก่อนให้นางอดข้าวยังพอทนที่นางยังนอนไม่พอลากนางออกมาอย่างนี้เรียกได้ว่าหยามหน้ากันชัดๆ
“คุณหนู” ลู่จื่อ
“ช่วยข้าเปลี่ยนเสื้อ” หยวนเข่อชิง
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ ได้เดี๋ยวคอยดูกัน
รถม้าวิ่งไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ไปทางสำนักศึกษาอย่างที่นางคาดการณ์เอาไว้แล้วไอ้บ้านี่จะไปไหน
เมื่อรถม้ามาจอดที่หน้าจวนในตรอกลึกก็ได้ยินเสียงทักจากด้านนอก
“มาช้าไปหน่อยนะข้าคงต้องลาช่วงบ่ายด้วยกระมัง” เสียงที่คุ้นเคย
“ท่านโจว!” หยวนเข่อชิงโผล่หน้าออกมาด้วยความแปลกใจ
“หยวนเข่อชิงเจ้ามาสายอาหารที่เตรียมเย็นหมดแล้ว” โจวจื่อหยวน
"ข้าไม่ได้นัดท่านนี่นา"หยวนเข่อชิงยื่นมือออกมาจับแขนที่โจวจื่อหยวนส่งมาเพื่อรับนางลงจากรถม้า
“ไม่ต้อง” ฉินมู่หยางยื่นมือไปอุ้มนางแทน
“อ๊ะ” หยวนเข่อชิงตกใจแต่ด้วยสัญชาตญาณจึงเตะขาออกไป
“เจ้าคนหยาบคายกล้าดียังไงถือข้าจะเป็นอนุแต่ก็เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงของท่านอ๋องเจ้านายของเจ้านะ!” หยวนเข่อชิงดีดตัวเอง
ปากกล้ากับเขาแต่ไปยืนเกาะแขนท่านมหาบัณฑิต
“ปล่อยมือ” ฉินมู่หยาง
“ทำไม” หยวนเข่อชิง
“ก็เจ้าเพิ่งจะพูดไปว่าเป็นผู้หญิงของมู่อ๋องแล้วไปจับมือถือแขนชายอื่นเจ้าทำให้ท่านมหาบัณฑิตเสื่อมเสีย” ฉินมู่หยาง
“อ้อขอโทษทีท่านโจว แล้วเจ้าล่ะเป็นแค่องครักษ์ถือดียังไงมาถูกเนื้อต้องตัวข้า” หยวนเข่อชิง
“ข้าไม่อยากให้ท่านมหาบัณฑิตเสียชื่อ” ฉินมู่หยาง
“แล้วข้าล่ะจะเสียชื่อก็ไม่เป็นไรสินะดูถูกผู้หญิงเก่งพอกันทั้งนายทั้งบ่าว!” หยวนเข่อชิงโมโหแล้ว
นางไม่เคยโมโหใครมากเท่านี้มาก่อนจริงๆ วันนี้ไอ้บ้านี่ทำเธอโกรธสองครั้งแล้วนะ
“เดี๋ยวก่อนใจเย็นๆ ข้าว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะว่าเจ้าอย่างนั้นเจ้าก็ด้วยพูดจาอะไรไม่คิดถึงใจผู้อื่น” โจวจื่อหยวนขมวดคิ้ว
เจ้าของกลางนี่วอนหาที่ตายจริงๆ นอกจากจะไม่พูดกับนางอย่างตรงไปตรงมายังหลอกนางว่าเป็นองครักษ์อีกแถมยังมาลากเขาไปด้วย
“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น” ฉินมู่หยาง
“ไม่คิดแล้วพูดออกมาได้ยังไงมันอยู่ในมโนสำนึกของเจ้านั่นแหละ!” หยวนเข่อชิงวีนแตก
ทำให้โจวจื่อหยวนถึงกับงงไปเลยนางไม่เคยโกรธเลยนี่นาเก่งแต่ยั่วโมโหคนมาคราวนี้เป็นฝ่ายโมโหเสียเอง
“ทำไมเจ้าถึงอารมณ์ไม่ดีอย่างนี้” โจวจื่อหยวน
“ท่านโจวไอ้เลวคนนี้มันกล้าเข้าห้องนอนข้าแล้วแบกข้าออกมาทั้งที่ข้ายังหลับอยู่ข้าเพิ่งได้นอนเองนะเหนื่อยจะตายไอ้คนไร้สำนึกไม่รู้จักบาปกรรมนี่มาทำข้าตื่นคอยดูนะถ้าข้าไม่เอาคืนข้าเป็นลูกหมา!” หยวนเข่อชิงโกรธจนร้องไห้
“จริงเจ้าค่ะคุณหนูทำงานเพื่อผลิตสินค้าให้กองทัพทั้งวันทั้งคืนกว่าจะได้นอนท่านเสิ่นทำอย่างนี้แถมเข้าถึงห้องนอนคุณหนูของข้าเองมีแต่เสียกับเสีย โฮ!” ลู่จื่อเห็นนายร้องก็ร้องไห้ตาม
นางเองเพราะเป็นคนสนิทนายไม่ได้นายนางก็ไม่ได้นอนแต่คุณหนูแสนดีสั่งให้นางไปนอนสลับกันนางจึงได้นอนพอตื่นมาช่วยคุณหนูอาบน้ำเข้านอนเจ้าคนชั่วนี่ดันมาปลุกเสียได้
“ลู่จื่ออย่าร้องจำวันนี้ไว้ให้ดีเมื่อใดที่ได้เอาคืนเจ้าจะได้ไม่ใจอ่อน” หยวนเข่อชิง
แค้นนี้ฝังลึกไปแล้วเสิ่นเยี่ยตัวปลอมไม่รู้จะตั้งตัวยังไงทำไมนางต้องโกรธขนาดนี้ดูเหมือนนางจะโกรธเขามากกว่าเหล่าภรรยาของเขาที่ทำร้ายนางหลายร้อยเท่า
“อาเข่อคนดีเจ้าอย่าร้องไห้ไปมากับข้าจิบชาใจเย็นๆ ข้าให้คนไปซื้อขนมของเจ้ามาให้แล้วมาพักก่อนดีๆ” โจวจื่อหยวน
“ท่านโจวท่านต้องจัดการให้ข้าไปบอกท่านอ๋องด้วยว่าคนของเขาแย่แค่ไหน” หยวนเข่อชิงปาดน้ำตา
เมื่อต้องตื่นเมื่อยังไม่พร้อมนางจึงงอแงโดยไม่มีเหตุผลเหตุเพราะสติสัมปชัญญะของนางยังไม่ตื่นเต็มที่นั่นเอง
โจวจื่อหยวนมองเห็นนางเหมือนเด็กตัวเล็กที่โดนแย่งขนมทั้งน่าสงสารและน่าเอ็นดู
“เจ้ายืนรอตรงนี้หากหยวนเข่อชิงไม่อนุญาตห้ามเข้ามา ดีหรือไม่” โจวจื่อหยวนหันไปดุเพื่อนแล้วหันมาถามความเห็นของหญิงสาว
“ดี!เจ้ารอไปเถอะ!” หยวนเข่อชิงเชิดหน้าใส่แล้วเดินตามเจ้าของบ้านเข้าไป
“เข้าใจแล้ว” ฉินมู่หยาง
“ท่านให้ข้ามาที่นี่ทำไมเหรอ” หยวนเข่อชิงหลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว
“ก็เรื่องอาวุธมู่อ๋องส่งคนมาลงรายละเอียดกับเรามีบางจุดที่ข้าดูแล้วยังไม่เข้าใจอักษรบางตัวของเจ้าข้าคิดว่าน่าจะเป็นตัวเลขแต่ไม่แน่ใจ” โจวจื่อหยวน
“อ้อนั่นคือเลขอารบิกเจ้าค่ะข้าใช้เพราะมันเขียนง่ายใช้จนติดจึงลืมไปว่าต้องให้ผู้อื่นดูด้วย” หยวนเข่อชิง
“หิวหรือไม่” โจวจื่อหยวน
เขามองไปที่แพขนตาที่ยังเปียกอยู่นางงอแงเพราะร่างกายถึงจุดที่ทนต่อไปไม่ไหวแล้วเป็นเด็กและเป็นผู้หญิงหากทำงานอย่างที่ลู่จื่อพูดนั้นจริงนางก็อึดมากเกินไปแล้ว
ข่าวลือที่นางปล่อยท่าทีลอยชายของนางกับเวลาที่นางอธิบายสิ่งประดิษฐ์ของนางได้อย่างมีชีวิตชีวาแต่ทว่าวันนี้นางดูมีชีวิตชีวามากกว่าเมื่ออยู่กับฉินมู่หยาง
“ท่านมหาบัณฑิตข้าขอน้ำร้อนได้ม้้ยเจ้าคะ” ลู่จื่อ
โชคดีตอนที่ไปเอาเสื้อผ้าให้คุณหนูนางคว้าของจำเป็นสำหรับคุณหนูมาด้วย
“เจ้าเอามาด้วยเหรอ” หยวนเข่อชิง
“เจ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“เด็กดีเดี๋ยวข้าทำปิ่นให้เจ้าใส่ในงานปักปิ่นโดยเฉพาะเลย” หยวนเข่อชิงยิ้ม
และนี่เป็นครั้งแรกที่โจวจื่อหยวนเห็นนางยิ้มเขาถึงกับเหม่อไปเลยนางสดใสดุดดวงอาทิตย์ได้ขนาดนี้เชียวหรือ
“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะคุณหนู” ลู่จื่อหน้าแดง
“ท่านมหาบัณฑิตท่านสนใจลองเครื่องดื่มของข้าหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“มันคืออะไรหรือ” โจวจื่อหยวน
“กาแฟน่ะกินแบบกาแฟดำใส่แค่น้ำร้อนอย่างเดียวก็ดีหรือใส่นมก็ดียิ่งใส่นมกับน้ำตาลด้วยยิ่ง” หยวนเข่อชิง
“อร่อยเจ้าค่ะ” ลู่จื่อยิ้มแป้น
คุณหนูบอกว่าเด็กไม่ควรกินแต่นางกินได้เพราะนางโตแล้วอีกไม่นานคุณหนูก็จะทำพิธีปักปิ่นให้ทั้งที่ไม่จำเป็นเลยคุณหนูใส่ใจนางมาก
“อย่าพูดแทรกเจ้านาย” โจวจื่อหยวนดุ
“ขออภัยเจ้าค่ะ” ลู่จื่อตกใจที่ตัวเองลืมตัว
นางต้องหยิกสั่งสอนตัวเองไม่ให้ลืมตัว
“ท่านโจวนางเป็นคนของข้ากิริยาที่ไม่ถูกใจท่านข้าต้องขออภัยเป็นเพราะข้าสอนนางมาอย่างนี้หากผิดพลาดท่านโทษข้าเถอะ"หยวนเข่อชิงเองก็ลืมตัว
“คุณหนูเจ้าคะเป็นความผิดของบ่าวต่อไปบ่าวไม่กล้าแล้วท่านมหาบัณฑิตข้าน้อยผิดไปแล้ว” ลู่จื่อลงไปคุกเข่า
______
อีพี่วอนตายซะแล้ว