สารพันเมนูเด็ด กลเม็ดสาวทะลุมิติ [นิยายแปล]

    บทที่ 47 มาเยือนเพื่อขอโทษ(เปิดฟรี 06/09/2568)

    บทที่ 47 มาเยือนเพื่อขอโทษ(เปิดฟรี 06/09/2568)

     

    “หรือว่าจะมาหาเรื่องพวกเรา” หนิงลั่วขมวดคิ้วพลางกระซิบถาม นางรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นอย่างดี แต่คิดไม่ถึงว่าคู่กรณีจะมาหาถึงที่แต่เช้า และคนที่ยืนอยู่ด้านหลังหัวหน้าหมู่บ้านก็คือต้าพ่างนั่นเอง

            เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนไม่ใช่ใครอื่น หนิงเวยก็พลันหุบยิ้มลงทันที เปลี่ยนเป็นกังวลแทน เมื่อสองวันก่อน หัวหน้าหมู่บ้านเพิ่งเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องแยกบ้านของพวกนาง ดังนั้นทั้งหนิงเวยกับหนิงลั่วต่างก็จำเขาได้ดี

            “เสี่ยวเวย เสี่ยวลั่ว วันนี้ข้าแวะมาหาพวกเจ้า” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง ริ้วรอยบนใบหน้าของเขายิ่งดูเด่นชัด มือยังถือกล่องของขวัญมาด้วย

            ท่าทีอ่อนโยนและสุภาพของเขาทำให้สองพี่น้องอดสงสัยไม่ได้ พวกนางกำลังหูฝาดไปหรือ หรือว่าเขาไม่ได้มาหาเรื่อง ในเมื่อควรจะเป็นการมาทวงความยุติธรรมให้หลานชายของตน เหตุใดจึงดูมีมารยาทเช่นนี้

            “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน นี่คือ…?” หนิงเวยถามอย่างลังเล ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

            วันที่แยกบ้านวันนั้น หัวหน้าหมู่บ้านยังพูดกับปู่ย่าของพวกนางด้วยท่าทีวางอำนาจ แต่ตอนนี้กลับสุภาพจนผิดปกติ หนิงเวยจึงเริ่มคิดหาทางรับมืออย่างรวดเร็ว หากพวกเขามาเรียกร้องค่าชดใช้ นางจะปฏิเสธให้ถึงที่สุด เพราะทั้งสองฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ แถมพวกนางยังบาดเจ็บมากกว่าด้วยซ้ำ หากจะนับจริงๆ ฝ่ายพวกนางมีหนึ่งคนหนึ่งตัวที่ได้รับบาดเจ็บด้วยซ้ำไป

            เมื่อต้าพ่างเห็นหนิงเวยแสดงท่าทีเอาจริง และหันไปเห็นหนิงลั่วที่กำลังถือไม้ไผ่ยาวพลางเช็ดทำความสะอาด แต่ดูอย่างไรก็เหมือนพร้อมจะฟาดลงมาทุกเมื่อ เขาก็เริ่มหวาดกลัว ไม่กล้าขยับเข้าไปข้างหน้าอีก รีบคว้าเสื้อของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วหลบไปซ่อนอยู่หลังปู่ของตน “ท่านปู่ ข้ากลัว!”

            เมื่อเห็นหลานชายหลบอยู่ข้างหลังตนเอง คว้าเสื้อของเขาแน่น หัวหน้าหมู่บ้านจึงคว้าตัวต้าพ่างออกมา แล้วผลักไปข้างหน้าหนิงเวยพลางกล่าวเสียงดัง

            “เจ้าขี้ขลาด เมื่อวานยังกล้ารังแกเสี่ยงเสี่ยงอยู่เลย ไม่ใช่วางท่าโอหังมากหรือ ตอนนี้ทำไมถึงมาขี้ขลาดเช่นนี้ ยังไม่รีบไปขอโทษพี่เวยกับพี่ลั่วของเจ้าอีก!”

            พี่เวย? พี่ลั่ว?

            หนิงเวยกับหนิงลั่วต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นงุนงง ไม่เข้าใจว่าในของขวัญของหัวหน้าหมู่บ้านซ่อนยาอะไรไว้ แม้ต้าพ่างจะเป็นฝ่ายผิด แต่ก็ไม่น่าจะทำให้เขาต้องลดตัวลงมาพูดจาอ่อนน้อมต่อพวกนางเช่นนี้ได้

            หนิงลั่วเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ ท่าทีของหัวหน้าหมู่บ้านในวันนี้ผิดแปลกไปจากปกติเกินไป

            “พี่รอง ท่านว่าหัวหน้าหมู่บ้านมีเรื่องอะไรกระทบกระเทือนใจหรือไม่” หนิงลั่วกระซิบเบาๆ ข้างหูหนิงเวย

            หนิงเวยรีบส่งสัญญาณด้วยสายตาให้หนิงลั่วเงียบลง ก่อนจะกระซิบตอบกลับ “ในเมื่อเขาแกล้งทำเป็นลืมเลือนเรื่องนี้ไปเอง เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีเหตุผลจะไปฟื้นฝอยหาตะเข็บ ปล่อยให้เขาไม่เอาเรื่องพวกเราน่ะดีที่สุดแล้ว”

            “พี่รองพูดถูก เช่นนั้นพวกเราก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น” หนิงลั่วรีบเห็นด้วย

            “อืม เช่นนั้นเจ้าคอยดูข้าก็แล้วกัน คอยทำตาม ข้าจะส่งสัญญาณให้” สองพี่น้องมองไปที่หัวหน้าหมู่บ้านและหลานชายของเขาที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน พลางเตรียมพร้อมรับมือ พวกนางตั้งใจจะดูว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะพูดอะไร และค่อยปรับแผนตอบโต้ไปตามสถานการณ์

            เมื่อเห็นว่าหนิงเวยกับหนิงลั่วเอาแต่ยืนมองอยู่ภายในลานบ้านโดยไม่เปิดประตู ซ้ำยังกระซิบกระซาบกันอยู่นาน หัวหน้าหมู่บ้านจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

            “เสี่ยวเวย เสี่ยวลั่ว เรื่องเป็นเช่นนี้ ข้าบากหน้ามาในวันนี้เพื่อพาหลานชายของข้ามาขอโทษเสี่ยงเสี่ยง พวกเจ้าจะให้ข้าเข้าไปพูดข้างในดีหรือไม่”

            ขณะที่หัวหน้าหมู่บ้านยืนพูดอยู่หน้าบ้าน ฝั่งบ้านเก่าของพวกนาง ย่าหนิงและเฉินซื่อก็กำลังยื่นคอออกมามองอย่างสนใจ ทั้งยังซุบซิบกันเบาๆ ราวกับกำลังคาดเดาเหตุผลที่หัวหน้าหมู่บ้านมาหาพวกนางในวันนี้

            “พี่รอง เขาบอกว่ามาขอโทษ” หนิงลั่วกระตุกแขนเสื้อของหนิงเวยเบาๆ

            หนิงเวยมองออกไปข้างนอก พลางกระซิบตอบด้วยเสียงต่ำ “ข้าไม่ได้หูหนวก ข้าได้ยินหรอกน่า”

            “เช่นนั้นพวกเราไปเปิดประตูดีหรือไม่ ดูสิว่าเขามีเจตนาอะไรแน่” หนิงลั่วกล่าว

            “อืม เจ้าไปเปิดประตู ข้าจะคอยระวังหลัง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้นมา” หนิงเวยเอ่ย

            เมื่อพี่น้องตกลงกันเรียบร้อย หนิงลั่วจึงเดินไปปลดไม้กลอนที่ขวางประตูออก ก่อนจะเปิดประตูออกด้วยรอยยิ้มสดใส พลางเอ่ยเชื้อเชิญ “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน เชิญเข้ามาพูดคุยข้างในเถิด”

            ขณะที่หนิงเวยกำลังครุ่นคิด สีหน้าของนางก็พลันแข็งค้าง ท่าทางที่น้องสาวทำมือเมื่อครู่นี้คืออะไรนะ นิ้วสองนิ้วงอเป็นวงกลม ส่วนอีกสามนิ้วชี้ขึ้น นางลองทำตามดู รู้สึกว่าท่าทางนี้ดูน่าสนุกดี

            ขณะที่หนิงเวยมัวแต่คิดอยู่ หนิงลั่วก็เชื้อเชิญให้หัวหน้าหมู่บ้านและหลานชายเข้ามานั่งในลานบ้านแล้ว

            เมื่อต้าพ่างเข้ามาในบ้าน เขาก็ทำตัวราวกับหนูที่เจอโกดังเก็บเสบียง สายตาโลภละโมบมองไปรอบๆ ดมกลิ่นไปทั่ว แต่ยังไม่ทันที่จะวิ่งไปถึงครัวเพื่อหาของกิน ใบหูของเขาก็ถูกปู่คว้าเอาไว้ก่อน “เจ้าเด็กนิสัยเสีย เจ้าจงขอโทษพี่สาวทั้งสองของเจ้าเสีย บอกมาให้หมดว่าเมื่อวานเจ้าได้ทำอะไรลงไปบ้าง!”

            เมื่อเห็นว่าหัวหน้าหมู่บ้านจริงจังกับเรื่องนี้ หนิงลั่วก็อดประหลาดใจไม่ได้ นางลากเก้าอี้ออกมาจากในบ้านให้เขานั่ง

            เวลานี้ผ่านช่วงยามเหม่า[1]ไปแล้ว ดวงอาทิตย์กำลังส่องแสงอบอุ่นมายังลานบ้าน บรรยากาศเงียบสงบ แทบไม่มีลมพัดผ่าน การได้นั่งพูดคุยกันกลางแดดเช่นนี้ก็เป็นเรื่องดีไม่น้อย

            เมื่อมีหัวหน้าหมู่บ้านยืนคุมอยู่ ต้าพ่างจึงไม่กล้านั่งลง เขาก้มศีรษะลงต่ำ สองมือประสานอยู่ข้างหน้า ทำท่าทีสำนึกผิดอย่างที่สุด “พี่สาวทั้งสอง ข้ารู้แล้วว่าผิด ข้าไม่ควรแย่งเนื้อของเสี่ยงเสี่ยงกินเมื่อวาน ไม่ควรพาพรรคพวกมารุมทำร้ายเขา และยังไปทำร้ายเจ้าต้าฮุยอีก ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว”

            เมื่อวานเสี่ยงเสี่ยงบอกเพียงว่าถูกคนรังแก และได้รับความช่วยเหลือจากหลิ่วชิงเฟิงกับเว่ยเหมิง แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนำเนื้อติดตัวออกไปด้วย

            “เจ้าบอกว่าแย่งเนื้อจากเสี่ยงเสี่ยง เขาเอาเนื้อนั่นมาจากไหน เจ้ารู้หรือไม่” หนิงเวยรีบถาม

            “เนื้อนั่นห่อด้วยกระดาษน้ำมัน ข้ากินไปแค่ชิ้นเดียว ส่วนที่เหลือก็แบ่งให้พวกเด็กๆ ในหมู่บ้านกินกันหมด” ต้าพ่างตอบ

            หนิงลั่วมองต้าฮุยที่นอนอยู่บนพื้น มันลืมตาขึ้นเพียงเล็กน้อย ในใจของนางก็เริ่มคาดเดาเรื่องราวได้แล้ว นางเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังแล้วถามต้าพ่างเสียงเข้ม “เจ้าบอกว่ารู้แล้วว่าตัวเองผิด เช่นนั้นเมื่อวานเหตุใดเจ้าจึงต้องทำร้ายเสี่ยงเสี่ยง เขาทำอะไรผิดหรือ หรือว่าเขาทำสิ่งใดให้เจ้าขุ่นเคือง”

            ต้าพ่างรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ไม่ๆ เขาไม่ได้ทำอะไรให้ข้าโกรธเลย แค่เห็นเขาไม่เล่นกับข้าแล้ว จึงหงุดหงิด เขายังเอาเนื้อไปให้สุนัขกินอีก พวกเราได้กลิ่นหอมของเนื้อก็เลยอยากกินบ้าง ข้ากับพวกสหายจึงไปหาเรื่องเขา”

            หัวหน้าหมู่บ้านมีสีหน้ารู้สึกผิด รีบกล่าวขอโทษพวกนางทันที

            “ต้องขออภัยพวกเจ้าทั้งสองจริงๆ ต้าพ่างรู้แล้วว่าตนผิดไป และเขาก็ตั้งใจจะกลับตัวใหม่ ข้าจึงพาเขามาขอโทษถึงที่ ขอให้พวกเจ้าแจ้งเสี่ยงเสี่ยงด้วยว่าพวกเรามาที่นี่แล้ว” พูดจบ หัวหน้าหมู่บ้านก็ยื่นกล่องขนมสองกล่องที่ถือมาตลอดให้หนิงเวย “นี่เป็นขนมสำหรับเสี่ยงเสี่ยง ข้าจริงใจที่จะมาขอโทษ หวังว่าพวกเจ้าจะให้อภัยเขา”

            หากก่อนหน้านี้ พวกนางแปลกใจกับท่าทีของหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดถ่อมตัวของเขา พวกนางยิ่งรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ไม่เพียงแต่พวกนางเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆ ฐานะของครอบครัวก็เทียบไม่ได้กับบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน ทว่าเขากลับอ่อนน้อมถึงเพียงนี้ ไม่เพียงมาขอโทษถึงที่ แต่ยังนำของขวัญติดมือมาด้วย เรื่องนี้ช่างมีเงื่อนงำจริงๆ

            หนิงเวยเองก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แม้นางยังอธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่ก็รู้ว่าต้องระมัดระวัง ตอบอย่างสุขุม “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน จริงๆ แล้วเสี่ยงเสี่ยงของพวกข้าก็มีส่วนผิดอยู่บ้าง ข้าได้ยินว่าต้าพ่างเองก็ได้รับบาดเจ็บไปไม่น้อย พวกข้าต้องขอโทษด้วย แต่เด็กๆ เล่นกันก็มักจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเสมอ ในเมื่อไม่มีใครติดใจเอาความแล้ว เช่นนั้นก็ถือว่าจบเรื่องกันไปเถิด”

            เมื่อคิดถึงฐานะของบุคคลสองคนที่มาหาเขาเมื่อวานนี้ หัวหน้าหมู่บ้านก็รู้สึกโล่งอก รีบคล้อยตามทันที เขาเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดสองพี่น้องนี้จึงกล้าต่อต้านย่าหนิงจนถึงขั้นแยกบ้านออกมา ที่แท้...พวกนางก็มีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

            “พวกเจ้าคิดเช่นนี้ ข้าต้องขอขอบคุณมากจริงๆ ทั้งหมดเป็นเพราะข้าสอนสั่งหลานชายไม่ดี พอกลับไป ข้าจะต้องสั่งสอนเด็กคนนี้ให้หนักแน่นอน” หัวหน้าหมู่บ้านรับรอง

            “ท่านพูดเกินไปแล้ว พวกเราต้องขอบคุณที่ท่านเข้าใจ แต่ของขวัญนี้พวกเราไม่อาจรับไว้ ท่านนำกลับไปเถิด” หนิงลั่วคิดไม่ถึงว่าพี่สาวจะรีบปฏิเสธเช่นนี้ รู้สึกว่าพี่สาวคนนี้ช่างซื่อตรงนัก ของที่มีคนนำมามอบให้ถึงที่ เหตุใดจึงไม่รับไว้เล่า ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่ายที่ผิดก็คือครอบครัวของพวกเขา เสี่ยงเสี่ยงยังอ่อนแอ หากได้รับอาหารดีๆ บ้างก็จะช่วยบำรุงร่างกายเขา

            “พวกเจ้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว ข้ารู้ว่าเสี่ยงเสี่ยงเป็นเด็กฉลาด เขาเฉลียวฉลาดตั้งแต่เด็ก อนาคตต้องเติบโตไปเป็นขุนนางใหญ่ สามารถนำพาตระกูลหนิงให้เจริญรุ่งเรืองได้แน่นอน” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวประจบ

            เมื่อเห็นหัวหน้าหมู่บ้านพูดจาประจบออกนอกหน้าเช่นนี้ หนิงลั่วกับหนิงเวยก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น นี่เขากำลังเยินยอผิดคนหรือไม่ หรือว่ามีจุดประสงค์อื่นกันแน่ เพราะพวกนางไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถหาประโยชน์ได้เลย แล้วเหตุใดเขาจึงทำตัวอ่อนน้อมขนาดนี้ แม้แต่เสี่ยงเสี่ยงที่อายุเพียงห้าขวบยังถูกยกยอจนเกินจริง

            ไม่คิดว่าเรื่องทางนี้ยังไม่ทันได้คลี่คลาย ย่าหนิงกลับพาเฉินซื่อบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึง นางก็กล่าวประจบหัวหน้าหมู่บ้านทันที ไม่สนใจพวกนางสามพี่น้องแม้แต่น้อย พูดจาต่ำทรามราวกับพวกนางไม่มีค่าใดๆ “พี่ใหญ่ ข้าต้องขอโทษจริงๆ บุตรชายคนรองของข้ากับภรรยาเขาจากไปเร็วเกินไป จึงไม่ได้อบรมลูกหลานให้ดี ทำให้ท่านต้องไม่พอใจ ท่านวางใจเถิด เดี๋ยวข้าจะอบรมพวกเขาให้ดีแน่นอน”

            เมื่อเห็นว่าในลานบ้านมีเพียงหนิงเวยกับหนิงลั่ว ย่าหนิงก็ตะโกนเรียกเข้าไปในบ้านเสียงดังลั่น “เสี่ยงเสี่ยง เจ้าเด็กไม่เอาไหน ยังจะมัวขี้เกียจอยู่อีกหรือ ท่านหัวหน้าหมู่บ้านของเจ้าเป็นคนที่ยุ่งมาก แต่ยังอุตส่าห์มาหาถึงที่ นี่มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน เจ้ากล้าหลบอยู่ข้างในบ้านได้อย่างไร”

            ครั้นเห็นย่าหนิงบุกเข้ามาโดยไม่ฟังเหตุผล ซ้ำยังอ้าปากดุด่าพวกนางอย่างเสียๆ หายๆ หนิงลั่วก็โกรธจนทนไม่ไหว ก้าวไปขวางหน้าอีกฝ่ายแล้วถามเสียงเรียบ “ท่านย่า ท่านแน่ใจหรือว่ามาถูกบ้าน ที่นี่ไม่ใช่บ้านของพวกท่าน ที่นี่เป็นบ้านรองของพวกเรา”

            แม้ย่าหนิงจะไม่ชอบหลานสาวคนนี้ แต่กฎของตระกูลยังค้ำคออยู่ ต่อหน้าคนภายนอก นางจึงยังต้องรักษาภาพลักษณ์ของผู้ใหญ่ในบ้านไว้ จึงตวาดกลับ “อะไรนะ! แยกบ้านแล้วเจ้าจะไม่เห็นข้าเป็นย่าแล้วหรือ เสี่ยงเสี่ยงก่อเรื่องแท้ๆ ยังจะมาวางท่ากับข้าอีก ท่านดูสิหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านเป็นคนมีเหตุผลแค่ไหน ยังอุตส่าห์หอบของมาถึงที่นี่”

            หัวหน้าหมู่บ้านเหลือบมองย่าหนิงกับเฉินซื่อด้วยความไม่ชอบใจนัก แต่เพราะนี่เป็นโอกาสดีที่จะประจบครอบครัวหนิง เขาจึงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นทางการ “พอดีเลย ข้ากำลังจะขอโทษอยู่พอดี เสี่ยวเวยกับเสี่ยวลั่วก็ให้อภัยต้าพ่างแล้ว พวกเจ้ามาก็ดีแล้ว จะได้เป็นพยานให้กัน”


    [1] ยามเหม่า คือ เวลาประมาณ 05.00 - 07.00 น.

    คล้ายกับเรื่องสารพันเมนูเด็ด กลเม็ดสาวทะลุมิติ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน