เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 22 ปราสาทเทพเซียน

    “ ก็เพราะคนที่จะครอบครองได้ต้องผ่านการทดสอบจากจ้าวปราสาทเทพเซียนเท่านั้น  ปัจจุบันนี้ปราสาทเทพเซียนยังไม่มีใครผ่านด่านทดสอบเลยแม้แต่คนเดียว หลังจากท่านจักรพรรดิหยางหยุนเทียนได้สิ้นอายุขัยไป ปราสาทแห่งนี้ ก็ปราศจากเจ้าของแม้จะมีพยายามจากราชสำนักเพื่อยึดครอง แต่ก็ไม่มีใครสามารถเป็นเจ้าของได้”  อาจารย์เจ้าสำนักอธิบาย

    “ ไม่มีเจ้าของ แล้วแต่ละคนมิแย่งกันเข้าไปครอบครองกันแน่นเลยหรือขอรับ”

    “ เรื่องนี้มีคนคิดครอบครองไม่น้อย แต่ว่าปราสาทเทพเซียนปรากฏขึ้นมาแค่วันเดียวหรือสองวันเท่านั้น คนที่เข้าไปไม่เคยมีใครผ่านด่านของปราสาทเทพเซียนได้ ส่วนใหญ่ ก็ถูกผลักดันออกมาตั้งแต่ด่านแรกแล้ว จักรพรรดิหยางหยุนเทียน ก็ไม่เคยบอกทายาทเลยว่า วิธีผ่านด่านแต่ละชั้น ได้อย่างไร เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ หากปราสาทเทพเซียนเปิดเมื่อไร ข้าจะให้เซี่ยคังไปตามเอง” อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยจบ เซี่ยคังก็ค่อยๆเดินกลับมาอย่าง อ่อนแรง  เสี่ยวเทียนเข้าไปช่วยประคอง

    “ ไม่เป็นไร ข้าไม่ทันระวัง ไม่คิดว่าเจ้าจะดึงพลังวายุมาใช้ได้ถึงขนาดนี้”

    “ เอาไว้คราวหน้า รอให้ท่านพร้อมกว่านี้ พวกเราค่อยทดสอบกันใหม่ดีไหม” เสี่ยวเทียนถามหน้าซื่อๆ

    “ อย่าดีกว่า ศิษย์พี่ไม่อยากสู้กับเจ้าแล้ว เกิดบาดเจ็บขึ้นมาอีกไม่ดีแน่” เสี่ยวเทียนได้ฟังก็อมยิ้มไม่เอ่ยเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก

    “ กลับมาก็ดีแล้ว  อีก ไม่กีวันปราสาทเทพเซียนจะเปิดแล้ว พาเสี่ยวเทียนไปดูสถานที่จริง เพื่อเตรียมการ สำหรับเข้าไปในปราสาทเทพเซียน แล้วเล่าปัญหาและอุปสรรคที่เจ้าพบมาเมื่อครั้งที่แล้ว ให้เขาฟังด้วย”   อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยจบก็จากไป

    “ ศิษย์พี่ ท่านเคยไปปราสาทเทพเซียนมาแล้วรึ”

    “ ใช่ แต่ด่านแรกข้าก็ ถูกผลักดันออกมาแล้ว ด่านแรกเจอค่ายกล 18 ดาว ไม่ถึงสามลมหายใจ ก็ถูกผลักออกมา พวกเราไปดูสถานที่จริงดีกว่า แถวนั้นมีตลาดขายของที่เกี่ยวกับปราสาทเทพเซียนด้วย”  ศิษย์พี่สามเอ่ยจบก็จูงมือ เสี่ยวเทียนเดินออกจากสำนักไป

    ดินแดนพิภพชั้นสาม

    “ ท่านคุรุเทพฝ่าหลุน ครั้งนี้คงต้องให้ท่านต้องลงมือด้วยตัวเองแล้ว อีกเจ็ดวัน ข้าอยากให้ท่านไปที่โลกชั้นสอง ข้าต้องการปราสาทเทพเซียน หากข้าได้มาจะสร้างความแข็งแกร่ง ให้คนของเรามากนัก”  ชายหนุ่มแต่งกายคล้ายองค์ชายเอ่ยกับชายชราชุดดำ

    “ ขอให้องค์ชายสี่มั่นใจได้ กระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังอย่างแน่นอน”

    คุรุเทพฝ่าหลุนเป็นคนสนิทคนหนึ่ง ของ องค์ชายสี่แห่งพิภพชั้นสาม 

    “ เสด็จพี่ ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องไปด้วยแล้ว ข้าก็อยากเห็นปราสาทเทพเซียนเหมือนกัน” องค์ชายแปด พี่น้องแม่เดียวกันกับ องค์ชายสี่เอ่ยขึ้น

    “ ตามใจเจ้า งานคราวที่แล้วข้าสั่งให้เจ้าจับตัว ลูกๆของ เฉินคุนกลับมา ก็ทำไม่ได้เวลานี้ข้าได้ข่าวว่ามันเป็นศิษย์หลักของ สำนักสะท้านฟ้าพิภพชั้นสองแล้ว พวกเรายิ่งจับตัวมันยากขึ้นไปอีก”

    “ โธ่ แค่เด็ก แค่7 ขวบคนเดียว ครั้งนี้มันอยู่พิภพชั้นสอง ข้าอาสาจะไปจับตัวมันมาเอง”  องค์ชายแปดอาสาจับเสี่ยวเทียนในครั้งนี้

    “ ดี แต่เจ้าต้องระวัง ครั้งที่แล้ว คุรุเทพสองคน ของสำนักจงหนันซาน กลับฆ่ากันตายอย่างน่าสงสัย ทางที่ดี เจ้าไปแจ้งให้คนสำนักจงหนันซาน ไปด้วยจะได้ช่วยกันจับตัวมันมา” องค์ชายสี่แนะนำ

    “ ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำให้เสด็จพี่ผิดหวังอีก” องค์ชายแปด เอ่ยจบก็สบัดพัดแล้วเดินจากไป

    “ ท่านคุรุเทพ ยังไงก็ฝากดูแลองค์ชายแปดน้องข้าด้วย ข้าเกรงว่าเขาใจร้อนวู่วาม จะทำให้งานใหญ่เสียไป”

    “ องค์ชายสี่ไม่ต้องกังวลกระหม่อม จะคอยดูแลองค์ชายแปดเอง” คุรุเทพฝ่าหลุนรับประกันความปลอดภัยองค์ชายแปด 

    ศิษย์พี่สามได้พาเสี่ยวเทียนออกมา สถานที่ สิบปีที่แล้ว ปรากฏปราสาทเทพเซียน

    ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมือง มีคนเข้ามาจองที่พักกันเต็มไปหมด ด้านนอกมีคนแร่ขายแผนผัง ภายใน ปราสาทเทพเซียน พร้อมทั้ง มีด่านทั้งเก้าด่าน ภายในปราสาทเทพเซียน โดยทำเป็นรายละเอียดวางขายกันเต็ไปหมด ทั้งๆ ที่ปราสาทเทพเซียนมีแค่เจ็ดชั้น แต่คนทำเขียนไปตั้งเก้าชั้น โดยเฉพาะด่านแรก คือ ด่านค่ายกล 18 ดาว ล้วนมีรายละเอียดและวิธีแก้ไข ค่ายกลอย่างละเอียว ขายกันเต็มไปหมด ราคาเพียง หนึ่งร้อยเหรียญเงินเท่านั้น บางร้านขายเพียง ห้าสิบเหรียญเงินก็ม่ ศิษย์พี่สามยังแย่งซื้อ มา 1 แผ่นเลย

    “ เสี่ยวเทียนนี่ คือ ค่ายกล 18 ดาว พวกเรามาศึกษากัน” 

    “ ไม่ต้องหรอกศิษย์พี่สาม ข้าดูไม่เป็นศึกษาไปก็ไม่มีประโยชน์”  เสี่ยวเทียนดูไม่เป็นจริง ๆ เพราะว่าเรื่องค่ายกล อาจารย์ลู่เอินยังไม่สอนให้สร้างเลย

    “ นั่นซิ เจ้ายังเด็ก ดูไปก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าเช่นนั้น ข้าจะบอก ให้เจ้ารู้รายละเอียดที่สำคัญก่อน  เมื่อ ปราสาทเทพเซียนปรากฏ คนที่มานับหมื่นจะต้องพุ่งร่างเข้าไปในปราสาทให้ได้ก่อน แต่ว่า ทางเข้าปราสาทจะมีพายุ หมุนหลายร้อยลูก ขวางทางเข้าเอาไว้  ทำให้น้อยคนนักที่จะมีโอกาสเข้าไปได้  ครั้งที่แล้ว ข้าได้เข้าไปพร้อมกันกับศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รอง จึงเข้าไปได้ แต่พอเข้าไปพวกเราก็แยกย้ายจากกัน ข้าถูกผลักดันลงมาก่อนเป็นคนแรก  ครั้งนี้เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะพาเจ้าขึ้นไปเอง” ศิษย์พี่สามเอ่ยจบ  ก็เห็นคนจากสำนักอื่น ๆ เข้ามาในเมืองนี้ กันอีกมากมาย แต่ละคนก็หวังว่า จะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของ ปราสาทเทพเซียน

    “ เสี่ยวเทียน พวกเราไปหาที่พักกันก่อน”  แล้วศิษย์พี่ก็จูงมือเสี่ยวเทียนไปโรงเตี๊ยมที่ทางสำนักสะท้านฟ้าได้จองเอาไว้อยู่แล้ว

    พอไปถึงทั้งสองก็แยกห้องพักกัน เสี่ยวเทียนก็เอ่ยถามอาจารย์ลู่เอินว่า

    “ อาจารย์ท่านรู้จักปราสาทเทพเซียนหรือไม่”

    “ ข้าคุ้นๆ แต่ก็จำไม่ได้ เวลานี้มันซ่อนตัวอยู่ในมิติแห่งหนึ่ง  มีจิตวิญญาณปราสาทเทพเซียน คอยดูแลอยู่  พรุ่งนี้มันน่าจะปรากฏตัวออกมา ข้าว่าพวกเราเข้าไปปราสาทเทพเซียนเสียตอนนี้เลย ไม่ต้องรอให้เสียเวลา”

    “ แล้วพวกเราจะ เข้าไปได้ด้วยรึ?”  เสี่ยวเทียนพูดไม่ทันจบ อาจารย์ก็พาเสี่ยวเทียนฉีกมิติออกไป ยืนหน้าปราสาทเทพเซียน แล้วก็เดินเข้าไปตัวปราสาททันที

    “ สวัสดี นี่คือปราสาทเทพเซียน นี่เจ้ามาได้ยังไงกัน ข้ายังไม่เปิดให้เข้าเลยนะ”

    “ ท่านเจ้าปราสาทข้าชื่อ เฉินเสี่ยวเทียน ในเมื่อข้าก็มาแล้ว ท่านจะไม่ให้ลองซะหน่อยรึ?”

    “ เจ้าเด็กน้อยนี่! เอาล่ะ  ก็ได้ นี่คือด่านแรก ด่านค่ายกล 18 ดาวดูซิว่าเจ้าจะผ่านได้หรือไม่”

    เสี่ยวเทียนถูกดูดเข้ามาใน กลางค่ายกล 18 ดาว แสงทั้ง 18 ดวงดาวปล่อยเข้ามาหาเสี่ยวเที่ยย แต่ว่าแสง ทั้ง 18 เส้น ถูกยันต์เกราะเพชรสะท้อนกลับไปจนหมด

    เสี่ยวเทียนใช้ดัชนีวายุ ยิงใส่ดวงดาวพร้อมกันทั้ง 18 จุด ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ค่ายกลถูกทำลายลงไปอย่างง่ายดาย

    “ เจ้า.. ผ่านไปชั้นสองได้”  จิตวิญญาณปราสาทเอ่ยออกมาเสียงดัง

    “ ด่านที่สอง ค่ายกลภูตกลืนวิญญาณ  เจ้าหนูหากไม่ไหว ก็ร้องออกมา ว่ายอมแพ้ข้าจะปิดค่ายกลให้เจ้า เริ่มได้”  ทันทีที่เปิดค่ายกล เหล่าภูตวิญญาณ ยกสองมือพุ่งตะปบใส่เสี่ยวเทียน เป็นร้อย ๆ ตน แต่แค่เพียง เสี่ยวเทียนสะบัดฝ่ามือยันต์ทำลายวิญญาณออกไป ร่างนับร้อย ๆ ตนของภูตกลืนวิญญาณก็สลายหายไปสิ้นในท่าเดียว

    “ นี่เจ้าทำได้ยังไงเนี่ย” จิตวิญญาณปราสาทตกใจกับสิ่งที่เห็น

    “ แล้วไงต่อ ท่านเจ้าปราสาท”

    “ ขึ้นไปชั้นสาม เจ้ากับข้า เจอกันตัวต่อตัว หมัดต่อหมัด ไม่มีปราณมีแต่พลังกายล้วน ๆ เจ้าหนู ข้าไม่อ่อนข้อให้เจ้าอย่างแน่นอน”

    “ ก็ลองดู”  เสี่ยวเทียนเอ่ยยิ้ม ๆ

    เสี่ยวเทียนขึ้นไปชั้นสาม พบกับ เจ้าปราสาท ที่แต่งกายด้วยชุดสีขาว ทั้งชุดยืนเอามือไพล่หลังอยู่

    “ เข้ามาเลย” ชายหนุ่มชุดขาว ที่เป็นวิญญาณเจ้าปราสาท ยกมือเรียกเสี่ยวเทียนเด็กชายวัย 7 ขวบ ให้เริ่มก่อน เสี่ยวเทียนกระโดดเข่าลอยข้างขวาเข้าใส่กลางลำตัว ชายชุดขาวก่อนทันที แต่ว่าชายชุดขาวในมือดันเข่าของเสี่ยวเทียนได้ แล้วเสียวเทียนก็ใช้ข้อศอกสับเข้าไปที่หน้าผาก แต่ก็ถูกรับได้อีกฝ่ามือ จนเสี่ยวเทียนต้องถูกดันจนต้องถอยหลังออกมา

    “ ท่านี้ข้าเคยโดนอัดมาแล้ว ไม่มีทางที่ข้าจะโดนอีกรอบหรอก”  ชายชุดขาว คราวนี้พุ่งตัวใช้เท้าขวาตวัดเข้าลำตัวของเสี่ยวเทียนด้วยความรวดเร็ว แต่ว่าเสี่ยวเทียนก็ไม่หลบกลับ พุ่งตัวกระโดดเหยียบไปที่ต้นขาขวาที่เตะมา แล้วใช้เข่าเฉือนเข้าไปที่หน้าผากชายชุดขาว เปิดแผลแรก เลือดกระฉูดออกมา  ชายชุดขาวใช้มือปาดไปทีเดียว เลือดก็หยุด

    “ ไม่เลว หากว่าเจ้าทำเปิดแผลข้าได้อีก ข้าจะให้เจ้าผ่านชั้นนี้ทันที” ชายชุดขาวเอ่ยเสียงเย็น แล้วพุ่งตัวโดยใช้ฝ่ามือ ปล่อยออกไปหมายคว้าลำคอของเสี่ยวเทียน แต่ว่าเสี่ยวเทียนไม่หลบกลับใช้มือปล่อยออกไปเช่นกัน แล้วใช้มือจับนิ้วชี้ชายชุดขาวได้ ก็เหวี่ยงไปที่พื้น ร่างของชายชุดขาวถูกฟาดเสียงดับ  ป๊าป ! เสี่ยวเทียนกระโดดตัวลอยขึ้นฟ้า แล้วปล่อยเข่าคู่ลงมากระแทกหน้าอกชายชุดขาวอีกที

    ปัก !!  ชายชุดขาวกระอักเลือด เสี่ยวเทียนไม่เห็นชายชุดขาวเอ่ยยอมแพ้ จึงคว้าข้อเท้า ฟาดไปที่พื้นอีกสองสามที จนร่างของชายชุดขาวแน่นิ่งไป เสี่ยวเทียนจะกระโดดขึ้นใส่เข่าคู่อีกรอบ แต่ว่าชายชุดขาวโบกมือเสียก่อน

    “พอ..แล้ว..เจ้า ...ผ่านไป..ชั้นที่สี่..ได้” เจ้าปราสาทเอ่ยเสียงกระท่อนกระแท่นกว่าจะเอ่ยออกมาให้เสี่ยวเทียนเข้าใจได้

    “ ขอบคุณเจ้าปราสาทที่สั่งสอน”

    “ ใครสั่งสอนใครกันแน่วะ”  เจ้าปราสาทเอ่ยจบก็นอนแผ่หราไปกับพื้น

    เสี่ยวเทียนเดินขึ้นไปต่อที่ชั้นที่ สี่ พบว่ามีหุ่นไม้ตัวใหญ่ อยู่ หนึ่งร้อยตัวยืนจังก้าอยู่

    “ เจ้าหาหัวหน้ามันได้ แล้วจัดการมัน เจ้าก็จะผ่านชั้นที่สี่เอง”  เสียงเจ้าปราสาทเอ่ยอย่างหมดแรง

    เสี่ยวเทียนใช้จิตสัมผัสส่งออกไป แต่ละตัว ก็พบว่ามีหุ่นตัวเดียวที่มีปฏิกิริยา จึงยิงดัชนีลมเข้าใส่ มันหงายตึงล้มไปทันที

    “ ผ่านชั้นสี่ ไปชั้นห้าต่อเลย”

    “ ชั้นห้า ด่านทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ว่าจะทนแรงโน้มถ่วงโลก ถึงห้าเท่า หากเจ้าเดินไปได้ 100 ก้าว เจ้าก็จะผ่าน”  เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปทีละก้าว ๆ แล้วใช้พลังธาตุฟ้า ดูดพลังแรงโน้มถ่วงเข้ามาในร่างกาย ทำให้พลังปราณเทพพุ่งขึ้น

    ยิ่งเดินไป ก็ยิ่งมีพลังเพิ่มขึ้น จนเสี่ยวเทียนเดินไปครบร้อยก้าว พลังปราณเทพของเสี่วเทียนพุ่งขึ้นไปอีก ห้าระดับ เป็นขั้นปราณเทพระดับ 15 แล้ว

    “ ผ่าน ขึ้นไปชั้น หกได้เลย”

    เสี่ยวเทียนขึ้นไปอย่างสบายพอถึงชั้นหกก็พบว่ามีพลังลมพายุหมุน อยู่สามลูก

    “ ด่านที่หก ด่านวายุทมิฬมีอยู่สามลูก หากเจ้าผ่านด่านนี้ได้ เจ้าจะได้ขึ้นไปชั้นที่เจ็ด”

    เสี่ยวเทียนใช้พลังธาตุวายุ ทำการดูดวายุทมิฬทั้งสามลูก เข้ามาหาตน แล้วทำการบดอัดจนกลายเป็นลูกเล็กๆ เท่าฝ่ามือ แล้วก็ค่อยๆ หลอมรวมเข้าไปภายในร่างตนเอง ลมพายุทมิฬกลายเป็นรอยสัก เป็นรูปพายุหมุน บนแขนของเสี่ยวเทีนทั้งสามรูป 

    “ผ่าน ขึ้นไปชั้นที่เจ็ดได้เลย”

    “ ขอบคุณท่านเจ้าปราสาท” เสี่ยวเทียนเดินขึ้นไปบนชั้นเจ็ด ก็พบว่ามีรูปปั้นของ ชาย สองคน แล้วเจ้าปราสาทก็ปรากฏตัวขึ้น

    “ สวัสดีอีกครั้ง ข้าชื่อ ฟงอี้ ต่อไปนี้เจ้าคือนายท่านของข้า นี่คือรูปปั้นท่านหานฟงนายท่านคนแรก และนี่คือนายท่านหยางหยุนเทียน นายท่านคนที่สองของข้า แล้วเจ้าเฉินเสี่ยวเทียน เจ้าคือนายท่านคนปัจจุบันของข้า”

    “ ลุงฟงอี้ พรุ่งนี้ท่านจะเปิดเผยตัวอีกหรือไม่”

    “ บัดนี้เป็นนายน้อยเป็นเจ้าของปราสาทแล้ว ข้าต้องทำตามคำสั่งของท่าน”

    “ ดี ถ้าเช่นนั้นท่านสามารถกลายเป็นสัญลักษณ์แล้วมาอยู่ในตัวข้าแบบนี้ได้ไหม”

    เสี่ยวเทียนแสดงหยกมังกรฟ้าให้ดู

    “ ได้เลยนายน้อย” แล้วปราสาทเทพเซียนก็กลายเป็น ภาพไปปรากฏที่แขนข้างขวาของเสี่ยวเทียน

    “ ทำดีมาก ข้าไม่ต้องสอนอะไรเจ้าเลย พวกเรากลับกันได้แล้ว” อาจารย์ลู่เอินยิ้มอย่างพอใจที่เสี่ยวเทียนสามารถเป็นเจ้าของ ปราสาทได้ด้วยตนเอง แล้วทั้งคู่ก็ฉีกมิติลงมาที่พัก 

    รุ่งเช้าคนนับหมื่นต่างก็เฝ้ามองหาปราสาทเทพเซียน ทั้งวันก็ไม่ปรากฏ เสี่ยวเทียนชวนให้ ศิษย์พี่สามกลับสำนักทันที เพราะรู้อยู่แล้วว่าอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์

    แต่ในขณะที่เสี่ยวเทียนกำลังจะออกเดินทางกลับนั้น องค์ชายแปดมากับองครักษ์สี่คนและคุรุเทพของสำนักจงหนันซานอีก สองคน แต่งกายคล้ายคุรุเทพที่ตายไป จ้องมองมาด้วยสายตาฉายแววอาฆาต

    “ องค์ชายแปด นั่นคือคนที่เราต้องการตัวใช่หรือไม่” คุรุเทพที่แต่งชุดขาวเอ่ยก่อนทันที

    “ ใช่แล้ว มันคือเฉินเสี่ยวเทียน มันมีเทพเซียนท่านหนึ่งคอยคุ้มครองอยู่พวกเราควรระวังตัวไว้ด้วย”  องค์ชายแปดเอ่ยเตือน

    “ ท่านคุรุเทพขาวดำ พวกท่านหากคิดจะจับตัวเด็กน้อย ควรใช้แผนล่อให้ เทพเซียนปรากฏตัวก่อน แล้วให้อีกคน ไปจับตัวเด็กน้อย จะดีกว่าหากไม่ล่อมันออกมา

    พวกท่านคงจับเด็กน้อยนี่ไม่ได้แน่”  คุรุเทพฝ่าหลุนแนะนำ

    “ มันเดินทางกลับไปแล้ว หรือว่ามันไม่สนใจที่จะได้ ปราสาทเทพเซียน”

    องค์ชายแปดสงสัย

    “ พวกเรารีบตามไปกันดีกว่า ข้าไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว”  คุรุเทพหน้าขาวเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ

    “ องค์ชายแปด อยู่กับข้าที่นี่เถิด หากว่าปราสาทเทพเซียนปรากฏ ท่านจะได้เป็นเจ้าของ แล้วค่อยนำไปให้องค์ชายสี่ด้วยตนเอง”  คุรุเทพฝ่าหลุนแนะนำ

    “ ได้ พวกเจ้าไปกับคุรุเทพทั้งสอง แล้วจับเฉินเสี่ยวเทียนมาให้ได้”  องครักษ์ทั้งสี่คน และคุรุเทพขาวดำ ก็พุ่งร่างติดตามเสี่ยวเทียนไปในทันที....