Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    ปลาทอง

    ปลาทอง

    หอคอยขาว

            “ฉันผิดหวังในตัวเธอมากจริง ๆฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะทำเรื่องอย่างนั้นลงไปได้” ทรีบาสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สำหรับคนที่รู้จักทรีบาสมานานแววน้ำเสียงราบเรียบนี้นั่นคืออาการไม่พอใจอย่างมากที่สุด

            “ผมก็แค่ช่วยเธอ” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาราบเรียบไม่แตกต่างกันท่าทีไม่เดือดร้อนอะไร

            “แต่พลังของเธอถูกถ่ายไปอยู่ที่เนย่าครึ่งหนึ่งแล้วนะนี่มันคือความปลอดภัยของทั้งเธอและเนย่า” มือของทรีบาสประสานนิ้วโป้งทั้งสองเกลี่ยไล้ไปมาคล้ายกับคนคิดหนัก

            “ผมเสียใจ” ท่าทางของเซนดรินยังคงอยู่ในท่าเดิมแต่เรียวคิ้วที่ขมวดมุ่นและดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทบ่งบอกว่าเขากำลังพยายามข่มอารมณ์ตัวเองอยู่

            “ถ้าร่างกายเนย่าไม่พร้อมสำหรับพลังมังกรละก็เนย่าตายไปแล้วแค่เชย์ตี้ใช้เป็นร่างทรงนั่นก็ถือว่าเกินกำลัง แล้วพลังมังกรที่เพิ่งเข้าไปอยู่ในตัวอีกล่ะมันไม่ใช่เรื่องดีเลยสำหรับร่างผู้ฟูมฟักนะ มังกรให้ส่วนหนึ่งแก่ผู้ฟูมฟักไม่ได้” ทรีบาสขมวดคิ้วมุ่นเขาเข้าใจดีว่ามังกรจำเป็นต้องปกป้องผู้ฟูมฟัก แต่การถ่ายพลังไปครึ่งหนึ่งที่ตัวผู้ฟูมฟักแถมเป็นมนุยษ์เช่นนี้อาจทำเนย่าอายุสั้นลง

            “แต่มันเป็นอุบัติเหตุผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เลือดของผมกับเลือดเธอรวมกันแต่ตอนนั้นเนย่าบาดเจ็บ และผมก็ไม่คิดว่าเจ้าพวกนั้นจะแตะต้องผมได้” เซนดรินหันมาเผชิญหน้ากับทรีบาสตรง ๆ

            “เธอต้องเข้าใจไว้ด้วยนะว่าเนย่ากับเธออาจจะตายได้เธออยู่ในร่างอสุรเทวาเซนดริน และเธอตายได้เนย่าก็เช่นกัน” น้ำเสียงทรี  บาสอ่อนลงเมื่อเห็นความพลาดพลั้งในแววตาคู่นั้น แม้จะมีแววดื้อรั้นอยู่ในที

            “แต่เธอคือผู้ฟูมฟักผมการปกป้องเธอไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องหรือไง” เซนดรินก้าวเข้ามายืนประจันหน้ากับทรีบาส สองมือวางลงบนโต๊ะทำงานสีงาช้างอย่างต้องการคำตอบ

            “ใช่เนย่าคือผู้ฟูมฟักเธอมันถูกต้องที่เธอจะปกป้องผู้ฟูมฟัก แต่เธอก็รู้ดีว่าเนย่าจะไม่ตายถ้าเธอยังอยู่และเธอได้แฝงอยู่ในร่างอสุรเทวานี้เพราะน้ำตาแรกเกิดของเนย่ามันปกป้องเธอจากการถูกตามล่าเมื่อในอดีต และถ้าเธอไม่อยากให้การกระทำของทุกคนที่พยายามปกป้องเธอและเนย่าสูญเปล่าก็อย่าได้คิดทำอะไรบ้าๆ อย่างนี้อีกเข้าใจรึเปล่า ฉันไม่ได้ตามดวงจิตผู้ฟูมฟักไฮดราไปโลกมนุษย์เพื่อให้เธอทั้งคู่ตายนะ” ทรีบาสวางสองแขนไว้กับโต๊ะเช่นกันพร้อมกับจ้องหน้าเซนดรินเพื่อให้คำพูดเขาทะลุผ่านเข้าไปในโซนสมองของมังกรจอมหยิ่งผยองตรงหน้าบ้างให้ตายเขาช่างดื้อรั้นจริง ๆ

            “ผมจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก” เซนดรินละมือจากโต๊ะทำงานของทรีบาสก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปแม้ไม่อยากจะเชื่อฟังสักนิด

            “เธอรับปากฉันแล้วนะ” ทรีบาสกำชับอีกครั้งก่อนแผ่นหลังของเด็กชายจะพ้นกรอบประตูเขาผ่อนตัวลงกับพนักเก้าอี้โยกสีงาช้างอย่างเหนื่อยล้าในใจหวั่นเหลือเกินว่าบัลลังก์ไฮดราคงต้องสั่นคลอน ถ้าหากทั้งสองยังทำเรื่องบ้าบิ่นไม่คิดหน้าคิดหลังอยู่อย่างนี้พอกันทั้งคู่จริง ๆ

     

            ย้อนไปในวันที่ทรีบาสรู้ข่าวว่าดวงจิตผู้ฟูมฟักไฮดราถูกขโมยและหลุดหายเข้าไปในมิติเวลาในตอนที่มีการใช้โองการเชื่อมภพ ทรีบาสตามไปจนพบว่าบาร์รามถูกจับ

            เป็นทรีบาสเองที่พรางร่องรอยของโองการบนตัวของบาร์รามเพื่อไม่ให้โฮล์เบเรียสล่วงรู้ว่าเขากำลังทำอะไรมิติเวลาต้องถูกปิดเพราะบาร์รามถูกจับตัวได้

            แต่ทว่าร่องรอยของดวงจิตของผู้ฟูมฟัก ทำให้ทรีบาสต้องใช้พลังของวีโนสกางอาณาเขตครอบไว้เพื่อชะลอมิติเวลาที่จะปิดลงให้คงอยู่ได้อีกสักระยะ

            และเป็นเขาที่ต้องตามไปหาดวงจิตผู้ฟูมฟักที่หล่นหายนอกจากจะให้วีโนสช่วยยืดระยะของมิติเวลาไว้ เขายังใช้พลังของวีโนสแกะรอยดวงจิตอีกด้วย

            ในคืนฝนพรำในโลกมนุษย์ยามดึกสงัดเขาพบเข้ากับร่างหญิงสาวที่ล้มลงอยู่หน้าสถานสงเคราะห์ เธอคลอดเด็กทารกออกมาตกเลือดอย่างหนักและเสียชีวิตคาดว่าเธอคงพยายามหาที่พึ่งสุดท้ายก่อนร่างกายจะรับไม่ไหวเพราะตามเนื้อตัวมีรอยฟกช้ำจากการทุบตีอยู่หลายแห่งข้าง ๆกันนั้นเด็กน้อยตัวแดงร่างกายเต็มไปด้วยเลือดที่เพิ่งพ้นมาจากครรภ์มารดา นอนอยู่ในอ้อมกอดของร่างไร้ชีวิต

            ไม่มีเสียงร้องหรือร่างกายขยับเขยื้อนจนเขาเองคิดว่าทารกน้อยก็ได้จากโลกนี้ไปแล้วเช่นกันแต่ไข่ไฮดราที่เขานำติดตัวมาด้วยอยู่ ๆ ก็กระพริบแสงริบหรี่คล้ายจะหมดลมลงเขารับรู้ได้ว่าดวงจิตของผู้ฟูมฟักทั้งสองอยู่ในร่างเด็กคนนี้แล้วจึงวางไข่ใบสีทองลงข้าง ๆ ทารกน้อยที่คาดว่าไร้ชีวิต อยู่ ๆ ทารกก็ร้องไห้จ้ามือไขว่คว้าเกาะไข่มังกรอย่างหาที่พึ่ง

            น้ำตาหยดเล็ก หยดลงบนผิวเปลือกของไข่มังกร มันส่องแสงสว่างเรืองรองก่อนจะกะเทาะออกเป็นร่างเด็กชายนอนอยู่เคียงกัน

            ทารกทั้งสองร้องไห้แข่งกันเสียงดังแต่ทรีบาสต้องกลับแล้วมิติเวลาเหลือช่องทางเพียงน้อยนิดให้เขาได้กลับไปทันเวลาทรีบาสจำต้องเลือกเพียงหนึ่ง เขาลังเลแต่ก็เลือกจะอุ้มเด็กชายที่ฟักจากไข่มาไว้ในอ้อมแขนพร้อมเก็บเปลือกไข่มังกรใส่กระเป๋าไว้

            เขาไม่อยากทิ้งเธอแต่ถ้านำเธอไปด้วยเวลานั้นอาจถูกจับได้และไม่รอดทั้งทายาทของไฮดราและผู้ฟูมฟัก ทรีบาสเลือกที่จะทิ้งเด็กหญิงไว้ในโลกมนุษย์ทั้งที่เพิ่งคลอดจากครรภ์เป็นความรู้สึกผิดในใจไม่น้อย แต่เมื่อมีคนเปิดประตูสถานสงเคราะห์เขาก็รีบกลับไปไม่ได้หันกลับมาให้ความสนใจว่าเธอจะถูกใครนำตัวไปเลี้ยงดู เพราะเวลาที่บีบบังคับทำให้เขาต้องจากไปเดี๋ยวนี้

            แต่เขาก็พอเบาใจและกลับได้อย่างหมดกังวลได้แต่หวังว่าทารกน้อยจะมีชีวิตที่ดีและปลอดภัยจากการถูกปองร้าย

            ในวันครบรอบอายุ12 ปีของเนย่า แต่สำหรับเซนเทียนั้นนานถึงพันสองร้อยปีเขาได้รับสารให้ไปรับเธอที่โลกมนุษย์ทรีบาสดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้พบผู้มาเปลี่ยนอนาคตโลกเซนเทียอีกครั้งจึงไม่รอช้าที่จะไปในทันทีแต่ไม่คิดว่าสิ่งที่เขาได้พบคือทารกน้อยในวันนั้นจะกลายเป็นหัวขโมยมอมแมมมีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้นแสนลำบาก ยังดีที่เธอเข้มแข็ง และมีชีวิตจนถึงวันนี้ วันที่เขาได้พบและพร้อมจะดูแล

            แต่ชะตาชีวิตอันแสนลำบากกับภารกิจที่ยิ่งใหญ่นั้นนับจากวันที่เขาพาเธอมาก็ทำเอาเด็กหญิงตัวน้อยของเขาแทบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้งหลายคราเขานับถือหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ของเนย่าจริง ๆ

            และทั้งที่เขาพยายามอย่างที่สุดเพื่อถนอมเนย่าแต่มังกรที่เด็กหญิงจะต้องมาฟูมฟักกลับจะฆ่าเธอเสียเองเพราะความอวดเก่งถือดีตามนิสัยของทายาทราชามังกรผู้ไม่ยอมใคร ยังดีที่เด็กหญิงรอดมาได้

            อาจจะเพราะพลังของเชย์ตี้ที่ทำให้เนย่ามีร่างกายแข็งแกร่งเกินมนุษย์จึงทนรับพลังมหาศาลได้ขนาดนั้น แม้เขาจะเฝ้าจับตาดูไม่ให้คลาด แต่หลาย ๆอย่างก็ทำให้เขาเข้าไปช่วยเธอได้ไม่เต็มที่ เพราะจะยิ่งเป็นอันตรายหนักกว่าเดิมเกรงว่าโฮล์เบเรียสจะสงสัยเรื่องเขาช่วยเหลือดูแลเด็กหญิงเกินความจำเป็นจนเป็นเหตุให้โรงเรียนและพวกเนย่าเป็นอันตรายได้ก่อนที่ทั้งคู่จะมีพลังอย่างสมบรูณ์เขาจะให้ทั้งเนย่าและเซนดรินเผยตัวตนที่แท้จริงไม่ได้

     

     

     

    ปีกขวาของตึกเรียน ห้องอีรอส

            “เนย่าวันหลังเธออย่าบ้ายอลงไปในการประลองแบบนั้นอีกเธอตายได้นะ” ซาร์เรียเอ่ยเสียงเข้มพลางทำแผลให้คนที่เบ้หน้าอย่างเจ็บปวด

            “หัตถามังกรเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วเหรอนี่” อีรอสเดินวนไปมาท่าทางคิดหนักของเขาทำให้เนย่ารู้สึกเบาใจเพราะถ้าอีรอสยิ้มแปลว่าเขาไม่ได้รู้สึกรู้สากับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนก่อนเขาจะเดินเข้ามาแล้วจับแขนขวาของเนย่าชูขึ้นแต่ก็ถูกรีสใช้ปีกปัดมือของอีรอสจนพ้นจากแขนของเธอไป

            “อย่ายุ่งกับเธอ” รีสแยกเขี้ยวใส่จนเนย่าต้องลงจากเตียงมาลูบแผงคอเขาเบาๆ เพื่อให้เขาใจเย็นลง

            “ฉันก็แค่อยากเห็นชัด ๆ” อีรอสถอยห่างพลางไหวไหล่อย่างเสียไม่ได้

            “หัตจะไม่ปรากฏถ้าไม่ถูกคุกคามจากมังกรอยู่ให้ห่างจากนายข้าไอ้คนเจ้าเล่ห์” รีสใช้จมูกดุนเนย่าให้กลับไปนั่งที่เตียงตามเดิมแล้วแยกเขี้ยวใส่อีรอส

            “ก็ได้ ๆ” อีรอสถอยกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตนแต่โดยดี

            “หัตถามังกร อะไรหรือคะถ้าหมายถึงแขนหนูหนูคิดว่ามันกำลังจะกลายเป็นปลาทองในตอนนั้น” เนย่ามองแขนขวาของตนอย่างหวาด ๆถ้ามันกลายสภาพอีกครั้งเธออาจจะมีเหงือกปลาโผล่ออกมาจากแก้มก็เป็นได้

            “มันไม่ใช่ปลาทองหรอกเนย่าเขาเรียกกันว่าหัตถามังกรมันเป็นตำนานเก่าแก่ที่เล่าถึงการรวมร่างระหว่างผู้ฟูมฟักกับมังกรกระบวนการเกิดขึ้นไม่เป็นที่เปิดเผยมีแต่ผู้ที่อยู่ในสภาอาวุโสเท่านั้นที่ล่วงรู้ กับพวกมังกรว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรแต่ตามตำนานที่เล่าการถ่ายพลังหรือรวมร่างถึงขั้นเปลี่ยนเป็นอีกฝ่ายหนึ่งได้ต้องมีหนึ่งคนที่ต้องสังเวยชีวิตไม่มังกรก็ผู้ฟูมฟัก” ซาร์เรียพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือทั้งสองยังคงบรรจงทำแผลให้เนย่าอย่างเบามือ

            บาดแผลที่เกิดจากการถูกใช้โลหิตตนเองย้อนมาทำร้ายนับว่ารุนแรงมากเพราะปากแผลฉีกขาดจากภายในทำให้ไม่สามารถเย็บได้แต่ที่น่าแปลกคือบาดแผลของเนย่าเมื่อผ่านไปสักระยะจะค่อย ๆ สมานตัวเองแม้จะไม่รวดเร็วแต่เธอก็สังเกตเห็นและมันน่าแปลกสำหรับมนุษย์ตัวจ้อยอย่างนี้ เพราะแม้แต่พวกอสุรเทวาเองถ้าถูกมนตร์นี้เข้าก็ใช่ว่าจะห้ามเลือดให้หยุดไหลได้ง่ายๆ อย่างไซรินเองถ้าเนย่าไม่ช่วยไว้เบื้องต้นก็ไม่แน่ว่าจะรอดได้

            “นี่แสดงว่ามังกรก็อาจจะเป็นผู้ฟูมฟักได้ด้วยหรือคะ” เนย่าเอ่ยถามทำให้ไซรินจำต้องหยุดข้อสงสัยไว้ชั่วครู

            “ใช่แต่ก็ยังไม่เคยมีบันทึกไว้นะ” มันไม่เคยมีบันทึกว่ามังกรจะกลายร่างเป็นอสุรเทวาได้โดยสมบรูณ์อย่างมากก็แค่คล้าย

            “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้มังกรหนูก็คงจะตายแล้วเพราะตอนแขนหนูกลายสภาพไข่มังกรของหนูมันเปล่งแสงออกมาเขาคงไม่มีโอกาสได้ฟักออกมาลืมตาดูโลก” เนย่าลูบกระเป๋าหนังเธอเบา ๆเธอคงจะไม่ได้เลี้ยงดูฟูมฟักมังกรของเธอเป็นแน่แท้

            ในตอนนั้นไข่มังกรส่องแสงสีทองสว่างจ้าเพราะเลือดของเธอก็กระเด็นไปถูกมันด้วยมังกรน้อยในไข่คงอยากช่วยชีวิตเธอจึงสละชีวิตตัวเองแน่ ๆ

            “ก็ไม่แน่หรอกนะเพราะในตำนานผู้ครองหัตถามังกรใช้พลังทั้งหมดปกป้องมวลมังกรจากการรุกรานของเผ่าพันธุ์มนุษย์แต่เมื่อเผ่าพันธุ์มังกรปลอดภัยก็สิ้นใจทั้งมังกรทั้งผู้ฟูมฟักแต่ตำนานก็เล่าสืบต่อกันมา มีการบันทึกไว้บ้างแต่อาจจะผิดเพี้ยนไปก็ได้แต่พวกมังกรบูชาและเคารพนับถือสิ่งนี้มากเลยทีเดียวมังกรพวกนั้นจึงยอมหมอบให้เธอไงล่ะเพราะพลังที่แผ่ออกมาทำให้พวกเขายำเกรง” ซาร์เรียทำแผลเนย่าเสร็จพอดีกับที่รีสเข้ามาคลอเคลียดูอาการเนย่า

            “ถ้าอย่างนั้นอีกไม่นานหนูก็คงตาย” เนย่าบอกน้ำเสียงเศร้า ซาร์เรียลูบผมเธอเบา ๆเป็นการปลอบใจ

            “ไม่หรอกเพราะเธอยังนั่งอยู่ตรงนี้นี่นา”

            “รึไม่ก็อาจจะยังไม่ได้ใช้พลังอะไร เลยยังอยู่” อีรอสเอ่ยขึ้นขัดความหวังอันน้อยนิดของเนย่า

            “เลิกเดาส่งเดชเถอะอีรอสฉันจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเนย่ารู้ไว้แค่เพียงว่าอย่าเข้าไปยุ่งกับการประลองอีกเป็นพอเพราะการเข้าแทรกแซงเท่ากับประกาศสงครามเลือดทันที เธอต้องท่องกฎนี้ให้ขึ้นใจนะ” ซาร์เรียหันไปปรามอีรอสด้วยสายตาก่อนจะหันมาบอกเนย่าด้วยสีหน้าเป็นห่วง

            “หนูแค่ไม่อยากเห็นรุ่นพี่ไซรินต้องทรมานถ้าหนูไม่ลงไปรุ่นพี่อาจจะตายก็ได้” ในตอนนั้นเธอคิดอย่างนั้นจริง ๆเธอรู้ว่าเธอทำอะไรได้บ้างแต่ถึงแม้จะลงมือเต็มที่แต่การห่วงหน้าพะวงหลังของเธอทำให้พลาดพลั้งจนต้องเจ็บตัวอยู่บ่อยๆ และหลายคนต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วยเสมอ

            “ฉันพยายามปรามเธออย่างถึงที่สุดแล้วนะ” อีรอสเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอีกหนรีสถึงกับแยกเขี้ยวอย่างขัดใจ

            “ถ้านั่นเรียกว่าการปรามล่ะก็กรุณาพูดให้มันตรงประเด็นเถอะอีรอส” ซาร์เรียถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

            “ก็นั่นมันคือการพูดสไตล์ของฉันใครจะคิดว่าเนย่าจะบ้าดีเดือดเหลือเกิน ทั้งที่รู้ว่าลงไปยังไงก็ไม่น่าจะรอดยังไงปีหนึ่งก็ตามลูกเล่นและความเจ้าเล่ห์ของปีสุดท้ายไม่ทันหรอกแม้จะเอาชนะมาได้แต่พวกนั้นท่าทางจะเลิกรายาก ระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะเนย่า” อีรอสหันไปเอ่ยกับซาร์เรียก่อนจะหันมาเตือนเนย่า

            เนย่าถึงกับถอนหายใจเมื่อเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายนั้นปรากฏบนใบหน้าอีรอสอีกหนเขาเป็นอาจารย์จริงหรือเปล่าแม้จะดูหล่อเหลาทรงเสน่ห์แต่ภายใต้กรอบรอยยิ้มของเขามักจะมีเรื่องราวที่เป็นปริศนาอยู่เสมอและทุกครั้งที่มันถูกไขก็มักจะพังพินาศไปพร้อม ๆ กับรอยยิ้มที่เขายิ้มรับ ไม่ว่าเรื่องราวจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน