เหวยเหนียง หมอดูเทวดา

    ตอนที่ 40 ใจสลาย

            “ใช่แล้ว! เรารู้ดีแก่ใจว่าเจ้าคือแม่ทัพคาวีดังนั้นวันนี้เราอยากจะสารภาพว่าคนที่ขโมยลูกแก้วมังกรไปในรัชสมัยของเสด็จพ่อของเราก็คือหมอดูหยุนฮวาซึ่งก็คือฮองเฮาองค์ปัจจุบันนั่นเอง” ฝ่าบาทตรัส

            “อะไรนะพะย่ะค่ะ! พระนางทรงหลอกลวงกระหม่อมมาโดยตลอดงั้นหรือพะย่ะค่ะ” แม่ทัพคาวีตกใจและเจ็บใจที่เขายอมสวามิภักดิ์ให้กับคนที่ปองร้ายตัวเอง

            “เรารู้สึกทรมานใจมาก ทั้งๆที่เจ้าก็ทำงานให้เราด้วยความซื่อสัตย์ภักดี แต่ฮองเฮากลับหลอกลวงเจ้าเช่นนี้”ฝ่าบาททรงแสร้งตีหน้าเศร้า

            แม่ทัพคาวีกำหมัดไว้แน่น และคิดในใจว่า “เพราะฮองเฮาผู้เดียวที่ทำให้ข้าไม่กล้ากลับไปสู้หน้าแคว้นเหลียวและต้องมาอดทนใช้ชีวิตต่างแคว้นเช่นนี้”

            “ตอนนี้ฮองเฮากำลังหลงในอำนาจจนทำลายทุกคนรอบข้างไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเรา ทั้งๆ ที่เราก็รักนางหมดใจ” ฝ่าบาทตรัส

            “พระนางทำอะไรพระองค์งั้นหรือพะย่ะค่ะ”แม่ทัพคาวีอยากรู้

            “นางลอบนำตุ๊กตาหุ่นฟางมาฝังในบริเวณตำหนักของเราเพื่อใช้อำนาจมนตร์ดำควบคุมเราน่ะสิ” ฝ่าบาทตรัสเล่า

            “เอ่อพระนางมีวิชาไสยศาสตร์ด้วยงั้นหรือพะย่ะค่ะ” แม่ทัพคาวีแอบกลัว

            “เจ้าเองก็รู้ว่านางเก่งมากแค่ไหนนางล่วงรู้อะไรไปหมด และบางทีพวกเราอาจทำอะไรนางไม่ได้เลย” ฝ่าบาทตรัสอ้าง

            “แล้วจะทำยังไงดีพะย่ะค่ะ”แม่ทัพคาวีอยากกำจัดพระนาง

            “เราไม่อยากฆ่านางเพราะยังไงนางก็ตั้งครรภ์ลูกของเราอยู่แต่เราไม่ต้องการให้นางใช้วิชามนตร์ดำทำร้ายใครอีกเท่านั้นดังนั้นเราอยากให้นางตาบอดมองไม่เห็นอะไรเลย” ฝ่าบาททรงแนะแผนการ

            “ให้กระหม่อมทำลายดวงเนตรของพระนางหรือพะย่ะค่ะ”แม่ทัพคาวีกล่าว

            “นี่คือพิษมืดมิดเป็นพิษรุนแรงที่สามารถทำให้ตาบอดไปตลอดชีวิตไม่มีทางรักษา เจ้าจงระมัดระวังตัวด้วย พระนางอาจเล่นงานเจ้าด้วยไสยศาสตร์”ฝ่าบาททรงเตือน

            “กระหม่อมจะรีบไปดำเนินการเดี๋ยวนี้พะย่ะค่ะ”แม่ทัพคาวีร้อนใจอยากกำจัดฮองเฮาให้เร็วที่สุด

            เพราะความแค้นเรื่องลูกแก้วมังกรในอดีตจึงทำให้แม่ทัพคาวียอมกำจัดฮองเฮาตามรับสั่งของฝ่าบาท

            *****************************

            ณ ตำหนักฮองเฮา

            ฮองเฮาทรงประทับอยู่ในห้องพระและกำลังสวดบทเจ้าแม่กวนอิมอยู่ แต่ทว่าอยู่ดีๆ แม่ทัพคาวีก็บุกรุกเข้ามา

            “บังอาจ! เรากำลังสวดมนต์เจ้ากล้ามารบกวนเราแบบนี้ได้ยังไง” ฮองเฮาทรงกริ้วเมื่อเห็นแม่ทัพคาวีเดินเข้ามา

            “พระองค์ทรงเลิกใช้ไสยศาสตร์มนตร์ดำทำร้ายผู้คนเถิดพะย่ะค่ะ”แม่ทัพคาวีเข้าใจผิดคิดว่าพระนางกำลังบริกรรมคาถาทำร้ายคนอื่น

            “เจ้าเอาอะไรมาพูด! เราไม่เคยใช้วิชานอกรีตแบบนั้นหรอก” ฮองเฮาตรัสด้วยความฉงน

            “อย่าโกหกกระหม่อมเหมือนเรื่องลูกแก้วมังกรอีกเลยพะย่ะค่ะ”แม่ทัพคาวีกล่าวอ้าง

            “หมายความว่ายังไง! เจ้ารู้แล้วอย่างนั้นหรือ” ฮองเฮาทรงตกพระทัย

            “เพราะพระองค์ทรงขโมยลูกแก้วมีค่าไปจึงทำให้กระหม่อมต้องเป็นบ้าออกตามหาลูกแก้วจนถึงขั้นไปหาหมอดูปลอมๆและปล่อยให้มันปอกลอกกระหม่อมจนหมดตัว จากนั้นเมื่อหาของมีค่าไม่เจอกระหม่อมก็ไม่มีหน้าจะกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน ต้องระเหเร่ร่อนในแคว้นฉินแบบนี้”แม่ทัพคาวีเจ็บใจ

            “แล้วยังไง! เจ้าจะฆ่าเราอย่างนั้นหรือ” ฮองเฮาตรัส

            “กระหม่อมไม่สังหารพระองค์หรอกพะย่ะค่ะแค่จะทำให้มองไม่เห็นไปตลอดกาลเท่านั้น” แม่ทัพคาวีกล่าว

            “ใครอยู่ข้างนอกบ้างน่ะช่วยเราด้วย” ฮองเฮาทรงตะโกนเรียกทหารองครักษ์

            ทหารองครักษ์จึงเข้ามาอารักขาฮองเฮา

            “พวกเจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอกหลีกไปซะ” แม่ทัพคาวีมั่นใจในฝีมือการต่อสู้ของตัวเอง

            “ทรงหนีไปพะย่ะค่ะตรงนี้พวกกระหม่อมจัดการเอง” ทหารองครักษ์นายหนึ่งกล่าว

            “ฝากด้วยนะ” ฮองเฮารีบเสด็จไปหาฝ่าบาทเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากพระองค์

            แม่ทัพคาวีจึงได้ปะมือกับทหารองครักษ์ห้าคนแต่เพราะแม่ทัพคาวีใช้เข็มอาบยาสลบ จึงทำให้เหล่าองครักษ์พากันหลับใหลไม่ได้สติเขาจึงรีบติดตามฮองเฮาไปที่ตำหนักของฝ่าบาท

            *****************************

            ณ ที่ประทับของฝ่าบาท

            ฮองเฮาทรงเดินแกมวิ่งอย่างระมัดระวังเพราะทรงตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนแล้วพระนางมุ่งหน้ามาที่ประทับของฝ่าบาท และตรัสตะโกนว่า “ช่วยด้วยเพคะช่วยหม่อมฉันด้วย แม่ทัพคาวีจะทำร้ายหม่อมฉันเพคะ”

            แต่พอมาถึงที่ประทับของฝ่าบาทพระนางก็ทรงตกพระทัยที่ทรงทอดพระเนตรเห็นสนมเอกเหมยหลิงยืนรออยู่ก่อนแล้ว

            “หมายความว่ายังไงทำไมเจ้าถึงยังไม่ได้ออกนอกวังอีก” ฮองเฮาทรงตกพระทัยเมื่อเห็นพระสนมเอก

            “ก็เพราะฝ่าบาททรงไม่เชื่อเรื่องดวงกาลกิณีไงล่ะเพคะ”พระสนมเอกเหมยหลิงตรัส

            “ฝ่าบาทเพคะสนมเอกมีดวงกาลกิณีจริงๆ นะเพคะ” ฮองเฮาทรงไม่ได้โกหก

            “เลิกหาเรื่องกำจัดศัตรูที่เป็นปรปักษ์ต่อเจ้าได้แล้วฮองเฮา” จากนั้นฝ่าบาทก็ทรงสั่งทหาร “ทหาร!จับตัวนางไว้”

            “หม่อมฉันทำอะไรผิดทรงจับหม่อมฉันทำไมเพคะ” ฮองเฮาทรงไม่เข้าพระทัย

            ฮองเฮาที่กำลังถูกทหารสองนายคุมตัวเอาไว้ทรงทอดพระเนตรเห็นฝ่าบาทโยนหุ่นฟางที่ปักด้วยเข็มใส่พระพักตร์ของพระนางโชคดีที่ฝ่าบาททรงปาหุ่นโดยหันหุ่นฟางฝั่งไม่มีเข็มใส่พระนางดังนั้นพระนางจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ

            “นี่คืออะไรเพคะ” ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรเห็นตุ๊กตาหุ่นที่มีเข็มปักกลางอกอยู่บนพื้น

            “อย่ามาทำไขสือ! เจ้าลอบนำตุ๊กตาอาถรรพ์มาไว้ที่ตำหนักของเรา หวังจะควบคุมเราสินะ” ฝ่าบาทตรัสโดยที่พระองค์ทรงไม่ได้ไตร่ตรองเลยว่าตัวพระองค์นั้นไม่ได้รับอันตรายใดๆและยังคงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนทุกประการ

            “หม่อมฉันไม่เคยคิดร้ายต่อฝ่าบาทเลยนะเพคะหม่อมฉันถูกปรักปรำ และมันต้องเป็นฝีมือของสนมเอกเหมยหลิงอย่างแน่นอน” ฮองเฮาทรงเข้าพระทัยแผนการของพระสนมเอกแล้ว

            “อย่าปรักปรำหม่อมฉันสิเพคะพระองค์ทรงเชี่ยวชาญทั้งโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ ใครๆ ก็รู้นะเพคะ” พระสนมเอกทรงรีบทูล

            “ฝ่าบาททรงทราบดีไม่ใช่หรือเพคะว่าหม่อมฉันเป็นคนเช่นไรความผูกพันครั้งเก่าก่อนมันช่วยอะไรไม่ได้เลยงั้นหรือเพคะ” ฮองเฮาทรงตัดพ้อด้วยความน้อยพระทัย

            “เราเองก็ไม่อยากจะเชื่อแต่หลังๆ มานี้เจ้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เจ้ากลายเป็นคนโหดร้ายกำจัดทุกคนที่เป็นปรปักษ์ต่อเจ้า”ฝ่าบาทตรัส

            “นั่นเพราะหม่อมฉันต้องการรักษาอำนาจของฝ่าบาทต่างหากเพคะทำไมพระองค์ถึงทรงไม่เข้าพระทัยหม่อมฉันบ้าง” ฮองเฮาตรัสทั้งน้ำตา

            “เจ้าน่ากลัวจนเกินไปอำนาจคุณวิเศษของเจ้าสามารถทำร้ายคนรอบข้างได้รวมถึงตัวเราด้วย” ฝ่าบาททรงกลัว

            “คนที่เปลี่ยนไปคือพระองค์ต่างหากเพคะองค์ชายรองที่มีรักมั่นคงต่อหม่อมฉันคนนั้นหายไปไหนแล้วเพคะ” ฮองเฮาทรงหมดความอดทน

            “บังอาจ! เจ้ากล้าว่าเราอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาททรงกริ้ว

            “ไม่ใช่สิ! พระองค์ทรงเหมือนเดิมทุกอย่าง คือพระองค์ทรงไม่เคยรักหม่อมฉันเลยที่ผ่านมา พระองค์ทรงทำแค่หลอกใช้หม่อมฉันเท่านั้นใช่มั้ยเพคะ” ฮองเฮาทรงคาดคั้นเอาคำตอบ

            “เลิกตัดพ้อได้แล้วเรารักเจ้ามาก แต่ถ้าเจ้าไม่ทรยศหักหลังเราก่อน เราคงไม่ทำกับเจ้าเช่นนี้” ฝ่าบาทตรัส

            “แต่พระองค์ทรงรักสนมเอกเหมยหลิงมากกว่าจึงยอมหลงเชื่อคำพูดของนางแทบทุกอย่างจนกระทั่งคำพูดของหม่อมฉันหมดความหมายไปเลยใช่มั้ยเพคะ”ฮองเฮาตรัส

            “พวกเราเสียเวลามามากแล้วแม่ทัพคาวี! เจ้าอยากล้างแค้นไม่ใช่หรือเราเปิดโอกาสให้เจ้าแล้ว” ฝ่าบาททรงไม่อยากฟังอะไรอีก

            “ที่แท้พระองค์ก็ทรงเป็นผู้บอกเรื่องลูกแก้วมังกรกับแม่ทัพคาวีและทรงเป็นผู้บงการให้เขาทำร้ายหม่อมฉันถึงในตำหนักใช่มั้ยเพคะ”ฮองเฮาทรงรู้สึกปวดร้าวพระทัยเหมือนโดนตัดขั้วหัวใจ

            “เราหวังดีต่อเจ้าเราแค่อยากหยุดเจ้าเพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ใช้เวทย์มนตร์ชั่วร้ายปองร้ายใครอีกเท่านั้นเอง” ฝ่าบาทตรัส

            แม่ทัพคาวีเดินไปหยิบขวดผงยาพิษมืดมิดจากพระหัตถ์ของฝ่าบาทจากนั้นเขาก็สวมถุงมือแล้วเทยาใส่ที่มือ เขากำผงยาพิษไว้แน่นก่อนที่จะโปรยใส่พระเนตรของฮองเฮา

            “โอ๊ย! แสบตาเหลือเกินช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย” ฮองเฮาทรงไม่สามารถใช้พระหัตถ์ปิดพระเนตรได้เพราะทหารยังคงจับกุมพระนางอยู่

            “กงกง!ไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการฮองเฮาเดี๋ยวนี้”ฝ่าบาททรงอยากแน่พระทัยว่าฮองเฮาทรงมีดวงเนตรบอดไปแล้วจริงๆ

            “พะย่ะค่ะ” กงกงรับคำ

            ผ่านไปไม่นานหมอหลวงก็เข้ามาตรวจพระอาการของหญิงสูงศักดิ์

            “ทูลฝ่าบาทดวงเนตรของพระนางบอดสนิทแล้วพะย่ะค่ะ” หมอหลวงยืนยัน

            “แล้วเด็กในครรภ์ล่ะ” ฝ่าบาททรงเป็นห่วงบุตรของพระองค์

            “เด็กยังปลอดภัยดีพะย่ะค่ะ”หมอหลวงจับชีพจรของพระนางแล้วกล่าว

            “ดีแล้ว เจ้ากลับไปได้” ฝ่าบาทตรัสอย่างโล่งพระทัย

            “เอ่อให้กระหม่อมจัดยาให้หรือไม่พะย่ะค่ะ” หมอหลวงรู้สึกสงสารฮองเฮาที่พระนางจะต้องทนปวดดวงพระเนตร

            “จัดแค่ยาบำรุงครรภ์เท่านั้น”ฝ่าบาทตรัสเสียงเย็น

            “พะย่ะค่ะ” หมอหลวงจำต้องทำตามรับสั่ง

            “เจ้าอย่าโกรธเราเลยฮองเฮาเจ้ายังคงเป็นฮองเฮาของเราเช่นเดิมต่อไปนี้เจ้าจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์มนตร์ดำอีก” ฝ่าบาทตรัส

            ฮองเฮาทรงกรรแสงพระองค์ทรงรู้สึกเหมือนพระทัยสลายที่คนที่พระองค์ทรงรักมากที่สุดทำร้ายพระองค์ถึงเพียงนี้ได้ดังนั้นพระองค์จึงทรงไม่ตรัสอะไรเลยสักคำ

            “กงกง! พาฮองเฮากลับตำหนัก”ฝ่าบาทตรัสสั่ง

            “พะย่ะค่ะ” กงกงรับคำ

            พระสนมเอกเหมยหลิงทรงรู้สึกเจ็บพระทัยที่ฝ่าบาททรงไม่ยอมปลดฮองเฮาออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งให้พระสนมเอกแทนที่ฮองเฮาหยุนฮวาดังนั้นพระนางจึงทรงคิดแผนการชั่วร้ายขั้นต่อไป

            “แม่ทัพคาวีเจ้าอยากกลับแคว้นเหลียวหรือไม่” ฝ่าบาทตรัสกับแม่ทัพแคว้นเหลียว

            “กระหม่อมคงกลับไปไม่ได้แล้วพะย่ะค่ะเพราะคนที่บ้านของกระหม่อมทราบข่าวว่ากระหม่อมได้ตายไปแล้ว” แม่ทัพคาวีกล่าว

            “งั้นเราจะให้เจ้าอยู่ที่นี่ในฐานะองครักษ์ในวังหลวงต่อไปก็แล้วกัน”ฝ่าบาทตรัส

            “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” แม่ทัพคาวียอมรับชะตากรรมที่ต้องอยู่ในแคว้นฉิน

            “เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด” ฝ่าบาททรงหมดห่วงแล้วที่สามารถหยุดยั้งฮองเฮาได้

            “พะย่ะค่ะ” แม่ทัพคาวีถวายบังคมลาแล้วเดินออกจากที่ประทับไป

            “สนมเหมยหลิง! เจ้าไปได้แล้ว เราต้องการพักผ่อน” ฝ่าบาททรงต้องการอยู่ลำพัง

            “ทรงให้หม่อมฉันดูแลปรนนิบัติพระองค์มั้ยเพคะ”พระสนมเอกทรงห่วง

            “วันนี้เราอยากอยู่คนเดียว”ฝ่าบาทตรัส

            “เพคะ” พระสนมเอกทรงรีบกลับตำหนักของพระองค์ทันที

            เมื่อฝ่าบาททรงอยู่ลำพังพระองค์ก็ทรงรำลึกถึงอดีตครั้งเก่าก่อนที่องค์ชายรองกับหยุนฮวาได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในตอนนั้นความรักของทั้งสองช่างหวานชื่นและมีความสุขยิ่งนักแต่พอองค์ชายรองทรงต้องการเป็นใหญ่หยุนฮวาก็ยอมส่งเสริมพระองค์จนได้ขึ้นครองราชย์อย่างสมพระทัยหลังจากนั้นฮองเฮาก็ทรงทำทุกวิถีทางที่จะช่วยเสริมดวงชะตาของฝ่าบาทเพื่อที่จะได้ปกครองแคว้นฉินได้ยืนนานแม้จะต้องเสียสละชีวิตเด็กน้อยวัย 8 ขวบเพื่อบูชายัญก็ยอม

            ฝ่าบาททรงดำริว่า “แม้เจ้าจะตาบอดแต่เราจะดูแลเจ้าไปตลอดชีวิตนะหยุนฮวา”

            *****************************

            ณ ตำหนักของพระสนมเอกเหมยหลิง

            พระสนมเอกทรงสามารถกลับตำหนักของพระองค์โดยไม่ต้องหลบซ่อนในตำหนักท้ายวังอีกตอนนี้พระองค์ทรงเจ็บพระทัยที่มันไม่เป็นไปตามแผนการฮองเฮาทรงยังคงอยู่ในตำแหน่งเช่นเดิมดังนั้นพระสนมเอกทรงดำริว่าหากต่อไปฮองเฮาทรงคลอดพระโอรสบุตรของพระนางจะได้กลายเป็นผู้สืบทอดพระราชอำนาจของฝ่าบาทต่อไป

            “เราจะทำอย่างไรดีทำไมฝ่าบาทถึงทรงไม่ปลดฮองเฮาพระองค์นี้กันนะ” พระสนมเอกทรงเจ็บพระทัย

            “ไว้ให้หม่อมฉันคิดแผนการกำจัดพระนางให้ใหม่เพคะแต่ตอนนี้พวกเราต้องป้องกันไม่ให้หมอดูเหวยเหนียงกลายเป็นสนมของฝ่าบาทเสียก่อน”นางกำนัลคนสนิทกล่าว

            “แล้วจะทำยังไง” พระสนมเอกทรงกังวล

            “จ้างให้ทหารไปรุมย่ำยีนางสิเพคะหากนางมีมลทิน ฝ่าบาทก็ทรงจะหมดความปรารถนาในตัวนางเอง” นางกำนัลคนสนิทแนะแผนการ

            “ก็ได้! เจ้ารีบไปดำเนินการตามแผนการเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฝ่าบาททรงจะเรียกตัวนาง” พระสนมเอกทรงร้อนพระทัย

            “เพคะ” นางกำนัลคนสนิทจึงรีบดำเนินการนำอัฐไปจ้างให้ทหารไปรุมย่ำยีนักโทษสาวตาบอดในคุกหลวง

            *****************************

            ณ คุกหลวง

            “พวกเจ้าเป็นใคร ต้องการอะไรหรือว่าฝ่าบาททรงเรียกพบข้า” เหวยเหนียงได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสามคนเข้ามาในคุก

            “แม่นางคนสวยขนาดตาบอดก็ยังสวยเลย วันนี้มาเป็นเมียพวกเราดีกว่าน่า” ทหารนายหนึ่งกล่าว

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เราเป็นฮูหยินของอดีตแม่ทัพซูเยี่ยน หากพวกเจ้าแตะต้องตัวข้าซูเยี่ยนไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่” เหวยเหนียงรีบขู่

            “555 แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าใครขืนใจเจ้าเจ้ามองเห็นอย่างนั้นหรือ” ทหารพากันหัวเราะเยาะหญิงสาวตาบอด

            เหวยเหนียงเม้มปาก นางไม่รู้จริงๆว่าชายที่เข้ามาในคุกนี้เป็นใครบ้าง แต่คิดว่าต้องมีกันสามคนเป็นแน่นางก็เลยกล่าวขู่ต่อไปว่า “เจ้ารู้มั้ยว่าข้าเป็นใคร”

            “ก็หมอดูเหวยเหนียงไงล่ะ”ทหารนายหนึ่งกล่าว

            “ข้าคือศิษย์น้องของหมอดูหยุนฮวาหรือฮองเฮาองค์ปัจจุบัน”เหวยเหนียงกล่าวอ้าง

            “แล้วไง! ในเมื่อตอนนี้ฮองเฮาก็ทรงมีดวงเนตรบอดเช่นเดียวกันกับเจ้า”ทหารไม่กลัว

            “อะไรนะ! เป็นไปได้อย่างไร”เหวยเหนียงคิดในใจว่า “กรรมตามสนองแท้ๆ”

            “พวกเราจะทำให้เจ้ามีความสุขยิ่งกว่าคืนเข้าหอเสียอีก”ทหารกล่าวเพราะเห็นว่าเหวยเหนียงยังคงสวมชุดเจ้าสาวอยู่

            “ช้าก่อน! ถึงข้าตาบอดแต่ข้าสามารถเป่าคาถาทำร้ายพวกเจ้าได้” เหวยเหนียงกล่าวอ้าง

            “พวกข้าไม่เชื่อหรอกแม่นาง”ทหารเห็นว่าเหวยเหนียงเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น

            เหวยเหนียงแสร้งทำเป็นเป่าคาถามั่วๆจากนั้นนางก็หยิบขวดผงตำแยที่ผิงหลางเคยมอบให้เหวยเหนียงไว้ใช้ป้องกันตัวนางรีบสาดผงตำแยใส่ชายฉกรรจ์ทั้งสามนั่นจึงทำให้พวกเขาถึงกับคันไปตามผิวหนังโดยเฉพาะตรงบริเวณใบหน้าตามคอและมือที่ไม่มีผ้าปกคลุม

            “เป็นไปไม่ได้เจ้าเสกคาถาทำให้พวกข้าคันแบบนี้เลยงั้นหรือ” พวกทหารเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพราะคาถาหาใช่ผงตำแยที่เหวยเหนียงสาดใส่ไม่

            “เจ้าเชื่อแล้วหรือยังหรืออยากให้ข้าเป่าคาถารุนแรงกว่านี้” เหวยเหนียงรีบขู่

            “พวกเรารีบหนีกันก่อนเถอะเดี๋ยวคนคุมจะฟื้นเสียก่อน ข้าอยากกลับไปอาบน้ำเหลือเกินอย่ามาทนคันผิวหนังแบบนี้เลยนะ” ทหารคนหนึ่งคันจนทนไม่ไหว

            ทหารรับจ้างก็เลยพากันรีบหนีออกจากคุกหลวงเพื่อกลับไปชำระร่างกายให้สะอาด

            เหวยเหนียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและคิดในใจว่า “คงเป็นฝีมือของพระสนมเอกเหมยหลิงสินะ พระองค์ทรงมีดวงกาลกิณีจริงๆแต่ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงนำความโชคร้ายมาสู่คนรอบข้างหรอกแต่เป็นเพราะพระองค์ทรงทำลายคนรอบข้างเสียมากกว่าแล้วต่อไปพระองค์ทรงจะรู้ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่พระองค์ทรงพยายามไขว่คว้ามาจะเหลือเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น”

            *****************************

            เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ตำหนักพระสนมเอกเหมยหลิง

            “เป็นอย่างไรบ้างงานสำเร็จหรือไม่” พระสนมเอกทรงรอฟัง

            “ถึงหมอดูเหวยเหนียงจะตาบอดแต่นางสามารถเป่าคาถาทำร้ายพวกกระหม่อมได้พะย่ะค่ะ” ทหารกล่าวอ้าง

            “เป็นความจริงงั้นหรือ” พระสนมเอกทรงตกพระทัย

            “เมื่อคืนนางเป่าคาถาทำให้พวกกระหม่อมคันตามผิวหนัง พวกกระหม่อมคันจนน้ำตาไหลก็เลยพากันล่าถอยและรีบกลับไปอาบน้ำชำระร่างกายตั้งหลายรอบกว่าจะหายคันพะย่ะค่ะ”ทหารเล่า

            “ไม่เป็นไร! พวกเจ้ารับอัฐไปแล้วรีบกลับไปปฏิบัติหน้าที่ของพวกเจ้าซะเถอะ” พระสนมเอกทรงรู้สึกเสียดาย แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เลยจะคิดแผนการใหม่

            “พะย่ะค่ะ” ทหารพากันแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่

            “แย่แล้วหากศิษย์น้องของฮองเฮาเป่าคาถาทำร้ายผู้คนได้ ฮองเฮาก็ทรงต้องทำได้เช่นกันแล้วจะทำยังไงดีหากพระนางทำร้ายเราล่ะ” พระสนมเอกทรงกังวล

            “พวกเราต้องชิงกำจัดพระนางเสียก่อนเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกล่าว

            “ทำอย่างไร” พระสนมเอกทรงอยากรู้

            “หม่อมฉันจะไปฝังตุ๊กตาหุ่นที่ตำหนักพระสนมเซียวหลินจากนั้นก็วางยาพิษทำลายเด็กในครรภ์ของพระนางโดยโทษว่าที่พระนางตกเลือดแท้งบุตรก็เพราะคุณไสยของฮองเฮา เป็นไงเพคะยิงทีเดียวได้นกสองตัวพวกเราจะสามารถกำจัดได้ทั้งฮองเฮาและลูกของพระสนมเซียวหลินที่อาจเป็นพระโอรสคอยขัดขวางทายาทของพระองค์ในอนาคตเพคะ”นางกำนัลกล่าวแผน

            “เป็นความคิดที่ดี แล้วหากหมอวินิจฉัยว่าเป็นเพราะพระสนมได้รับพิษล่ะ”พระสนมเอกทรงกังวลอีก

            “หม่อมฉันจะไปจ้างให้หมอหลวงร่วมมือกับพวกเราหลอกลวงฝ่าบาทเพคะ”นางกำนัลกล่าว

            “แล้วหมอหลวงจะยอมทำอย่างนั้นหรือ”พระสนมเอกทรงดำริว่าหมอหลวงมีจรรยาบรรณ

            “จะไม่ยอมได้อย่างไรเพคะเขาเป็นพี่เขยของหม่อมฉันเอง” นางกำนัลกล่าว

            “อย่างนี้นี่เอง ฝากด้วยนะ”พระสนมเอกทรงโล่งพระทัย

            “เพคะ” นางกำนัลคนสนิทรีบไปดำเนินการตามแผนทันที

            *****************************

            และแล้วแผนการของพระสนมเอกเหมยหลิงก็ลุล่วงไปได้ด้วยดีฝ่าบาททรงกริ้วฮองเฮาเป็นอย่างมากที่พระนางทรงส่งคนไปฝังหุ่นฟางคุณไสยที่ตำหนักพระสนมเซียวหลินมีผลทำให้พระนางทรงแท้งบุตรและหมอหลวงที่เป็นพี่เขยของนางกำนัลคนสนิทในตำหนักพระสนมเหมยหลิงก็ยืนยันว่าพระนางทรงเป็นปกติทุกอย่างแต่อยู่ดีๆ ก็มีอาการตกเลือดแท้งบุตรขึ้นมาเอง

            ตอนนี้ฝ่าบาททรงปักพระทัยเชื่อว่าฮองเฮาทรงเป็นคนทำร้ายทายาทของพระองค์ดังนั้นฝ่าบาทจึงทรงสั่งทหารให้พาตัวฮองเฮามาเข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ท้องพระโรงโดยมีเหล่าขุนนาง เชื้อพระวงศ์และพระสนมอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

            “ฝ่าบาททรงพาหม่อมฉันมาที่นี่ทำไมเพคะ”ฮองเฮาทรงสงสัย

            “เจ้าบังอาจมาก! เจ้ากล้านำหุ่นคุณไสยไปฝังไว้ที่ตำหนักพระสนมเซียวหลินแล้วมีผลทำให้นางแท้งบุตร ทำไมเจ้าช่างโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้” ฝ่าบาททรงกริ้วอย่างมาก

            “หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะ” ฮองเฮาตรัสความจริง

            “หมอไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าทำไมอยู่ดีๆสนมเซียวหลินถึงตกเลือดแท้งลูก ต้องเป็นเพราะอำนาจคุณไสยของเจ้าเป็นแน่” ฝ่าบาททรงปักพระทัยเชื่อไปแล้ว

            “หม่อมฉันถูกปรักปรำเพคะได้โปรดให้ความเป็นธรรมต่อหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ หม่อมฉันตาบอดแบบนี้จะทำอะไรได้”ฮองเฮาตรัสทั้งน้ำตา

            “ทรงอย่าเชื่อพระนางนะเพคะต้องมีสักวันที่พระนางคิดทำร้ายฝ่าบาท” พระสนมเอกทรงรีบทูล

            “พระสนมเอกเหมยหลิง! นี่เจ้า!” ฮองเฮาทรงกริ้วที่พระสนมเอกเหมยหลิงคอยยุยงฝ่าบาทอยู่เรื่อย

            “นั่นไงเพคะ! ตอนนี้ฮองเฮาทรงแสดงสีหน้าอาฆาตมาดร้ายใส่หม่อมฉันด้วยเพคะ” พระสนมเอกทรงแสร้งกลัว

            “จำคำของเราเอาไว้นะสนมเอกเหมยหลิงเจ้าต้องถูกสวรรค์ลงโทษสักวันเหมือนที่เรากำลังประสบอยู่ในบัดนี้ยิ่งเจ้าทำร้ายผู้คนไปมากมายเท่าไหร่ เจ้ายิ่งต้องชดใช้ผลกรรมมากมายเท่านั้นเจ้าหนีผลกรรมไปไม่พ้นหรอกสนมเอก” ฮองเฮาทรงสำนึกผิดบาปที่พระองค์ทรงเคยกระทำก็เลยตรัสเตือน

            “ไม่นะ! ไม่!อย่าทำร้ายหม่อมฉันนะเพคะฮองเฮา โอ๊ย! หม่อมฉันปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัวเลยเพคะช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะฝ่าบาทตอนนี้ฮองเฮาทรงกำลังบริกรรมคาถาทำร้ายหม่อมฉันอยู่เพคะ” พระสนมเอกเหมยหลิงทรงแสดงละครว่าตนถูกคาถาทำร้ายทำให้ต้องปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัวพระองค์ทรงทำถึงกับกลิ้งไปกลิ้งไม้บนพื้นอย่างทุรนทุราย

            “นี่เจ้ากล้าแสดงละครหลอกลวงฝ่าบาทเชียวหรือ”ฮองเฮาทรงได้ยินจากเสียงจึงพอเข้าพระทัยเหตุการณ์

            “หม่อมฉันไม่ได้แกล้งแสดงนะเพคะหม่อมฉันรู้สึกทรมานจริงๆ ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ” พระสนมเอกตรัสร้องอย่างเจ็บปวดเพื่อความสมจริง

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะฮองเฮาเจ้านี่ช่างเหมือนแม่มดชั่วร้ายไม่มีผิด” ฝ่าบาททรงหมดความอดทน

            “555 ตอนนี้หม่อมฉันกลายเป็นแม่มดในสายตาของฝ่าบาทไปแล้วสินะเพคะ”ฮองเฮาทรงเจ็บปวดพระทัยที่ฝ่าบาททรงไม่ยอมเชื่อพระทัยพระองค์เลยสักนิดจนถึงกับหัวเราะให้กับชะตากรรมของพระองค์เอง

            “เราจะสั่งตัดหัวเจ้า ทหาร!จงคุมตัวนางไปตัดหัวเสียบประจาน” ฝ่าบาททรงต้องการกำจัดภัยร้ายตอนนี้พระองค์ทรงเห็นภรรยาเป็นแม่มดชั่วไปแล้วจริงๆ

            “พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ

            แต่แล้วพอทหารคุมตัวฮองเฮาไปที่ลานประหารอยู่ดีๆ ท้องฟ้าก็มืดมิด เมฆปกคลุมหนาแน่น ฟ้าแลบฟ้าร้องน่ากลัวและลักษณะเหมือนฟ้าจะผ่าอยู่รอมร่อ

            ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าจากกลางวันแสกๆ กลายเป็นมืดมิดน่ากลัวทำให้ผู้คนต่างพากันกลัวเกรงและคิดว่าต้องเป็นมนตร์อำนาจของฮองเฮาเป็นแน่ดังนั้นเหล่าเพชฌฆาตต่างพากันไม่กล้าประหารพระนาง

            “บังอาจ! พวกเจ้ากล้าขัดคำสั่งของเราอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาททรงกริ้ว

            “โปรดประทานอภัยให้พวกกระหม่อมด้วยเถิดพะย่ะค่ะพวกกระหม่อมกลัวคำสาปจริงๆ ฮองเฮาทรงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปพระนางทรงมีคาถาไสยศาสตร์ทำร้ายผู้คนด้วยพวกกระหม่อมกลัวว่าตัวเองและครอบครัวจะได้รับความวิบัติพะย่ะค่ะ” เพชฌฆาตนายหนึ่งกล่าว

            “หากพวกเจ้าไม่ประหารฮองเฮาพวกเจ้าก็จะต้องโดนประหารไปด้วย” ฝ่าบาทตรัสขู่

            “กระหม่อมยอมโดนประหารหากจะช่วยให้ครอบครัวไม่ได้รับคำสาปพะย่ะค่ะ” เพชฌฆาตยอมตายยังดีกว่าเป็นผู้ตัดพระเศียรของฮองเฮาเพราะกลัวคำสาปจะมีผลต่อชั่วลูกชั่วหลาน

            “นี่เจ้า!” ฝ่าบาททรงกริ้ว

            “เอ่อ ฝ่าบาทเพคะในเมื่อผู้คนต่างกลัวเกรงฮองเฮา พากันไม่กล้าประหารพระนาง งั้น ทรงพาพระนางไปที่ถ้ำอสรพิษสิเพคะที่นั่นมีแต่สัตว์ร้ายมีพิษ ยังไงพระนางก็ทรงไม่รอดเพคะ” พระสนมเอกทรงเสนอ

            “ก็ดีเหมือนกัน” ฝ่าบาททรงเห็นด้วย

            “เอ่อ ฝ่าบาทเพคะฮองเฮาทรงน่าสะพรึงกลัวถึงขนาดนี้แล้วหม่อมฉันคิดว่าศิษย์น้องของพระนางก็คงจะน่ากลัวไม่แพ้กัน ทรงอย่าปล่อยนางไว้เลยนะเพคะไม่งั้นนางอาจเป็นภัยต่อพระองค์ในภายหลังได้” พระสนมเอกทรงต้องการกำจัดเหวยเหนียง

            “แต่เราเสียดายความงามของนางนี่”ฝ่าบาทตรัส

            “ให้หม่อมฉันเสาะหาสาวงามให้พระองค์ดีกว่าเพคะรับรองว่าพวกนางต้องงดงามยิ่งกว่าเหวยเหนียงแน่นอน” พระสนมเอกตรัสเสนอ

            “เจ้ายอมหาสาวงามให้เราเองงั้นหรือ”ฝ่าบาททรงแปลกพระทัยเพราะปกติพระสนมเอกมักจะแสดงอาการหึงหวงอยู่เรื่อย

            “เพคะ เพื่อฝ่าบาทแล้วหม่อมฉันยินดีทำทุกอย่างเพคะ” พระสนมเอกทรงดำริว่ายอมให้ฝ่าบาททรงมีสนมที่พระนางควบคุมได้ยังดีกว่ารับหมอดูที่มีคุณอำนาจวิเศษมาเป็นสนมและหมอดูนั่นอาจจะเป็นปรปักษ์ต่อพระสนมเอกต่อไป

            “หากเจ้าหาสาวงามให้เราได้จริงๆเราจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นฮองเฮาแทนหยุนฮวา” ฝ่าบาทตรัสเงื่อนไข

            “ขอบพระทัยเพคะ” พระสนมเอกตรัส

            “ทหาร! คุมตัวอดีตฮองเฮาหยุนฮวาและเหวยเหนียงไปขังในถ้ำอสรพิษที่เมืองผิงอู่เดี๋ยวนี้”ฝ่าบาทตรัสสั่งทหาร

            “พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ

    คล้ายกับเรื่องเหวยเหนียง หมอดูเทวดา ที่คุณอ่าน