จางเฉียนดิ้นๆ ร้องถามทั้งๆที่ปากถูกอุดเอาไว้ ‘ท่านจับข้ามาทำไม!?’
หยางถิงเฟิงส่งสายตาบ่าวข้างกายคนหนึ่งจึงก้าวไปดึงผ้าที่อุดปากจางเฉียนออก
“ท่านจับข้ามาทำไม!?” จางเฉียนถาม เขารู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นๆแม้ว่าเขาจะไม่สนิทสนมกับซื่อจื่อคนนี้มากนักแต่ก็เคยได้ยินกิติศัพท์เล่าลือมาบ้างผู้คนเล่าลือว่าซื่อจื่อหยางถิงเฟิงเฉลียวฉลาด เก่งทั้งบู๊และบุ๊น ฆ่าคนสีหน้าไม่เปลี่ยนตาไม่กะพริบ
“หึ! ข้าบอกเจ้าแล้วเจ้าแตะต้องนางตรงไหน ข้าจะตัดตรงนั้นของเจ้าทิ้งเจ้าก็ยังกล้าคิดจะแตะต้องนาง หรือคิดว่าคำพูดข้าเป็นเพียงลมพัดผ่านหู?หากว่าไม่ใช่เพราะแผนการผิดพลาดเกรงว่าหวงเอ๋อร์ของข้าคงตกเป็นของเจ้าไปแล้วกระมัง”หยางถิงเฟิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ
จางเฉียนรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันทีเขารีบขอร้องอ้อนวอนว่า “ข้าผิดไปแล้วๆ ซื่อจื่อให้อภัยข้าเถิดต่อไปข้าไม่กล้าแล้ว ให้อภัยข้าเถิดขอรับ ต่อไปข้าเป็นม้าเป็นวัวให้ท่านช่วงใช้ท่านให้ข้าไปตะวันออก ข้าไม่กล้าไปตะวันตก ท่านให้ข้าขึ้นเหนือ ข้าไม่กล้าลงใต้ ซื่อจื่อไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดขอรับ”
“หึ! ตอนข้าเตือนเจ้า เจ้าไม่ฟัง ซ้ำยังฝ่าฝืนคำพูดข้าเห็นคำพูดข้าเป็นเพียงลมพัดผ่านหู ตอนนี้จะมาขอร้องจะมีประโยชน์อะไร”หยางถิงเฟิงแค่นเสียงพลางลุกขึ้นก้าวเดินไป ยกเท้าเหยียบอกจางเฉียนเอาไว้เขาก้มลงไปมองหน้าจางเฉียนที่หวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด
“ซื่อจื่อขอรับไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดขอรับ” จางเฉียนขอร้อง เขากลัวจนแทบจะปัสสาวะราดแล้วหยางถิงเฟิงมองเขาพลางเอ่ยว่า “หากว่าเจ้าไม่คิดจะแตะต้องนางข้าอาจจะปล่อยเจ้าไปก็ได้ แต่ในเมื่อเจ้ากล้าคิดจะแตะต้องนางข้าก็ไม่อาจปล่อยเจ้าไปได้จริงๆนี่ต้องโทษความมักมากของเจ้าที่คิดชั่วกับหวงเอ๋อร์ของข้าข้ายังไม่เคยได้กอดนางเลย แต่เจ้ากลับกล้าคิดจะแตะต้องนาง!”
เขาเหลือบมองบ่าวไพร่แวบหนึ่งพลางสั่งว่า “แล่มันซะ! เหลือใบหน้ามันไว้ให้คนจำได้ด้วยล่ะ”
“ขอรับ”บ่าวไพร่รับคำสั่งพร้อมเพรียง พวกเขาชักมีดคมกริบออกมาถือท่าทางเหี้ยมโหดจนจางเฉียนหวาดกลัวสุดขีดเขาจึงปัสสาวะราดรดกางเกงอย่างกลั้นไม่อยู่ ร้องดังลั่นว่า “อย่าข้าฆ่า! อุบ!”
บ่าวคนหนึ่งเอาผ้ายัดปากจางเฉียนทำให้เสียงร้องของเขาเงียบลงไปหยางถิงเฟิงถอยกลับไปนั่งที่เก้าอี้ บ่าวไพร่ทั้ง 4 คนก็ยอบตัวลงไป 4 ทิศ 4 มุมพวกเขากดมีดลงบนผิวของจางเฉียนคนละตำแหน่งแล้วค่อยๆ แล่ผิวหนังออกจางเฉียนร้องลั่นน้ำตาไหลพราก แต่เสียงร้องของเขาที่หลุดรอดออกมามีเพียงเสียงอุกๆเลือดไหลโทรมอาบบาดแผลที่ถูกแล่เนื้อเถือหนังออกไป เขาดิ้นๆ เหมือนปลาที่ถูกทุบหัวแต่ว่าบ่าวไพร่ทั้ง 4 กดเขาไว้แน่นมาก ทำให้เขาดิ้นหนีไม่ได้เลย! “อื้อ! อื้อ!...”
บ่าวไพร่ทั้ง 4 ค่อยๆแล่เนื้อออกทีละชิ้น...ทีละชิ้น...สีหน้าพวกเขาไม่เปลี่ยนสักนิดคล้ายกับว่าพวกเขากำลังแล่เนื้อปลาหาใช่แล่เนื้อมนุษย์ไม่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ใต้ร่างจางเฉียนเลือดไหลนองเป็นวงใหญ่เนื้อที่ถูกแล่ออกมาก็ถูกโยนทิ้งไว้ข้างๆ
“อื้อ! อื้อ!...” จางเฉียนเจ็บปวดสุดขีด เขามองซื่อจื่อของจวนแม่ทัพใหญ่ที่มองดูเขาถูกแล่เนื้อเถือหนังสีหน้าของซื่อจื่อไม่แปรเปลี่ยนไปสักนิด แม้แต่ตาก็ไม่กะพริบ สมกับคำเล่าลือจริงๆเขาเจ็บปวดจนทนไม่ไหวจึงขาดใจตายไปทั้งอย่างนั้น “อ๊อก!”
บ่าวไพร่ทั้ง 4คนก็ไม่สนใจว่าคนหยุดดิ้นไปแล้ว พวกเขายังคงแล่เนื้อต่อไปเรื่อยๆจนศพจางเฉียนเหลือเพียงโครงกระดูกที่มีอวัยวะภายในอยู่ครบส่วนเนื้อหนังที่หุ้มรอบตัวล้วนถูกแล่ออกไปจนหมดเหลือเพียงศีรษะที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์ดี
เมื่อแล่คนเสร็จแล้วบ่าวทั้ง4 ก็เช็ดๆ มีดแล้วเก็บเข้าฝักพลางกุมมือรายงาน “แล่เสร็จแล้วขอรับ”
“อืม”หยางถิงเฟิงพยักหน้าทีหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินออกไป บ่าวทั้ง 4 ก็เดินตามเจ้านายไปทิ้งไว้เพียงตะเกียงดวงหนึ่งกับศพของจางเฉียน
พวกบ่าวรู้ดีว่าต่อให้จางเฉียนไม่คิดอะไรกับคุณหนูเฟิ่งหวงคนนั้นแต่ว่าจางเฉียนคนนี้รู้ความลับของซื่อจื่อแล้วซื่อจื่อย่อมไม่ปล่อยคนที่กุมความลับของเขาเอาไว้หรอกดังนั้นจางเฉียนจึงถูกกำหนดให้ต้องตายตั้งแต่ที่เขาร่วมมือกับซื่อจื่อแล้ว
จวบจนสาย บ้านตระกูลจางจึงเพิ่งจะรู้ว่าจางเฉียนหายตัวไปพวกเขาจึงออกตามหากันจ้าละหวั่น ทั้งยังไปแจ้งทางการให้ช่วยส่งคนออกตามหาจางหมิงคิดว่าลูกชายเขาต้องถูกแม่ทัพใหญ่จับตัวไปแน่นอนจึงได้รีบไปที่จวนแม่ทัพใหญ่ เพื่อขอรับตัวลูกชายคืนมาแต่ว่าพอเขาไปถึงจวนแม่ทัพใหญ่ กลับไม่ได้พบแม่ทัพใหญ่พบแต่พ่อบ้านอู๋ที่ปฏิเสธไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย
“หากว่าท่านแม่ทัพใหญ่ไม่คืนตัวลูกชายข้ามาข้าจะไปตีกลองร้องทุกข์ที่หน้าศาลต้าหลี่ล่ะ” จางหมิงข่มขู่หน้าตาถมึงทึง หากว่าท่านแม่ทัพใหญ่ไม่ยอมมอบลูกชายคืนให้เขาเขาก็จะไปตีกลองร้องทุกข์จริงๆ จางเฉียนนั้นเป็นลูกคนโตและเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนของเขา เขารักจางเฉียนมากที่สุดในบรรดาลูกๆ ของตัวเอง ท่านแม่ทัพใหญ่กล้าจับลูกเขาไปไม่กลัวอาญาบ้านเมืองเช่นนั้นเขาก็จะใช้อาญาบ้านเมืองบีบให้ท่านแม่ทัพใหญ่มอบคนออกมาวันนี้เขาจะพุ่งชนกับแม่ทัพใหญ่ล่ะ ต่อให้เป็นไม้ซีกงัดไม้ซุงเขาก็จะงัด! เหนือแม่ทัพใหญ่ยังมีฮ่องเต้เขาจะร้องเรียนจนกว่าเรื่องจะไปถึงฮ่องเต้เลยทีเดียว!
“ท่านจะไปร้องศาลต้าหลี่ก็ไปเถอะนายท่านข้าไม่รู้เรื่องอะไรกับการหายตัวไปของคุณชายบ้านท่านสักนิดเรื่องราวเมื่อวานที่คุณชายบ้านท่านก่อไว้ยังทำให้นายท่านข้าปวดหัวไม่พออีกรึหรือท่านเห็นจวนแม่ทัพเรารังแกง่ายจึงได้รังแกกันไม่เลิกไม่รา”อู๋สี่ด่าสีหน้าถมึงทึงขึ้นมาแล้ว เมื่อวานเขาวิ่งวุ่นจนเหนื่อยสายตัวแทบขาดวันนี้จางหมิงยังมาก่อเรื่องอีก นี่ไม่คิดจะให้เขาอยู่อย่างสงบสุขเลยใช่ไหม!?
จางหมิงเห็นว่าจวนแม่ทัพใหญ่มีท่าทีแข็งกร้าวไม่คิดจะคืนลูกชายให้เขาดังนั้นเขาจึงจากไปอย่างโมโหโกรธา “ร้องทุกข์ ข้าจะไปร้องทุกข์”
ครั้นออกจากจวนแม่ทัพใหญ่แล้วจางหมิงก็มุ่งหน้าไปศาลต้าหลี่ทันทีให้บ่าวไปตีกลองร้องทุกข์จนเสียงดังตึงๆ
เจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่จึงออกมาสอบถามบ่าวหยุดตีกลอง จางหมิงก็ลงจากรถม้าไปร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ทันที “ใต้เท้าท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าน้อยนะขอรับ ท่านแม่ทัพใหญ่จับลูกชายข้าไปเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ ข้าน้อยไปขอคนคืนแล้ว แต่ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่ยอมคืนลูกให้ข้าข้าอับจนหนทางแล้วจึงได้มาตีกลองร้องทุกข์ที่นี่ท่านใต้เท้าได้โปรดช่วยข้าน้อยด้วยเถิดขอรับ”
“อ่า...”เจ้าหน้าที่ฟังแล้วตกตะลึงอึ้งงันไป ร้องเรียนท่านแม่ทัพใหญ่! นี่มันเรื่องใหญ่เกินกว่าที่เขาจะตัดสินใจได้เขาจึงได้แต่เชิญคนเข้าไปรอในศาล “เจ้าตามข้าเข้าไปข้างในข้าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ท่านใต้เท้าตุลาการทราบก่อน”
“ขอบคุณท่านใต้เท้าๆ”จางหมิงกุมมือพลางแอบยัดถุงเงินให้เจ้าหน้าที่คนนั้นเจ้าหน้าที่รู้สึกถึงน้ำหนักที่หนักพอประมาณในถุงเงินก็ไม่พูดอะไรเก็บถุงเงินใบนั้นไปทันทีพลางบอก “ตามข้ามา”
“ขอรับๆ”จางหมิงเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไปยืนรอในศาล เจ้าหน้าที่ก็รีบไปรายงานใต้เท้าตุลาการทันทีครั้นตุลาการรู้เรื่องคร่าวๆ ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเมื่อวานเขาก็เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ ได้เห็นฉากบัดสีบัดเถลิงในจวนท่านแม่ทัพใหญ่เขาก็รั้งรอจนเห็นคนตระกูลจางออกจากจวนแม่ทัพใหญ่ไปแล้วเป็นอันว่าเรื่องราวเมื่อวานไม่ต้องมาถึงมือเขาแต่แล้วทำไมจางหมิงจึงมาร้องเรียนว่าท่านแม่ทัพใหญ่จับตัวลูกชายเขาไปได้ล่ะ?
หรือว่าท่านแม่ทัพใหญ่เปลี่ยนใจอยากจะฆ่าคนขึ้นมา?
“ท่านใต้เท้าขอรับท่านใต้เท้าขอรับ” เจ้าหน้าที่เรียกเสียง ทำให้ตุลาการตั้งสติกลับมาเขาลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อพลางสั่ง “ไปๆ เปิดศาล”
คดีมาถึงศาลแล้วเขาไม่เปิดศาลไม่ได้!
ต่อให้ท่านแม่ทัพใหญ่จะมีอำนาจล้นฟ้าแต่ว่าคนมาร้องทุกข์ถึงศาลแล้ว เขาก็ต้องไต่สวนทวนความอย่างยุติธรรมที่สุดคดีนี้นับว่าเป็นเผือกร้อนจริงๆเห็นทีเขาต้องหาเวลาไปวัดไหว้พระปัดเป่าเคราะห์ร้ายบ้างแล้วที่จู่ๆ ก็มีเผือกร้อนๆตกใส่หัวเขาแบบนี้!
ศาลต้าหลี่เปิดศาล จางหมิงก็นั่งคุกเข่าอยู่กลางศาล ร้องทุกข์อย่างอับจนหนทางสีหน้าทุกข์ร้อน
ผู้คนที่ยืนดูอยู่ด้านนอกพากันชี้มือชี้ไม้พูดคุยกันอย่างอยากรู้อยากเห็น“นี่ๆ ดูนั่นซิ”
ตุลาการก็ไต่สวนทวนความไปตามหน้าที่ทำให้จางหมิงต้องเอ่ยท้าวความเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานออกมาจึงทำให้เรื่องเมื่อวานผู้คนได้รับรู้กันมากขึ้นผู้คนฟังแล้วก็พากันมารุมล้อมดูการไต่สวนของศาลต้าหลี่อย่างอยากรู้อยากเห็นยิ่งทำให้เรื่องราวยิ่งขยายใหญ่โต จากที่เมื่อวานคนบางส่วนรู้เรื่องตอนนี้กลับกลายเป็นว่าน่าจะรู้เรื่องกันทั้งเมืองแล้วกระมังผู้คนรุมล้อมดูการไต่สวนอย่างแน่นขนัดยืนเบียดเสียดแออัดเต็มไปหมด
ทางศาลต้าหลี่จึงได้ให้คนไปเชิญท่านแม่ทัพใหญ่มาแก้ต่าง หยางซีถิงก็ไปที่ศาลต้าหลี่เขายืนอยู่กลางศาลท่าทางสุขุมเยือกเย็นไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไรกับคำกล่าวหาของจางหมิงเลยคนอื่นเข้ามาอยู่ในศาลล้วนต้องคุกเข่าแต่ว่าแม่ทัพใหญ่เป็นผู้ถือกระบี่อาญาของฮ่องเต้ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องคุกเข่าในศาลได้รับการละเว้นการคุกเข่าไป
“ท่านแม่ทัพใหญ่ข้าน้อยขอร้องท่านล่ะ ได้โปรดคืนลูกชายให้ข้าเถิดขอรับ ท่านคืนลูกชายให้ข้าข้าจะไม่เอาความอะไรเลย ข้าขอร้องท่านๆๆ...” จางหมิงคุกเข่าโขกศีรษะโปกๆให้ท่านแม่ทัพใหญ่ หยางซีถิงจึงบอกว่า “ลูกชายเจ้าหายไปเกี่ยวอะไรกับข้า?ข้าไม่ได้เป็นคนจับตัวเขาไป ข้าซิควรต้องร้องทุกข์ต่อศาลที่ลูกชายเจ้าข่มขืนสาวใช้ในจวนข้าเมื่อวานทำให้ข้าอับอายผู้คนทั้งแผ่นดินแล้วทหารอย่างข้าปกบ้านป้องเมืองเสียสละชีวิตให้บ้านเมืองตั้งเท่าไหร่ แต่เจ้ากับลูกเจ้าเห็นข้ารังแกง่ายหรือไรจึงได้รังแกข้าในบ้านข้า?”เขาเอ่ยออกมาน้ำเสียงเจ็บช้ำเหลือทน เอาซิเจ้ากล้าร้องทุกข์ต่อศาลต้าหลี่ข้าก็จะร้องทุกข์บ้างเหมือนกัน!
ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่นอกศาลล้วนเห็นอกเห็นใจท่านแม่ทัพใหญ่กันถ้วนหน้าพากันชี้นิ้วประณามก่นด่าจางหมิง“เจ้าพ่อค้าหน้าเลือดนี่กล้ารังแกท่านแม่ทัพใหญ่ของพวกเราได้อย่างไร?”
“หากเป็นข้าข้าต้องสับเขากับลูกชั่วๆ นั่นเป็นหมื่นๆ ชิ้น หนอย! ข่มขืนสาวใช้จวนท่านแม่ทัพแล้วยังมีหน้ามาร้องทุกข์อีกเรอะ!”
“ไปๆ พวกเราลากตัวเจ้าพ่อค้าหน้าเลือดนี่ออกมาทุบตีให้ตาย!”
ไม่รู้ใครตะโกนขึ้นมาทำให้ผู้คนพากันฮือเข้าไปในศาล
“อ้า!” จางหมิงเห็นเช่นนั้นก็กลัวจนตัวสั่นเขารีบพุ่งไปหลบอยู่ข้างหลังเจ้าหน้าที่คนหนึ่งทันที
“หยุด! ทุกคนหยุด!” ตุลาการเห็นสถานการณ์วุ่นวายขึ้นมาเขาจึงเคาะโต๊ะปังๆแต่ว่าไม่มีใครหยุดเลย ผู้คนยังคงลุกฮือเบียดเสียดเข้ามาในศาลหมายจะลากตัวจางหมิงออกไปรุมประชาทัณฑ์ให้ตาย!
หยางซีถิงก้าวไปขวางหน้าฝูงชนเอาไว้พลางตะโกนว่า “ทุกคนหยุดก่อน!”
ทำให้ฝูงชนหยุดชะงักงันหยางซีถิงกุมมือตะโกนว่า “ทุกคน นี่คือศาลต้าหลี่อันทรงเกียรติพวกท่านจะใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ เชิญทุกคนออกไปรอฟังการไต่สวนดีๆ เถิด”
ผู้คนฟังแล้วจึงพากันถอยออกไปโดยดีตุลาการลอบเช็ดๆ เหงื่อที่หน้าผาก หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ทัพใหญ่ออกหน้าหยุดฝูงชนเกรงว่าเหตุการณ์คงบานปลายใหญ่โตแน่นอน และถ้าเหตุการณ์บานปลายใหญ่โตเกรงว่าหมวกขุนนางของเขานี้คงรักษาไว้ไม่ได้แล้วกระมัง
หยางซีถิงหันไปมองจางหมิงแล้วบอกว่า“เรื่องเมื่อวานข้าไม่อยากเอาเรื่องเอาราวอะไรแล้วไยเจ้ายังกล่าวหาว่าข้าจับตัวลูกเจ้าไปอีกล่ะ? เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ว่าข้าจับลูกเจ้าไป?สาวใช้ของข้าเป็นฝ่ายเสียหาย ข้ายังไม่เอาเรื่องเจ้าสักนิดส่วนเรื่องที่ลูกชายเจ้าหายตัวไปข้าสาบานต่อฟ้าดินได้เลยว่าข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วยหากว่าเจ้ายังกล้ากล่าวหาข้าโดยไร้หลักฐานชี้ความผิดข้าคงต้องให้ศาลต้าหลี่ตัดสินเจ้าข้อหาใส่ร้ายขุนนางอย่างข้าบ้างล่ะ”
เขาหันไปมองตุลาการแล้วกล่าวว่า“ท่านใต้เท้า โทษของการใส่ร้ายขุนนางคือตัดลิ้นแล้วโบย 100 ทีใช่หรือไม่? เอ ข้าคงไม่ได้จำผิดไปกระมัง”
“อา...ใช่ๆ”ตุลาการพยักหน้าหงึกๆ ดั่งไก่จิกข้าวบารมีของท่านแม่ทัพใหญ่ก็ยังคงแกร่งกล้าอยู่ดีนั่นแหละ เพียงแค่เขายืนเฉยๆไม่ทำอะไรก็ยังแผ่รังสีน่ากลัวจนคนหวาดผวาอยู่ดี
“เจ้ายังจะร้องทุกข์ต่อหรือไม่?”ตุลาการถามจางหมิง เขาแทบอยากจะปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุดและอัญเชิญ ‘พระพุทธรูปองค์ใหญ่’ อย่างท่านแม่ทัพใหญ่กลับจวนไปโดยเร็วยิ่งนักศาลของเขาต้องรองรับท่านพระพุทธรูปใหญ่องค์นี้จนเขาร้อนรนไปหมดแล้ว!
“อ่า...” จางหมิงอยากจะร้องทุกข์ต่อแต่ว่าเขาไม่มีหลักฐานอะไรเลยที่ชี้ชัดว่าท่านแม่ทัพใหญ่จับตัวลูกชายเขาไปอีกทั้งพอเขาได้ยินโทษทัณฑ์ ‘ใส่ร้ายขุนนาง’ เขาก็กลัวจนตัวสั่นๆ แล้ว เอาจริงๆต่อให้เขารักจางเฉียนมากขนาดไหนก็ไม่อาจมากไปกว่าชีวิตของเขาเองหากต้องถูกตัดลิ้นและโบย 100 ที ชีวิตเขาได้ตายคาไม้ลงทัณฑ์แน่นอนเขาเหลือบมองไม้ลงทัณฑ์ในมือเจ้าหน้าที่ ที่ใหญ่เท่าไม้พายเรืออีกอย่างลูกชายก็ไม่ได้มีเพียงแค่จางเฉียน เขายังมีลูกชายอีก 5 คน ดังนั้นคิดๆแล้วเขาจึงรีบบอกว่า “ข้าไม่ร้องทุกข์แล้วๆ”
“เจ้ามีหลักฐานที่ชี้ความผิดว่าท่านแม่ทัพใหญ่จับลูกชายเจ้าไปหรือไม่?”ตุลาการถามจี้ จางหมิงคนนี้ทำให้เขาเดือดร้อนดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะปล่อยไปง่ายๆต่อให้ท่านแม่ทัพใหญ่จับลูกชายจางหมิงไปจริงๆเขาก็คงไม่โง่ถึงขนาดทิ้งหลักฐานอะไรให้จางหมิงเอามาฟ้องร้องได้หรอกเมื่อคิดเช่นนี้แล้วเขาจึงคิดว่าจางหมิงย่อมไม่มีหลักฐานชี้ความผิดของท่านแม่ทัพใหญ่อยู่ในมือแน่นอน!
“มะ...ไม่มีขอรับ”จางหมิงตอบตัวสั่นๆ ตุลาการจึงตบโต๊ะปัง!“เจ้าไม่มีหลักฐานอะไรเลยแล้วเจ้ายังกล้ามาตีกลองร้องทุกข์ใส่ร้ายขุนนางราชสำนักอีกเรอะ!?”
“ใต้เท้าไว้ชีวิตด้วยๆ”จางหมิงหันไปโขกศีรษะโปกๆ ให้ท่านใต้เท้าตุลาการ ตุลาการจึงตัดสินว่า“เจ้าใส่ร้ายขุนนางราชสำนัก ทำให้ชื่อเสียงของท่านแม่ทัพใหญ่ต้องแปดเปื้อนข้าตัดสินลงโทษเจ้าตามกฎหมาย ตัดลิ้นและโบย 100 ที”
“อ้า! ใต้เท่าไว้ชีวิตด้วยๆ” จางหมิงร้องลั่น โขกศีรษะโปกๆ จนหน้าผากแตกเลือดอาบ
“ใต้เท้าโทษตัดลิ้นก็ละเว้นเถอะ” หยางซีถิงบอก ตุลาการจึงรับคำ “ละเว้นโทษตัดลิ้นเจ้าหน้าที่ ลงทัณฑ์!”
เจ้าหน้าที่จึงก้าวไปจับตัวจางหมิงขึ้นมาจางหมิงร้องลั่น “อ้า ใต้เท้าไว้ชีวิตข้าด้วยๆ”
เจ้าหน้าที่ยกม้านั่งลงทัณฑ์เข้ามาจับจางหมิงนอนคว่ำมัดกับม้านั่ง แล้วลงมือโบย “1...2...”
“โอยๆ...”จางหมิงร้องลั่น เขาเจ็บจนปัสสาวะราดออกมา “โอย...”
ผู้คนข้างนอกฟังแล้วก็ชื่นชมท่านแม่ทัพใหญ่ที่ใจดีมีเมตตาต่อคนที่ใส่ร้ายเขาหากว่าเป็นพวกเขา พวกเขาคงไม่ขอร้องตุลาการให้ละเว้นโทษตัดลิ้นหรอก ลิ้นชั่วๆที่ใส่ร้ายท่านแม่ทัพใหญ่แบบนั้นสมควรถูกตัดจริงๆท่านแม่ทัพใหญ่ไม่น่าใจดีกับคนแบบนี้เลยสักนิดคนแบบนี้สมควรถูกลงโทษมากกว่าตัดลิ้น โบย 100 ทีเสียอีก!
หยางซีถิงไม่ได้มีใจสงสารจางหมิงเลยสักนิดแต่ที่เขาให้ละเว้นโทษตัดลิ้นก็เพราะว่าแค่โบย 100 ที จางหมิงก็คงตายแล้วกระมังอีกทั้งเขาก็ใช้โอกาสนี้ซื้อใจปวงประชาไปด้วย จวนเขามีข่าวฉาวโฉ่เขาย่อมต้องหาทางกู้ชื่อเสียงบ้าง แม้ว่านี่จะเป็นเพียงจุดเล็กๆแต่ว่าเม็ดทรายก็สามารถถมหลุมให้เต็มได้นะ!
เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ก็โบยตีสุดแรงไม้ลงทัณฑ์ก็ใหญ่เท่าไม้พายเรือ ต่อให้โดนโบยตีไปสัก 10 ทีคนก็แทบหลังหักแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง 100 ทีเลย จางหมิงต้องตายคาไม้แน่นอน!
“เมื่อไม่มีอะไรแล้วเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” หยางซีถิงบอกกับตุลาการ ตุลาการรีบพยักหน้า“เชิญท่านแม่ทัพใหญ่กลับไปเถิด”
หยางซีถิงจึงเดินออกจากศาลต้าหลี่ไปผู้คนก็แหวกหลบเป็นทาง พวกเขามองท่านแม่ทัพใหญ่อย่างชื่นชมหยางซีถิงขึ้นขี่ม้าแล้วชักม้ากลับจวนไปทหารก็ขึ้นขี่ม้าตามท่านแม่ทัพใหญ่ไปเป็นทิวแถวเสียงผู้คนชื่นชมท่านแม่ทัพใหญ่ดังไปตลอดทาง
“เฮ้อ...”ตุลาการลอบถอนหายใจโล่งอกที่อัญเชิญ ‘พระพุทธรูปองค์ใหญ่’ กลับไปแล้ว เขาหันไปมองเจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ส่งสัญญาณให้ตีหนักๆ หน่อยโทษฐานที่เจ้าพ่อค้าคนนี้หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เขาเจ้าอยากจะงัดไม้ซุงอย่างท่านแม่ทัพใหญ่เจ้าก็งัดไปคนเดียวซิไยต้องลากข้าลงน้ำไปกับเจ้าด้วยล่ะ!
เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์จึงโบยตีไม่กล้าผ่อนเรี่ยวแรงแม้แต่นิดเดียวตีๆ ต้องตีให้ตาย!ไอ้เจ้าตัวซวยที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ศาลต้าหลี่ของพวกเขาแบบนี้ต้องตีให้ตาย!
จางหมิงสลบไปตั้งแต่ยังไม่ครบ10 ไม้แล้ว เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ก็โบยตีต่อไปไม่หยุดมือ พวกเขาโบยจนครบ 100ทีแล้วถึงได้หยุดมือกัน จากนั้นก็หามจางหมิงไปส่งที่บ้านตระกูลจางทำให้บ้านตระกูลจางวุ่นวายราวกับบ้านแตกสาแหรกขาดอย่างไรอย่างนั้นอันที่จริงแล้วก็ใกล้เคียงกับคำว่าบ้านแตกสาแหรกขาดจริงๆ นั่นแหละหากว่าจางหมิงตายไป ลูกๆ ที่เหลือย่อมแย่งชิงกันเป็นใหญ่ในบ้านพวกเขาต้องสู้รบตบมือกันจนกว่าจะได้เป็นใหญ่นั่นแหละเพียงแค่นี้ก็ทำให้บรรยากาศภายในบ้านตระกูลจางคุกรุ่นแล้ว
ครั้นเรื่องราวรู้ไปถึงหูฮ่องเต้ ฮ่องเต้จึงเรียกแม่ทัพใหญ่ไปถามเป็นการส่วนตัว“เจ้าจับลูกชายตระกูลจางไปจริงหรือไม่?”
“ฝ่าบาทพะย่ะค่ะเรื่องนี้ข้าไม่รู้เรื่องด้วยจริงๆ นะพะย่ะค่ะ” หยางซีถิงตอบฮ่องเต้จึงมองเพ่งเขาครู่หนึ่งแล้วละสายตาออก “เจ้าไม่รู้เรื่องจริงๆ น่ะหรือ?”
“เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือข้าแน่นอนพะย่ะค่ะต่อให้ข้าอยากจะสับเจ้าเด็กนั่นขนาดไหน แต่ว่าข้าคงไม่โง่ลงมือในตอนนี้หรอก เฮ้ๆเจ้าไม่ต้องมองข้าแบบนั้นเลยนะ ไม่ใช่ฝีมือข้าจริงๆ ข้าสาบานต่อฟ้าดินเลยก็ได้”หยางซีถิงบอกอย่างโมโหนิดๆ คำพูดคำจาจึงไม่เคารพฮ่องเต้อย่างที่ควรหากว่าเป็นคนอื่นพูดเช่นนี้กับฮ่องเต้ ฮ่องเต้ย่อมสั่งตัดหัวไปแล้ว
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ