เหล่ยเฟิงไม่สนใจตำราอสูรมายาของต้าหมิงเพราะเขาไม่ใช้ผู้อัญเชิญตำราอสูรมายาจึงไม่ได้อยู่ในสายตา จากนั้นไม่นานรอยแยกมิติก็ปรากฎอยู่บนเขาของพวกต้าหมิงในพริบตา
“แย่แล้ว!!!!!!!!” จวิ้นนู่หน้าถอดสีด้วยความเร็วของรอยแยกมิติที่ปรากฎออกมามันทำให้พวกนางไม่สามารถหลบได้ทัน
“กลืนกินมันซะ” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
ในตอนนั้นเองมังกรสามหัวปรากฏออกมา เกล็ดของมังกรตัวนี้เป็นสีม่วงที่งดงาม ผู้กลืนกินมิติไม่รอช้าพุ่งออกไปพร้อมกับกลืนกินรอยแยกมิติที่โม่หยูสร้างขึ้นมาในพริบตา
“อะไรกัน” เหล่ยเฟิงตื่นตระหนก
“สายฟ้าคลั่ง” ต้าหมิงกล่าวอย่างช้าๆ
พริบตานั้นเองอสูรสายฟ้าคลั่งก็ปรากฎและต่อมาอสูรมายาทั้งสามตัวของต้าหมิงก็ปรากฎออกมาหมดพร้อมกับแมงป่องโลหิตด้วยเช่นกัน
“นี่คือพลังของอันดับหนึ่งของอาณาจักรอัคคี” พวกปิงเสวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังออกมา
ต้าหมิงไม่ได้สนใจพวกปิงเสวี่ยแต่หันไปทางพวกเหล่ยเฟิง ไม่รู้ว่าเพราะอะไรต้าหมิงกลับรู้สึกอารมณ์เสียทุกครั้งเมื่อมองไปยังพวกอาณาจักรอสนี
“ขยี้พวกมันซะ” ต้าหมิงคำราม
“โฮก!!!!!!!!!!!” พริบตานั้นเสียงคำรามก็ดังขึ้น
“สัตว์เวทระดับ 4 ดาวทั้งสามตนเลยงั้นเหรอ” จักรพรรดิเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
“มันไม่ใช่สัตว์เวทอย่างแน่นอน แต่มันคืออะไรกันแน่” ราชินีเหมันต์คิดในใจก่อนจะหันไปทางจักรรพรดิหญิงอีกครั้ง
จักรพรรดิหญิงเองก็รู้สึกได้ถึงสายตาของอีกฝ่ายก่อนจะหันมาแล้วยกยิ้มขึ้น สำหรับคนอื่นอาจไม่รู้แต่จักรพรรดิหญิงรู้ถึงความลับของราชินีเหมันต์และจักรพรรดิเหมันต์ดี
“บัดซบนั่นมันสัตว์เวทบ้าอะไรกันถึงกลืนกินมิติได้” เหล่ยเฟิงกลายเป็นตื่นตระหนก
“พวกมันมาแล้ว” ต้วนลู่คำราม
“เป็นแค่สัตว์เวทระดับสี่ยังกล้าต่อต้านข้า” เหล่ยเฟิงคำรามและนำหอกเวทย์ออกมา ตอนนี้พวกเหล่ยเฟิงต่างก็นำอุปกรณ์เวททั้งหมดออกมาสวมโดยไม่ปกปิดอีกต่อไป
เหล่ยเฟิงระเบิดพลังเวทย์สายฟ้าออกมาพร้อมกับโจมตีออกไปยังอสูรสายฟ้าคลั่งทันที การโจมตีของเหล่ยเฟิงนั้นรุนแรงอย่างมากจนแม้แต่พวกปิงหยวนยังต้องหน้าเปลี่ยนสี
แต่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พริบตาที่สายฟ้าเข้าปะทะกับร่างของสายฟ้าคลั่งพลังเวทย์สายฟ้ากลับสลายหายไปทั้งหมดทันที
“บ้าน่า” คราวนี้แม้แต่จักรพรรดิอสนีก็ยังนั่งไม่ติด
“พลังธาตุสายฟ้าไม่สามารถทำอะไรกับสัตว์เวทตัวนั้นได้” ราชินีเหมันต์กล่าวทันที
“เป็นสัตว์เวทที่ทรงพลังยิ่งดูเหมือนท่านจักรพรรดิอัคคีจะใช้กำลังทั้งหมดเลี้ยงดูเด็กคนนี้ขึ้นมาสินะ” จักรพรรดิเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกแต่ในน้ำเสียงนั้นปนด้วยความเย้ยหยัน เพราะเขาไม่คิดว่าหญิงสาวอย่างจักรพรรดิหญิงจะหันไปหลงรักเด็กหนุ่มคนหนึ่งจริงๆจนถึงทุ่มเทช่วยให้เด็กหนุ่มคนนี้มีสัตว์เวทที่ทรงพลังแบบนี้
“พวกเราเองก็เริ่มกันเถอะ” จ้าวหลานกล่าว
จ้าวหลานและจวิ้นนู่ก้าวออกไป ในตอนนั้นเองพลังเวทย์ของทั้งสองสอดผสานกัน ถึงแม้ทั้งสองจะไม่เคยร่วมมือกันต่อสู้มาก่อนแต่อย่างน้อยพวกนางก็รู้ดีว่าพลังเวทย์ของพวกนางนั้นสามารถส่งเสริมกันและกันได้
“วายุกันโชก” จ้าวหลานกล่าว
“เปลวเพลิงหมุนกระหน่ำ” จวิ้นนู่กล่าว
พลังเวทย์วายุและเพลิงสอดผสานกันและสร้างเป็นพายุเปลวเพลิงขนาดใหญ่โจมตีไปยังพวกเหล่ยเฟิง โม่หยูที่เห็นดังนั้นก็แสดงสีหน้าจริงจังออกมาก่อนจะสร้างรอยแยกมิติอีกครั้งทำให้พลังโจมตีของพวกจ้าวหลานหลายไปเกือบหมด
“รองเจอการโจมตีของข้าบ้าง” หลางฮูหนิงกล่าวพร้อมปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมาพริบตาหนาวที่แหลมคมก็พุ่งออกมาจากพื้นดินและตรงไปทางพวกเหล่ยเฟิง
เหล่ยเฟิงคำรามออกมาด้วยความโกรธและแทงหอกออกไปพลังทำลายล้างของสายฟ้าทำลายหน้าแหลมคมออกจนหมด แต่ในตอนนั้นเองเย่สุ่ยก็เคลื่อนใหวกระบี่อ่อนของนางฟาดฟันออกไปสร้างคมกระบี่วารีและสายฟ้าออกไปพร้อมๆกัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมข้ารู้สึกว่าพวกอาณาจักรอัคคีกลับแข็งแกร่งขึ้นได้ขนาดนี้” หลายคนกลายเป็นตื่นตระหนก
“พวกเราจะยืนดูต่อไปหรือไม่” ปิงหยวนกล่าว
“สำหรับข้าปล่อยให้พวกนั้นต่อสู้กันไปก่อนก็ไม่เลว” เฟิงหยินกล่าว
“ดูไปก่อนเพราะสำหรับพวกเราก็ถือเป็นเรื่องดี” ปิงเสวี่ยกล่าว
ในตอนนี้เองเหล่ยเฟิงก็รู้แล้วว่าทำไมต้าหมิงถึงมองพวกเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามมาตลอดเพราะต้าหมิงสัตว์เวทตัวนี้นี่เอง ด้วยพลังของสัตว์เวทตัวนี้มีหรือที่พลังสายฟ้าของพวกเขาจะทำอะไรต้าหมิงได้
“บัดซบขืนเป็นแบบนี้พวกเราแพ้แน่” เหล่ยซุนคำรามออกมาด้วยความโกรธ
ปกติด้วยการโจมตีของพวกเขาสามารถทำให้พวกปิงเสวี่ยลำบากได้อย่างไม่ต้องสงสัยแต่เพราะพวกเขาดันไปเจอกับต้าหมิงที่มีสัตว์เวทที่มีพลังแปลกๆและตอนนี้พวกจ้าวหลานยังกระหน่ำโจมตีออกไปอีก
“หากพวกเจ้าไม่ถอนตัวออกไปข้าคงไม่สามารถปราณีได้แล้ว” ในตอนนั้นเองต้าหมิงก็ยืนอยู่บนหลังของปักษาวายุและถือธนูสีดำอยู่ในมือ
“ลูกศรนั่นถูกสร้างมาจากศิลาธาตุ” พวกปิงเสวี่ยถึงกับตื่นตระหนก
แม้แต่อัจฉริยะอย่างพวกเขาศิลาธาตุก็เป็นสิ่งหายากและยิ่งราคาสูงอย่างยิ่งแต่ต้าหมิงกลับมีจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะต้าหมิงทำผลงานเอาไว้ดีมากและยังมีสถานะที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย
“ใครจะไปยอมแพ้กัน พวกเราทุ่มพลังทั้งหมดในการโจมตีเดียวถึงแม้พวกเราจะไม่ชนะอย่างน้อยก็ต้องลากพวกมันไปด้วย” เหล่ยเฟิงคำรามออกมา
เหล่ยเฟิงแม้จะมีนิสัยที่ชั่วร้ายแต่ก็ไม่ได้โง่ จากนั้นทั้ง 5 คนก็ผสานกำลังกันสร้างเป็นหอกสายฟ้าขนาดใหญ่ออกมา พริบตานั้นเองเหล่ยเฟิงก็ปาหอกสายฟ้าออกไปยังต้าหมิง
หลายคนคิดว่าเหล่ยเฟิงชั่งโง่เขาด้วยความเร็วของปักษาดาบวายุมีหรือที่การโจมตีนั่นจะถึงตัวต้าหมิง
แต่พริบตานั้นเองรอยแยกมิติก็ปรากฏออกมาตรงหน้าของหอกสายฟ้า ต้าหมิงแสดงสีหน้าตื่นตระหนกเพราะอยู่ๆเขารู้สึกได้ว่าเหล่ยเฟิงไม่ได้คิดจะโจมตีตนตั้งแต่แรก
“แย่แล้ว” ในตอนนั้นเองปิงเสวี่ยแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมาและระเบิดพลังเวทย์สร้างม่านพลังน้ำแข็งออกมา
“สายไปแล้วอย่างน้อยพวกข้าก็ขอคะแนนจากพวกเจ้าแล้วกัน” เหล่ยเฟิงคำรามออกมา
“ตูม!!!!!!!!!!”
พริบตานั้นเองรอยแยกมิติก็ปรากฏและหอกสายฟ้าที่ถูกสร้างจากจอมเวทย์ระดับ 9 สี่คนก็โจมตีใส่ตัวแทนของอาณาจักรเหมันต์
จักรพรรดิเหมันต์ถึงดับลุกขึ้นด้วยความโกรธเขาไม่คิดว่าเหล่ยเฟิงจะไร้ยางอายแบบนี้
“พวกเราขอถอนตัว” เหล่ยเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยันก่อนจะถอยออกไป
จักรพรรดิอสนียิ้มที่มุมปาก เขาเองก็สั่งสอนเหล่ยเฟิงมากับมือด้วยเล่ห์เหลี่ยมและพรสวรรค์ของเหล่ยเฟิงจักรพรรดิอสนีจึงคิดว่าเหล่ยเฟิงจะต้องเป็นผู้สืบทอดของตนได้อย่างแน่นอน