เจียงอิ๋งอิ๋งจิบน้ำซุปไปหนึ่งคำพลางพยักหน้าเห็นด้วย“คุณแม่คะ งานนี้ค่อนข้างกินแรงทีเดียวค่ะแต่ก็ถือว่ายังไม่หนักจนเกินไปนัก”
หลี่เสวี่ยเหลียนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“อิ๋งอิ๋งเอ๊ย แม่ว่ามันจะไปรอดจริงหรือลูกการทำเสื้อผ้าพวกนี้มันจะเอาไปแลกของอะไรกลับมาได้บ้าง? แม่ล่ะกลัวเหลือเกินว่าสุดท้ายมันจะค้างเติ่งอยู่กับมือเรา...”
เดิมทีฐานะทางบ้านก็ยากจนขัดสนอยู่แล้วแม้เงินก้อนนี้จะเป็เงินเก็บส่วนตัวของลูกสะใภ้แต่สำหรับชาวบ้านตาสีตาสาอย่างพวกเขาเงินเหล่านี้ล้วนกลั่นมาจากหยาดเหงื่อแรงงานทั้งสิ้น!
เจียงอิ๋งอิ๋งรู้ดีว่าเื่นี้คงปิดบังหลี่เสวี่ยเหลียนไม่ได้ตลอดไปจึงตัดสินใจเอ่ยปากพูดให้กระจ่าง “คุณแม่คะตอนนี้การแลกเปลี่ยนสินค้าไม่ถือว่าผิดกฎหมายแล้วนะคะอีกอย่างนโยบายบ้านเมืองก็เปลี่ยนแปลงรวดเร็วไม่แน่ว่าอีกหน่อยเราอาจจะค้าขายได้อย่างเสรีก็ได้ ถ้าเราเริ่มลงมือก่อนคนอื่นเราถึงจะมีโอกาสหาเงินได้นะคะ!”
หลี่เสวี่ยเหลียนไม่ค่อยเข้าใจเื่พวกนี้มากนักในใจจึงมีแต่ความกังวล “เอาเถอะ แต่เชื่อแม่นะลูกถ้ามันทำท่าจะไปไม่รอดก็อย่าได้ฝืนเลย!”
เธอรู้เพียงว่าเจียงอิ๋งอิ๋งซื้อผ้ามาบ้างแต่ซื้อมาเท่าไหร่ หรือหมดเงินไปกี่มากน้อย เธอไม่รู้รายละเอียดเลย
หากเธอรู้ว่าลูกสะใภ้ทุ่มเงินไปทั้งหมดสิบกว่าหยวนมีหวังเธอคงต้องรีบสั่งระงับโครงการนี้ในทันทีเป็แน่
ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่นเลยแค่ค่าแรงคนละสองหยวนนั่น เมื่อคืนเธอก็เสียดายจนนอนไม่หลับไปค่อนคืนแล้ว
แต่ในเมื่อลูกสะใภ้ลั่นวาจาออกไปแล้วทั้งยังไปตามหาคนมาช่วยงานเสร็จสรรพ หากเธอจะเข้าไปขัดขวางเอาตอนนี้มันจะไม่เป็การหักหน้าอิ๋งอิ๋งหรอกหรือ?
คิดได้ดังนั้นหลี่เสวี่ยเหลียนจึงเอ่ยต่อ “แล้วก็นะอิ๋งอิ๋งแม่เองก็ทำงานเย็บปักถักร้อยเป็เหมือนกันนะลูก ทำไมต้องไปจ้างคนอื่นด้วย? อีกอย่าง ลูกยังจะจ่ายค่าจ้างให้เสี่ยวอวิ๋นอีกหรือ? มันดูไม่เข้าท่านะ นั่นน้องสาวของลูกเองนะ!”
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มตาหยี“คุณแม่คะ จะให้ใครมาทำงานให้โดยไม่ตอบแทนอะไรเลยได้ยังไงล่ะคะจริงไหม?”
หลี่เสวี่ยเหลียนยังคงนึกเสียดายเงินหนึ่งหยวนนั้นอยู่“พรุ่งนี้ไม่ต้องให้เสี่ยวฮวามาหรอก เดี๋ยวแม่ออกไปช่วยพวกลูกทำเองวันนี้ฝนตกอยู่ติดบ้านก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว!”
เจียงอิ๋งอิ๋งกุมมือที่หยาบกร้านและแตกแห้งของแม่สามีเบาๆ“คุณแม่พักผ่อนให้สบายเถอะค่ะ! เดี๋ยวพอหนูหาเงินได้แล้วหนูจะซื้อครีมหิมะมาให้คุณแม่ทามือ แล้วก็จะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ด้วยนะคะ!”
คำพูดเพียงไม่กี่คำทำเอาหลี่เสวี่ยเหลียนถึงกับน้ำตารื้นลูกชายคนโตก็จากไปไว ลูกชายคนรองก็เป็พวกปากหนักถามคำตอบคำมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็พูดจาเอาใจใครไม่เป็
ลูกสะใภ้คนนี้ช่างเป็เหมือนเสื้อนวมตัวน้อยที่์ประทานมาให้ซับไออุ่นแก่หัวใจเธอจริงๆ!
เสิ่นเหยาเห็นเธอกำลังกล่อมให้แม่ของเขาอารมณ์ดีในใจกลับรู้สึกว้าวุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย หากวันหน้าต้องหย่าร้างกันจริงๆคุณแม่คงต้องเสียใจมากแน่ๆ
แต่ทว่า...
เขามองออกไปข้างนอกที่ฝนยังคงตกหนักไม่ขาดสายก่อนจะคว้าเสื้อกันฝนมาคลุมกายแล้วก้าวเท้าออกจากบ้านไป
หลี่เสวี่ยเหลียนะโไล่หลัง“อาเหยา ฝนตกหนักขนาดนี้ ลูกจะออกไปทำอะไรข้างนอกน่ะ!”
เสิ่นเหยาโบกมือลา“คุณแม่ครับ ผมมีธุระนิดหน่อย แม่ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ”
“เ้าเด็กคนนี้นี่!” หลี่เสวี่ยเหลียนบ่นพึมพำก่อนจะหันมาหาเจียงอิ๋งอิ๋ง “ลูกไปจัดการธุระของลูกเถอะเดี๋ยวแม่จัดการตรงนี้เอง”
เจียงอิ๋งอิ๋งไม่ปฏิเสธความหวังดีเพราะเดิมทีเธอก็ไม่ถนัดงานบ้านงานเรือนอยู่แล้ว หากให้เธอไปล้างจานมีหวังจานสิบใบคงเหลือรอดเพียงใบเดียวเป็แน่...
ภายในห้องเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นกำลังกำชับเสี่ยวฮวาถึงสิ่งที่ต้องระวังในการเย็บ“ผ้าพวกนี้คนมีเงินเขาใส่กันนะ จึงต้องละเอียดรอบคอบมากๆนอกจากฝีเข็มต้องแน่นแล้ว ยังต้องออกมาสวยงามด้วย!”
พอพูดจบเธอก็ชี้ไปที่แบบร่างซึ่งเจียงอิ๋งอิ๋งวางไว้บนโต๊ะ “เธอเห็นไหมนี่คือแบบร่าง ให้เย็บตามแบบนี้เลยนะ ตรงไหนไม่เข้าใจต้องรีบถามอย่าเอาแต่นั่งเงียบเชียวนะ ถ้าเย็บเสียขึ้นมาล่ะแย่เลย!”
เสี่ยวฮวาจดจำรายละเอียดได้อย่างถี่ถ้วนพลางพินิจมองแบบร่างนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “แบบเสื้อตัวนี้สวยจริงๆเลยนะ”
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ“แน่นอนอยู่แล้ว ก็นี่พี่สะใภ้ฉันเป็คนคิดขึ้นมาเองเลยนะ!”
พอพูดจบใบหน้าเล็กๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม “ฉันขอเตือนเธอนะเสี่ยวฮวาที่ฉันยอมให้เธอมาช่วยงานเพราะเห็นว่าเธอเป็เพื่อนรักของฉันที่สุด!ถ้าเื่แบบร่างพวกนี้หลุดลอดออกไปล่ะก็ ฉันเลิกคบกับเธอจริงๆ ด้วย!”
เสี่ยวฮวารีบพยักหน้าอย่างลนลาน“เธอวางใจเถอะ ฉันไม่บอกใครแน่นอน!”
เจียงอิ๋งอิ๋งส่งเสียงหัวเราะออกมา“เอาละ เรามารีบทำงานกันเถอะ วันนี้ต้องทำให้ได้เยอะๆ หน่อยเริ่มงานกันได้เลย!”
เสียงฝนข้างนอกดังซ่าๆแต่สาวน้อยทั้งสามคนกลับทำงานกันอย่างกระตือรือร้น
เจียงอิ๋งอิ๋งเป็คนช่างเจรจาทั้งยังเก่งเื่การยกยอคน เธอชื่นชมเด็กสาววัยสิบหกทั้งสองคนจนพวกเธอยิ้มแก้มปริแม้แต่เสี่ยวฮวาที่เป็คนเงียบขรึม ก็ยังหลุดยิ้มออกมาอย่างหาได้ยากยิ่ง
ในห้องโถงถัดไปหลี่เสวี่ยเหลียนที่กำลังสานตะกร้าอยู่กับเสิ่นชิ่งหงทั้งรู้สึกเสียดายเงินแต่ก็อดภูมิใจไม่ได้ “คุณดูสะใภ้เราสิจิตใจดีจริงๆ นะนั่น ขนาดเสี่ยวฮวายังได้ค่าแรงตั้งหนึ่งหยวน นี่ไม่ใช่อะไรหรอกก็แค่นึกสงสารเด็กนั่นน่ะสิ”
เสิ่นชิ่งหงเองก็เผยรอยยิ้มออกมา“เสวี่ยเหลียนเอ๊ย ลูกชายเราแต่งสะใภ้คนนี้มาไม่ผิดจริงๆ!บ้านอื่นเขาจ้องจะรอดูเื่ขบขันของบ้านเรากันทั้งนั้น แต่ฉันว่านะอีกหน่อยพวกเขาคงได้อิจฉาพวกเราจนกระอักเืเป็แน่!”
หลี่เสวี่ยเหลียนเชิดหน้าขึ้นทันที“มันแน่อยู่แล้ว หน้าตาอย่างอิ๋งอิ๋งเนี่ยหาไปเถอะทั้งสิบหมู่บ้านจะมีสักคนไหม? แถมยังรู้ความรู้จักดูแลคนอื่น ปากคอก็หวานหยดย้อย...”
พูดพลางเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงสั่งเหวินฉิน “ไปลูกถือน้ำหวานไปส่งให้อาสะใภ้กับอาเล็กของพวกหนูดื่มกันหน่อย!”
น้ำตาลที่เอามาชงน้ำดื่มนี่ก็เป็อิ๋งอิ๋งที่หาซื้อมาให้นั่นแหละ!
เสี่ยวฮวาทำงานเก่งสมคำร่ำลือฝีเข็มของเธอนั้นรวดเร็วยิ่งนัก เร็วกว่าเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นมากเลยทีเดียว
ที่สำคัญคือเด็กสาวคนนี้แม้จะไม่ค่อยพูดค่อยจา แต่กลับมีพร์อย่างยิ่งของตกแต่งพวกนั้นเจียงอิ๋งอิ๋งแค่เปรยออกมาคำเดียวเธอเฝ้าดูอยู่เพียงครู่ก็สามารถลงมือทำเองได้แถมยังรู้จักดัดแปลงพลิกแพลงไปได้หลากหลายรูปแบบ
เจียงอิ๋งอิ๋งจึงยิ่งประโคมคำชมเข้าไปใหญ่“น้องเสี่ยวฮวานี่เก่งจริงๆ เลยนะต่อไปพี่สาวคงต้องพึ่งพาเธออีกเยอะเลยล่ะ!”
พอพูดจบเธอก็หันไปมองเสิ่นเสี่ยวอวิ๋น “แต่พี่โชคดีกว่าที่มีเสี่ยวอวิ๋นเป็น้องสาวทั้งสวยทั้งใจดี แถมยังพานักรบฝีมือดีมาช่วยงานพี่อีกคน!”
ประโยคเดียวเอ่ยชมถึงสองคนในคราวเดียว
คำเยินยอนั้นทำให้เด็กสาวทั้งสองเขินอายจนต้องก้มหน้าก้มตาทำงานฝีเข็มในมือจึงร่ายรำเร็วขึ้นกว่าเดิมราวกับจะแปลงร่างหนึ่งคนให้ทำงานได้เท่ากับสองคนก็ไม่ปาน...
เจียงอิ๋งอิ๋งเม้มปากยิ้มก่อนจะแอบชำเลืองมองระบบแม่ชาเขียว
แล้วเธอก็ต้องตกตะลึงเพราะผ่านไปเพียงสองวัน ค่าโชคชะตาพุ่งสูงขึ้นถึงหกสิบเจ็ดแต้มแล้ว!
อาศัยจังหวะที่เดินไปเข้าห้องน้ำเจียงอิ๋งอิ๋งจึงเริ่มทำการแลกเปลี่ยนทันที “ไม่ได้กินเนื้อมาวันนึงแล้วปากเริ่มโหยหาเสียจริง ขอแลกวัตถุดิบประเภทเนื้อด้วยค่าโชคชะตา 10 แต้มก่อนแล้วกัน!”
ส่วนแต้มที่เหลือเธอจะเก็บไว้ใช้ตอนไปขายเสื้อผ้าในอีกสามวันข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนมันเป็ค่าโชคทรัพย์โดยตรง!
ระบบส่งเสียงสัญญาณที่คุ้นเคยทว่ายังไม่ชินหูดังขึ้น “โฮสต์โปรดทราบกรุณายืนในพื้นที่โล่ง เพื่อเตรียมรับรางวัล”
มันคืออะไรกันเนี่ย?
เจียงอิ๋งอิ๋งชะงักไปครู่หนึ่งทำไมครั้งนี้ถึงไม่เหมือนครั้งก่อนล่ะ? หรือว่าเนื้อชิ้นนั้นมันจะปรากฏขึ้นมากลางอากาศเฉยๆ!
เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความสงสัยเต็มเปี่ยมเนื่องจากข้างนอกยังมีฝนโปรยปราย เธอจึงยังสวมงอบไว้บนศีรษะ
ทันใดนั้นเองเธอได้ยินเสียงร้องครวญครางคล้ายเสียงนกก่อนจะมีวัตถุบางอย่างร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า กระแทกเข้าที่งอบบนศีรษะจนหลุดกระเด็น
เจียงอิ๋งอิ๋งใจนกรีดร้องออกมาแล้วก็ได้ยินเสียงสัญญาณ ‘ติ๊ง’ ของระบบดังขึ้นในหัว
“ไอเทมแลกเปลี่ยนส่งถึงมือเรียบร้อยแล้ว โปรดตรวจสอบ!”
ภายในบ้านทั้งหลี่เสวี่ยเหลียน เสิ่นชิ่งหง เสิ่นเสี่ยวอวิ๋น และเสี่ยวฮวาเมื่อได้ยินเสียงต่างก็พากันวิ่งกรูกันออกมาแม้แต่เหวินฉินและเหวินชงเด็กน้อยทั้งสองคนก็วิ่งตามออกมาด้วย
แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง
ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดเจียงอิ๋งอิ๋งยืนเปียกโชกไปทั้งตัวโดยมีห่านป่าตัวมหึมานอนดิ้นพรวดพราดเกาะติดขากางเกงของเธอพร้อมส่งเสียงร้องอย่างเ็ป...
หลี่เสวี่ยเหลียนรีบแกะผ้าคลุมกันฝนของตัวเองออกไปคลุมให้เจียงอิ๋งอิ๋ง“โธ่เอ๊ย ฝนตกหนักขนาดนี้เดี๋ยวก็เป็ไข้หรอกลูก!”
พอเธอพูดจบถึงได้หันไปมองสิ่งที่กองอยู่บนพื้น“นี่... นี่มันตัวอะไรกันน่ะ?”
เสิ่นชิ่งหงก้าวเข้าไปหาแล้วหิ้วห่านป่าตัวนั้นขึ้นมาทันทีที่ถูกจับห่านป่าตัวนั้นก็ร้องประท้วงอยู่สองสามคำก่อนจะสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา...
ตายแล้วหรือ?
เสิ่นชิ่งหงสำรวจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น “เ้าห่านป่าตัวนี้มันคงบินอยู่ท่ามกลางพายุฝนจนขนเปียกโชกน่ะสิพอมันหมดแรงก็เลยตกลงมากระแทกพื้นตายเสียอย่างนั้น!”
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง“งั้น... งั้นก็กินได้ใช่ไหมคะ?”
หลี่เสวี่ยเหลียนตบหน้าขาตัวเองดังฉาด“ไอ้หยา! แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอิ๋งอิ๋งคือดาวนำโชคของบ้านเราจริงๆ!พวกแกดูสิ แผ่นดินมีตั้งกว้างขวาง ห่านป่าตกที่ไหนไม่ตกกลับเจาะจงตกลงมาใส่ตัวอิ๋งอิ๋งได้? เมื่อกี้ตอนฉันเดินมาห่านป่ายังเกาะขาอิ๋งอิ๋งแน่นอยู่เลย!”
มีเพียงเจียงอิ๋งอิ๋งเท่านั้นที่ก่นด่าอยู่ในใจ
“ไอ้ระบบเฮงซวย! แกจะส่งเนื้อมาให้ หรือจะส่งความตายมาให้ฉันกันแน่ฮะ!”
“ถ้าเมื่อกี้มันหล่นใส่หัวฉันจังๆมีหวังฉันคงได้คอหักตายคาที่ไปแล้วมั้งเนี่ย!”