บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 พลังหมัด

            เสิ่นเยวี่ยขันอาสาดึงดูดสายตาผู้คนมากมายทันที

            ในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นเสิ่นเยวี่ย เยี่ยจื่ออวิ๋น และเซียวหนิงเอ๋อน่าจะเป็นนักเรียนที่มีโอกาสทะลวงขึ้นสู่ระดับทองแดงหนึ่งดาวได้มากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจ นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือเรื่องที่เนี่ยหลีท้าพนันกับอาจารย์เสิ่นซิ่วนั่นเอง อย่างไรก็ตามทุกคนไม่คิดว่าเนี่ยหลีจะสามารถทะลวงถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ภายในระยะเวลาอันแสนสั้นปานนี้

            หากสามารถทะลวงถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้อย่างง่ายดายก็คงไม่มีคนมากมายที่ไม่สามารถทะลวงฝ่ากำแพงขวางกั้นนั้น และไม่สามารถกลายเป็นนักสู้หรือผู้ควบคุมจิตอสูรในตลอดชีวิตของพวกเขาแล้ว

            เสาหินทดสอบพละกำลังเป็นหินขนาดยักษ์ก้อนหนึ่งทั่วทั้งต้นเป็นมันเงาราวกับโลหะ นักสู้สามารถทุ่มเทพลังชกใส่เสาหินสำหรับทดสอบพละกำลังนี้เต็มที่เสาหินจะบังเกิดความเสื่อมจนถึงระดับหนึ่งจากหมัดนั้น จากความเสื่อมนี้ผู้คนจะบอกได้ถึงพละกำลังของคนผู้นั้น

            “ตูม!” เสิ่นเยวี่ยกระแทกหมัดของตนลงบนเสาหินทดสอบพละกำลัง

            อาจารย์หลายท่านผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบเดินเข้ามา

            “ระดับทองแดงหนึ่งดาวผลการทดสอบหนึ่งร้อยยี่สิบแต้ม!”

            พูดง่ายๆก็คือการทดสอบพละกำลังของเสิ่นเยวี่ยได้ร้อยยี่สิบแต้ม

            นักเรียนทุกคนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นพากันอุทานออกมาพวกเขาไม่เคยคิดว่าร่างกายของเสิ่นเยวี่ยจะแข็งแรงถึงเพียงนี้กระทั่งก้าวถึงระดับทองแดงแล้ว โดยทั่วไปนักเรียนที่ฝึกพลังจิตอสูรเป็นหลักเริ่มแรกจะมีพลังกายแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเมื่อเลื่อนขึ้นถึงระดับเงินแล้วการพัฒนาของพลังกายจึงค่อยๆ ช้าลง กระนั้นก็ตามพลังกายที่พัฒนาขึ้นของเสิ่นเยวี่ยมีความรวดเร็วกว่านักเรียนคนอื่นๆ มากเลื่อนถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว

            ทุกคนมีโอกาสทดสอบพลังกายได้สามครั้งเสิ่นเยวี่ยยังไม่ค่อยพอใจกับผลการทดสอบครั้งนี้ เขาจึงตั้งท่าใหม่โคจรพลังเต็มที่และระเบิดหมัดออกไป

            ตูม!

            เสิ่นเยวี่ยกระแทกหมัดใส่เสาหินทดสอบพละกำลังอีกครั้งหนึ่ง

            “ระดับทองแดงหนึ่งดาวผลการทดสอบคือหนึ่งร้อยสามสิบแต้ม!”

            “ระดับทองแดงหนึ่งดาวผลการทดสอบคือหนึ่งร้อยสามสิบห้าแต้ม!”

            เมื่อเห็นผลลัพธ์เสิ่นเยวี่ยจึงทำสีหน้าพอใจและขยับไปทดสอบพลังวิญญาณเป็นอันดับต่อไปไม่นานผลการทดสอบพลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยก็ปรากฏออกมาเช่นกัน หนึ่งร้อยสิบห้าแต้มโดยทั่วไป ผู้ที่มีพรสวรรค์ทั้งการต่อสู้และการควบคุมจิตอสูรมักเลือกที่จะเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรพลังวิญญาณถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดพรสวรรค์ทางพลังกายจึงถูกมองเป็นเพียงเครื่องประดับอย่างหนึ่ง

            “พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยผ่านระดับร้อยแต้มไปแล้วเขากลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้วจริงๆ!”

            “การฝึกยุทธ์ก้าวหน้ารวดเร็วปานนี้ช่างสมกับเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่งโดยแท้!”

            “ร้ายกาจนักเขาสามารถเลื่อนขึ้นเรียนในระดับผู้ควบคุมจิตอสูรได้แล้ว!”

            “หากกระทั่งผู้ควบคุมจิตอสูรหนึ่งดาวคนหนึ่งยังไม่มีคุณสมบัติเช่นนั้นใครยังจะมีคุณสมบัติได้อีกเล่า?”

            ได้ยินข้อสนทนาของคนรอบด้านมุมปากของเสิ่นเยวี่ยก็ยกสูง จ้องมองไปทางเนี่ยหลีและพวกอย่างภาคภูมิใจ

            บนระเบียงห่างออกไปผู้บริหารระดับสูงหลายคนของโรงเรียนเผยรอยยิ้มพึงพอใจ ไม่ง่ายนักที่ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นจะสามารถสร้างผู้ควบคุมจิตอสูรออกมาได้สักคนหนึ่ง!

            เสิ่นเยวี่ยยืนกอดอกอยู่ไกลออกไปล้อมรอบด้วยพวกลูกน้องเขากวาดตามองพวกนักเรียนในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นด้วยความภาคภูมิใจ

            “ใครจะเป็นคนถัดไป?”อาจารย์ผู้ควบคุมการสอบมองๆ ผู้คนด้านข้างและเอ่ยถามขึ้น

            “ให้ข้าเป็นคนต่อไปเอง!” ลู่เพียวสาวเท้าออกมา เดินตรงไปที่เสาหินทดสอบพละกำลัง

            พวกนักเรียนเริ่มแสดงความเห็น

            “เป็นลู่เพียวนั่นเอง!”

            “ลู่เพียวไม่ได้เข้าชั้นเรียนมาพักหนึ่งแล้ว!”

            “ฟังว่าเขามักไปขลุกอยู่กับเนี่ยหลีเสมอ!”

            “ลู่เพียวคงไม่มีปัญญาทะลวงขึ้นถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวหรอกกระมัง?นอกจากนั้นเขายังไม่มีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ควบคุมจิตอสูร”

            ได้ยินเสียงนักเรียนรอบด้านวิพากษ์วิจารณ์ลู่เพียวหันไปยิ้มกับเนี่ยหลี ตู้เจ๋อและเพื่อนๆ คนที่ดูแคลนพวกเขาเหล่านี้คิดผิดมหันต์นัก! หลังจากฝึกเคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีมอบให้ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของลู่เพียวก็ล้ำหน้าเกินเพื่อนวัยเดียวกันไปมากมาย

            ลู่เพียวหันไปมองพวกเสิ่นเยวี่ยที่ยืนอยู่ห่างออกไปรอยยิ้มดูแคลนผุดขึ้นมาบนมุมปาก สองคิ้วก็ยักแล้วยักอีก

            “เจ้าหนูนี่โอหังเกินไปแล้ว! ไม่ช้าก็เร็วพวกเราต้องสั่งสอนมันสักบทเรียนหนึ่ง!” ลูกน้องหลายคนข้างกายเสิ่นเยวี่ยพูดขึ้น

            เสิ่นเยวี่ยหรี่ตาเล็กน้อยเผยให้เห็นแววเย็นชา เดี๋ยวนี้แม้แต่ลูกน้องของเนี่ยหลีก็ยังกล้าตอแยเขาหรือ?ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาเสียเลย!

            ต่อหน้าสายตาของทุกผู้คนลู่เพียวเดินตรงไปหยุดยืนนิ่งหน้าเสาหินทดสอบพละกำลัง มือขวาเหวี่ยงหมัดออกไปเบาๆ

            “หมัดเบาขนาดนี้จะมีกำลังอย่างไรได้?”นักเรียนหลายคนด้านข้างพากันหัวเราะเย็น

            เสียงตูมคราหนึ่งดังขึ้นสนั่นลั่นเลื่อนไปทั่วตึกเสาหินทั้งแท่งพลันสั่นสะเทือน

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            “เสียงทรงพลังยิ่ง!”

            อาจารย์ผู้ควบคุมการสอบที่อยู่ด้านข้างตะลึงงันหมุนตัวเดินตรงมาทางลู่เพียว เขาหันมองเสาหินทดสอบพลังคราหนึ่ง นิ่งเงียบไปครู่และจึงพูด“ผลการทดสอบ ระดับทองแดงสองดาว สองร้อยหกสิบห้าแต้ม!”

            ผู้คนที่ชมดูเหตุการณ์อยู่รอบด้านพากันตะลึงงัน

            “เป็นไปได้อย่างไรกัน?”

            “ผลการทดสอบผิดพลาดหรือไม่?”

            ต้องรู้ว่าหมัดที่ลู่เพียวเพิ่งชกออกไปนั้นดูเบายิ่งที่แท้กลับมีพลังถึงปานนี้ ที่แท้ก้าวถึงระดับทองแดงสองดาวแล้ว ไม่ห่างจากระดับทองแดงสามดาวอีกเท่าไหร่ลู่เพียวยิ้มน้อยๆ ช่วงที่ผ่านมานี้เขาฝึกยุทธ์ไม่หยุด มีเคล็ดวิชาทรงอานุภาพที่เนี่ยหลีถ่ายทอดให้ทุกวันยังได้กินยาวิเศษมากมาย แช่น้ำสมุนไพรหญ้าจื่อหลัน ทำให้การบ่มเพาะความแข็งแกร่งของเขามิใช่เรื่องยากเย็นอันใด

            ผ่านไปเป็นนานทุกคนจึงได้สติคืนจากความตกตะลึงและได้แต่มองหน้ากันไปมาอายุเพียงสิบสามปีก็มีพรสวรรค์ถึงเพียงนี้ ทั่วทั้งโรงเรียนเซิ่งหลัน สามารถนับเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงคนหนึ่งเหล่าผู้บริหารของโรงเรียนเซิ่งหลันคงต้องให้การบำรุงเขาอย่างเต็มที่แล้ว

            “ไม่เลวไม่เลวคิดไม่ถึงว่าจะมีเด็กอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นนักเรียนปีนี้ยอดเยี่ยมนัก!” ผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนคนหนึ่งยิ้มแย้มพูด

            “ผลการเรียนของนักเรียนปีนี้ไม่เลวเลยทีเดียวคงเพราะทางสมาคมนักปรุงยาวิเศษได้ผลิตยาวิเศษเหล่านั้นออกมา!” ผู้บริหารของโรงเรียนอีกท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ เป็นความจริงที่ยาซึ่งทางสมาคมนักปรุงยาวิเศษปรุงขึ้นมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมช่วยให้ความสามารถเฉลี่ยของนักเรียนดีขึ้นเป็นอันมาก

            เพื่อที่จะบำรุงเหล่าคนรุ่นใหม่ทุกครอบครัวย่อมยินดีที่จะจ่ายเงินออกไปเป็นจำนวนมาก

            ลู่เพียวมองไปทางเสิ่นเยวี่ยที่อยู่ไกลออกไปด้วยสายตายียวนใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยดำคล้ำยิ่ง ลู่เพียวไม่ปิดบังสายตาดูแคลน! ทว่าเมื่อคิดถึงพลังของลู่เพียว เสิ่นเยวี่ยก็อดที่จะรู้สึกหดหู่ไม่ได้ลู่เพียวเพิ่มพลังของตนได้อย่างรวดเร็วจนถึงปานนี้ภายในเวลาสั้นๆ ได้อย่างไร?หรือเขาได้กินยาวิเศษมากมาย?

            ใบหน้าของอาจารย์เสิ่นซิ่วซึ่งยืนอยู่ไกลออกไปก็น่าเกลียดแล้วเช่นกันแม้ลู่เพียวเป็นนักเรียนคนหนึ่งในชั้นของนาง แต่ลู่เพียวมักขลุกอยู่กับเนี่ยหลีเสมอซึ่งทำให้นางไม่ชอบลู่เพียวเช่นกัน พื้นฐานเดิมของลู่เพียวนั้นนางรู้ดี ทว่าเหตุใดพลังจึงเพิ่มขึ้นจนน่าอัศจรรย์ถึงปานนี้เช่นนั้นเนี่ยหลีก็มิใช่จะ...ดวงตาขุ่นมัวของเสิ่นซิ่วชำเลืองมองไกลออกไปทางเนี่ยหลีที่กำลังสนทนาอยู่กับสองโฉมงาม

            การทดสอบพละกำลังรอบที่สอง

            ลู่เพียวยืนมั่นคงโคจรพลังทั้งหมดชกใส่เสาหินแห่งการทดสอบ

            ตูม! เสียงตูมดังกระแทกใส่แก้วหู เสาหินทดสอบพลังปรากฏรอยหมัดประทับขึ้นรอยหนึ่ง

            “ผลการทดสอบระดับทองแดงสามดาว สามร้อยยี่สิบห้าแต้ม” อาจารย์ผู้ควบคุมการสอบตกใจเล็กน้อยและพลันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอัศจรรย์ใจพรสวรรค์ด้านพละกำลังที่ลู่เพียวแสดงออกมานี้น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง จะต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่คุ้มค่าต่อการบำรุงส่งเสริม

            นักเรียนด้านหลังกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการทดสอบพลังพากันสูดลมเย็นเข้าปากเฮือกหนึ่ง

            “ข้าตายแน่นี่ยังจะเหลือโอกาสให้ผู้อื่นรอดชีวิตอยู่อีกหรือ?”

            “นี่ไม่ใช่มนุษย์แล้ว!”

            ต่างก็อายุสิบสามปีเหมือนกันหากพลังของพวกเขาสามารถขยับถึงกว่าแปดสิบแต้มได้ก็นับว่าดีมากแล้ว อย่างไรก็ตามลู่เพียวเวลานี้กลับสามารถทะลวงขึ้นไปถึงกว่าสามร้อยแต้มเข้าถึงระดับทองแดงสามดาวผู้หนึ่ง นี่เป็นการเหยียบย่ำความมั่นใจของพวกเขาชัดๆช่างไม่อาจทานทนได้เสียจริงๆ!

            ลู่เพียวไม่ใส่ใจสายตาตะลึงงันของผู้อื่นเขาส่ายศีรษะน้อยๆ ทำท่าไม่พอใจอย่างยิ่งยืนนิ่งมั่นคงและเหวี่ยงหมัดใส่เสาหินทดสอบพลังอีกครั้งหนึ่ง

            ตูม!

            “ระดับทองแดงสามดาวผลการทดสอบกำลัง สามร้อยเจ็ดสิบแต้ม!” อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบที่สังเกตการณ์อยู่ถอนหายใจเอาอากาศเย็นออกมาคำหนึ่งและประกาศเมื่อเหลือบมองสายตาของลู่เพียวแล้วตนก็อดตาเป็นประกายขึ้นมามิได้ หวนคิดถึงตัวเองเมื่อครั้งที่มีอายุเท่าลู่เพียวเขาเพิ่งเลื่อนถึงระดับทองแดงเท่านั้น คาดว่าหลังจากนี้ลู่เพียวคงสามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันได้

            นักเรียนที่สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันได้คงมีไม่เกินห้าสิบคนหากสามารถเป็นหนึ่งในนักเรียนของชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์การเรียนการสอนที่แต่ละคนจะได้รับนั้นแตกต่างกัน ยิ่งไปกว่านี้นักเรียนทุกสิบคนจะมีอาจารย์หนึ่งท่านคอยดูแลและพวกเขาล้วนเป็นอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญที่สุดของโรงเรียนเซิ่งหลัน! ยิ่งไปกว่านั้น นักเรียนชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ยังจะได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษจากเมืองกวงฮุยจะไม่มีผู้ใดแตะต้องพวกเขาได้เลยเว้นแต่จะกระทำการผิดกฎหมายร้ายแรงจนไม่อาจอภัยให้ได้ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นการละเลยกฎหมายของเมืองกวงฮุย!

            เมืองกวงฮุยมักอยู่ภายใต้การคุกคามของสัตว์อสูรดังนั้นอัจฉริยะเหล่านี้จึงได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

            “ลู่เพียวไม่จริงจังกับการฝึกยุทธ์ไม่เช่นนั้นผลการทดสอบของเขาคงไม่ต่ำเช่นนี้!”ตู้เจ๋อที่อยู่ด้านข้างยิ้มขื่น

            นักเรียนหลายคนที่ยืนอยู่ใกล้เขาได้ยินคำพูดของตู้เจ๋อพวกเขาพากันตกใจแล้ว ลู่เพียวไม่ตั้งใจฝึกยุทธ์ยังได้ผลลัพธ์ถึงปานนี้ถ้าหากตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักเล่า ยังจะเหลือทางรอดให้ผู้อื่นอยู่อีกหละหรือ?สายตาของพวกเขาอดที่จะตกอยู่ที่ตู้เจ๋อและพวกไม่ได้ลู่เพียวอยู่ด้วยกันกับตู้เจ๋อและเนี่ยหลีเสมอ หากพลังของเขาเพิ่มพูนหรือว่าเนี่ยหลี ตู้เจ๋อกับพวกก็จะ...

            ต่อด้วยการทดสอบพลังวิญญาณของลู่เพียวลู่เพียวถือผลึกวิญญาณชิ้นหนึ่งและถ่ายทอดพลังวิญญาณลงไปในผลึกวิญญาณนั้นผ่านไปครู่หนึ่ง มีจุดแสงสว่างขึ้นกลางผลึกวิญญาณ จุดแสงเหล่านั้นยิ่งมาก็ยิ่งเจิดจ้า

            “ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงสามดาวพลังวิญญาณสามร้อยหกสิบเจ็ดจุด!”

            การทดสอบพลังวิญญาณทำการทดสอบครั้งเดียวก็เพียงพอ

            เมื่อได้ยินผลลัพธ์แม้แต่พวกผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนก็อดที่จะตกใจไม่ได้ผู้ควบคุมจิตอสูรนั้นล้ำค่ากว่านักสู้ ผู้ควบคุมจิตอสูรอายุสิบสามปีผู้หนึ่งนับว่ายิ่งโดดเด่น! นี่ย่อมต้องเป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจแน่นอน!

            “เด็กคนนี้ต้องเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งแน่นอนจัดให้เขาไปอยู่ในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์!”ผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนต่างเห็นพ้องต้องกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนไม่นานชื่อของลู่เพียวก็เข้าสู่หูของทุกคนอาจารย์ระดับสูงของโรงเรียนบางคนตระเตรียมรับเขาเป็นศิษย์แล้ว

            พรสวรรค์ของลู่เพียวไม่จำเป็นต้องหารือกันอีกอาจารย์ระดับสูงของโรงเรียนย่อมต้องการเสาะหาศิษย์อัจฉริยะเพื่อช่วยส่งเสริมให้พวกเขามีฐานะสูงส่งขึ้นเดาว่าจะต้องมีผู้บริหารหลายคนแย่งกันชิงตัวลู่เพียวเป็นศิษย์ตน!

            หลังการสอบลู่เพียวกลับไปยืนยิ้มอยู่ข้างเนี่ยหลี ตู้เจ๋อและพวก ท่าทางตื่นเต้นยิ่ง

            “เมื่อได้กลับบ้านหลังการสอบสิ้นสุดลงข้าคงไม่ต้องถูกตาแก่ที่บ้านก่นด่าอีกต่อไป!”ลู่เพียวคิดอย่างสบายใจ ‘คาดว่าเมื่อได้เห็นผลการสอบของข้า กรามของตาเฒ่านั่นคงได้ร่วงถึงพื้นเป็นแน่’

            “ผู้ใดจะเป็นคนต่อไป?”อาจารย์ผู้ควบคุมการสอบชำเลืองมองนักเรียนในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นการทดสอบนักเรียนห้องที่แล้วไม่มีนักเรียนผู้มีพรสวรรค์เตะตาสักคนคิดไม่ถึงว่าชั้นเรียนที่ไม่มีผู้ใดคาดหวังเช่นชั้นเรียนสำหรับการต่อสู้เบื้องต้นนี้กลับมีอัจฉริยะที่น่าตกใจโผล่มาถึงสองคนนี่ทำให้เขาตั้งตารอคอยการทดสอบนักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นที่เหลือเหล่านี้ต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258