เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 88 คำเชิญชวนที่มากมาย

            เมื่อเฟรย่าได้เห็นใบหน้าของผู้บุกรุกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดคลุมสีดำ


            “หืมมม พี่สาวท่านนี้คือ..”


            ร่างในเงามืดนั้นเผยให้เห็นถึงดวงตาคมดั่งใบมีดและเส้นผมสีเงินยาวสลวย หญิงสาวในชุดคลุมนั้นไม่ใช่ใครอื่น นางคือไอริน บารอนเนีย


            ผู้เล่นระดับตำนานที่ถูกเล่าขานว่าเป็น “คมดาบแห่งเงา” นักฆ่าผู้ไร้ตัวตนและเก่งกาจในการหลบหลีก ด้วยเครือข่ายตระกูลซิลวาที่ทรงอำนาจของเฟรย่า ทำให้เธอได้ยินชื่อเสียงของไอรินมาก่อน


            เฟรย่าเพียงยิ้มบางๆอย่างสง่า แต่แฝงด้วยความสนใจอันลึกซึ้ง เธอจ้องมองไอรินราวกับอ่านได้ถึงบางสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง


            “ไอริน บารอนเนีย...นักฆ่าในตำนานที่หายตัวไปนานหลายปี”


            “ไม่นึกเลยว่าพี่สาวจะปรากฏตัวขึ้นในฐานะหัวหน้าแม่บ้านของตระกูลซิกฟรีด”


            น้ำเสียงเฟรย่าแฝงด้วยความท้าทายเล็กๆ ขณะเดียวกันก็มีรอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้น


            “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอนาเธอร์…พ่อหนุ่มตัวน้อยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์คนนั้นใช่ไหม?”


            คำพูดของเฟรย่าทำให้ไอรินถึงกับนิ่งไปเล็กน้อย ดวงตาของเธอแข็งกร้าว แต่ภายในเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เธอไม่พูดตอบอะไร


            แต่กลับใช้สายตาคู่นั้นจ้องมองเฟรย่า ราวกับเป็นการเตือนที่ทรงพลังว่าเธอจะไม่ยอมให้ใครมาเข้าใกล้นายน้อยผู้เป็นสามีโดยเด็ดขาด


            “อย่ามายุ่งกับนายน้อยของข้าอีก!”


            “ไม่อย่างนั้น ต่อให้เธอจะเป็นเฟรย่าจากตระกูลซิลวา ก็ไม่อาจหนีรอดจากเงามืดนี้ไปได้”


            ไอรินกล่าวเสียงเย็นเยียบ คำพูดนั้นแฝงไปด้วยการข่มขู่ที่น่าสะพรึง ดวงตาของเธอเยือกเย็นและมุ่งมั่นอย่างไม่หวั่นไหว


            จากนั้น เธอก็หายตัวไปพร้อมกับเสียงอันแผ่วเบาของเงาที่แทรกซึมไปทั่วห้อง ร่างของไอรินสลายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้ห้องนอนหรูหราของเฟรย่ากลับสู่ความเงียบงัน ราวกับการบุกรุกเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยซักนิด


            “...................”


            เฟรย่ายืนอยู่ในห้องนอนที่กลับคืนสู่ความสงบ เธอไม่รู้สึกหวาดกลัวต่อคำข่มขู่ที่เยือกเย็นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มของเธอยิ่งเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน ราวกับว่าไอรินได้ทิ้งเบาะแสบางอย่างไว้ให้เธอได้ครุ่นคิด นัยน์ตาของเฟรย่าเป็นประกายและเปี่ยมไปด้วยความสนใจ


            “สมแล้วที่เป็นอนาเธอร์…เขาช่างมีเสน่ห์ที่ใครๆก็ไม่อาจต้านทานได้”


            “ขนาดผู้เล่นอย่างไอรินที่แข็งแกร่งเช่นเธอคนนั้นก็ยังยอมพลีกายให้เขาเลยนะ”


            เฟรย่าเอ่ยพึมพำกับตัวเองพร้อมเผยรอยยิ้มเย้ายวน ขณะภาพในก็เต็มไปด้วยใบหน้าหล่อเหลาและความสง่าผ่าเผยของอนาเธอร์


            “แม้แต่เราเองยังแทบจะหักห้ามอารมณ์ไม่ไหวเช่นกัน... ความแข็งแกร่งและเสน่ห์นั้นช่างดึงดูดและน่าสนใจยิ่งนัก”


            เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ร่างกายของเฟรย่าก็เกิดความร้อนรุ่มขึ้น หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น ราวกับจินตนาการอันล้ำลึกเกี่ยวกับอนาเธอร์ที่เข้ามาครอบงำจิตใจ


            เสียงหายใจของเฟรย่าหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย ความคิดของเธอเต็มไปด้วยความกระหายอยากรู้อยากเห็นในตัวเด็กหนุ่มคนนั้น ทั้งพลังและความมุ่งมั่นที่ทำให้เขาเป็นที่รักของคนรอบข้าง


            การได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา ทำให้เฟรย่ายิ่งอยากรู้จักทายาทแห่งตระกูลซิกฟรีดผู้นี้มากขึ้นอีก


            “อนาเธอร์... ”


            เฟรย่าพึมพำชื่อเบาๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความสนใจที่ล้ำลึกและแรงปรารถนาที่ร้อนแรง


            ขณะเดียวกัน อนาเธอร์ก็นอนหลับอย่างสบายบนเตียงนอนอันหรูหราในห้องพักของตน


            เขาไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อยว่าขณะนี้มีหญิงสาวสองคนที่เกือบจะห้ำหั่นกันเพื่อปกป้องและแย่งชิงความสนใจของเขา ไอรินกับเฟรย่าต่างมีจุดประสงค์ที่ขัดแย้งกัน แต่อนาเธอร์กลับนอนหลับสนิทไม่สะทกสะท้าน ร่างกายผ่อนคลายและจิตใจไร้ความกังวล ราวกับว่าความวุ่นวายของโลกภายนอกไม่อาจทำอะไรเขาได้เลย


            ไม่นาน รุ่งอรุณวันใหม่ก็มาถึง แสงแดดสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างห้องนอนของเขา ทอประกายลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน สายลมยามเช้าพัดผ่านเข้ามา ทำให้ผ้าม่านพลิ้วไหวเบาๆ


            อนาเธอร์สัมผัสได้พลางค่อยๆลืมตาขึ้น และรู้สึกถึงความสดชื่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง


            “สดชื่นจริงๆเลยเว้ย!”


            ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง พลางหาวเบาๆก่อนจะตรงไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าและเตรียมตัวสำหรับวันใหม่


            ขณะเดียวกัน บรรยากาศที่มหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ก็คึกคักเป็นพิเศษ


            “เห้ย แกได้ยินเรื่องที่ประกาศออกมาไหม?”


            “เออ ฉันจะต้องเข้าร่วมการแข่งนี้ด้วยแน่นอน!”


            นักเรียนชั้นปีที่ 1 ทุกคนต่างพูดคุยกันเสียงดังจอแจทั่วบริเวณ เนื่องจากประกาศที่สำคัญได้ถูกส่งผ่านระบบกลางของมหาวิทยาลัย ประกาศนั้นแจ้งให้ทราบว่า การแข่งขันประจำปีสำหรับนักเรียนปีหนึ่งจะถูกจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า


            ซึ่งข่าวนี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นยิ่งนัก


            การแข่งขันนี้เป็นโอกาสที่นักเรียนจะได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ และสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในสถาบัน


            การแข่งขันจะแบ่งออกเป็นสองรูปแบบ คือการต่อสู้เดี่ยวและการต่อสู้แบบทีมที่ประกอบไปด้วยนักเรียนจำนวน 5 คน


            เงื่อนไขสำคัญที่มหาวิทยาลัยได้กำหนดไว้คือ ผู้เข้าแข่งทุกคนต้องมีระดับเลเวลไม่เกิน 200


            ซึ่งนับเป็นข้อจำกัดที่ท้าทายและส่งเสริมให้นักเรียนต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ และที่สำคัญ หนึ่งคนจะสามารถลงได้เพียงแค่รูปแบบใดรูปแบบนึงเท่านั้น หมายความว่าเหล่านักเรียนจะต้องเลือกว่าจะลงรูปแบบใด ระหว่างแข่งเดี่ยวกับแข่งรูปแบบทีม


            “สามวัน? ทั้งเซรอสและเฟรย่าผิดกันหมด!”


            เมื่อได้ยินข่าวนี้ อนาเธอร์ก็ตั้งสมาธิคิดถึงการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันอย่างจริงจัง เพราะการแข่งขันครั้งนี้คือโอกาสสำคัญที่จะได้ทดสอบทักษะและพลังที่ฝึกฝนมา เขาได้ตัดสินใจตั้งแต่แรกว่าจะลงสมัครเพียงแค่การต่อสู้รูปแบบเดี่ยว


            “คนเยอะชะมัด!”


            เมื่ออนาเธอร์มาถึงห้องโถงสำหรับลงทะเบียนสมัครแข่งขัน บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยเสียงคึกคักจากนักเรียนมากมาย


            ทุกคนต่างพูดคุยถึงแผนการและความหวังที่จะชนะในศึกนี้


            “หะ..เห้ย นั่นมันเจ้าชายน้อย!”


            แต่ทันทีที่อนาเธอร์ก้าวเข้าสู่ห้องโถง ความสนใจทั้งหมดก็พุ่งตรงมาทันที รู้สึกได้ถึงสายตานับสิบที่จ้องมองมาที่เขา พวกนั้นมีทั้งแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความทึ่ง


            ผู้สืบทอดอวาตาร์แห่งเทพเจ้าจะลงมาถึงสนามประลองของนักเรียนปีหนึ่ง


            ไม่นานนัก ผู้คนก็เริ่มเข้ามารุมล้อมอนาเธอร์ ทั้งกลุ่มเพื่อนและนักเรียนที่แทบไม่รู้จัก


            ต่างพูดจาโน้มน้าวและชักชวนเขาให้เข้าร่วมทีมของตน พวกเขาหวังว่าอวาตาร์ผู้สืบทอดแห่งเทพเจ้าจะช่วยนำพาทีมให้ชนะเลิศ ด้วยพลังที่ไม่ธรรมดาของอนาเธอร์ เขาย่อมเป็นกุญแจสำคัญที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมได้อย่างมหาศาล


            “อนาเธอร์! เข้าร่วมทีมกับพวกเราสิ พวกเรามีผู้เล่นที่ฝึกมาอย่างดี รับรองว่าเราจะป้องกันได้ดีเยี่ยม!”


            นักเรียนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น ทว่าอีกคนหนึ่งกล่าวเสริมเสียงดัง


            “นายมาเป็นผู้นำทีมของพวกเรานะ ถ้าได้นายที่มีพลังแห่งอวาตาร์เทพเจ้ามาช่วย พวกเราจะต้องคว้าอันดับหนึ่งแน่!”


            เสียงเรียกร้องและคำชักชวนดังเซ็งแซ่รอบตัว แต่อนาเธอร์เพียงยืนนิ่งและตอบกลับ


            “ขอโทษด้วยนะ แต่ฉันตั้งใจจะลงในรูปแบบการต่อสู้เดี่ยวเท่านั้น”


    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน