บทที่ 1
การพบกัน
ผัวะ!!!
อ๊ากกกกก
" ไอ้ลูกไร้ประโยชน์!!! " ชายวัยห้าสิบกลางๆ ได้ใช้ขาเตะเข้าไปที่ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างไม่หยุดเืของชายหนุ่มได้กระเด็นเลอะเต็มเสื้อขาว เมื่อทำร้ายร่างกายชายหนุ่มไปสักพักชายวัยห้าสิบกลางๆได้หยุดเพราะความเหนื่อย
" ไปซะแกไม่ใช่ลูกฉันอีกแล้ว " ชายวัยห้าสิบกลางๆได้พูดพร้อมกับหันหลังเดินเข้าบ้านไป ร่างที่สะบักสะบอมต่างไปด้วยาแทั่วร่างกาย อีกทั้งเสื้อสีขาวที่เต็มไปด้วยเื ชายหนุ่มได้ที่ร่างสะบักสะบอมได้ค่อยๆใช้มือพยุงตัวเองขึ้นมา
ชายหนุ่มได้พาร่างที่สะบักสะบอมเดินไปบนถนนในยามค่ำคืนที่มีผู้คนเดินอยู๋ไม่มากนักผู้คนต่างเดินออกห่างชายหนุ่มคนนี้
ตึง!!!!
และแล้วร่างของชายหนุ่มได้ล้มลงกับพื้น
ตึกๆๆ
เสียงฝีเท้าของใครสักคนได้ดังขึ้นดวงตาที่ใกล้จะปิดของชายหนุ่มได้พยายามมองหน้าเสียงนั้น
" คุณเป็อะไรหรือเปล่าค่ะ " เสียงเล็กๆของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมันชั่งเป็เสียงที่ไพเราะ ชายหนุ่มได้พยายามเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่พูด แต่แล้วสติของชายหนุ่มได้เริ่มๆหลุดลอยไปจนสุดท้ายเขาได้หมดสติลงตั้งนั้น
----- ผ่านไปสักพัก ----
ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวขึ้นเปลือกตาที่เริ่มขยับ เปลือกตาได้ค่อยๆลืมขึ้นทีละนิด ชายหนุ่มเห็นเพียงเพดานห้องที่เปิดไฟสีส้ม ชายหนุ่มได้หันซ้ายหันขวาอย่างช้าๆเพื่อมองรอบๆห้อง มันชั่งเป็ห้องที่ใหญ่โตและกว้าง ทั้งเพดาน ผนัง ของตกแต่งภายในทุกอย่างเป็ของมีราคาและระดับทุกอย่างดูแพงไปหมด
" ที่นี่มัน.... " ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงที่แ่เบา
" ตื่นแล้วเหรอค่ะ " เสียงเล็กๆของหญิงสาวคนเดิมได้ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มได้หันตามเสียงนั้น เมื่อมองตามไปชายหนุ่มได้หันไปเห็น หญิงสาวอายุราวๆยี่สิบต้นๆนั่งอยู่ที่ข้างเตียง เมื่อแรกเห็นเธอชั่งเป็ผู้หญิงที่สวยจริงๆ ใบหน้าที่เต็มไปโดยรอยยิ้มตลอดเวลา
" ผม..ขอน้ำหน่อย...ได้มั้ยครับ" เสียงอันแ่เบาของชายหนุ่มได้พูดขึ้น
" คุณช่วยบอกฉันหน่อยได้มั้ยค่ะว่าน้ำตั้งอยู่ตรงไหน... "
" คือดวงตาฉันมองไม่เห็น " หญิงสาวพูดด้วยเสียงเล็กๆของเธอพร้อมกับใบหน้าที่ยังคงยิ้มอยู่ขนาดพูดเื่แบบนั้นออกไป
ชายหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ใช้มือพยุงร่างกายขึ้นจากเตียง
" คุณจะลุกแบบนั้นไม่ได้นะค่ะ " หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงไพเราะเมื่อเธอได้ยินเสียงชายหนุ่มขยับตัว เธอได้ลุกขึ้นอย่างร้อนรนจนทำให้เธอสะดุดร่างของเธอได้ล้มลงบนเตียง ชายหนุ่มได้ใช้มือของตนรับหญิงสาวไว้
" ขอโทษค่ะ.. " หญิงสาวพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากหน้าของชายหนุ่มไม่ถึงสิบเซ็นติเมตร แต่เธอนั้นก็ไม่สามารถรู้ได้เพราะดวงตาของเธอมองไม่เห็น ชายหนุ่มได้จ้องหน้าของหญิงสาวอย่างใกล้ๆ หน้าของชายหนุ่มแดงขึ้น
ตึกตักๆ
เสียงหัวใจของชายหนุ่มได้เต้นเร็วและดังขึ้น
" คุณเป็อะไรหรือเปล่าค่ะ " หญิงสาวได้เอ่ยถามด้วยเสียงอันไพเราะของเธอ
" ไม่.... ไม่ครับ " ชายหนุ่มได้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
แอ๊ด
เสียงประตูที่เปิดออกผู้หญิงอายุราวๆสี่สิบได้เดินเข้ามาภายในห้องชายหนุ่มได้จ้องมองไปที่ผู้หญิงที่เดินเข้ามาเธอแต่งชุดแม่บ้านที่มีสีดำปมกับขาว เมื่อเธอเข้ามาได้หันมองมาที่เตียง
" คุณหนู " เสียงเรียกอันใของผู้หญิงที่เดินเข้ามาเธอรีบวิ่งเข้ามาพยุงร่างของหญิงสาวด้วยท่าทางที่ใ
" ป้ากัญญาเองเหรอค่ะคือผู้ชายคนนี้เขาหิวน้ำ" หญิงสาวได้หันไปพูดกับป้ากัญญาด้วยรอยยิ้ม ป้ากัญญาได้พยุงหญิงสาวคนนั้นกลับมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม ป้ากัญญาได้หยิบน้ำที่วางอยู่ข้างๆเตียงมาให้ ชายหนุ่มรับแก้วน้ำนั้นไว้แล้วยกดื่ม
อึกๆ
" คุณชื่ออะไรเหรอค่ะ? " หญิงสาวได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ
" ชื่อเหรอ.... "
" ม..... มาร์ค "
" มาร์คเหรอค่ะ " หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มของเธอทำให้มาร์คนั้นละสายตาจากรอยยิ้มนั้นไม่ได้สายตาของมาร์คยังคงจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสาวอย่างไม่หันไปไหน
" แล้วทำไมเธอถึงมีสภาพอย่างนั้นล่ะ" ป้ากัญญาได้เอ่ยถาม เสียงที่พูดขึ้นของป้ากัญญาทำให้มาร์คที่จ้องใบหน้าของหญิงได้สาวได้สะดุ้ง
" ครับๆ " มาร์คได้ขานรับด้วยท่าทางใ
" คือผม....คือผม......"
" ไม่จำเป็ต้องถามก็ได้ค่ะ " หญิงสาวคนนั้นได้เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเล็กๆของเธอ ราวกับเธอรู้อยู่แล้วมาร์คนั้นไม่สามารถพูดเื่นี้ได้
" อ๋อ.... ลืมแนะนำตัวสินะค่ะ"
" ฉันชื่อยูเรก้าค่ะ... เรียกสั้นๆว่ายูเฉยๆก็ได้ " ยูเรก้าได้แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงอันไพเราะและใบหน้าที่ยิ้มอยู่ตลอด
มาร์คได้ค่อยขยับตัวเพื่อพยายามจะลงจากเตียง ทันทีที่เขานั้นลุกขึ้นร่างของเขาได้ล้มลงกับพื้นอีกครั้ง
ตึง!!!
" เสียงอะไรค่ะป้า.. " ยูเรก้าได้พูดขึ้นด้วยท่าทางที่ใเมื่อได้ยินได้นั้น ป้ากัญญาได้ค่อยๆเข้าไปพยุงร่างของมาร์คขึ้นมาบนเตียงอีกครั้ง
" ไม่มีอะไรค่ะ " ป้ากัญญาได้หันไปบอกกับยูเรก้าเพราะไม่อยากให้เป็ห่วง
" ทำตัวปกติไว้ " ป้ากัญญาได้เข้าไปกระซิบข้างๆหูของมาร์ค
" คุณจะให้ฉันโทรหาครอบครัวของคุณหรือเปล่าค่ะ.. " เสียงเล็กๆของยูเรก้าได้เอ่ยออกมาพร้อมกับใบหน้าที่หันไปทางมาร์คด้วยรอยยิ้มแม้ว่าเธอจะมองไม่เห็น
" ครอบครัว.... " มาร์คได้พูดออกมาด้วยเสียงเบาๆพร้อมกับทำท่าทางครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง ป้ากัญญาที่เห็นท่าทางแบบนั้นของมาร์คก็รู้ได้ทันทีว่ามาร์คนั้นมีปัญหากับครอบครัว
" ผมไม่หรอกครับของแบบนั้น " มาร์คได้พูดด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา ดวงตาของมาร์คนั้นได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้า ภายในห้องนั้นคนที่สามารถเห็นดวงตาคู่นั้นได้มีแค่ป้ากัญญาเท่านั้น เมื่อมาร์คพูดออกไปบรรยากาศภายในห้องนั้นก็เงียบสงัด ไม่มีใครคิดจะพูดอะไร
" งั้นอยู่ที่นี่มั้ยค่ะ " ยูเรก้าได้เอ่ยขึ้นในบรรยากาศที่เงียบภายในห้อง น้ำเสียงใสๆของเธอเอ่ยออกมาอย่างจริงใจพร้อมกับรอบยิ้มที่บบหน้าของเธอ
" ไม่ได้นะค่ะคุณหนู..." ป้ากัญญาที่ยืนฟังอยู่ได้พูดสวนขึ้นทันควันเมื่อได้ยินคำพูดของยูเรก้า
" ไม่เป็ไรหรอกค่ะ " ยูเรก้าได้หันไปพูดกับป้ากัญญาที่พูดสวนขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
" ถึงแม้ว่าดวงตาจะมองไม่เห็นแต่มีสิ่งๆหนึ่งที่ฉันยังเชื่อได้มากกว่าดวงตาของฉันซะอีก " ทุกคนภายในห้องต่างเงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่ยูเรก้าได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่งใจและใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา
" ความรู้สึกไงละค่ะ "
" ถึงตาฉันจะบอดแต่ความรู้สึกของฉันยังคงอยู่ความรู้สึกของฉันบอกว่าเขาเป็คนดี " คำพูดที่ออกมาจากปากของยูเรก้าถ้อยคำที่แสนอบอุ่นเหมือนกับรอยยิ้มบนใบหน้าเธอ ในตอนนี้ความรู้สึกของมาร์ค ราวกับตกอยู่ในภวังค์มีบ้างอย่างทำให้เขารู้สึกรักผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขา จากแววตาที่เคยโศกเศร้ากลับแปลงเปลี่ยนกลายเป็แววตาของความหวังและการมีชีวิต
หลังจากยูเรก้าได้คุยกับมาร์คเสร็จเธอได้ปล่อยให้มาร์คนั้นนอนพัก
ค่ำคืนนั้นก็ผ่านไป ดวงอาทิตย์เริ่มขึ้นสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง แสงแดดอ่อนได้ส่องเข้ามาภายในห้องที่มาร์คนั้นนอนอยู่ แสงแดดได้กระทบเข้าที่เปลือกตาของมาร์คทำให้เขานั้นเริ่มรู้สึกตัว ร่างกายค่อยๆขยับทีละนิด มาร์คได้ยกมือขึ้นมาบังดวงตาของตนเองที่โดนแสงแดดส่อง
" เช้าแล้วเหรอ.... " มาร์คได้พูดด้วยน้ำเสียงอันแ่เบา เขาได้ค่อยๆพยุงร่างของตนเองที่เ็ปจากาแจากเมื่อวานขึ้นจากเตียง
โอ๊ยยย
มาร์คอุทานขึ้นด้วยความเ็ปพลางกับใช้มือจับที่ไปาแบนร่างกาย
แอ๊ดๆ
เสียงประตูได้ค่อยๆเปิดทีละละนิด เสียงเปิดประตูทำให้มาร์คนั้นจ้องมองไปทีประตูที่เปิดออก ป้ากัญญาได้เดินเข้ามาพร้อมกับชามน้ำต้มในมือ
" ตื่นแล้วเหรอ" ป้ากัญญาได้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างของมาร์คลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียง ป้ากัญญาได้เดินเข้ามาหามาร์คอย่างช้าๆ และได้วางชามข้าวต้มไว้ข้างๆเตียงสายตาของมาร์คได้มองตามการกระทำของป้ากัญญา
" ให้ฉันพาไปโรงพยาบาลมั้ย " ป้ากัญญาได้เอ่ยถามกับมาร์คที่มองมาที่ตน
" ไม่ครับ.... " มาร์คได้ตอบกลับไปดูเสียงอันแ่เบาพร้อมกับเปลี่ยนทิศทางการมองกลับมองที่ร่างของตนเอง
" ขอบคุณที่ช่วยนะครับ " คำขอบคุณที่ออกมาจากใจของมาร์คถึงแม้เสียงที่พูดนั้นจะเบาไปหน่อยก็ตาม
" อืม..... คือ "
ป้ากัญญาได้หันไปมองทางมาร์คที่ดูเหมือนว่าอยากจะพูดอะไร
" มีอะไรหรือเปล่า...? "
" ชุดของผมล่ะครับ " มาร์คได้เอ่ยถามถึงชุดตนเองที่ถูกเปลี่ยนไป ั้แ่ก่อนเขาจะรู้สึกตัว
" ฉันเอาไปซักให้แล้ว "
ป้ากัญญาได้ตอบคำถามของมาร์ค พร้อมกับหยิบชามน้ำต้มขึ้นมา
" ให้ฉันป้อนมั้ย..... "
" ไม่เป็ไรครับ " มาร์คได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางยื่นมือออกไปรับชามข้าวต้มบนมือของป้ากัญญา และค่อยๆตักใส่ปากอย่างช้าๆ ป้ากัญญาได้ยื่นมองมาร์คได้ตักข้าวใส่ปากอย่างช้าๆ มาร์คได้ตักข้าวใส่ปากเพียงไม่กี่คำก็ได้หยุดกิน มาร์คได้วางช้อนลงในชามเหมือนเดิมมาร์คได้มีท่าทางนิ่งไป
" เป็อะไรไป " ป้ากัญญาได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย
" ผมขอออกไปเดินเล่นหน่อยได้มั้ยครับ " มาร์คได้เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเบาๆ
จากนั้นมาร์คก็เดินออกไปนอกห้องเมื่อเปิดประตูออกไปสายตาของเขานั้นก็ได้มองไปรอบๆเพื่อสำรวจที่ๆเขาอยู่ มันเป็ทางที่ถูกตกแต่งให้สวยงานอาจจะเพราะเป็ทางผ่านของห้องมากมายมาร์คได้เดินตามป้ากัญญาไปอย่างช้า ผ่านหลังมากมายและสุดท้ายก็ได้มาถึงส่วนใจกลางของบ้าน มันชั่งใหญ่โตราวกับพระาาวัง ตรงที่เขายืนอยู่นั้นเป็บริเวณชั้นสองของบ้านในห้องและทางเดินที่ดูแพงและมีระดับแล้ว เมื่อเข้ามาเห็นภายในบ้านจริงๆมันชั่งใหญ่โตและมีระดับกว่าเสียอีก มาร์คได้ตกตะลึงกับบ้านหลังนี้ได้ทำได้เพียงใช้สายตามองไปรอบๆด้วยแววตาที่เปล่งประกาย
ป้ากัญญาได้เดินนำหน้าของมาร์คไประหว่างเดินนั้น
" คุณ... คนที่ช่วยผมไว้ " มาร์คได้เอ่ยขึ้นจากด้านหลังของป้ากัญญา ป้ากัญญานั้นรู้ได้ทันทีว่ามาร์คนั้นถามถึงยูเรก้า
" คุณหนูยูเรก้า.... ทำไม " ป้ากัญญาได้ตอบกลับขนาดที่เดินนำหน้าของมาร์คอยู่การสนทนานั้นป้ากัญญาไม่ได้หยุดเดินหรือหันมามองหน้าป้ากัญญายังคงเดินนำหน้าไปเรื่อยๆ
" อาจจะเสียมารยาทไปหน่อยแต่ผมอยากจะถามว่าทำไมเธอถึงตาบอดล่ะครับ " มาร์คได้เอ่ยด้วยถ้อยคำที่สุภาพ
" นั้นสินะเธอเองก็จะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วบอกไปคงไม่เป็ไร"
" โดนหักหลังไง..... " คำพูดของป้ากัญญาได้ทำให้มาร์คนั้นหยุดเดิน สีหน้าของมาร์คนั้นแสดงออกถึงความใ
" ว่าไงนะครับ..... " มาร์คได้พูดออกมาอย่างช้าๆ พอเห็นป้ากัญญายังคงเดินต่อไปมาร์คได้เดินตามไป
" ตระกูลของนั้นเป็ตระกูลที่มีทรัพย์สินมหาศาล ทั้งธุรกิจหรือเงิน เพราะแบบนั้นตอนอายุ15 รถที่คุณหนูได้นั่งกับคุณพ่อและคุณแม่นั้นได้ประสบอุบัติเหตุอย่างไม่มีสาเหตุคุณพ่อและคุณแม่ได้เสียชีวิต ดวงตาของคุณหนูก็ได้มืดดับลงั้แ่ตอนนั้น" ป้ากัญญาได้พูดเื่ราวที่เกิดกับยูเรก้าให้มาร์คฟังขนาดที่เดิน แต่การสนทนานั้นก็ได้จบลงเมื่อพวกเขาเดินมาถึงประตูหน้าเปิด ป้ากัญญาได้เปิดประตูออกไปอย่างช้าๆ พวกเขาทั้งสองคนได้เดินออกไปนอกประตู
ภาพที่มาร์คได้เห็นนั้นคือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่บริเวณกลางสวนมีศาลาสีขาวขนาดกลางตั้งอยู่ ยูเรก้าได้นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางมีความสุขสายลมได้พัดเบาๆทำให้ดอกไม้ในสวนได้โยกไปตามลมที่พัด
ทั้งป้ากัญญาและมาร์คได้ค่อยๆเดินเข้าไปภายในสวนอย่างช้าๆ เมื่อพวกเขาเดินไปถึงศาลาที่ยูเรก้าได้นั่งอยู่
" ป้ากัญญากับมาร์คเหรอค่ะ" ยูเรก้าได้พูดขึ้นด้วยเสียงเล็กๆของเธอพร้อมกับหันหน้ามาทางมาร์ค ตัวเธอนั้นรู้ได้ทันทีว่าเป็ทั้งสองคนเพราะเสียงเท้าที่ได้ยินนั้นมีสองเสียง
วงล้อแห่งโชคชะตาได้หมุนให้เส้นทางชีวิตของพวกเขานั้นมากันผู้หญิงคนหนึ่งที่สูญเสียดวงตาของเธอไปแต่ยังมีจุดมุ่งหมายในการใช้ชีวิตและผู้ชายอีกคนที่เขาได้สูญจุดมุ่งหมายในการใช้ชีวิตของตนเองไป เื่ราวจะเป็อย่างไร.....
----------------
สวัสดีครับนี้เป็เื่แรกสำหรับนิยายรักของผมเอง อาจจะทำได้ไม่ดีก็ขอภัยด้วยนะครับ