ตอนที่ 73 ปราสาทแวมไพร์ ชั้นที่ 2 ทุ่งหญ้าสีเลือด
ร่างของไนท์แมร์พุ่งทะยานมารวมตัวกันอีกครั้งเคนจิยังคงสังเกตการเคลื่อนไหวของมันอย่างต่อเนื่องก่อนจะพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็วคว้าจับที่หัวของไนท์แมร์ดึงกระชากหลุดออกจากลำตัวแล้วทะลวงมืออีกข้างเข้าไปที่เบ้าตาของมันอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งดึงบางสิ่งออกมาจากเบ้าตาของมันร่างของไนท์แมร์พังทะลายกองลงสู่พื้นราวกับไร้จิตวิญญาณในกำมือของเคนจิมีหนอนตัวสีทองกำลังพยายามดิ้นให้หลุดจากกำมือของเคนจิ
"นี่คือร่างจริงของไนท์แมร์อย่างนั้นรึสังเกต!”
[หนอนไหมทอง :สิ่งมีชีวิตลึกลับและหายากจากนรก สามารถควบคุมร่างของสิ่งมีชีวิตได้ใยของหนอนไหมทองมีความยืดหยุ่นสูงทนทานความร้อนได้ดีสามารถปรุงเป็นอาหารขั้นสูงได้]
“ก็ไม่เลว อย่างน้อยก็เป็นอาหารได้เก็บไว้ก่อนล่ะกัน”
เคนจิหยิบขวดแก้วออกมาจากช่องมิติเก็บหนอนไหมทองแล้วโยนกลับเข้าไปในช่องมิติก่อนจะเดินไปที่กองกระดูกของไนท์แมร์แล้วหยิบเคียวของมันมาตรวจดูเมื่อลองโบกสะบัดฟาดฟันในอากาศปรากฏคลื่นพลังฉีกกระชากราวกับผ่ามิติ ท่ามกลางรอยยิ้มอันพึงพอใจของเขาดวงตาของอลันเบิกกว้างก่อนจะทิ้งร่างของไรเซ็นพุ่งทะยานเข้ามาหาเคนจิด้วยความรวดเร็ว
“นั้นคือเคียวปลิดวิญญาณหนึ่งในสมบัติของข้ามันคือเคียวของยมทูตที่มีหน้าที่ล่าดวงวิญญาณที่ตายไปแล้วลงสู่ขุมนรกอเวจีเมื่อเจ้าใช้มันสังหารดวงวิญญาณของมันจะตกสู่ขุมนรกไม่สามารถกลับมาเกิดได้อีกและที่ข้าแปลกใจที่สุดคือเจ้าสามารถถือมันได้อย่างไร”
“ทำไมถึงจะถือไม่ได้ล่ะลุงข้าก็ถืออยู่นี้ไง”
“เจ้าลองโยนไปให้เจ้าหมาบ้าถือดูซิแล้วเจ้าจะรู้เอง”
ท่ามกลางความสงสัยของเคนจิจึงโยนเคียวไปทางไรเซ็นเพื่อทดสอบสิ่งที่อลันพูด ร่างกายของไรเซ็นได้ถูกรับการรักษาจากอลันเมื่อเห็นเคียวที่เคนจิโยนมาจึงตั้งใจจะเข้าไปรับทันทีเมื่อมือของไรเซ็นคว้าจับที่ด้ามของเคียวดวงตาของมันเบิกกว้างหยาดเหงื่อปรากฏเต็มไปทั่วทั้งใบหน้าก่อนจะถูกเคียวกระชากลงสู่พื้นอย่างรุนแรง
“ตูม!!!”
“อ๊ากก~~!!!”
ไรเซ็นร้องตะโกนลั่นท่อนแขนทั้งสองข้างที่คว้าจับด้ามเคียวจมลงสู่พื้นดินความรู้สึกของไรเซ็นตอนนี้ราวกับแบกภูเขาทั้งลูกเคนจิรีบพุ่งทะยานเข้าหาไรเซ็นด้วยความรวดเร็วพร้อมทั้งดึงกระชากเคียวออกจากมือของไรเซ็นทันทีท่ามกลางสีหน้าที่หมดแรงของไรเซ็นหยาดเหงื่อปรากฏทั่วใบหน้าของเคนจิเหลือกมองเคียวยักษ์ตั้งแต่หัวถึงหางก่อนจะหันไปหาอลันแล้วเอ่ยถาม
“เกิดอะไรขึ้นลุง? ทำไม...”
“เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดถือมันได้ไงล่ะผู้ที่จะถือมันได้ต้องเป็นผู้ล่าวิญญาณหรือคนที่ตายไปแล้วเช่นไนท์แมร์ตนนั้นข้าถึงแปลกใจว่าทำไมเจ้าถึงถือมันได้”
“คนตาย! แต่ข้ายังไม่ตายนะลุง แล้วข้าถือมันได้ยังไง”
“ข้าก็ไม่รู้เอาไว้ค่อยคุยกันที่หลัง ประตูบานถัดไปเปิดแล้ว”
ขณะที่กลุ่มของเคนจิกำลังคุยกันประตูบานถัดไปที่อยู่เบื้องหน้าก็สั่นสะท้านก่อนที่มันจะเปิดออกเคนจิเก็บความสงสัยไว้ในใจก่อนจะเก็บเคียวไปยังช่องมิติอาการบาดเจ็บของไรเซ็นหายเป็นปลิดทิ้งราวกับไม่เคยเกิดขึ้นก่อนะจะเข้ามารรวมกลุ่มกับเคนจิแล้วก้าวเดินไปยังประตูที่เปิดออกเมื่อผ่านพ้นประตูบานที่สองภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นทุ่งหญ้าสีแดงคล้ายกับเลือดที่กว้างใหญ่และมีประตูสีแดงตั้งอยู่ที่กลางเนินเขาทันทีที่ก้าวพ้นประตูที่พวกเขาได้เดินผ่านมาก็ปิดลงอย่างเชื่องช้าก่อนที่มันจะค่อยๆเลือนรางแล้วหายไป
“นี่คือชั้นที่สองของปราสาทแวมไพร์ทุ่งหญ้าสีเลือด หากเจ้าต้องการจะผ่านมันจำเป็นต้องฆ่าผู้ดูแลของชั้นนี้ก่อน”
“แล้วใครคือคนดูแลชั้นนี้ล่ะลุง”
“ข้าเอง!”
ทันทีที่เคนจิพูดจบปรากฏเสียงที่มาตามสายลมกลุ่มของเคนจิจึงหันไปตามต้นเสียง ปรากฏหญิงสาวในชุดรัดรูปเผยให้เห็นทุกสัดส่วนร่องเสื้อที่หน้าอกถูกผ่าออกเผยให้เห็นเนิ่นที่ขาวอวบอิ่มเบียดกันจนแน่นปรากฏสีหน้าที่แดงก่ำของเคนจิพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากรูจมูกทั้งสองข้างเมื่อซักคิวบัสเห็นอาการของเคนจิจึงหลุดยิ้มแล้วกล่าวออกมาทันทีพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างปิดทรวงอกของตนเอง
“อุ้ย!! เจ้าคนลามกเจ้ากำลังมองอะไรของข้าอยู่เลือดกำเดาของเจ้าถึงไหลออกมาแบบนั้น”
“โฮก~!!! ซักคิวบัส! ข้าจะฆ่าเจ้า”
ขณะที่ซักคิวบัสกำลังทำท่าทียั่วยวนเคนจิไรเซ็นตะโกนลั่นด้วยความโกธรทำให้เคนจิหลุดจากภวังค์รีบเช็ดเลือดที่ไหลรินซักคิวบัสชักสีหน้าเหลือกมองไรเซ็นอย่างโกธรเคืองก่อนจะกระพือปีกที่กลางหลังทะยานถอยไปสู่กลางอากาศราวกับมิติถูกฉีกกระชากปรากฏแท่นหินเคลื่อนออกมาจากช่องมิติ บนยอดแท่นหินปรากฏบังลังก็โครงกระดูกโดยมีโทริกำลังนั่งจิบไวน์สีเลือดเหลือบมองมายังทางพวกเคนจิที่ข้างกายมันนั้นมีอินคิวบัสยืนอยู่ไม่ไกลจากตัวมันและในทันทีที่ซักคิวบัสทะยานร่างมายืนเคียงข้างอีกตน ดวงตาของอลันและไรเซ็นเบิกกว้างจ้องมองโทริอย่างหื่นกระหายก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งทะยานไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อสังหารโทริที่อยู่เบื้องหน้าและโจมตีทันที
“เปรี้ยง~!!”
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวเกิดเป็นคลื่นลมที่รุนแรงพัดพาให้หญ้าสีแดงปลิวว่อนไปทั่วบริเวณหมัดและกรงเล็บของอลันและไรเซ็นนิ่งข้างอยู่เบื้องหน้าโทริราวกับชนกับกำแพงขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นโทริยิ้มที่มุมปากโยนแก้วไวน์ทิ้งยื่นหน้าเข้าหาอลันอย่างเชื่องช้าพร้อมกับโชว์แหวนที่อยู่บนนิ้วมือของมัน
“ไอ้แก่โง่! สังสัยว่าแกจะอยู่ข้างนอกนานไปหน่อยจนลืมแหวนวงนี้แล้ว หึหึหึ!”
“บัดซบ! แหวนพิทักษ์”
“ลุง!! หลบไป!! เพลงดาบจันทราดับตะวัน”
“เปรี้ยง!!!”
คาตานะในมือทั้งของเคนจิฟันกำแพงที่มองไม่เห็นสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนแตกออกก่อนที่คาตานะเล่มที่สองจะฟันร่างของโทริจนขาดครึ่งจากไหล่สู่เอวดวงตาของโทริเบิกกว้างพร้อมกับแหวนพิทักษ์ที่นิ้วมือแตกละเอียดร่วงหล่นสู่พื้นพร้อมกับร่างของโทริท่ามกลางความตื่นตะลึงของอลันและไรเซ็น ในขณะที่เคนจิเตรียมจะพุ่งทะยานโจมตีอินคิวบัสปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของมันเคนจิจึงหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมองร่างของโทริที่กองอยู่บนพื้นดวงตาเคนจิเบิกกว้างราวกับเห็นผี ร่างที่ขาดครึ่งของโทริกำลังล่องลอยสู่ฟ้าแล้วกับไปประกอบกับร่างของมันตามเดิม
“ฮ่าฮ่าฮ่า! สนุกจริงๆเจ้าคิดว่าฆ่าข้าได้ง่ายดายเพียงนั้นเลยรึไงแต่ถึงกลับทำลายม่านพลังของแหวนพิทักษ์ได้เจ้าคงเป็นคนที่ทำให้อินคิวบัสบาดเจ็บจนสาหัสแน่นอนอ่อ! เจ้าคงสงสัยซินะว่าทำไมข้าถึงไม่ตาย เพราะข้ามีสิ่งนี้อยู่ยังไงล่ะ”
โทริชูแขนอีกข้างปรากฏแสงสีม่วงจางๆที่ข้อนิ้ว ปรากฏแหวนวงหนึ่งที่กำลังส่องแสงสีม่วงรางๆพร้อมกับรอยยิ้มที่สุดแสนจะเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของมันอลันโกธรจัดจนใบหน้าเป็นสีแดงก่ำ มือทั้งสองข้างกำแน่นจนปรากฏหยาดเลือดไหลซึมออกมา
“แหวนมายา! มันเป็นเพียงร่างมายาเท่านั้นสู้ไปก็เปล่าประโยชน์ เจ้ากล้าดียังไงถึงกับเอาแหวนที่ข้าสะสมมาสวมใส่”
“มีแล้วไม่ได้ใช้จะเก็บเอาไว้ทำบ้าอะไรเจ้าแก่ ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้ายังพบกับสมบัติของเจ้าแอบซ่อนอีกมากแต่เจ้าก็ซ่อนมันเก่งจริงๆ ป่านนี้ข้ายังหาทั้งหมดไม่เจอเลย ฮ่าฮ่าฮ่าไม่ต้องห่วงไอ้หนุ่มยังไงเราก็ต้องได้สู้กันแต่ยังไม่ถึงเวลาคู่ต่อสู้ของเจ้าในชั้นนี้อยู่ตรงนั้นตั้งหากข้าเพียงมาเป็นผู้ชมเท่านั้น ทำให้ข้าสนุกหน่อยเถอะ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
นิ้วมือของโทริชี้ไปทิศทางด้านหลังเคนจิเมื่อรู้ว่าสู้กับโทรินั้นเปล่าประโยชน์เคนจิจึงหันไปยังทิศทางที่มันชี้บุคคลที่ยืนอยู่ตรงทิศตรงกันข้ามบินอยู่กลางอากาศ ทำให้พวกเขาทั้งสามคนต้องตกตะลึงบุรุษรูปร่างกำยำดุจหินผา แบกขวานสองคมขนาดใหญ่ที่กลางหลังของมันมีปีกมังกรดำโบกสะบัดบินอยู่กลางอากาศเกิดเป้นคลื่นลมกรรโชกดวงตาที่แดงก่ำไร้แววของมันเหลือกมองกลุ่มของเคนจิหมายจะเอาชีวิตกลุ่มควันหนาฟุ้งออกจากปากของมันไม่ขาดสายก่อนจะพุ่งทะยานสู่พื้นดินราวกับดาวตกที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า
“ตูมม!!!”
“โฮก~~!!!”
ร่างกายของมันพุ่งทะยานสู่พื้นจนเกิดเป็นแอ่งหลุมขนาดใหญ่พร้อมทั้งส่งเสียงคำรามทำให้ทุ่งหญ้าสีเลือดโบกสะบัดอย่างรุนแรงเพราะคลื่นเสียง เคนจิเหลือบมองโทริอย่างโกธรเคืองพร้อมกับฟันคาตานะใส่ร่างมายาของมันไม่ยั้งท่ามกลางเสียงหัวเราะของมันจนขาดเป็นชิ้นๆ ก่อนจะมารวมตัวกันอีกครั้ง ท่ามกลางหยาดเหงื่อที่ไหลออกมาของเคนจิ
“เจ้าต้องชดใช้โทริ!”
เคนจิพุงทะยานไปยังแอ่งหลุมที่เกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วความรุนแรงจากการพุ่งทะยานของเคนจิทำให้เสาแท่นหินหักโค่นเมื่อเห็นเคนจิพุ่งทะยานออกไปไรเซ็นและอลันก็ติดตามไปทันทีพร้อมกับเหลือบมองโทริก่อนจะจากไปเคนจิพุ่งทะยานลงสู่พื้นยืนอยู่เบื้องหน้าร่างของชายกำยำ คาตานะทั้งสองเล่มในมือกลายเป็นลำแสงพุ่งทะยานเข้าสู่จี้สร้อยคอเคนจิก้าวเดินเข้าหาอย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้ม
“มังกรดิน! โทริมันทำอะไรกับเจ้า”
“โฮก~~!!!”
“ตูม!!”
มังกรดินชูขวานขึ้นสู่เบื้องบนฟาดใส่เคนจิอย่างสุดแรงเกิดเป็นเสียงผ่าอากาศที่ดังสนั่นและในทันทีที่ไรเซ็นปรากฏกายคว้าจับเคนจิกลิ้งไปตามพื้นแรงปะทะจากขวานดังสนั่นหวั่นไหวพื้นดินสะเทือนเกิดเป็นรอยแยกทางยาวพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกโชนเคนจิกลิ้งไปตามพื้นเป็นทางยาวเมื่อตั้งหลักลุกขึ้นได้ดวงตาของเขามองมังกรดินด้วยอาการสั่นไหวไรเซ็นพุ่งทะยานมาเคียงข้าง ไรเซ็นมองเคนจิที่ร่างกายสั่นไหวราวกับว่าเป็นห่วงมังกรดินพร้อมทั้งบอกสาเหตุที่มังกรดินเป็นเพื่อไม่ให้เคนจิวิตกกังวลเกินไป
“ต้องเป็นมนต์ดำของซักคิวบัสแน่นอนที่หมู่บ้านของข้าพังพินาศก็เป็นเพราะมนต์ดำนี้เช่นกัน แล้วเจ้าจะทำอย่างไร”
“บังอาจ!!”
“เอ๊ะ!!!”
“บังอาจโจมตีนายของตัวเองรู้ไหมว่ามันจะจบอย่างไร สิ่งที่ข้าเกียจที่สุดคือการทรยศหักหลังเมื่อเจ้าขาดสติจนโจมตีข้าได้ แปลว่าเจ้าเตรียมรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นแล้วซินะมังกรดิน!!”
คลื่นพลังจิตสังหารของเคนจิแผ่ออกจนรู้สึกได้ขนของไรเซ็นต่างลุกชันเมื่ออยู่ใกล้เคนจิแม้แต่มังกรดินที่กำลังก้าวเดินมาหาเขาต้องหยุดชะงัก เคนจิค่อยๆยืนขึ้นอย่างเชื่องช้าพร้อมกับคาตานะที่ปรากฏขึ้นในกำมือจิตสังหารที่หนาแน่นของเขาทำให้มังกรดินก้าวถอยแบบไม่รู้ตัว