“ข้าไม่อาจละเลยกฎของสถานศึกษากลางได้”
องค์ชายสามกลับไม่สะทกสะท้าน
“ขอให้ท่านรองผู้อำนวยการโปรดพิจารณาให้โอกาสชายหนุ่มผู้นี้...เขาคือชายผู้ที่ช่วยชีวิตข้าไว้ในสงคราม”
เสียงขององค์ชายสามชัดเจน ดังก้องไปทั่วอัฒจันทร์แววตาของเขามีแต่ความหนักแน่น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจของราชวงศ์
องค์ชายสามกล่าวต่อ
“ชายผู้นี้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้กับอาณานิคมของเราหากเขายังสามารถก้าวไปได้ไกลกว่านี้ ย่อมเป็นกำลังสำคัญของอาณานิคมในอนาคต”
ทั่วทั้งสนามเงียบสนิท
บรรดาผู้ชมต่างพากันซุบซิบสายตาทั้งหมดจับจ้องไปยังนาฟผู้ที่ยืนอยู่อย่างสงบนิ่งแม้สภาพร่างกายจะเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้
ครูใหญ่แห่งเวสเทิร์นเผยรอยยิ้มบางเบาสายตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
ส่วนรองผู้อำนวยการสถานศึกษากลางยังคงเงียบไปชั่วขณะก่อนที่ในที่สุด จะค่อยๆ หลับตาลง ถอนหายใจเบาๆ
การต่อสู้ด้วยอาวุธไม่เคยทำให้เขาลังเลได้แต่คำขอขององค์ชายสามนั้นหนักแน่นจนยากจะปฏิเสธ
ความเงียบยังคงปกคลุมสนามแข่งขันอย่างหนักอึ้งรองผู้อำนวยการสถานศึกษากลางหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง แววตาอันเฉียบคมนั้นไหววูบเล็กน้อยในที่สุด ก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ
“เป็นเช่นนั้นก็ได้...!”
เพียงประโยคสั้นๆแต่กลับทำให้ผู้ชมทั้งสนามเกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาในทันทีนี่เป็นครั้งแรกที่กฎของสถานศึกษากลางถูกละเว้นเพื่อใครบางคน
ครูใหญ่แห่งเวสเทิร์นเผยรอยยิ้มบางเบาก่อนจะก้าวเข้ามาหานาฟ แล้วสะบัดแขนเสื้อออก เผยให้เห็นชุดเครื่องแบบของสถานศึกษาเวสเทิร์นที่ถูกจัดเตรียมไว้
“เปลี่ยนชุดก่อนแล้วไปซะ”
น้ำเสียงของครูใหญ่ยังคงทรงอำนาจแต่กลับแฝงด้วยความอบอุ่น
“ทำเท่าที่ทำได้ไม่ต้องกังวล”
นาฟรับชุดมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง เขาพยักหน้าเล็กน้อยไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงแววตาที่แน่วแน่
เมื่อสวมชุดเสร็จนาฟเงยหน้าขึ้นมองรอบสนามแข่งขัน ผู้ชมมากมายยังคงจับจ้องมายังเขาด้วยความสงสัยปะปนไปด้วยความอยากรู้และคาดหวัง
เขาไม่ลืมที่จะหันไปทำความเคารพองค์ชายสาม
องค์ชายสามพยักหน้าตอบกลับมาอย่างเงียบงันแววตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
นาฟหันไปสบตากับอิงอิง หญิงสาวเม้มริมฝีปากเบาๆดวงตาหวั่นไหวอยู่ชั่วขณะ
นาฟพยักหน้าให้นางหนึ่งครั้งก่อนจะหันกลับไปมองหลุมมิติของเจดีย์บรรพกาล
ทันใดนั้น...ร่างของเด็กหนุ่มพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศแล้วกระโจนลงสู่มิติอันลึกลับของเจดีย์บรรพกาลท่ามกลางสายตานับร้อยที่จับจ้องตามหลังไป!
ภายในมิติของ เจดีย์บรรพกาล เมื่อลงมาถึงพื้นเบื้องล่างเท้าของนาฟแตะลงบนผืนดินอันแห้งแล้ง สายลมเย็นพัดผ่านเบาๆพาให้กลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้แผ่ซ่านไปทั่วกาย
สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือทุ่งโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตาดินสีเทาแห้งแตกระแหง ไร้ต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างแม้เพียงต้นเดียวมีเพียงท้องฟ้าเหนือศีรษะที่ทอดยาวอย่างไร้ขอบเขต แสงสลัวเรืองรองให้ความรู้สึกแปลกประหลาดไม่รู้ว่านี่คือกลางวันหรือกลางคืน
นาฟกวาดตามองไปยังจุดไกลสุดของขอบฟ้า มีเสาสีดำขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ณ ใจกลางของดินแดนนี้ รอบเสามีแสงสีดำพวยพุ่งขึ้นเป็นเส้นตรงลักษณะของมันดูเหมือนพลังงานบางอย่างที่บิดเบี้ยวไปตามแรงลม
จุดนั้นคือทางลงสู่ชั้นที่สองของเจดีย์บรรพกาล
นาฟสามารถมองเห็นได้ว่ามีเงาของเหล่านักศึกษาเป็นจำนวนมากที่กำลังเคลื่อนตัวไปยังทิศทางนั้นกลุ่มคนจากห้าสถานศึกษา ต่างมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายเดียวกัน
การแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว!
"ทางนั้นสินะ..."
นาฟพึมพำกับตัวเองเขาปรับลมหายใจให้มั่นคง ก่อนจะก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว