จักรพรรดิเหยียนรู้สึกสิ้นหวังเมื่อเห็นบุตรชายของตนเองพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียวแต่ทางด้านเหยียนเซิ่งเขามองไปทางหยางจื่อด้วยสายตาที่เครียดแค้นก่อนจะลุกและเดินกลับที่นั่งของตน
จี้หยินมองไปทางหยางจื่อด้วยสายตาที่เปล่งประกายราวกับมองสมบัติล้ำค่าอยู่"ต่อไปหมายเลข 2 ตาของเจ้าเเล้ว"
ผู้ที่ได้หมายเลขสองคือหญิงสาวจากอาณาจักรชางเย่นางอยู่ปราณราชันขั้นที่ 2 และอายุ 24 เท่ากับเหยียนเซิ่งนางชื่อชางสวี่ เป็นหลานสาวของจักรพรรดินีชางเย่"ข้าขอเลือกหมายเลข 30 " ชางสวี่กล่าว
หมายเลข30 คือชายหนุ่มจากอาณาจักรเฝิ่น ชื่อ เฝิ่นคงซึ่งอยู่ปราณราชันขั้นที่ 1 และมีอายุ 25 ปี การต่อสู้จบลงได้อย่างง่ายดายด้วยชัยชนะของชางสวี่ การแข่งขันวนไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึง มู่โหลวนางได้ท้าทายชายหนุ่มจากอาณาจักรเหยียนที่อยู่ปราณปฐพีขั้นที่ 3และได้รับชัยชนะมา และฉินหมิงเยี่ยเองก็ได้รับชัยชนะมาเช่นกัน การแข่งขันได้วนมาถึงหยางจื่ออีกครั้งหยางจื่อได้เลือกชายหนุ่มจากอาณาจักรเฝิ่นที่เคยแพ้ให้กับชางสวี่แต่ชายหนุ่มคนนั้นกลับเอ่ยยอมแพ้อย่างรวดเร็วทำให้หยางจื่อรู้สึกเบื่อการแข่งขันเลยวนจนครบหยางจื่อได้รับชัยชนะทุกรอบซึ่งได้เป็นที่หนึ่งโดยปริยายส่วนที่ 2 คือชางสวี่ ที่สาม คือเฝิ่นคง ที่ 4 คือฉินหมิงเยี่ย ที่ 5 คือมู่โหลว ที่ 6 คือ เอี่ยฮวา และอีก 4 คนคือคนจากอาณาจักรชางเย่ 2คนละ อาณาจักเหยียน 1 คน อาณาจักรเฝิ่น 1คน จี้หยินมองกลุ่มคนทั้ง10 คนด้วยสายตาปราบปลื้มโดยเฉพาะหยางจื่อ "เวทีที่แท้จริงของเขาอยู่ที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์"จี้หยินกล่าวเมื่อมองไปที่หยางจื่อ "แน่นอนเด็กคนนี้ไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลยจริง ๆ"จักรพรรดิฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี"แต่ในอาณาจักรฉินมีตระกูลหยางด้วยอย่างงั้นรึ" จี้หยินกล่าว
"เรื่องนั้นมันออกจะซับซ้อนนิดหน่อย" จักรพรรดิฉินกล่าว
"เอาละเราจะพักอยู่ที่นี่ 1 คืนและจะออกเดินทางไปยังทวีปศักดิ์สิทธิ์ในวันพรุ้งนี้เช้า"จี้หยินกล่าว คนอื่นๆต่างแยกย้ายส่วนคนที่ไม่ได้ติดอันดับ 10 อันดับแรกก็ถูกส่งกลับไปยังอาณาจักรของตนโดยผู้อาวุโสที่มาดูการแข่งขันนี้ด้วยพวกเฉินฝ่านเองก็กลับไปยังอาณาจักรฉินเช่นกันเหลือเพียงแค่จักรพรรดิฉินและโม่หงเย่ที่ตามไปยังทวีปศักดิ์สิทธิ์ด้วยสถานที่พักจะคอนมีศิษย์ของอาณาจักรชางเย่คอยนำนางไปให้พวกนางทุกคนต่างก็เป็นหญิงสาวที่งดงามทำให้ชายหนุ่มหลายคนรู้สึกเคลิบเคลิ้มและหยางจื่อเองก็ตกเป็นเป้าสายตาจากหญิงสาวของอาณาจักรชางเย่เช่นกันพวกนางพยายามเข้ามาใกล้ชิดกับหยางจื่อบ่อยครั้งแต่ก็ถูกมู่โหลวคอยเกาะติดหยางจื่ออยู่ตลอด
"เจ้านี่มันเนื้อหอมจริง ๆเลยนะ" โม่หงเย่กล่าว
"ท่านเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอข้าเห็นมีชายหนุ่มหลายคนเข้ามาตีสนิทกับท่านอยู่หลายคน"หยางจื่อกล่าว"หึงงั้นหรือ" โม่หงเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ของมันก็แน่อยู่เเล้วนะสิท่านเป็นผู้หญิงของข้านะ" หยางจื่อกล่าว
"เจ้าบ้าเจ้าจะพูดเสียงดังทำไม"โม่หงเย่รีบเข้ามาหยิกแขนหยางจื่อในทันที มู่โหลวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นทั้งสองหยอกล้อกันแม้แต่ฉินหมิงเยี่ยและเอี่ยฮวาก็ยังมองมาทางหยางจื่อด้วยสายตาอิจฉาเล็กน้อย ทุกคนต่างก็เข้าห้องพักของตนและพักผ่อนภายในห้องของหยางจื่อในตอนนี้กลับมีหญิงสาวทั้งสองนั่งอยู่โม่หงเย่นั้นนางได้เข้ามาถามเกี่ยวกับเงื่อนไขการบรรลุจิตวิญญาณดาบส่วนมู่โหลวนางก็แค่ตามมาด้วยหลังจากทำความเข้าใจกับสิ่งี่หยางจื่อกล่าวก็ทำให้โม่หงเย่มีความเข้าใจเกี่ยวกับจิตวิญญาณดาบมากขึ้นเหลือแค่กำแพงบางๆที่ขวางกันเอาวไว้ หลังจากที่พวกโม่หงเย่จากไปก็มีหญิงนางนึงเดินมาทางห้องของหยางจื่อเเละเคาะปะตูหยางจื่อที่เดินไปเปิดประตูก็เเปลกใจเพราะคนที่มากเรียกเขาก็คือ ชางสวี่"แม่นางชางสวี่มีอะไรงั้นรึ" หยางจื่อกล่าวถาม
"ท่านจี้หยินให้ข้ามาตามคุณชายหยางจื่อไปพบ" ชางสวี่กล่าว
หยางจื่อรู้สึกแปลกใจเพราะต่อให้จี้หยินต้องการพบตนก็แค่ให้คนธรรมดามาเรียกก็ได้แต่ไม่เห็นจะต้องให้ชางสวี่ที่ีเป็นหลายสาวของจักรพรรดินีชางเย่มาเรียกตนเลย
หยางจื่อเก็บความคิดนี้ไว้และเดินตามชางสวี่ไปเมื่อไปถึงห้องที่จี้หยินอยู่หยางจื่อก็แปลกใจเพราะไม่เพียงแต่จี้หยินเท่านั้นที่อยู่ที่นี่แต่กลับมีจักรพรรดิฉินและจักรพรรดินีชางเย่นั่งอยู่ด้วย"มาเเล้วรึ มา มานั่งก่อน" จี้หยินกล่าว
หยางจื่อเข้าไปนั่งข้างๆจักรพรรดิฉินและชางสวี่เองก็เข้าไปนั่งข้างๆจักรพรรดินีชางเย่
"ที่ข้าเรียกเจ้าเพราะมีเรื่องจะคุยถึงต้นกำเนิดของเจ้าเจ้าเด็กน้อยฉินเทียนได้มาปรึกษากับข้าเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเจ้า"จี้หยินกล่าว"แล้วผู้อาวุโสพอจะรู้ถึงต้นกำเนิดของข้าหรือไม่" หยางจื่อกล่าว
"ไม่เลยข้าสามารถบอกได้ว่าในทวีปมากมายรวมทั้งทวีปศักดิ์สิทธิ์ไม่มีตระกูลหยางอยู่เลย"จี้หยินส่ายหน้า"อย่างงั้นหรือ" หยางจื่อกล่าวพรางก้มหน้า
"แต่ถ้าเป็นดินแดนที่สูงกว่าก็ไม่แน่เพราะดินแดนที่พวกเราอาศัยอยู่นั้นถือว่าเป็นดินแดนระดับล่างซึ่งมีดินแดนที่อยู่สูงกว่าพวกเราอยู่อีกคือ ดินด้านบนหรือจะเรียกว่าแดนเทวะซึ่งเป็นดินแดนที่มีผู้ทรงพลังจำนวนมากอาศัยอยู่และก็มีบ่อยครั้งที่คนจากทวีปศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราสามารถขึ้นไปบนดินแดนเทวะได้และเงื่อนไขคือต้องบรรลุปราณราชันสวรรค์ขึ้นไป" จี้หยินกล่าวหยางจื่อรู้สึกตกตะลึงและหดหู่ปราณราชันสวรรค์เหนือยิ่งกว่าปราณนักบุญปัจจุบันตัวเขายังอยู่ปราณราชันอยู่เลย
"จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะถึงปราณราชันสวรรค์กัน"หยางจื่อกล่าวอย่างเเผ่วเบา "ด้วยพรสวรรค์ของเจ้าจะต้องไปถึงได้แน่นอนแต่ขึ้นอยู่กับเวลาก็เท่านั้นเอง"จี้หยินกล่าวพวกจักรพรรดินีชางเย่ที่นั่งฟังอยู่เฉยๆก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านการที่จี้หยินกล่าวว่าหยางจื่อจะไปถึงระดับราชันสวรรค์นั้นเท่ากับว่าในอนาคตอาณาจักรฉินจะแข่งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครกล้าท้าทายพวกเขาอีก
-------------------------------------------------------------------------------------