ห้องนอน
ถึงที่สุดแล้วปกรณ์ก็ตัดสินใจที่จะลงไปหาชายหนุ่มลึกลับคนนั้น ก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าห้องไป และคว้าเสื้อคลุมมาใส่คลุมชุดนอนเอาไว้ แล้วเขาก็เดินลงไปหาชายหนุ่มคนนั้นที่อยู่ด้านล่าง แต่พอปกรณ์เดินลงมาจนถึงด้านล่างของหอพักแล้ว ชายหนุ่มลึกลับคนนั้นกลับเดินหนีไปคล้ายกับว่าจงใจหนีเขา
“จะไปไหนของเขานะ? ทำไมไอ้หมอนี่มันต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนโจรย่องเบาเลยวะ?”
ปกรณ์บ่นอุบอิบออกมาเบา ๆ ด้วยความขี้สงสัย ก่อนจะแอบย่องเบาตามชายลึกลับไปอย่างเงียบ ๆ โดยที่เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้ตัว จากนั้นปกรณ์ก็แอบเดินตามชายหนุ่มไปเรื่อย ๆ จนเริ่มออกห่างจากหอพักของเขาไปแล้วทุกที แต่ว่าปกรณ์ก็ยังไม่หยุดความพยายามด้วยความอยากรู้
“เฮ้อ! ทำไมเดินเร็วจังวะ? เหนื่อยนะเนี่ย”
ปกรณ์ยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อ ก่อนจะแอบย่องตามไปอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งชายหนุ่มลึกลับคนนั้นหยุดนิ่ง ปกรณ์จึงรีบวิ่งกลับไปหลบอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่บริเวณนั้น เพื่อพรางตัวเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเห็น
และในขณะที่ปกรณ์แอบอยู่หลังต้นไม้นั้น เขาก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ เหมือนกับกิ่งไม้กำลังจะหัก
แกร็ก!!!
“เสียงอะไรวะ? ทำไมมันเหมือน...เหมือนต้นไม้จะหักเลย”
ปกรณ์บ่นพึมพำพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นไปมองยังยอดไม้ ซึ่งกิ่งไม้ที่มันห้อยต่องแต่งและกำลังจะขาดอยู่รอมร่อนั้นมันใหญ่มากเลย และเขาคิดว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางหลบทันแน่นอน เขาจึงค่อย ๆ หลับตาลง...ก่อนจะกลั้นหายใจเอาไว้เพื่อให้ตัวเองได้ตายอย่างสงบ และทันใดนั้น...กิ่งไม้ขนาดใหญ่ก็หักลงมาในตำแหน่งที่ปกรณ์แอบอยู่จนได้
แกร๊ก !!! แกร๊ก!!! ตุ๊ม!!!
หมับ!
ตอนนี้ปกรณ์คิดเพียงแค่ว่า...เขาตายแล้ว เพราะกิ่งไม้กิ่งนี้ใหญ่มาก จนเท่าต้นมะพร้าวเลย และเขาก็เห็นกับตาว่ามันหักลงมาตรงกลางหัวของเขาพอดี
ทว่า...เมื่อเสียงกิ่งไม้เงียบหายไปแล้ว เขากลับไม่รู้สึกว่าตัวเองเจ็บส่วนไหนเลย และในขณะที่เขายังหลับตาแน่นอยู่นั้น เขาก็ถามตัวเองในใจด้วยความกลัว
“ทำไมเราถึงไม่เจ็บเลยวะ? หรือว่า...เราจะตายแล้ว แต่...”
"เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม? "
เสียงทุ้มต่ำเย็นะเืเอ่ยถามใครสักคนออกมา ซึ่งปกรณ์ไม่รู้ว่าเสียงของใคร และเขากำลังถามใคร ปกรณ์รู้เพียงแค่ว่าเสียงนั้นมันดังอยู่ข้าง ๆ หูของเขานี้เอง จากนั้นปกรณ์ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แล้วเขาก็ต้องใจนแทบทรุดกับสิ่งที่เขาเห็น
“เฮ้ย!”
ปกรณ์ใช้มือยันแผ่นอกของชายลึกลับเอาไว้เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างกัน เนื่องจากตอนนี้ชายลึกลับกำลังโอบกอดปกรณ์อยู่ใสท่าไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไหร่
“มายืนกอดเราอยู่ที่นี่ได้ไงกัน อะไรจะไวปานนี้ อยู่ห่างกันเป็ร้อยเมตรยังมาทัน ถ้าจะเร็วขนาดนี้ คงจะไม่ใช่การเดิน หรือการวิ่งมาแล้วล่ะ แต่อาจจะเป็การบินมาเหมือนจรวดไปเลย”
คนถูกกอดถามตัวเองในใจ แล้วก็เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจ และข่มความกลัว ก่อนที่เขาจะถามหนุ่มลึกลับออกไป
"คุณช่วยผมไว้เหรอครับ"
ชายหนุ่มลึกลับพยักหน้าขึ้นลงแทนคำตอบ ซึ่งปกรณ์ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรนัก ซ้ำยังเอ่ยปากขอบคุณชายลึกลับออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ จากนั้นปกรณ์ก็ถามชื่อของชายหนุ่มอย่างไม่เต็มเสียง
“แล้วคุณ…คือ..."
"เหมันต์"
เสียงเ็าของเหมันต์ดังขึ้นข้างหูของปกรณ์ ก่อนที่ปกรณ์จะเบิกตากว้างด้วยความใ
"ห... เหมันต์เหรอครับ? "
คนขี้ใถามย้ำถามเหมันต์ออกไปอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นรัว ซึ่งเหมันต์ก็ตอบปกรณ์กลับมาเพียงแค่พยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ เท่านั้น หลังจากนั้นปกรณ์ก็พยายามนึกถึงชื่อที่คุ้นเคยนี้ พร้อมกับพูดออกมาลอย ๆ ว่า
“เหมือนผมเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนนะครับ แต่ผมคิดไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน”
ปกรณ์ดันตัวของเหมันต์ออกไปจากตัวเอง และถามเหมันต์ด้วยความสงสัย
“แล้วทำไมคุณถึงได้ออกมาเดินอยู่คนเดียวแบบนี้ล่ะครับ รู้ไหมว่าออกมาเดินดึกดื่นคนเดียวแบบนี้มันอันตรายนะครับ"
"แล้วเ้าล่ะ? ทำไมออกมาเดินคนเดียวดึก ๆ แบบนี้? เ้าไม่กลัวเหรอ? "
คนโดนถามกลับจ้องมองเหมันต์นิ่งด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ ก่อนจะตอบคำถามเหมันต์กลับไปเบา ๆ
"ที่จริงมันก็จะขนลุกอยู่เหมือนกันนะครับ แต่ว่าก็ไม่ถึงกับกลัวหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะครับ คุณพักอยู่แถวนี้เหรอครับ? "
เหมันต์ส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบว่า...เขาไม่ได้พักอยู่แถวนี้ ซึ่งปกรณ์ก็ไม่รอนาน รีบถามคาดคั้นออกไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ทันที
"ถ้าไม่พักแถวนี้...งั้นคุณมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ? ที่นี่เป็เขตหอพักของนักศึกษาแพทย์ ปกติคนที่ไม่ใช่นักศึกษาหรืออาจารย์จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในบริเวณนี้นะครับ แล้วคุณเข้าได้ยังไงครับ? รปภ.ไม่ว่าเหรอครับ? "
"ข้ามาแถวนี้เป็ประจำอยู่แล้ว ไม่เห็นมีใครว่า"
เหมันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนปกรณ์ต้องยกมือขึ้นมาลูบขนแขนลงเบา ๆ ก่อนจะซักไซ้เหมันต์ต่ออย่างไม่ลดละด้วยความอยากรู้
"แล้วดึกดื่นขนาดนี้คุณมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ? อย่าบอกนะครับว่า...คุณมาอาบแสงจันทร์"
"ข้าไม่ได้มาอาบแสงจันทร์อย่างที่เ้าคิดหรอก"
"ถ้าคุณไม่ได้มาอาบแสงจันทร์ แล้วคุณมาทำอะไรในยามวิกาลแถวนี้ครับ? "
"ข้ามาแอบดูคนรักของข้า...อาบแสงจันทร์ต่างหาก"
เหมันต์จดจ้องมองที่ดวงหน้าของปกรณ์ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ทว่าปกรณ์กลับไม่สนใจเลยว่าเหมันต์จะกำลังจ้องเขาอยู่ เพราะตอนนี้เขามัวแต่คอยจ้องมองหาเงาของอีกฝ่ายอย่างตั้งอกตั้งใจ
“แปลก แปลกแต่จริง”
คนขี้สงสัยบ่นพรึมพรำออกมาอย่างลืมตัว เพราะมัวแต่สงสัย และในขณะที่ปกรณ์เอาแต่ก้มมองหาเงาของเหมันต์อยู่นั้น จู่ ๆ ฝนก็เกิดตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้ง ๆ ที่ท้องฟ้ายังคงสว่างไสวอยู่แท้ ๆ
ซ่า ซ่า ซ่า
พรึบ!
และทันทีที่ฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมา เหมันต์ก็คว้าคนตัวบางเข้ามากอดแนบกับแผ่นอกของตัวเอง เพื่อให้หลบฝนอยู่ภายใต้แขนเสื้อคลุมของตัวเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นเหมันต์ก็ใช้ร่างกายตัวเองคอยกำบังเม็ดฝนให้กับไอ้ตัวเล็กของเขา
ซึ่งปกรณ์เองรู้สึกใไม่น้อยที่เหมันต์ทำแบบนี้ แต่ปกรณ์ก็ไม่ได้ดิ้นรนหรือขัดขืนอะไรเลย นอกจากถืออกาสนี้ซบใบหน้าลงบนอกของเหมันต์อย่างเนียน ๆ เลย เพราะปกรณ์กำลังรู้สึกว่าที่ตรงนี้มันช่างอบอุ่นปลอยภัยเหลือเกินสำหรับเขา
"เหมันต์? คุณเปียกฝนหมดแล้วนะครับ”
ปกรณ์พูดเสียงอู้อี้ออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเปียกฝน แต่เหมันต์กลับยังคงยืนนิ่งเฉย เหมือนกับว่าเขาไม่ได้สนใจฝนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเมื่อปกรณ์เห็นท่าทีที่เฉยชาของเหมันต์ ปกรณ์ก็แหงนหน้าขึ้นไปจ้องใบหน้าหล่อเหลาราวรูปปั้น ก่อนจะพูดกับอีกฝ่ายออกไปอีกครั้งด้วยความหวังดี
“ผมว่าถ้าขืนเรามายืนกอดกันอยู่แบบนี้ เดี๋ยวคุณจะไม่สบายเอานะครับ
เหมันต์จ้องดวงหน้าอันเยาว์วัยของคนตัวเล็กกว่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย และสุดท้ายปกรณ์ก็ทนในความเฉยชาของเหมันต์ไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงโผล่ออกมาจากเสื้อคลุม พร้อมกับเอื้อมมือไปกุมข้อมือของเหมันต์
“เราไปหลบฝนที่ห้องของผมก่อนดีไหมครับ? ”
ปกรณ์ะโแข่งกับฝนชักชวนคนแปลกหน้าขึ้นห้องเพราะความเป็ห่วงไยในชีวิตของอีกฝ่าย ซึ่งครั้งนี้ใบหน้าที่แสนเ็าของเหมันต์ก็ขยับพยักขึ้นลงอย่างง่ายดายแทนคำตอบว่า...ตกลง
จากนั้นปกรณ์ก็ยิ้มกว้างออกมาท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ก่อนที่เขาจะออกแรงฉุดอีกฝ่ายให้เดินตามตัวเองกลับห้อง ทว่าเหมันต์กลับยังคงนิ่งไม่ขยับตัวไปไหนเลย และด้วยความสงสัยปกรณ์จึงหันกลับไปถามเหมันต์ว่า
“เป็อะไรไปครับ?”
จังหวะนั้นปกรณ์ก็บังเอิญประสานสบตากับดวงตาคู่คมเข้าในระยะใกล้
ที่ทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวขึ้นมาในทันใด
ตึกตั๊ก ตึกตั๊ก
ปกรณ์ยกมือขึ้นมาทาบทับลงบนหน้าอกของตัวเองเพื่อคอยควบคุมจังหวะของหัวใจ และมืออีกข้างของเขาก็ออกแรงฉุดเหมันต์ให้ตามไป
"คุณเหมันต์ครับ เรารีบไปกันเถอะครับ ผมเป็ห่วงคุณนะครับ"
กึก!
เหมันต์ฉุดมือของปกรณ์กลับมาหาตัวเอง ก่อนจะเอ่ยปากพูดประโยคสั้น ๆ เยือกเย็นออกมา
"หลับตาสิ "
"ห๊ะ! ละ ...หลับตาเหรอครับ"
คนตัวเล็กกว่าถามอย่างไม่เข้าใจ แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่ตอบอะไร นอกจากจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของอีกฝ่ายนิ่ง ปกรณ์จึงถามเหมันต์เสียงสั่นกลับไปด้วยความสงสัย
“ถ้าหลับตาแล้วเราจะกลับได้ยังไงล่ะครับ? "
"หึ หึ หึ"
เหมันต์หัวเราะในลำคอด้วยความพอใจกับท่าทีของมนุษย์ตัวจิ๋วในสายตา ก่อนที่เหมันต์จะขยับเข้าไปกระซิบกระซาบบอกอีกฝ่ายให้รู้ตัว
“หลับตา...แล้วกอดข้าไว้ ข้าจะพาเ้ากลับไปที่ห้องหอเอง"
เหมันต์พูดพร้อมกับสอดแขนแกร่งเข้าไปโอบเอวคอดของปกรณ์เพื่อเตรียมความพร้อม และปกรณ์ก็รีบเออออห่อหมกไปกับเหมันต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"เอ่อ...คะ...ครับ หลับก็หลับครับ"
ถึงปากบอกว่าจะหลับตา ทว่าปกรณ์กลับไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้อย่างที่รับปากเลย เพราะเขาไม่อาจละสายตาไปจากเหมันต์ได้เลยเมื่อเขาต้องอยู่ใกล้เหมันต์ในระยะเพียงแค่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันแบบนี้
“ดวงตาของคุณ...งดงามจริง ๆ ั้แ่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอใครที่มีดวงตาเป็ประกายแบบนี้เลย”
ปกรณ์ยกมือขึ้นไปลูบไล้ตามใบหน้าของเหมันต์อย่างหลงใหลด้วยความลืมตัว
“คุณคือชายหนุ่มผู้งดงาม คุณคือชายในฝันของสาว ๆ เลยนะครับ”
ปกรณ์ชื่นชมความงดงามของเหมันต์ดั่งต้องมนต์สะกดจนพอใจ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หลับตาลงจนดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท และพร้อมกับนั้นปกรณ์ยังวาดแขนทั้งสองข้างเข้าไปโอบกอดเหมันต์ไว้อย่างแแ่มั่นคง แล้วปกรณ์ก็รู้สึกถึงแรงเคลื่อนไหวที่แ่เบา และรู้สึกว่าตัวเองลอยหวือขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยุดนิ่งในเวลาไล่เลี่ยกัน
พรึบ!
"ลืมตาสิ"
เสียงเหมันต์เอื้อนเอ่ยเพียงสั้น ๆ เยือกเย็นดังแว่วอยู่ข้างหูของปกรณ์ ก่อนที่เขาจะยอมลืมตาขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหันมองไปสำรวจทุกสิ่งรอบตัวของตัวเอง แล้วเขาก็พบว่าตอนนี้...เขายืนอยู่ข้างเตียงนอนของตัวเองแล้ว
“นี่มันห้องของผมนี่ครับ”
ปกรณ์จ้องมองเหมันต์อย่างชื่นชมในความสามารถพิเศษที่เหนือใคร ก่อนจะเอ่ยปากชมอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
"ว้าว...คุณนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ เลยครับ ไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับว่าคุณจะมีความสามารถขนาดนี้น่ะครับ"
เสียงแจ้วของปกรณ์ชื่นชมอีกฝ่ายออกไปโดยไม่คิดอะไรมาก แต่อีกฝ่ายกลับยืนนิ่งเงียบไม่ออกความเห็นอะไรเลย ปกรณ์จึงชวนคนพูดไม่ค่อยเก่งอย่างเหมันต์คุยต่อไป
“เอ...ว่าแต่ คุณรู้ได้ไงครับ...ว่าห้องผมอยู่ที่นี่ครับ? "
"ข้าเห็นเ้ายืนอยู่ริมระเบียงห้องนี้"
"จริงด้วยสินะ”
ปกรณ์ยิ้มกว้างด้วยความชื่นชมอย่างจริงใจ ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมของเหมันต์มีละอองฝนเกาะพราวอยู่เต็มไปหมด เขาจึงเอื้อมมือออกไปปัดเม็ดฝนที่เกาะอยู่ตามเสื้อคลุมของเหมันต์ออก
เหมันต์พยักหน้าตามใจอีกฝ่าย และจดจ้องมองตามเรือนร่างที่แสนรักเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ...
เหมันต์พยักหน้าตามใจอีกฝ่าย และจดจ้องมองตามเรือนร่างที่แสนรักเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ...
------------------
ซันด๊อก