ตอนที่ 115:ทีมรายการแสนซน !
หลี่เมิ้งอีมาพร้อมกับบุคลิกเย่อหยิ่งที่มาจากภายในมันเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ยากที่จะลบออกไปได้
นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมหลี่เมิ้งอีที่อยู่ในวงการมานานหลายปีถึงมีภาพลักษณ์เปรียบเสมือนเทพธิดาผู้เย็นชา
เมื่อได้ยินหลิวจือเซียตำหนิเฉิงซือฉีหลี่เมิ้งอีก็ไม่ได้รู้สึกโกรธ ทว่ายังรู้สึกมีความสุขเล็กน้อย
ไม่ได้หมายความว่าหลี่เมิ้งอีมีความสุขกับการเห็นคนอื่นไปตำหนิเพื่อนสนิทและผู้มีพระคุณของตัวเองแต่เพราะภายในคำพูดของหลิวจือเซีย เธอฟังออกถึงความห่วงใยของเขาที่มีต่อเธอ
“ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ”หลี่เมิ้งอีกระทืบเท้าอย่างออดอ้อน “ฉันเป็นคนขอมาร่วมอัดรายการเอง ! ”
“เธอเป็นคนขอร้องมาเองงั้นหรือ ? ” เห็นได้ชัดว่าหลิวจือเซียแสดงอาการนิ่งอึ้งไปเลย
“ใช่” หลี่เมิ้งอีพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ “สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่เป็นผลงานที่ฉันตั้งใจและใช้ความพยายามมากที่สุดตั้งแต่ฉันเริ่มต้นอาชีพนักแสดงของฉัน! เพื่อภาพยนต์สามชาติสามภพ ฉันยินดีที่จะร่วมโปรโมทกับทางสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงดังนั้นฉันจึงมาเข้าร่วมรายการครั้งนี้ด้วย”
“ง่ายขนาดนี้เลย ? ” หลิวจือเซียมองหลี่เมิ้งอีด้วยความสงสัย
เมื่อถูกหลิวจือเซียจ้องมองในตอนแรกหลี่เมิ้งอียังไม่รู้สึกอะไร แต่ต่อมาหน้าเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆและนัยตายังเผยความเขินอายออกมา
สุดท้ายหลี่เมิ้งอีจึงเอ่ยว่า “คนลามก มองอะไรขนาดนั้นกัน ?ไม่มีเหตุผลอื่นแล้ว ง่าย ๆ แค่นี้แหละ ! ”
แม้ว่าปากจะคร่ำครวญไปแบบนั้นแต่ความจริงในใจของหลี่เมิ้งอีกลับขุ่นเคืองด้วยความอับอายและด่าหลิวจือเซียไม่หยุด
โง่ โง่มาก ถ้าไม่ใช่เพราะนายมาอัดนิววอยซ์ที่อวี๋หางฉันก็ไม่มาร่วมอัดรายการรันนิ่งแมนหรอก !
คำพูดเหล่านี้หลิวจือเซียย่อมไม่อาจได้ยินแต่ด้วยความที่เป็นคนทันคน ไม่มีทางที่เขาจะไม่เข้าใจปัญหานี้แน่นอน
หลิวจือเซียไม่ถามคำถามแบบนี้ต่อไป อีกทั้งเอ่ยว่า “เอาอย่างนี้คืนนี้ตอน 2 ทุ่ม ผมจะออกรายการ ฮัวเซียนิววอยซ์ ที่สถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง คุณจะมาไหม ? ”
“นายกำลังเชิญฉันอยู่หรือ ? ” หลี่เมิ้งอีดีใจทว่าสีหน้ากลับไม่แสดงออกมาตรง ๆ
“เธอก็คิดว่าฉันเชิญก็แล้วกัน”
เดิมทีหลิวจือเซียนั้นทันคนอยู่แล้ว ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่เมิ้งอีเขากลายเป็นหัวช้าไปซะอย่างนั้น “ถ้าคุณไปพอดีเลยจะได้มีคนอยู่ดูแลเยว่เยว่ในห้องพักผ่อน”
“เหอะ ! ”
ใบหน้าหลี่เมิ้งอีเคร่งขรึมขึ้นมาเธอเหยียบเข้าไปที่เท้าของหลิวจือเซียอย่างรุนแรงแล้วหมุนตัววิ่งหนีไป
หลิวจือเซียผู้ซึ่งแอบมีความสุขกับการเตรียมการที่ยอดเยี่ยมของตัวเองจู่ ๆ หลังเท้าก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเขามองหลี่เมิ้งอีที่วิ่งไปข้างหน้าด้วยความตกใจ และบ่นว่า “หา ? !เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? ”
………………….……
ทางเข้าทิศเหนือของถนนเหอฟางระบุได้ง่าย ๆตรงทางออกมีซุ้มประตูขนาดใหญ่ มันเหมือนประตูใหญ่สูงเกือบ 4 เมตร กว้าง 3เมตรแกะสลักด้วยหินทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีเสาหินทางด้านซ้ายของซุ้มประตูหินบนซุ้มหินบันทึกประวัติความเป็นมาของถนนเหอฟางรวมไปถึงเวลาที่ซุ้มหินถูกแกะสลัก
เดินผ่านซุ้มประตูหินไป ก็จะเป็นถนนโบราณที่ปูด้วยหินเส้นหนึ่งที่ปลายของถนนเป็นลานกว้าง
ขณะนั้นเองลานกว้างนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าผู้ชมที่กระตือรือร้นและในกลุ่มผู้ชมก็มีทีมงานและผู้กำกับรายการรันนิ่งแมนของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงอยู่ด้วย
“หลิวจือเซีย ! ”
“หลี่เมิ้งอี”
พวกเขารอให้หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีมาถึงลานกว้างบรรดาผู้ชมทุกคนต่างส่งเสียงเชียร์ออกมาราวกับกำลังจัดงานคอนเสิร์ต
ดีที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยอีกทั้งบรรดาผู้ชมก็รู้ว่าพวกหลิวจือเซียกำลังอัดรายการจึงยังคงมีความยับยั้งชั่งใจในการกระทำของตัวเองอยู่บ้าง
มิฉะนั้น ดาราและคนดังเป็นกลุ่มโผล่ออกมาแบบนี้คงถูกบรรดาผู้ชมรุมขอลายเซ็นและถ่ายรูปไปนานแล้ว
“ว้าว ทั้งคู่ดูไม่เลวเลย ! ”หลี่เฉินมองหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีที่จูงมือกันมาจึงหยอกล้อ
เติ่งเฉาลูบผมแล้วเอ่ยว่า “จือเซีย วันนี้คุณหล่อมาก ! ”
หลิวจือเซียปล่อยมือหลี่เมิ้งอีแล้วเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง“ผมคิดว่าสายตาของพี่เฉา ยิ่งอยู่ยิ่งมีแววแล้ว ! ”
หลี่เมิ้งอียิ้มอย่างสง่างามที่สุดเธอคิดไม่ถึงว่าหลิวจือเซียเองจะมีเวลาที่ดื้อรั้นด้วย
คนอื่นต่างก็ยิ้มตอบ
เติ่งเฉายื่นมือออกไปอย่างไม่รีบไม่ร้อน เอ่ยว่า “คือว่าสายตาของผมคือ 5.0 ดีที่สุดในการจับจุดส่องแสงของผู้คน ! ผมว่าวันนี้คุณไม่ต้องแสดงความสามารถแล้ว แค่อาศัยใบหน้านี้ก็ใช้ชีวิตรอดแล้วล่ะ”
“พี่เฉา ผมไม่อาจแย่งแสงไฟของพี่ได้ โอกาสนี้ยกให้พี่แล้วกัน”หลิวจือเซียหัวเราะร่า “ดูความเร่าร้อนของพี่สิ สายตาของพี่ใกล้จะละลายแล้ว”
“จริงหรือ จริงหรือ ? ” เติ่งเฉามองซ้ายมองขวาอย่างเกินจริงสุดท้ายก็หมุนศีรษะ แสดงสีหน้าจนปัญญา “ช่วยไม่ได้ ก็ฉันมันคนมีเสน่ห์ ! ”
“เฮ้อ ตาแก่เติ่ง คุณคิดว่าหลังจากกลับไปถึงบ้านแล้วคุณจะโดนพี่สาวลี่ลงโทษด้วยการคุกเข่าหน้ากระดานไหม ? ”
เฉินเหอยิ้มอย่างชั่วร้าย “ใช่ สีหน้าแบบนี้แหละกลับไปแล้วจะต้องทำมีมให้เขา บนหัวใส่รูปกาบินไปมา”
เวลานี้เองเติ่งเฉาก็ชี้ไปที่เฉินเหอด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ยินดีต้อนรับพวกคุณทุกคน ขณะนี้พวกคุณได้เดินทางมาถึงปี 2014แล้ว ! ”
ขณะที่ทุกคนกำลังเล่นสนุก เสียงของผู้กำกับดังขึ้น“ในระหว่างการเดินทางของพวกคุณพวกคุณได้สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับความรักทั้งหมดไป”
เมื่อได้ยินผู้กำกับพูด ทุกคนต่างสีหน้างุนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
รายการนี้เข้าใจทำจริง ๆ มีการสร้างข้ามยุคด้วย
“พวกคุณเห็นแท่นน้ำสีดำตรงหน้าไหมครับ ? ”ทุกคนยังไม่ทันได้สติกลับมา ผู้กำกับก็กล่าวต่อ
ทุกคนมองไปข้างหน้า ด้านหน้ามีชั้นวางทำจากไม้สูงประมาณ 1 เมตรชั้นล่างสุดมีภาชนะที่ทำจากแก้วทรงกลมใบหนึ่ง บนภาชนะถูกตัดเป็นวงกลมข้างในเต็มไปด้วยของเหลวสีดำ เหมือนจะเป็นน้ำหมึก
“น้ำอะไรน่ะ ? ”
“นั่นสิ มันคือน้ำอะไรหรือ ? ”
สมาชิกรันนิ่งแมนและแขกรับเชิญจ้องมองน้ำสีดำที่อยู่ตรงหน้าไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด
“มันคืออ่างน้ำเสียที่ถูกมลพิษรักจอมปลอมของโลกแห่งนี้”ผู้กำกับอธิบาย “ถ้าหากพวกคุณสามารถตามหาน้ำลึกลับที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนในหมู่บ้านนี้แล้วเทเข้าไปในแท่นน้ำบูชานี่ น้ำเสียบนแท่นจะเปลี่ยนเป็นน้ำบริสุทธิ์แห่งรักแท้”
“อ้อ ! ” ทุกคนเข้าใจในทันที
“เชื่อว่าผู้เล่นแสนฉลาดรู้จุดประสงค์ของรั่นนิ่งแมนภาคแรกแล้ว! ”
ผู้กำกับแสนขี้เล่นยังรู้จักหยอกล้อสมาชิกรันนิ่งแมนและแขกรับเชิญ
“ต่อไป พวกคุณ ทั้งสมาชิกและแขกรับเชิญต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบสี่ด่านผู้ชนะสามอันดับแรกในแต่ละการทดสอบจะได้รับเบาะแสของน้ำลึกลับและกลุ่มแรกที่ได้น้ำลึกลับกลับมาก็จะเป็นผู้ชนะ ! ”
ถัดมา มีผู้กำกับอีกคนโผล่ออกมาแล้วอธิบายกฎกติกาของการเล่นเกม
“ด่านท้าทายที่หนึ่ง เล่นเกมลูกเต๋ากับพ่อค้าในตลาดผู้ชนะมีสิทธิ์ได้รับน้ำขวดหนึ่ง แต่ในบรรดาน้ำ 5 ขวดมีเพียงขวดเดียวที่เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ! ตอนนี้ พวกคุณเริ่มได้แล้ว”
“สู้ ๆ ! ” เติ่งเฉายกแขนขึ้นกำหมัด
“ลุย ออกเดินทางได้ ! ”
ทุกคนขานรับและหมุนตัววิ่งไปยังถนนเหอฟาง
เนื่องจากทีมงานของรายการได้เริ่มอัดรายการอย่างเป็นทางการแล้วสมาชิกในทีมทุกคนจะมีทีมถ่ายทำตามมาด้วย
ส่วนมู่เฉินที่สัญญากับหลิวจือเซียไว้ทีมของเธอจึงได้รับมอบหมายเป็นทีมย่อยของหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอี
ไม่รู้ว่ามู่เฉินหาสกูตเตอร์มาจากไหนมู่เฉินจึงให้เยว่เยว่นั่งอยู่ด้านในรถสกูตเตอร์ขาตั้งกล้องขนาดเล็กถูกวางไว้หน้าสกูตเตอร์ มีมู่เฉินขับอยู่ข้างหลัง
ทุกคนวิ่งไปข้างหน้าอย่างดุเดือด กลัวว่าจะถูกทิ้งอยู่ข้างหลัง
คู่รักแต่ละคู่วิ่งไปยังกําแพงเมืองโบราณแห่งหนึ่งรีบวิ่งไปที่ตลาดบนถนนเหอฟางตามคำแนะนำของทีมงานรันนิ่งแมน
ส่วนทีมงานที่ตามอยู่ข้างหลังกล้อง ลูกตาแทบจะถลนออกมาแล้ว
ไม่ใช่กล่าวกันว่าสมรรถภาพร่างกายพวกดาราโดยทั่วไปนั้นใช้งานไม่ค่อยจะได้ไม่ใช่หรือทำไมถึงวิ่งเร็วกว่ากระต่ายเสียอีกล่ะ ?
เหล่าช่างกล้องร้องไห้อย่างไร้น้ำตาทำได้แค่ขยับน่องวิ่งตามสมาชิกรันนิ่งแมนและแขกรับเชิญไปเท่านั้น
“พ่อค้า ! ”
“พ่อค้าอยู่ไหน ? ”
“พ่อค้าหน้าตาเป็นยังไง ? ”
พวกคู่รักวิ่งไปข้างหน้าและตะโกนเรียกตามหา
โชคดีที่ยังมีนักท่องเที่ยวอยู่บนถนนสายนี้ทราบกันดีว่ามีสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงกำลังถ่ายทำรายการอยู่มิฉะนั้นแม้ว่าคุณจะเป็นดาราแต่มาโวกเวกโวยวายบนถนนเช่นนี้ก็คงถูกพวกเขาคิดว่าเป็นโรคประสาท
กลุ่มคนวิ่งไปข้างหน้าเรื่อย ๆ หลิวจือเซียก็กำลังมองไปรอบ ๆมองฝูงคนและพ่อค้าที่อยู่รอบ ๆ
ทันใดนั้น หลิวจือเซียหยุดลง และดึงหลี่เมิ้งอีไว้
“มีอะไรหรือ ? ” หลี่เมิ้งอีวิ่งอย่างเหนื่อย ๆ และหายใจหอบ“ถ้าไม่รีบหา ด่านแรกพวกเราต้องแพ้นะ ! ”
“มีคนอยู่ข้างใน ! ” หลิวจือเซียชี้ไปที่ร้านอาหารเล็ก ๆข้างทาง
หลี่เมิ้งอีมองไปตามนิ้วมือของหลิวจือเซียปรากฏว่าด้านในชายวัยกลางคนสวมชุดทำงานของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงคนหนึ่งด้านข้างของเขามีธงสามเหลี่ยมที่มีสัญลักษณ์อักษรภาษาอังกฤษตัว R สีเหลืองเบจ
“สายตานายดีมากเลย ! ” หลี่เมิ้งอีพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ไป พวกเรารีบเข้าไปเถอะ! ”
เมื่อเข้าไปในร้าน ชายวัยกลางคนเห็นหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีก็หยิบเอาลูกเต๋าสีเหลืองเบจขนาดเท่ากำปั้นทารกสองลูกออกมายื่นให้กับทั้งสองคน
“ลูกเต๋าหรือ ? ” หลิวจือเซียในมือกำลูกเต๋า “จากนั้นล่ะ ?ต้องทำอะไร ? ”
หลี่เมิ้งอีเองก็ตะลึงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไร
“ตอนนี้คุณสามารถไปที่พ่อค้าที่มีธงตัว R ได้แล้วตรงไหนที่มีธงตัว R สามารถเล่นได้ทั้งหมด” ชายวัยกลางคนอธิบาย“พวกคุณต้องทำการแข่งขันทอยลูกเต๋า ผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดเป็นผู้ชนะ”
“ห๊า ? ” หลี่เมิ้งอีเอ่ยว่า “ยังต้องหาธงอีกหรือ ? ”
“ช่วยไม่ได้ หากันเถอะ ! ”หลิวจือเซียลากหลี่เมิ้งอีวิ่งออกไปข้างนอก “พวกเราไปหาคนทอยลูกเต๋ากันก่อน”
………………………
ขณะที่หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีกำลังตามหาพ่อค้าที่มีธงตัว Rตามถนนเหอฟาง อีกห้ากลุ่มที่เหลือก็หาลูกเต๋าสีที่เป็นของพวกเขาเจอแล้วเช่นกัน
เดินเลาะไปตามถนนเหอฟางเมื่อหลิวจือเซียเดินไปยังสี่แยกกลางถนนเหอฟาง ในที่สุดพวกเขาก็พบพ่อค้าที่มีธงตัวR
สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องประหลาดใจก็คือพ่อค้ารายนี้ไม่ใช่ร้านค้าที่มีซุ้มของตัวเองอยู่บนถนน แต่เป็นพ่อค้ารายย่อยที่จัดแผงลอยตรงสี่แยก
ทั้งสี่แยก ในขอบเขต 200 ถึง 300 ตารางเมตรมีพ่อค้ามากกว่า 30คนที่มีธงตัว R
“ตรงนั้น ตรงนั้น พวกเรารีบไปตรงนั้นกัน ! ”หลี่เมิ้งอีชี้ไปยังสี่แยกด้วยความตื่นเต้นและร้องตะโกน
“เฮ้ พวกเรามาแล้ว พวกเรามาแล้ว ! ” หลิวจือเซียลากหลี่เมิ้งอีตรงไปยังบริเวณที่มีพ่อค้าที่มีธงตัวR