เมื่ออี้เฉินตัดสินใจ ที่จะไปยังแดนลับหยวนเทียน เสาะหาทรัพยากรต่างๆ คลี่คลายปัญหา ของเหล่าอนุชน ที่อยู่ในช่วงขาดแคลนของล้ำค่า ที่จำเป็นในการเติบโต อี้เฉินจึงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจ เรียกจินซู ออกมาจากลูกบาศก์มิติ อย่างไรอี้เฉินก็ยังห่วง ความปลอดภัยของหลินเฟย เขาจึงไม่สบายใจที่จะจากไปเช่นนี้ จึงคิดที่จะใช้งาน แม่นางจินซู
ภาพหญิงสาว กายาสวมชุดคลุมดำ ปรากฏออกมาเบื้องหน้า สู่ครรลองสายตาอี้เฉินในทันใด แม้แต่ซีเผิง เขายังตกใจ ตั้งท่าพร้อมต่อสู้ ครั้นรับรู้ นางเป็นคนของ องค์กรนักฆ่า ที่เคยลอบสังหารอี้เฉิน ภายในงานประลองยุทธ์
“เจ้า! เจ้า! มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ซีเผิงกล่าวพูดออก มาด้วยความตกใจ จ้องมองสตรี ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไม่วางตา
จินซู นางเองก็มีทีท่า ว่าจะหลบหนีเช่นกัน ทว่าเมื่อเห็นสายตา ที่แหลมคมคู่นั้นของอี้เฉิน ราวกับเป็นกระบี่เสียดแทง ปลดปล่อยอายสังหารออกมา หากนางคิดหนี อี้เฉินได้ฆ่าสังหารนางแน่ นางจึงหยุดก้าวฝีเท้าถอยหลัง กัดกรามกรอด ส่งเสียงชิ! เล็ดลอดผ่านไรฟันออกมา ด้วยความไม่จำยอม
อี้เฉินแค่นเสียงออกมาเล็กน้อย “พี่ซีเผิงใจเย็นก่อน สตรีนางนี้ข้ารู้จักนางมาก่อน แต่ไม่คิดว่านางจะไปอยู่ในขั้น ราชันสวรรค์ ระดับแรกเริ่มได้”
จินซู นางกลอกตากล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่พอใจเช่นกัน “เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่อี้เฉิน เหตุใดไม่ฆ่าสังหารข้า ในเมื่อข้าลอบสังหารเจ้า”
อี้เฉินเอ่ยเสียงเนิบช้า ไต่ถามนางออกมา “เจ้าอายุจริงเท่าใดกันแน่ แล้วเหตุใด เจ้าถึงเข้าไปอยู่ ภายในจวนอ๋องอู่ รู้จักคนภายในพระราชสำนักได้ ข้าไม่เชื่อว่า เจ้าจะฆ่าสังหารร่างหลัก แล้วเข้ายึดร่างนางในปัจจุบันหรอกนะ”
จินซู ครั้นนางได้ยินคำพูดของอี้เฉิน นางดึงสีหน้าเล็กน้อย คำพูดนั้น มันจี้ใจดำนางเข้าเต็มๆ “ข้าเป็นคนขององค์กรนักฆ่า ย่อมต้องรู้วิธีพรางตัวเป็นอย่างดี ไม่ใช่หรือจักรพรรดิอี้เฉิน ส่วนเรื่องอายุเกรงว่า จะแก่กว่าเจ้าหลายร้อยปี ไม่รู้หรือว่าเจ้ากำลังทำให้ ผู้อาวุโสอย่างข้าขุ่นเคืองอยู่”
อี้เฉินคลี่ยิ้ม ออกมาอย่างชั่วร้าย ปลดปล่อยปราณมังกร พรจักรพรรดิ ออกมากดดันนางเล็กน้อย ก่อนจะนำเอากระดาษสัญญาโลหิตออกมา “เจ้าเลือกเอาแล้วกันจินซู ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเป็นมิตรสหายข้าในอดีต แม้เจ้าจะแสร้งเล่นละครก็ตาม เจ้าจะรับข้อเสนอปกป้องหลินเฟยอย่างลับๆ หรือเจ้าจะอยู่แห้งตายภายใน ลูกบาศก์มิติ เลือกเอา”
อี้เฉินเขาล้วนรู้ดี หากเขาใจอ่อน กับจินซู นางอาจจะเป็นหายนะใหญ่ ที่ทำให้อี้เฉินเสียใจไปตลอดชีวิตก็เป็นได้
สตรีที่อยู่เบื้องหน้าอี้เฉินกับซีเผิง บัดนี้นางกัดกรามกรอด จนเกิดเสียงฟันแตกหักดังออกมาน้อยๆ ครั้นเห็นแผ่น กระดาษสัญญาโลหิต ใบหน้างดงาม นางพลันดำมืดครึ้ม มีสีหน้าครุ่นคิดไม่ตก
ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดออกมาอีกครา ครั้นเห็นความลังเล ในกรอบสายตาจินซู “เจ้าคิดให้ดี จินซู หรือเจ้าอยากจะอยู่ภายใต้เงามืด ของความเกลียดชัง ความตายเช่นนั้นไปตลอด”
จินซูนางแยกเขี้ยวออกมาน้อยๆ ก่อนนางจะกัดนิ้วตนเอง ป้ายโลหิตของนางลง บนกระดาษสัญญาโลหิต ทว่าสีหน้าแววตานาง มีความดื้อรั้นอยู่ในกรอบสายตาไม่น้อย “พอใจเจ้าหรือยัง จักรพรรดิอี้เฉิน”
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง ครั้นเก็บม้วนกระดาษสัญญาโลหิต เข้าไปภายในแหวนมิติอย่างดี ก่อนบอกกล่าวตัวนาง “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้า ให้ดูเป็นคนปกติเถอะ จินซู หากใส่ชุดคลุมดำเช่นนี้ เกรงว่า คนที่ตายก่อนคงจะเป็นเจ้า”
ทันใดฝ่ามืออี้เฉินโยนแผ่นป้าย เข้าออก หุบเขาบรรพชน ให้นางอย่างไม่ลังเล อีกต่อไปครั้นได้ กระดาษสัญญาโลหิต หากจินซู นางมีใจคิดจะฆ่าสังหาร หลินเฟยเมื่อใด โลหิตภายในร่างนางได้ระเบิด จนนางดับสลายแน่
จินซู พยักหน้า เก็บแผ่นป้าย เข้าไปภายในแหวนมิติ ครั้นนางโบกฝ่ามือ แสงพร่างพราวสีทอง โอบล้อมกายานางในเสี้ยวพริบตา พร้อมกับออร่าคลื่นพลัง ที่สร้างอาภรณ์สีฟ้าคราม งดงามขลับให้นางดูโดดเด่นไม่น้อย
อี้เฉินที่หลบเลี่ยงสายตาไปจากนาง อยู่แวบหนึ่ง ทว่าผิวขาวเนียนละเอียด ราวกระเบื้องแก้ว พร้อมส่วนเว้าส่วนโค้งของหญิงสาว ดึงดูดสายตา จนมีเลือดกำเดาไหลออกมาน้อยๆ ส่วนซีเผิงแทบไม่ต้องพูดถึง รีบยกฝ่ามือปาดเลือด บริเวณโพรงจมูกออกอย่างรีบร้อน
อี้เฉินที่เห็นสายตาสตรี ราวกับเป็นอสรพิษร้าย เขายิ้มขำแห้งๆ ออกมา “ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วกัน แต่ข้าก็ไม่ได้รีบ ให้เจ้าเปลี่ยนชุดต่อหน้าพวกข้า เสียหน่อยจินซู”
“ดีกับผีนะซิอี้เฉิน แล้วเจ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้เล่า ข้าไม่คิดเลยว่าผู้ที่ได้ชื่อว่า จักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ จะรังแกสตรีเช่นนี้” จินซูที่กล่าวพูดออกมา ด้วยใบหน้าแดงซ่าน กลายเป็นภาพฉาก การถกเถียง กับอี้เฉินในเสี้ยวพริบตา ราวกับเป็นการทะเลาะกันของเด็กๆ ไปอยู่นาน แม้แต่อี้เฉินยังไม่คิดว่า จินซู นางจะเถียงเก่งถึงเพียงนี้
ด้านโม่กวาง ที่สืบฝีเท้ามาบอกกล่าวอี้เฉิน ซีเผิงเรื่อง การเตรียมความพร้อมไปยัง แดนลับหยวนเทียน เมื่อโม่กวางเห็นสตรีนามว่า จินซู อยู่ในกรอบสายตา พูดคุยกับอี้เฉินเสียงดังก้อง โม่กวางรีบไต่ถาม อี้เฉินออกมาทันที ครั้นเห็นสตรีผู้นี้ งดงามต้องตาเขาไม่น้อย “สตรีนางนี้ นางเป็นผู้ใด เช่นนั้นหรืออี้เฉิน?”
อี้เฉินอ้ำอึ้งเล็กน้อย ก่อนจะใช้ฐานะเก่าของจินซูไปก่อนในยามนี้ “นางมีนามว่า จินซู บุตรสาวของอ๋องอู่ ดินแดนทางเหนือสุด ข้าจะให้นางมาช่วยดูแลหลินเฟยหน่อย เจ้ามีธุระอะไรเช่นนั้นหรือโม่กวาง”
“เหล่าผู้คนที่จะไปยัง แดนลับหยวนเทียน บัดนี้เริ่มเตรียมตัวกันแล้ว ไม่ช้าพวกเขา จะไปรวมตัวกัน ด้านหน้าสำนักหุบเขาบรรพชน” ก่อนโม่กวางจะเข้าไปกอดคอหญิงสาว ราวกับเป็นมิตรสหาย “ข้าเองก็อยู่ที่นี่เช่นกัน หากเจ้ามีปัญหาอะไร มาหาข้าได้ แม่นางจินซู”
ภาพนั้นดูหวาดเสียวไม่น้อย เมื่ออี้เฉิน กับซีเผิงเห็น จินซู นางเผยกรงเล็บออกมา เกรงว่าหากนางไม่ยั้งโทสะไว้ คอโม่กวางหลุดออกจากบ่า ชนิดที่ไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
โม่กวางไต่ถาม ด้วยใบหน้าสงสัย “พวกเจ้าทำไม ทำใบหน้าเช่นนั้นกันเล่า”
อี้เฉิน ซีเผิง ต่างก็หัวเราะ ยิ้มหน้าเจื่อนออกมา ก่อนดึงตัวโม่กวางจากไป ไม่ให้ไปรบกวน จินซู อีกต่อไป ก่อนร่างชายหนุ่มตัวเล็ก จะถูกอี้เฉิน ซีเผิง ลาก ดึงออกไป ทว่าโม่กวางก็ยังไม่วาย โบกมือโบกไม้ไปให้ จินซู
ทำให้ จินซู นางหนังตากระตุกน้อยๆ ฝ่ามือเผยกรงเล็บออกมา ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมายาว กลับไปมีท่าทีสงบนิ่งอีกครา ‘หวังว่าองค์กรนักฆ่า จะคิดว่าตัวนางได้ตายตกไปแล้ว ไม่เช่นนั้น นางได้ถูกไล่ล่าฆ่าสังหารแน่ แถมยังจะทำให้หลินเฟย สตรีผู้นี้ตกอยู่ในอันตรายด้วย’
โม่กวางที่มาส่ง อี้เฉินกับ ซีเผิง ก่อนเขาจะสืบฝีเท้าจากไป จากธุระที่ต้องไปจัดการ ภายในดินแดนเบื้องล่าง ภาพในครรลองสายตา อี้เฉินเห็นเรือรบลำใหญ่ ลอยอยู่เหนือสำนักหุบเขาบรรพชน อี้เฉินไม่รอช้าสืบฝีเท้า ขึ้นไปด้านบนเรือรบพร้อมกับซีเผิงในทันใด
ก่อนเรือรบลำใหญ่ พร้อมกับเหล่าศิษย์ ภายในสำนักหุบเขาบรรพชนร่วมร้อยชีวิต จะเริ่มออกเดินทาง ไปยังนครซากศพ ทำให้เหล่าผู้อาวุโสใหญ่ภายในสำนัก เบาใจไปได้ระดับหนึ่ง เมื่อมีจักรพรรดิอี้เฉิน เป็นผู้นำเข้าไปสำรวจ ยังแดนลับหยวนเทียน
ภาพเรือรบ แหวกห้วงมิติ เดินทางไปด้วยความเร็วสูง หายวับไปเป็นทางยาว ไม่นานมันก็มาถึงรอยแตกที่เต็มไปด้วย พลังงานอันมากมหาศาล ไหลทะลักออกมา จากช่องเหวหุบเขาที่ดำมืด พวกเขามองปาดเดียว ก็รู้หากไม่ระวัง แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ ภายในเรือรบที่แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยค่ายกลคุ้มกัน ก็ถือว่ายังมีความเสี่ยงสูง ที่จะถูกพลังงานเหล่านั้นบดขยี้
“พวกเจ้าพร้อมกันแล้วใช่ไหม” อี้เฉินไต่ถามเหล่าอนุชน บัดนี้พวกเขาขาสั่นเทากันน้อยๆ ครั้นอยู่ต่อหน้าพลังธรรมชาติ ที่แปลกประหลาดอันยิ่งใหญ่ ที่พร้อมจะบดขยี้ พวกเขาให้ตายตก
ก่อนอี้เฉินจะโบกฝ่ามือ ขับเคลื่อนเรือรบ เข้าไปภายในรอยแตก ที่เต็มไปด้วยพลังงานมหาศาล แพร่กระจายออกมา แม้ดวงตาพวกเขา จะเต็มไปด้วยความฮึกเหิม ทว่าก็ยังมีความหวาดหวั่น อยู่ภายในใจลึกๆ