มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 103 วิญญาณหมูในร่างมนุษย์

    ต่อมา ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น


    “มี มีคนอยู่มั้ยคะ?” น้ำเสียงผู้หญิงที่อ่อนหวานดังมาจากนอกประตู ฟังจากน้ำเสียง ฉินเฉาเดาว่าต้องเป็นหยูลู่แน่ๆ


    “มี” ฉินเฉารีบไปเปิดประตู และอย่างแน่นอน สาวสวยทรงเสน่ห์ยืนอยู่หน้าประตู เธอมองมาที่เขาด้วยท่าทางไม่เป็นธรรมชาติ


    ทันใดนั้น สายตาของหยูลู่ก็มองไปที่รูปแกะสลักเปลือยในมือฉินเฉา และมองเห็นรอยฟันที่ส่วนหน้าอกของมันอย่างชัดเจน ทำให้หน้าของเธอขึ้นสี


    ‘โอ้ สวรรค์! เขาทำอะไรอยู่กัน! ฉันมักจะได้ยินว่าผู้ชาย เมื่ออยู่ในบ้านตัวเอง มักจะทำแต่สิ่งชั่วร้าย! โอ้ พระเจ้า ไม่แปลกที่เขาจะทำอย่างนี้ เขาไม่รู้ว่าจะไปทานข้าวที่ไหน โอ้ ฉันละอายจริงๆ!’ หยูลู่คิดกับตัวเอง


    ในที่สุดฉินเฉาก็สังเกตว่าหยูลู่มีท่าทางแปลกๆ เขาก็เลยมองลงไป และ ‘โอ้ เวร’ เขาเห็นรูปสลักเปลือยอยู่ในมือ เขารีบขว้างมันไปที่โซฟาในห้องอย่างรวดเร็ว


    “แฮ่ม นี่ นี่ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะ”


    “ฉะ ฉันไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย! ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย!” หยูลู่โบกมือไปมา และพร้อมกับหน้าแดงๆ ของเธอ เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าคุณทำสิ่งชั่วช้าในห้อง! อ๊า! โอ้พระเจ้า!”


    หยูลู่โกหกไม่เก่งเลย คำพูดที่เธอเพิ่งพูดออกมานั่นเป็นคำที่อยู่ในใจของเธอ ทำให้ฉินเฉารู้สึกอายจริงๆ เหงื่อเย็นๆ ปรากฏออกมาบนหลังของเขา


    “ถ้าผมบอกว่า ผมหิวมากๆ จนคิดว่ามันเป็นไก่ย่าง คุณจะเชื่อมั้ย...” ฉินเฉาเช็ดเหงื่อเย็นๆ ของเขา แล้วพูดออกมา


    “โอ้ มันเป็นอย่างนี้เองเหรอ!” หยูลู่พยักหน้า “ฉันเข้าใจแล้ว คุณคงจะหิวจริงๆ ถ้าคุณหิวล่ะก็ งั้นก็ลงมากินข้าวด้วยกันเถอะ อาหารเตรียมเสร็จแล้ว!”


    “ดี ดี....” ฉินเฉาพูดอย่างเขินๆ เพราะว่าอีกไม่นานเขาก็จะได้กินแล้ว เขาจึงตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ยังคงพูดอย่างอายๆ ว่า


    “เอิ่ม...หยูลู่คนสวย มันมีปัญหาอยู่หน่อย มันเป็นเรื่องวิกฤตมาก และผมต้องบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้”


    “ปัญหาอะไรเหรอ พูดมาเลย...เราไม่คิดค่าอาหาร” หยูลู่กำลังคิดว่า ฉินเฉาคนขี้เหนียวจะกังวลเรื่องเงินอีกครั้ง จึงรีบพูดออกไป


    “อ่า....ไม่....แต่มันก็ดีเหมือนกัน แต่ที่ผมอยากจะบอกก็คือ กระเพาะของผมใหญ่มากๆ เลย ดังนั้น...”


    “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ในที่สุดหยูลู่ก็เผยรอยยิ้มออกมา “ทุกครั้งที่เราเตรียมอาหาร พวกเราจะทำเตรียมไว้เยอะมาก ผู้อำนวยการเหลียวมักจะออกไปทำธุรกิจข้างนอกตลอดปี และแทบจะไม่กินข้าวในบ้านเลย ชาชาและฉันสองคน พวกเรากินอาหารพวกนั้นได้ไม่หมดหรอก”


    “งั้นก็ดี! ผมคงต้องรบกวนคุณแล้ว”


    ฉินเฉาปิดประตู และเดินไปพร้อมกับหยูลู่ ไปตามโถงทางเดินที่ยาว จนในที่สุดก็มาถึงห้องทานอาหารที่กว้างขวาง


    สุดยอด สุดยอดจริงๆ ห้องทานอาหารนี้ใหญ่มาก กินเนื้อที่ไป 100 ตารางเมตร โต๊ะทานอาหารยาวสีขาวเป็นโต๊ะเดียวที่อยู่ที่นี่ และเต็มไปด้วยอาหารหลากชนิดจำนวนอาหารมากพอที่จะเลี้ยงคนมากกว่าโหล มันไม่แปลกเลยที่หยูลู่บอกว่าจะมีอาหารพออย่างแน่นอน


    ทั้งสองข้างของโต๊ะมีเด็กเสิร์ฟคู่หนึ่งยืนอยู่ หนึ่งเสิร์ฟอาหารให้เหลียวชาชา และอีกหนึ่งเสิร์ฟซุปให้เธอ


    เมื่อเห็นว่าฉินเฉามาถึงแล้ว เหลียวชาชาก็แค่พ่นลมออกจมูกด้วยท่าทางไม่พอใจ และกินซุปตามวิธีการต่อไปอย่างช้าๆ แม้ว่ายัยเด็กนี่จะดื้อมาก แต่เธอก็ได้รับการฝึกฝนมารยาทมาอย่างดี ท่าทางขณะที่เธอทานอาหารนั้นงดงามมาก เมื่อเธอใส่ช้อนซุปเข้าไปในปากเล็กๆ ของเธอ ผลของมันทำให้เธอเหมือนกับองค์หญิงตัวเล็กๆ เลยทีเดียว


    “มาลองชิมซุปดูสิ ฉันเป็นคนทำเอง” เหมือนหยูลู่อยากจะแสดงซุปที่ทำให้เขาดู เธอตักซุปใส่ชามและส่งมันไปตรงหน้าฉินเฉา “ระวังด้วยล่ะ มันร้อน”


    “พี่หยูลู่ลำเอียง!” ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็บ่นออกมา และเริ่มตะโกน “พี่ไม่เคยตักซุปให้ฉันเลย!”


    “นี่....” เมื่อถูกมองโดยเหลียวชาชา หยูลู่ก็ยิ่งอาย หน้าแดง และไม่รู้ว่าจะวางมือและเท้าไว้ตรงไหน


    “นี่เธอไม่รู้เหรอ” ฉินเฉาพูดในขณะที่เขากินอาหาร “พี่หยูลู่ของเธอ จะตักซุปให้แต่คนที่เชื่อฟัง พวกดื้อรั้นและหัวแข็งอย่างเธอ จะได้รับการดูแลนี่ได้ยังไง!”


    “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ฉันไม่เชื่อฟังน่ะ!” เหลียวชาชาจ้องด้วยตาของเธอ


    “ตะโกนในเวลาอาหารไม่ใช่พวกหัวดื้อหรอกเหรอ!” ฉินเฉายกนิ้วขึ้นและส่ายมันให้กับเหลียวชาชา


    สาวน้อยกลายเป็นเงียบไป ก้มหัวลงโดยไม่พูดอะไรอีก และเหมือนว่ากำลังสู้กับอาหารของเธอ และกำลังสมมติว่ามันเป็นฉินเฉา


    ทั้งหยูลู่ และคนใช้พากันปิดปากตัวเองด้วยความประหลาดใจเมื่อมองมาที่ฉินเฉา


    ‘เสน่ห์แบบไหนกันที่ชายคนนี้มี เขาทำได้แม้กระทั่งทำให้คุณหนูถึงกับพูดไม่ออกแบบนี้!’ พวกเขาคิด


    “หยูลู่ ซุปของคุณยอดเยี่ยมจริงๆ อร่อยมากๆ” หลังจากทานซุปเสร็จ ซึ่งถือว่าเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ฉินเฉาหัวเราะ เมื่อได้ยิน เสียงหัวใจของหยูลู่แทบจะระเบิดออกมาด้วยความสุข ทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้


    “เยี่ยม ซุปเรียกน้ำย่อยก็เสร็จแล้ว” เมื่อมองไปที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร แม้ว่าฉินเฉาผู้ที่เคยกินอาหารฝรั่งเศสที่โรงแรมแอนโทนี่ ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ “งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!”


    จากนั้น ฉินเฉาก็ทำให้ทุกคนมีท่าทางโง่งม หมีกินอาหารยังไง? ด้วยการกวาดทุกอย่าง และไม่เป็นระเบียบ? ฉินเฉาทำให้ทุกคนเข้าใจแล้วว่าเวลาหมีกินอาหารเป็นยังไง


    เขาเหมือนกับเครื่องจักรกินอาหาร กวาดอาหารทุกอย่างที่อยู่บนจานอย่างบ้าคลั่ง หยูลู่และเหลียวชาชาทั้งคู่ตะลึงไปเลย จนลืมกินอาหาร พวกเธอมองไปที่ฉินเฉาอย่างว่างเปล่า


    จานแล้วจานเล่าพากันว่างเปล่า และไม่นาน อาหารก็หายไปแล้วครึ่งโต๊ะ โดยการทำลายล้างของฉินเฉาเพียงคนเดียว ยกเว้นอาหารทะเล อาหารทุกอย่างไม่สามารถหนีไปจากกระเพาะของฉินเฉาได้


    หยูลู่และพวกเขามึนงงไปชั่วขณะ จนอาหารเกือบจะหมดโต๊ะโดยการกวาดล้างของฉินเฉา


    หลังจากทานเสร็จ เขาหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดคราบน้ำมันจากมุมปากของเขาด้วยความสง่างามอย่างมาก ความสง่างามนี้ และท่าทางเหมือนฝูงหมาป่าลงเมื่อกี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


    “โอ้ ผมต้องขอโทษจริงๆ” เมื่อฉินเฉาเห็นสองสาวงามทั้งใหญ่และเล็กตรงหน้า เขารีบพูดด้วยน้ำเสียงอายๆ ว่า “หลังจากที่ได้กินไปนิดหน่อยแล้ว ผมไม่สามารถหยุดตัวเองได้ ผมเป็นผู้ชายที่มีความอยากอาหารมาก น่าอายจริงๆ ช่างน่าอายจริงๆ”


    “นาย นายคงไม่ใช่ตือโป้ยก่ายกลับชาติมาเกิดหรอกนะ?” เมื่อเหลียวชาชาพ่นคำพูดออกมา ทันใดนั้นเธอจำได้ถึงฉากเมื่อก่อนหน้า ตอนที่อยู่ในมันเดเล่ คลับ ในซูโจว เมื่อฉินเฉาคนเดียวจัดการโต๊ะบุฟเฟต์ที่เต็มไปด้วยอาหารถึง 3 โต๊ะ


    ‘ชายคนนี้ต้องเป็นวิญญาณหมูในร่างมนุษย์อย่างแน่นอน’


    สองสาวงามคิดแบบนี้ในเวลาเดียวกัน


    “ขอบคุณสำหรับอาหาร แม้ว่าผมจะกินไปได้แค่ครึ่งเดียวก็เถอะ อย่างน้อยผมก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในท้องล่ะนะ” ฉินเฉาลูบท้องของเขาด้วยความพอใจ และหัวเราะ


    “ดูเหมือนว่าเราต้องเพิ่มอาหารขึ้นอีกหน่อยล่ะนะ...” หลังจากผ่านไปนาน ในที่สุดหยูลู่ก็พูดออกมา


    หลังจากทานอาหารเสร็จ ฉินเฉาก็กลับไปที่ห้องของเขา และเริ่มเรียกหาโรซี่


    “โรซี่! โรซี่ออกมา!” ฉินเฉาเปล่งเสียงเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีร่างที่คุ้นเคยลอยออกมา


    “โรซี่? โรซี่ออกมาได้แล้ว เธอไม่อยากกินอะไรอร่อยๆ เหรอ? พี่ใหญ่คนนี้ซื้อลูกอมมาให้แน่ะ!” ฉินเฉาทำเหมือนกับกำลังล่อเด็กๆ เรียกเธอด้วยเสียงเบาๆ


    “โรซี่? โรซี่? ยัยนี่ หรือเธอกำลังอาบน้ำอยู่ในนรก?” โรซี่ไม่ออกมา ปล่อยให้ฉินเฉาทำได้แค่ยักไหล่ตัวเอง


    หลังจากที่รอจนเบื่อ ทันใดนั้นฉินเฉาก็จำได้ถึงไต้ซือชิฟาง ผู้ที่เขาพบเมื่อตอนกลางวัน ที่ให้พระสูตรหัวใจเพชรกับเขา ไต้ซือบอกว่าพระสูตรหัวใจเพชรนี้จะช่วยเขาได้อย่างแน่นอน


    ‘พระสูตรของศาสนาพุทธจะทำให้ฉันเข้าใจอะไรบางอย่างในวิธีฝึกตนของเซียนอย่างงั้นเหรอ?’ เขาสงสัย


    ตราบเท่าที่มันทำให้เขามีพลังมากขึ้น ฉินเฉาจะลองมันทุกวิธี


    ‘เมื่อโรซี่ไม่ออกมา งั้นฉันก็ดูพระสูตรนี่ก่อนละกัน มาดูสิว่ามันมีของดีอะไรอยู่ข้างในบ้าง’


    เมื่อคิดอย่างนั้น ฉินเฉาก็เรียกพระสูตรหัวใจเพชรราคา 15 หยวนออกมาจากแหวนของเขา และเปิดมันออกอย่างช้าๆ


    ในส่วนหน้า มันเป็นเรื่องราวของชาวพุทธ โชคดีที่ฉินเฉาจบสาขาวรรณกรรมจีน ไม่อย่างนั้น เขาต้องไม่เข้าใจวรรณกรรมที่เก่าแก่นี้แน่ๆ หนังสือพุทธศาสนานี้กล่าวถึงเรื่องปัญญาแห่งความว่างเปล่า มีเพียงแค่การเปิดปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นได้


    ชื่อเต็มของหนังสือเล่มนี้คือ “วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร” คำว่าวัชร/เพชรนี้ในตัวหนังสือหมายถึงอะไร? “วัชร/เพชร” (หรือ จิน-กาง/ทอง-เปลือกแข็ง) จิน/ทอง เป็นธาตุที่แข็งที่สุด (ใน 5 ธาตุ) และกาง/เปลือกแข็ง เป็นการยึดมั่นในความชอบธรรม และก็คำว่า “เพชร/จินกาง” นี้มักจะถูกใช้เป็นคำอุปมาสำหรับอาวุธหรือว่าหิน เพราะว่ามันแข็ง คม และสามารถทำลายได้ทุกสิ่งโดยไม่ได้รับความเสียหาย ต้นกำเนิดแท้จริงมาจาก พระวัชรปรานี


    “ปรัชญา” หมายถึง ปัญญา และ การรู้แจ้ง


    ฉินเฉาอ่านและก็อ่าน หลังจากอ่านส่วนหน้าเสร็จ ก็เหมือนกับได้เข้าถึงการรู้แจ้งบางอย่าง


    “สมกับเป็นศาสนาพุทธที่มีประวัติมายาวนานอย่างแท้จริง...” ฉินเฉาถอนใจออกมาด้วยอารมณ์ เขารู้สึกว่าจิตใจของเขากลายเป็นใสกระจ่าง และร่างกายกับจิตใจกลายเป็นดั่งดวงประทีป


    โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าไหร่แล้วในตอนกลางคืน ฉินเฉาก็เปิดส่วนหลังของหนังสือออก


    หลังจากที่เห็นส่วนนี้ ทันใดนั้นหัวใจของฉินเฉาก็รู้สึกราวกับถูกดึงโดยม้าพยศ กระโดดไปมาอย่างความคุมไม่ได้


    ส่วนหลังของหนังสือนี้เป็นวิธีการฝึกตนของพุทธศาสนาที่แท้จริง


    ‘ส่วนหลังของหนังสือหัวใจเพชรมีวิธีฝึกตนอยู่ด้วย? มันเป็นของจริงใช่มั้ย!?’ เขาคิด หลังจากที่อ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่า และแน่ใจแล้วว่านี่เป็นวิธีฝึกตน/พระสูตรหัวใจ จริงๆ


    ทันใดนั้นเขาก็จำได้ถึงคำพูดจากไต้ซือชิฟาง


    “หนังสือเล่มนี้ อาตมาให้กับคนที่มีชะตากับมันเท่านั้น”


    ‘ไต้ซือชิฟางจริงๆ แล้วเป็นใครกันแน่?’ เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทันใดนั้นมือถือของฉินเฉาก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู และมันกลายเป็นว่าซูจีเป็นคนโทรมา


    “คนเลว พูด! นายคิดถึงฉันมั้ย?” ทันใดนั้นมือถือเครื่องนั้นก็มีเสียงดังออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่และซุกซนของซูจี


    “ถ้านายคิดถึงฉัน ฉันจะจูบนาย แต่ถ้าไม่ ฮึ่ม ฉันจะตัดไข่นาย!”


    “อย่าโหดนักสิ...” ฉินเฉาพูดไม่ออกกับความเอาแต่ใจของหญิงสาวนางนี้ “บางทีก็คิด บางทีก็ไม่คิด”


    “นี่ง่ายมาก!” เธอหัวเราะคิกคัก “ฉันจะจูบนาย และจากนั้นก็ตัดไข่นาย!”


    เมื่อได้ยินอย่างนี้ เหงื่อเย็นๆ ทันใดนั้นก็ไหลออกมา


    ทั้งสองคนพากันป้อนคำหวานให้กัน และจากนั้นฉินเฉาก็ถามขึ้น


    “ซูจี เธออยู่ในสำนักของอาจารย์เธอแล้วใช่มั้ยตอนนี้?”


    “ใช่ สัญญาณที่นี่ไม่ค่อยดี เพราะงั้นฉันจึงใช้โทรศัพท์ดาวเทียมของที่นี่โทร”


    “ฉันมีคำถามอยากจะถามเธอหน่อย และฉันอยากให้เธอตอบฉันตามตรง”


    “มีอะไร ทำไมนายหงุดหงิดล่ะ?”


    “อาจารย์ในสำนักของเธอน่ะ มีใครที่ชื่อ ชิฟาง บ้างมั้ย?”


    “หุ ชื่อนี้ตลกจริงๆ!” ซูจีหัวเราะ “แม้ว่าอาจารย์อาวุโสจะใช้ชื่อ “ชิ” แต่ก็ไม่มีใครใช้ชื่อตลกแบบที่นายพูดหรอก ฉินเฉา นายแค่อำฉันใช่มั้ย นายต้องสร้างชื่อนี้เพื่อแหย่ฉันแน่ๆ”


    “นี่....” ฉินเฉาขมวดคิ้ว คิดว่า ‘เมื่อในรุ่นของพวกเขามีชื่อ ชิ งั้นชื่อนี้ต้องไม่ใช่แค่ข่าวลือ’


    “งั้น ฉันมีอีกคำถามจะถามเธอ”


    “ว่ามา วันนี้นายมีปัญหาเยอะจริงๆ ต้องการจะเล่นเกม 3000 คำถามกับฉันใช่มั้ย!”


    “ในสำนักของเธอ มีหัวใจพระสูตร ที่เรียกว่า พระสูตรหัวใจเพชรมั้ย?”


    “พระสูตรหัวใจเพชร? นั่นเป็นหัวใจพระสูตรขั้นสูง ทำไมนายถึงรู้เรื่องนี้ล่ะ!?”


    ฉินเฉาประหลาดใจด้วยความสุข คิดว่า ‘แน่นอนแล้ว พระสูตรหัวใจเพชรนี้มีที่มาอย่างแท้จริง’


    จบตอน