ข้าเป็นเพียงบัณฑิตที่บังเอิญบรรลุเซียน

    ตอนที่ 63

    ห่างไกลออกไปหลายพันลี้ ณ ตะเข็บชายแดนทิศเหนืออันทุรกันดารของอาณาจักรต้าหยวน ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำรุนแรงจนบดบังทัศนวิสัยพรากเอาแสงตะวันไปจากแผ่นดิน กองทัพขนาดย่อมขบวนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างลึกลับราวกับผุดขึ้นมาจากนรกขุมที่ลึกที่สุด ใจกลางของริ้วขบวนนั้นคือร่างของ เฒ่าผมขาว ผู้มีใบหน้าเหี่ยวย่นสีเทาซีดประหนึ่งซากศพที่ถูกแช่แข็งมานับศตวรรษ รอบกายของเขาแผ่ซ่านด้วยรังสีสีดำทมิฬอันเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นจนหิมะที่ปลิวผ่านในรัศมีสิบวาพลันระเหยกลายเป็นไอสีเลือดก่อนจะสัมผัสพื้น 

    เขาคือมหาจอมมารผู้ตื่นจากการกักตนบำเพ็ญศาสตรามารลึกลับมานานหลายร้อยปี จิตวิญญาณของเขาเดิมทีควรจะจมดิ่งอยู่ในกระแสแห่งความมืดมิด ทว่ายามที่เขาลืมตาตื่นขึ้น เขากลับสัมผัสได้ถึงกระแสแห่ง "วิถีเต๋า" บางอย่างที่แสนประหลาดและล้ำลึกพุ่งทะลุฟากฟ้ามาจากแดนใต้ มันเป็นพลังที่ใสสะอาดแต่ทว่าทรงอำนาจอย่างที่เขาไม่เคยพบนับตั้งแต่บรรลุวิชามา ความสงสัยใคร่รู้อันแรงกล้านี้เองที่ฉุดกระชากให้เขาเคลื่อนพลลงใต้ด้วยเจตจำนงที่สั่นสะเทือนปฐพี 

    ทว่าเบื้องหน้าของเขานั้นคือ "ปราการทักษิณสยบเหนือ" กำแพงยักษ์สีทะมึนที่ทอดยาวดุจพญามังกรศิลาปกป้องอาณาจักรต้าหยวนไว้ ซึ่งถูกคุ้มครองด้วยค่ายกลอาคมโบราณระดับเทพสงคราม แม้จะเป็นเพียงค่ายกลระดับต้นที่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาและขาดการซ่อมบำรุงที่เหมาะสม แต่มันก็ยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งทัณฑ์สวรรค์ที่ขวางกั้นยอดคนระดับต่ำกว่าเทพสงครามไม่ให้ก้าวข้ามไปได้โดยง่าย 

    อีกฟากฝั่งหนึ่งเหนือยอดกำแพงสูงตระหง่านที่สั่นสะท้านภายใต้แรงกดดันมหาศาล ฉินเจิ้ง ผู้นำตระกูลฉินคนปัจจุบันและแม่ทัพใหญ่ผู้กุมชะตาชายแดนทิศเหนือ ยืนตระหง่านท้าลมหนาวที่กรีดแทงผิวหนังประหนึ่งใบมีด ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมบัดนี้ซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความตึงเครียดขณะจ้องมองออกไปยังชายป่าอันมืดมิดที่ถูกบดบังด้วยหมอกมารสีดำ แรงกดดันจากจอมมารเฒ่าผู้นั้นทำให้อากาศรอบกายของฉินเจิ้งหนักอึ้งดุจถูกขุนเขาหลายลูกกดทับจนแทบหายใจไม่ออก 

    "ท่านแม่ทัพ... ตอนนี้คงเหลือเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นขรับ ข้าเกรงว่าค่ายกลสืบทอดของบรรพบุรุษเรา... คงจะต้านทานพละกำลังมหาศาลนั่นได้อีกไม่นานแล้ว" นายทหารคู่ใจที่ร่วมรบกันมานับสิบปีกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ แผ่นหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็นแม้ท่ามกลางอากาศที่ติดลบจนโลหะแทบจะแตกร้าว 

    เมื่อได้ยินถ้อยคำย้ำเตือนถึงความพ่ายแพ้ที่ใกล้เข้ามา ฉินเจิ้งถึงกับร่างสั่นสะท้านก่อนจะก้มหน้ากระอักเลือดสีเข้มข้นออกมาคำโต เลือดนั้นเปรอะเปื้อนหิมะสีขาวโพลนดูสยดสยอง ความเจ็บปวดจากการถูกพลังมารแทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจรจากการปะทะครั้งก่อนหน้านี้บวกกับความคับแค้นใจที่มิอาจปกป้องกำแพงบ้านเกิดเอาไว้ได้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ 

    "สวรรค์... หรือเจ้าจะทอดทิ้งต้าหยวนแล้วจริงๆ!" ฉินเจิ้งกัดฟันจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในลำคอ เขาพยุงร่างกายที่บอบช้ำขึ้นอย่างยากลำบากก่อนจะตะโกนสั่งการด้วยเสียงอันแหบพร่าแต่แฝงด้วยความเด็ดขาดสุดท้าย 

    "ใช้ม้าเร็วที่เร็วที่สุดมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง! แจ้งสถานการณ์วิกฤตนี้ไปถึงองค์จักรพรรดิและสภาผู้อาวุโส... บอกพวกเขาว่าพยัคฆ์ทมิฬจากแดนเหนือตื่นจากการหลับใหลแล้ว และกำลังจะทำลายค่ายกลบรรพชนในไม่ช้า หากไร้ซึ่งยอดคนมาเสริมทัพ ต้าหยวนจะกลายเป็นทะเลเลือดภายในเจ็ดราตรี!" 

    ราตรีที่สองแห่งการปลีกวิเวกบนชะง่อนผาหลังจวนตระกูลฉินปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดที่ผิดปกติ ทว่าในห้วงจิตสำนึกของลู่ชิงกลับมิได้เงียบสงบเช่นนั้น พลังปราณเซียนกำเนิดที่อัดแน่นอยู่ในจินตานเริ่มหมุนวนเร็วขึ้นจนกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง ก่อนจะระเบิดออกดุจดั่งการกำเนิดใหม่ของจักรวาลในร่างมนุษย์ 

    พลังที่เคยติดขัดอยู่ตรงคอขวดพลันพังทลายลง เปิดประตูสู่ขอบเขตที่มนุษย์ทั่วไปมิอาจย่างกรายเข้าถึง นั่นคือขั้น สรรพธาตุหลอมรวม 

    พริบตานั้นเอง ท้องฟ้าเหนือจักรวรรดิต้าหยวนที่เคยดำมืดด้วยเมฆหมอกพลันสว่างจ้าดุจกาลอวสานของราตรี รัศมีห้าสีอันประกอบด้วยสีแดงเพลิง สีฟ้าวารี สีเขียวพฤกษา สีเหลืองปฐพี และสีทองอัสนี พวยพุ่งออกจากร่างของลู่ชิงขึ้นสู่สรวงสวรรค์ประหนึ่งเสาค้ำนภาขนาดมหึมา แรงสั่นสะเทือนมหาศาลขยายตัวออกไปเป็นวงกว้างสั่นคลอนเมฆาทุกชั้นฟ้า 

    ก่อกำเนิดเป็นนิมิตอลังการที่ทำให้ผู้คนทั้งแว่นแคว้นต้องหยุดลมหายใจ ธาตุไฟก่อตัวเป็นวิหคเพลิงสยายปีกกว้างนับร้อยลี้ร่ายรำอยู่ท่ามกลางกลุ่มดาวจนนภากาศกลายเป็นสีส้มแดงฉาน ธาตุน้ำและธาตุลมควบแน่นกลายเป็นมังกรวารีที่เลื้อยลัดเลาะไปตามกระแสลมเย็นชุ่มฉ่ำหอบเอาหยาดพิรุณทิพย์โปรยปรายลงสู่พื้นดิน ชุบชีวิตพฤกษาที่เหี่ยวเฉาให้กลับมาบานสะพรั่งท้าทายฤดูกาลอย่างน่าอัศจรรย์ 

    ที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดคือธาตุปฐพีและธาตุสายฟ้า พื้นดินทั่วทั้งเมืองหลวงสั่นสะเทือนจางๆ ราวกับกำลังขับขานบทเพลงต้อนรับผู้เป็นนาย สายฟ้าสีทองนับหมื่นแสนเส้นไม่ได้ฟาดลงมาทำลายล้าง แต่กลับถักทอเป็นร่างตาข่ายอักขระโบราณอันซับซ้อนครอบคลุมนภากาศเหนือเมืองหลวงเอาไว้ ราวกับสวรรค์กำลังกางม่านบังตาเพื่อปกป้องความลับบางอย่าง 

    ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติล้ำลึกนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานกว่าครึ่งชั่วยาม แสงสว่างจ้านั้นทำให้ผู้คนพากันเดินออกมาจากบ้านเรือน ทรุดเข่าลงกราบไหวนภากาศด้วยความหวาดกลัวและเลื่อมใสในเทวานุภาพที่มิเคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต 

    ในขณะที่โลกภายนอกกำลังโกลาหล ภายในส่วนลึกของจวนตระกูลฉิน ผู้เฒ่าฉิน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตของการทะลวงระดับพอดี กลับได้รับอานิสงส์จากเศษเสี้ยวกลิ่นอายเซียนอันบริสุทธิ์ที่ลู่ชิงแผ่ออกมาโดยบังเอิญ พลังนั้นเข้าช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างของเขาอย่างประจวบเหมาะ ส่งผลให้เขาสามารถทะลวงคอขวดเข้าสู่ระดับ จอมราชันขั้นสูง ได้สำเร็จในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! คลื่นพลังของระดับจอมราชันระเบิดออกเหนือน่านฟ้าจวนตระกูลฉิน ผสานรวมเข้ากับนิมิตห้าสีที่ลู่ชิงสร้างขึ้นอย่างพอดิบพอดี จนทำให้รัศมีสีทองที่ปกคลุมจวนตระกูลฉินดูประหนึ่งเป็นต้นกำเนิดของปาฏิหาริย์ที่กำลังเกิดขึ้นบนท้องฟ้า 

    เสียงสนทนาของเหล่าปัญญาชนและชาวยุทธ์ดังขึ้นทั่วทุกมุมเมืองด้วยความตื่นตระหนกและศรัทธา "สวรรค์เบื้องบน! นิมิตมังกรห้าสีและสายฟ้าทองคำนี่มันคืออะไรกัน หรือว่าจะมีเทพเซียนจุติลงมาในแผ่นดินเราแล้ว?" บัณฑิตผู้หนึ่งเอ่ยเสียงสั่นขณะหมอบกราบอยู่ริมถนนด้วยความยำเกรง 

    "ดูนั่นสิ! รัศมีพลังเข้มข้นที่สุดพุ่งออกมาจากทิศทางของจวนตระกูลฉินมิใช่หรือ? นั่นต้องเป็นท่านผู้เฒ่าฉินอย่างไม่ต้องสงสัย ท่านคงบรรลุเข้าสู่ขอบเขตที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปแล้วเป็นแน่!" ชาวยุทธ์อีกคนตะโกนก้องด้วยความเลื่อมใสพลางชี้ชวนให้ผู้คนดูแสงที่เจิดจ้าเหนือจวน 

    "ตระกูลฉินช่างยิ่งใหญ่นัก มีเทพสงครามคอยคุ้มครองแผ่นดินเช่นนี้ เห็นทีพวกมารทางเหนือคงมิอาจก้าวล่วงข้ามพรมแดนมาได้อีกต่อไป!" 

    เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญตระกูลฉินดังกระหึ่มไปทั่วเมืองหลวง แม้แต่ในวังหลวง เหล่าขุนนางต่างพากันตระเตรียมเครื่องบวงสรวงชุดใหญ่เพื่อไปแสดงความยินดีกับผู้เฒ่าฉินในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า "ต้นตอ" ที่แท้จริงผู้อยู่เบื้องหลังการบัญชาสรรพธาตุในครั้งนี้ คือชายหนุ่มในชุดปะชุนที่กำลังค่อยๆ ลืมตาขึ้นบนยอดเขาห่างไกล ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายห้าสีหมุนวนอยู่ภายในนัยน์ตาครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดุจน้ำในสระโบราณ ทว่ากลิ่นอายรอบกายของเขากลับดูดุจดั่งศูนย์กลางของโลกที่สามารถกุมชะตาฟ้าดินไว้ในเงื้อมมือได้ทุกเมื่อ 

    ทว่าในขณะที่ชาวเมืองหลวงและเหล่าปัญญาชนต่างพากันก้มกราบด้วยความเลื่อมใส ปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ครอบคลุมนภากาศนี้กลับกลายเป็นประภาคารเจิดจรัสที่ดึงดูดสายตาของเหล่า "ตัวตน" ที่เร้นกายอยู่ในมุมมืดของใต้หล้าอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง 

    ภายใต้เงาของเทือกเขาสูงชันและถ้ำลึกที่ตัดขาดจากโลกภายนอก เหล่ายอดยุทธ์เร้นกายที่บำเพ็ญตบะมานานนับร้อยปีต่างพากันลืมตาตื่นขึ้นจากภวังค์ ดวงตาของพวกรุ่นเยาว์อาจมองเห็นเพียงแสงสีอลังการ แต่ในสายตาของขิงแก่ผู้เฒ่าเหล่านี้ พวกเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่ง "กฎเกณฑ์สวรรค์" ที่ถูกรบกวน รังสีที่แผ่ออกมานั้นไม่ใช่เพียงการบรรลุของระดับจอมราชันทั่วไป แต่มันคือพลังที่บริสุทธิ์เกินกว่าที่โลกมนุษย์จะรองรับไหว 

    "นั่นมิใช่พลังของเทพสงคราม... ยิ่งมิใช่พลังของมนุษย์!" หนึ่งในบรรพชนเร้นกายที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเมฆหมอกพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะจ้องมองท้องฟ้าสีห้าสี 

    "มีบางสิ่ง... หรือบางคน กำลังพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกใบนี้ไปสู่มิติที่สูงส่งขึ้น!" 

    ไม่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้น แม้แต่สิ่งมีชีวิตลึกลับและสัตว์เทพที่หลับใหลอยู่ใต้พิภพหรือในส่วนลึกของป่าอาถรรพ์ ต่างก็สัมผัสได้ถึงการจุติของพลังสรรพธาตุที่สมบูรณ์แบบ เสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์อสูรระดับสูงดังก้องสะท้อนอยู่ในถ้ำลึก นัยน์ตาของพวกมันเปล่งแสงด้วยความยำเกรงและกระหายหิว พลังงานที่ใสสะอาดเช่นนี้คือยอดปรารถนาของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ต้องการวิวัฒนาการ 

    ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือกลิ่นอายสายหนึ่งที่ตอบรับนิมิตนี้จากทางทิศเหนือ... เฒ่าผมขาว ผู้แผ่รังสีสีดำอยู่ท่ามกลางพายุหิมะหยุดมือจากการโจมตีค่ายกลกำแพงเมืองชั่วขณะ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกพลางเงยหน้ามองนิมิตที่ขอบฟ้าทิศใต้ มุมปากที่เหี่ยวย่นแสยะยิ้มออกมาจนดูน่าเกลียดน่ากลัว 

    "ข้าสัมผัสได้แล้ว... วิถีเต๋าที่ข้าตามหา เจ้าอยู่ที่นั่นสินะ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ชวนให้สันหลังลุกพอง 

    "บรรลุในยามนี้ช่างประจวบเหมาะนัก ข้าจะไปเด็ดหัวใจของเจ้ามาเป็นยาวิเศษ เพื่อเติมเต็มวิถีมารของข้าให้สมบูรณ์!" 

    ในขณะที่ลู่ชิงกำลังถอนหายใจทิ้งท้ายบนยอดเขาอย่างสบายใจ เขาหารู้ไม่ว่าการบรรลุขั้นสรรพธาตุหลอมรวมของเขาในครั้งนี้ ได้ทำให้เขากลายเป็น "เหยื่อ" อันโอชะและเป็น "ปริศนา" ที่คนทั้งโลกกระหายอยากจะครอบครองและทำลายล้างไปพร้อมๆ กัน
     

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นเพียงบัณฑิตที่บังเอิญบรรลุเซียน ที่คุณอ่าน

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380