“ท่านคิดจะให้นางพักที่เรือนของข้า? ให้นางนอนที่ห้องของท่าน?” น้ำเสียงของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างฉับพลัน
จุดประสงค์ของเฉินเซียงเฟยนั้นไม่ต้องถามก็รู้ว่านางคงจะมาขอให้ตนหย่าขาดกับสามี ไม่เช่นนั้นทำไมพวกเขาจึงเดินทางกลับมาที่หมู่บ้านลี่เจียงกันลำพัง แต่นางไม่คิดว่าสามีที่กอดนางอยู่เมื่อครู่กลับทำร้ายจิตใจของนางได้ลงคอ
“ไม่ใช่ว่าม่านลู่กับม่านอวี้ย้ายออกไปปลูกเรือนกันเองแล้วหรือไร? เจ้าก็ให้นางพักที่ห้องของม่านอวี้กับม่านลู่ก็ได้นี่ แต่ข้าจะพักอยู่ด้วยก็คงจะไม่เหมาะกระมัง อีกอย่างข้าอยากให้พวกเจ้าสองคนเปิดใจคุยกันให้เต็มที่ ข้าไม่อยากไปขัดขวาง”
กู้ลี่ถิงโกรธจนหน้าเขียว เย่เซิ่งเจียเห็นนางเป็นอะไร? หากเขาอยากจะแต่งภรรยาใหม่เหตุใดจึงไม่กล่าวกับนางออกมาตรงๆ ไยต้องให้สตรีผู้นั้นเป็นคนเจรจา!!
“ภรรยาอย่าเพิ่งโกรธสิ! เจ้าไปคุยกับนางให้รู้เรื่องสักคืนหนึ่งก่อน ไว้พวกเจ้าสองคนตกลงกันได้ข้ารับปากว่าข้าจะมานอนกับเจ้าทุกคืนเลย”
กู้ลี่ถิงตาเหลือก ไม่อยากจะเชื่อหูว่าเย่เซิ่งเจียจะเป็นคนเห็นแก่ตัวเช่นนี้ นี่เขาคิดจะมีภรรยาสองคนใช่หรือไม่! ฝันไปเถิด!!
หญิงสาวมองหาท่อนไม้ใกล้มือได้ท่อนหนึ่ง นางง้างมือเตรียมจะทุบตีสามีให้หนำใจ!!
“มา!! ท่านรู้จักข้าน้อยไปแล้วเย่เซิ่งเจีย!! วันนี้หากข้าไม่ได้เอาเลือดหัวท่านออกก็อย่ามาเรียกข้าว่ากู้ลี่ถิง!!” หญิงสาวสติหลุดกระเจิดกระเจิง แม้จะทำใจมานานว่าอย่างไรนางกับเย่เซิ่งเจียก็ต้องเลิกรากัน แต่มาหยามกันถึงเรือนเช่นนี้นางขอสู้ตาย!!
“ลี่ถิง!! เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร! โอ้ย!! ช่วยข้าด้วย ช่วยด้วย!!” เย่เซิ่งเจียไม่คิดจะตอบโต้ภรรยาเลยสักนิด เขาได้แต่เอามือกุมศีรษะวิ่งหลบหนีสตรีโหดร้ายหัวซุกหัวซุน
“ท่านลุงไหว!! ท่านลุงไห่!! พวกท่านช่วยข้าด้วย!!" ชายหนุ่มมองเห็นร่างของไหวอู๋ห่างกับไห่ย่าหลงเดินเข้ามาในเรือน น่าจะเป็นนางเหวินซื่อที่ไปบอกข่าวกับสองคนนั้นว่าเขากลับมาแล้ว
“ไอหยา!! นี่มันเรื่องอะไรกันเล่านี่ เจ้าไปทำอะไรให้นางโกรธกันเล่าอาเซิ่ง!!” ไหวอู๋ห่างถลึงตาใส่เย่เซิ่งเจีย แต่ก็ยังช่วยกันกับไห่ย่าหลงเอาตัวบังร่างของชายหนุ่มเอาไว้
“ข้าไม่รู้ขอรับ อยู่ดีๆ นางก็บันดาลโทสะใส่ข้า ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ยังไม่ได้ทำอะไรเช่นนั้นหรือเย่เซิ่งเจีย!! ช่างกล้าพูดยิ่งนัก!!”
“หลานสะใภ้ใจเย็นๆ ก่อน มีเรื่องอะไรก็ค่อยพูดจากัน อาเซิ่งเจ้ากลับขึ้นเรือนไปเดี๋ยวนี้ ข้าให้น้าเหวินของเจ้าไปตามพ่อเจ้ากลับมาแล้ว” ไห่ย่าหลงเดินบังร่างสูงถอยหลังไปทางเรือนใหญ่ ส่วนไหวอู๋ห่างก็คอยกันกู้ลี่ถิงเอาไว้ จนในที่สุดกู้ลี่ถิงก็ยอมสงบลง
เฉินเซียงเฟยออกมาอ้าปากค้างยืนภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง ที่ผ่านมานางรู้ว่ากู้ฮูหยินรักใคร่สามียิ่งนัก เรื่องเล่าของคนทั้งคู่ที่ออกจากปากของเย่เซิ่งเจียก็ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะรักใคร่กันดี เหตุใดพบหน้ากันแล้วจึงได้วิ่งไล่ทุบตีกัน แล้วบุรุษที่ตาแดงก่ำท่าทางอ่อนแอผู้นั้นใช่เย่เซิ่งเจียผู้ห้าวหาญในยามอยู่ในเมืองหลวงคนเดิมหรือไม่?
กู้ลี่ถิงไม่ตอบคำถามไหวอู๋ห่าง นางหอบหายใจปรับอารมณ์อยู่เงียบๆ พลางโยนไม้ในมือทิ้งลงพื้น
หากนางยังคงร่ำร้องโวยวายต่อไป สามีคงจะคิดว่านางอยากรั้งตัวเขาเอาไว้กระมัง หย่าเป็นหย่า! เลิกเป็นเลิก! นางยังมีเรื่องทรัพย์สมบัติที่ต้องแบ่งแยกกันอีก บนเรือนก็ยังมีแม่นางเอกที่ไม่รู้จะมาไม้ไหน นางพร้อมจะรับฟังแล้ว
ทันทีที่กู้ลี่ถิงก้าวไปในเรือนหลังเล็ก เฉินเซียงเฟยก็ต้องถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความหวาดหวั่น สามีอันเป็นที่รักทั้งคนกู้ฮูหยินยังถือไม้วิ่งไล่ทุบตีได้ไม่กลัวเกรง แล้วนางเล่า? หากนางพูดไม่เข้าหูเพียงนิด แม่นางน้อยผู้นี้จะทุบตีนางด้วยหรือไม่!!
“ฮูหยิน..ท่าน..ท่านเจ็บตรงไหนบ้างให้ข้าช่วยดูก่อนดีหรือไม่” เฉินเซียงเฟยปากคอสั่นไปหมด ยามนี้อกเสื้อของอีกฝ่ายชุ่มไปด้วยของเหลวสีแดงสด ไม่รู้ว่ากู้ลี่ถิงพลั้งพลาดทำร้ายตัวเองเข้าหรือไร แต่อีกฝ่ายกลับยังทำหน้าตาบึ้งตึงไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด ช่างเป็นสตรีที่เหี้ยมหาญโดยแท้!!
กู้ลี่ถิงเห็นแววตาสั่นสะท้านของอีกฝ่ายจ้องมองมาที่หน้าอกของตนเขม็ง นางจึงเพิ่งนึกได้ว่าผลไม้ป่าสีแดงสดยังคงอยู่ในอกเสื้อและคงจะแตกเละเทะจนกินไม่ได้ไปเสียแล้ว
“ข้าไปจัดการเอง เดี๋ยวข้ามา เจ้ารอสักครู่!” หญิงสาวตอบเสียงห้วน หมุนตัวกลับเข้าห้องพักของตนเองไปเปลี่ยนเสื้อผ้า รู้สึกอับอายเฉินเซียงเฟยไม่น้อยที่ต้องให้ศัตรูหัวใจมาเห็นตนเองในสภาพทุเรศทุรังเช่นนี้
เฉินเซียงเฟยถึงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น รีบถอยหลังกลับไปนั่งตามคำสั่งแต่โดยดี เลือดบนเสื้อผ้าของอีกฝ่ายไม่ใช่น้อยๆ สตรีที่ผ่านการต่อสู้มาเช่นนางหากมีบาดแผลใหญ่เช่นนั้นต้องมีหน้าซีดตัวสั่นกันบ้าง แต่กู้ฮูหยินกลับเดินกลับห้องไปด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงแม้แต่หางตาก็ยังไม่กระตุกสักนิด น่านับถือ!!
กู้ลี่ถิงทำความสะอาดร่างกายพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าไปด้วยหัวใจที่สุดแสนจะเจ็บช้ำ นางนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งมองดูใบหน้างามที่เติบโตเต็มวัยของตนด้วยความท้อใจ
“อย่าร้องลี่ถิง! เจ้าต้องเข้มแข็งเข้าไว้ จะให้ผู้อื่นเห็นความอ่อนแอของเจ้าไม่ได้เด็ดขาด” หญิงสาวจำต้องเตือนสติตัวเองไว้ตลอดเวลา เริ่มบรรจงผัดแป้งวาดคิ้วแต่งหน้าใหม่หมดอย่างเชื่องช้า
แม้ว่านางจะถนุถนอมใบหน้าและผิวกายไว้ตลอดเวลา แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหญิงงามอันดับหนึ่งบนแผ่นดิน ไม่ว่าปากจะแดงแค่ไหน พอกแป้งหน้าเท่าใดก็ไม่มีทางเทียบชั้นอีกฝ่ายได้ สุดท้ายนางก็ต้องลบเครื่องประทินผิวบนใบหน้าออกทั้งหมด ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้แพ้ในทุกด้าน
ฝ่ายเฉินเซียงเผยกลับนั่งไม่ติด นางเข้าใจไปว่าบาดแผลของกู้ลี่ถิงอาจจะจัดการได้ไม่ง่ายอีกฝ่ายจึงหายเข้าห้องไปนาน จึงคิดอยากจะแสดงน้ำใจลุกเดินมาที่ห้องของกู้ลี่ถิงเพื่อให้ความช่วยเหลือ
ประตูถูกเปิดออกด้วยมือของสตรีสองคนพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างก็มีความคิดอยู่ในหัวจึงได้แต่ยืนจ้องหน้ากันอยู่ที่ประตูนานหลายอึดใจ
“เข้ามาคุยในห้องก็แล้วกัน” กู้ลี่ถิงตัดสินใจเป็นฝ่ายถอย ธุระที่พวกนางต้องคุยกันอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องน่าฟังนัก คุยกันเป็นส่วนตัวในห้องก็ดีกว่าเปิดเผยให้ผู้อื่นได้ยินกันทั้งเรือน
“ดีๆ ข้าก็ไม่อยากให้ผู้อื่นได้ยินเช่นกัน ว่าแต่บาดแผลของเจ้า?” เฉินเซียงเฟยเห็นอีกฝ่ายมีน้ำเสียงปกติแล้วก็โล่งใจ แต่ยังอดมองไปที่หน้าอกของกู้ลี่ถิงไม่ได้
กู้ลี่ถิงเบนหน้าหนีอย่างรำคาญใจ ขี้เกียจอธิบายว่าสีแดงบนเสื้อของนางมันไม่ใช่เลือด!
“รีบบอกธุระของท่านมาเถิด” หญิงสาวผายมือไปที่เก้าอี้ภายในห้องพักเชื้อเชิญอย่างไว้ไมตรี เย่เซิ่งเจียยอมให้นางทุบตีโดยไม่ตอบโต้อาจเป็นเพราะเขารู้สึกผิด แต่กับเฉินเซียงเฟยสตรีผู้นี้รู้วิชาการต่อสู้และคงไม่ยอมให้นางทำร้ายอย่างแน่นอน
สตรีสองคนนั่งเผชิญหน้ากันคนละฝั่ง ต่างฝ่ายต่างสำรวจกันและกันอย่างพิจารณา ในส่วนของกู้ลี่ถิงนั้น นางรู้สึกเห็นใจเฉินเซียงเฟยขึ้นมาเล็กน้อย ตามเนื้อเรื่องเดิมเย่เซิ่งเจียก็เป็นของนางเอกอยู่แล้ว ตัวประกอบอย่างนางต่างหากที่โผล่ออกมาฉกฉวยแย่งชิงของผู้อื่นไปก่อน
สภาพของเฉินเซียงเฟยก็ไม่ได้แตกต่างจากเย่เซิ่งเจียเท่าใดนัก เสื้อผ้าที่หญิงสาวสวมใส่เป็นชุดแบบบุรุษสกปรกมอมแมมเดาว่าคงจะปลอมตัวเป็นชายเพื่อสะดวกในการเดินทาง เส้นผมบนศีรษะหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ใบหน้าอิดโรยอ่อนล้าจากการเดินทาง นางคงร้อนใจและทุกข์ใจไม่ต่างจากตนเช่นกัน
“ก่อนอื่นข้าต้องขอบใจเจ้าอีกครั้ง ที่เคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ยามนั้นเราสองคนมีเวลาพูดคุยกันน้อยเหลือเกิน จริงๆ แล้วข้ารอโอกาสที่จะตอบแทนน้องสาวมาโดยตลอด”
กู้ลี่ถิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้องสาว? ยัดตำแหน่งอนุภรรยาให้นางเลยใช่ไหม!!
“ไม่จำเป็น คนที่ช่วยเจ้าขึ้นมาได้จริงๆก็คือพี่ชายของข้า ข้าไม่ขอรับบุญคุณนี้เอาไว้ก็แล้วกัน”
เฉินเซียงเฟยหน้าสลดลงทันทีไม่คิดวาอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับน้ำใจจากตน ไม่รู้ว่าสตรีผู้นี้อารมณ์เสียเรื่องอันใดอยู่ แล้วเรื่องที่นางกำลังจะขอร้องจะสำเร็จหรือไม่
กู้ลี่ถิงไม่ทนเสียเวลา นางตัดสินใจถามออกมาตรงๆ
“เจ้าอยากจัดพิธีแต่งงานเลยต้องมาคุยกับข้า?”
“เจ้า!! เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน? คุณชายเย่ส่งข่าวมาบอกเจ้าเช่นนั้นหรือ?”