ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 144 : ชายชุดดำลึกลับ?

    แผ่นหลังของชายคนหนึ่งดูกล้าหาญ ดาบที่สร้างจากธาตุไม้ก็จับแน่นมือ เพียงแต่...


    "เจ้าดูขาสั่นนิดๆ นะ ข้าเห็น" เคอซวนพูดน้ำเสียงเย้ยหยัน


    แต่เซี่ยซีหานได้แต่รอบด่าเคอซวนในใจ 'ใครใช้ให้เอ็งเล่าเรื่องอะไรไม่รู้ให้บิดาฟัง นอกจากไอ้อมนุษย์กุ่ยหราน แต่ที่นี่ยังอาจจะมีกึ่งอมนุษย์อีกเป็นร้อย แต่เอ็งจะให้บิดาไปไฟท์กับมันคนเดียว แบบนี้บิดาไม่ขาสั่นก็มารดาเอ็งเถอะ นอกจากนั้นเอ็งยังบอกอะไรอีกนะ ให้บิดาบุกเข้าไปตรงๆ ต้องไปแบบเวอร์วัง นี่มันตัวล่อตีนชัดๆ'


    แม้จะด่าว่าเคอซวนในใจ แต่เซี่ยซีหานก็ไม่กล้าขัดที่เคอซวนพูด เพราะคิดๆ ไป วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ดีจริงๆ ที่จะช่วยหลายพันชีวิต ไม่น่าเชื่อ ว่าที่แห่งนี้จะมีเด็กหญิงชายถูกจับมากขนาดนี้ หากตัวเซี่ยซีหานไม่ดึงเวลาและความสนใจให้เคอซวน ยากนักที่เคอซวนจะช่วยเด็กๆ และหญิงสาวที่น่าสงสารจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย


    "ท่านไม่รู้อะไร ตอนนี้ข้ากำลังฮึกเหิมแบบสุดๆ ต่างหาก" มุมปากเซี่ยซีหานกระตุกเบาๆ เมื่อพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับใจ


    เคอซวนยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมเกาคาง ก่อนพูดว่า ข้าเชื่อเจ้า


    แต่แม้เคอซวนจะบอกว่าเชื่อคำพูดของเซี่ยซีหาน เขาก็จำเป็นต้องย้ำเตือนอะไรบางอย่างต่อเซี่ยซีหาน


    "จงอย่าลืมล่ะไอ้เด็กน้อย การเป็นตัวล่อของเจ้าในครั้งนี้ นอกจากต้องดึงเวลาและเรียกความสนใจจากพวกมันให้ได้มากที่สุด ตัวเจ้าเองก็ต้องจำไว้ ตัวเจ้าไม่มีเวลาแยกแยะว่าใครคืออมนุษย์ และใครไม่ใช่อมนุษย์ ดังนั้นทุกดาบหรือท่าสังหารของเจ้า จำต้องแฝงไว้ด้วย 'จิตนักรบ' และ 'ธาตุบริสุทธิ์ที่ใช้สังหารเหล่าอมนุษย์ เช่น พลังแห่งรุ่งอรุณ ไฟ และสายฟ้า' เสมอ อย่าได้ประมาท จงฆ่าทุกคนอย่างเด็ดขาด และอย่าทำอะไรโง่ๆ อย่างเช่นการเห็นใจ ข้าไม่อยากเก็บศพเจ้าไปให้พ่อเจียตัวเจ้าดูหรอกนะ"


    "ข้ารู้"


    เซี่ยซีหานรู้สึกว่าเคอซวนจุกจิกนิดๆ แต่เขาก็ต้องยอมรับ เคอซวนพยายามย้ำเตือนในสิ่งสำคัญกับตัวเขา


    แต่ก็มีเรื่องบางอย่างที่เซี่ยซีหานเป็นห่วงมาก เขาจึงต้องถามย้ำกับเคอซวน "ทะ... ทะ... ท่านจะไม่ทิ้งข้าจริงๆ ใช่ไหม ช่วยเด็กๆ เสร็จท่านจะมาสมทบกับข้าทันทีจริงๆ นะ ต่อให้ข้ากล้าหาญและยอดเยี่ยมมากก็จริง แต่ที่นี่มีคนเป็นพัน ท่านคงไม่คิดว่าข้ามีพลังปราณและพลังโอน่าใช้ไม่มีวันหมดหลอกนะ"


    "เพราะแบบนี้ข้าจึงเน้นให้เจ้าฝึกใช้วงจรเวทมนตร์ไอ้เด็กโง่ เจ้ามันชินใช้พลังสิ้นเปลืองมากเกินไป"


    เซี่ยซีหานหัวเราะเห่อๆ ก่อนเคอซวนทำมือไล่ เขาคงรำคาญเซี่ยซีหานเต็มที


    เซี่ยซีหานที่ก้าวขาช้าๆ ไปด้านหน้า ใบหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนในที่สุดมันกลายเป็นชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลา ใบหน้านี้คือใบหน้าที่เซี่ยซีหานใช้เมื่อปลอมตัวเป็น 'ยุ่นอี้' ส่วนสูงของเซี่ยซีหานเพิ่มอีกเล็กน้อย


    เซี่ยซีหานเขาเหลียวหลังกลับเป็นพักๆ และพูดว่าข้าไปแล้วนะ ข้าไปจริงๆ แล้วนะ กับเคอซวนหลายครั้ง สิ่งนี้ทำเคอซวนอดหัวเราะไม่ได้


    แต่เมื่อเซี่ยซีหานเดินไปไกลได้ระยะหนึ่ง


    จากใบหน้าที่คล้ายชายแก่เจ้าเล่ห์ที่มีอารมณ์ขันและแสดงออกถึงการเย้ยหยัน ใบหน้าเคอซวนเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบและลุ่มลึก เขาหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า มันเป็นที่คล้องหูรูปปีกสีทอง


    เคอซวนนำสิ่งนี้คล้องไปที่หูของตัวเอง นิ้วมือแตะที่มัน ก่อนพลังโอน่าจางๆ จากปลายนิ้วจะไหลเข้าไปในที่คล้องหูรูปปีกสีทอง


    "ไอ้เด็กซีหานเข้าไปด้านในแล้ว ฝากเจ้าจัดการ 'กุ่ยหราน' การหลอกให้ไอ้บัดซบนั้นปรากฏตัวคือสิ่งสำคัญที่สุดโปรดจำไว้ และจงระวัง อย่าลืมว่ามันคือผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณ และมันคือ... !อมนุษย์ผู้ไม่ตายที่แท้จริง"


    ...


    ด้านนอกไม่ไกลจากคฤหาสน์อันใหญ่โตของกุ่ยหราน


    ชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมดำทั้งตัวพร้อมหน้ากาก เขามีที่คล้องหูรูปปีกสีทองเช่นเดียวกับเคอซวน เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เคอซวนพูด เขาลืมตา ก่อนลุกยืนเหยียดตัวพร้อมบิดขี้เกียจ คล้ายกับว่าเขาต้องนั่งนิ่งๆ รอที่ตรงนี้มานานแล้ว กลิ่นอายของชายคนนี้แข็งแกร่งมาก


    สายตาที่รอดออกมาจากหน้ากากที่ปกปิด มันแฝงไว้ด้วยความแน่วแน่และไร้ความหวาดกลัวใดๆ


    "ท่านนี่ช่างหาเรื่องให้ข้าจริงๆ นอกจากนั้นท่านยังกล้าพาเซี่ยซีหานมาเสี่ยงอีกด้วย ท่านลืมไปแล้วรึว่าพวกเราสองคนต่างถูกคำสัตย์สาบานของดวงวิญญาณนางเงือกขาวผนึกเอาไว้ หากเซี่ยซีหานเป็นอะไร พวกเราก็จะตายไปด้วย แต่ท่านยังกล้าทำเรื่องแบบนี้อีก ท่านเป็นคนไม่รักชีวิตตั้งแต่เมื่อไหร่ท่านเคอซวน"


    เสียงหัวเราะของเคอซวนดัง เมื่อได้ยินเสียงของชายชุดดำลึกลับที่ดูหนุ่มและสุภาพ ก่อนเขาจะพูดว่า นี่คือโชคชะตา


    "ใช่มันคือโชคชะตา" ชายชุดดำพูดตอบด้วยเสียงอันลุ่มลึกและมีเสน่ห์ของเขา


    ก่อนที่รอบตัวของเขาจะปรากฏวงเวทย์จำนวนมาก น่าแปลกวงเวทย์ของชายชุดดำผู้นี้มันช่างดูบรรพกาลและลึกล้ำ นอกจากนั้นยังดูแข็งแกร่งมาก แถมมันยังมีกลิ่นอายแห่งความบรรพกาลและมหาสมุทรแฝงอยู่จนสัมผัสได้อีกด้วย


    เมื่อชายผู้นี้ก้าวเดินไปทางคฤหาสน์ใหญ่ของกุ่ยหราน โลกรอบด้านเงียบงัน ไร้เสียงหวีดหวิดของแมกไม้ ไร้เสียงของลมครวญหวนแต่อย่างใด แม้แต่นกแมลงใดๆ ขับขาน ก็ไม่มีเสียงใดๆ ปรากฏ นี่มันพลังอะไรกัน?


    ...


    "เจ้าเป็นใคร" ชายกักขฬะร่างใหญ่ที่ดูท่าน่าจะเป็นทหารยามคนหนึ่งพูดขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเดินมา


    ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาไม่ตอบ เขาเดินผ่านร่างชายกักขฬะร่างใหญ่ และเวรยามอีกสองสามคนอย่างธรรมดา จนคนเหล่านี้ต่างงงงันและสับสน แต่ในครู่อึดใจ ชายกักขฬะและเวรยามทั้งหมดก็ต้องตกใจ พวกเขาอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่อาจจะพูดได้ นอกจากนั้นทำไม ทำไมอยู่ๆ โลกรอบด้านถึงค่อยๆ มืดมิดขึ้นเรื่อยๆ


    เซี่ยซีหานเดินผ่านทหารยามสี่คน เขาดูเหมือนเดินเชื่องช้า แต่ก็เร็ว เร็วมาก


    เร็วจนเหล่าคนธรรมดาเหล่านี้แทบไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าพวกเขาตายอย่างไร ศีรษะพวกเขาโบกสะบัด เลือดแตกซ่านออกจากกายอย่างน่ากลัว ด้วยดาบผ่าร่างอันรวดเร็วของเซี่ยซีหาน


    เมื่อเซี่ยซีหานเดินผ่านประตู เขาก็พบว่าที่ตรงนี้มีเวรยามอยู่อีกนับสิบ แต่มันก็ไม่แปลก นี่เขาเดินเข้ามาประตูหน้าตรงๆ คนมีเยอะมันไม่ใช่เรื่องแปลกแม้แต่น้อย


    "บัดซบ มีคนร้ายบุกคฤหาสน์ท่านผู้มีเกียรติกุ่ยหราน ทุกคนระวัง ชายคนนี้แข็งแกร่งมาก รีบไปรายงานท่านกุ่ยหรานเร็ว"


    เสียงเวรยามคนหนึ่งแผดเสียง ก่อนที่จะจับดาบในมืออย่างสั่นๆ เล็กน้อย


    เซี่ยซีหานเห็นแบบนี้ก็ได้แต่ยิ้มในใจ พร้อมพูดกับตัวเองว่า ฉากแบบนี้นี่แหละที่พี่อยากเห็น


    แต่ในความอารมณ์ดีเล็กๆ ของตัวเองเซี่ยซีหาน เขาก็ยังมีการสังเกตที่รวดเร็ว เขามองไปที่อกซ้ายของทุกคน เซี่ยซีหานได้แต่แอบถอนหายใจ ตรงนี้ยี่สิบกว่าคนมีนักรบหนึ่งดาบแค่สี่คน นอกจากนั้นก็มีนักรบสองดาบเพียงหนึ่งคน ด้วยศักยภาพปัจจุบันของเซี่ยซีหาน สิ่งนี้นับว่างานเบา


    'ข้าต้องรีบจัดการพวกเขาให้เร็วที่สุดก่อนที่กำลังเสริมจะมา' แม้เซี่ยซีหานอยากจะดื่มด่ำกับความเท่ และฉากบุกเดี่ยวของตัวเองมาก แต่ในสารบัญของเซี่ยซีหาน เขาไม่มีคำว่าประมาท เมื่อเรื่องนั้นต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตของตัวเอง


    เคล็ดวิชาร่างอมตะถูกขับเคลื่อน ร่างเซี่ยซีหานพุ่งเร็วราวกับกระสุน พื้นแตกจากแรงดีดของตัวเซี่ยซีหานที่ก้าวเร็ว เขาพุ่งผ่านแมกไม้ ราวกับทั้งป่าเป็นใจ พุ่งตัวไปทางใดต้นไม้ก็แหวกหนี พุ่มไม้ก็เปิดทางให้ ราวกับว่าเขาคือนายแห่งป่าเขา


    เซี่ยซีหานเข้าหาชายหกคน เขาตวัดดาบหนึ่งครั้งร่างทั้งหกถูกตัดกลาง ก่อนพุ่งตัวกระโดดตีวง ต้นไม้ใหญ่งอตัวเป็นที่หยั่งเท้าให้เซี่ยซีหาน สร้างจังหวะสังหารเข้าถึงตัวนักรบสองดาบที่มีเพียงหนึ่งทันที


    แต่นักรบสองดาบ อย่างไรก็เป็นนักรบสองดาบ แม้จะอยู่ในช่วงคับขัน แต่เขาก็ยังมากประสบการณ์ เขาพยายามรวมปราณพลังและเสริมศักยภาพด้วยพลังวิเศษของตัวเอง ราวกับมีอสูรราชสีห์อยู่ด้านหลัง แขนเขาบูดบวม ตวัดดาบต้านดาบที่ก่อกำเนิดจากรากไม้ของเซี่ยซีหาน


    แต่อยู่ๆ ดาบไม้ของเซี่ยซีหานช่วงใบดาบก็เปล่งแสงแล้วกลายเป็นไฟลุก ดาบเผลิงตัดผ่านใบดาบของนักรบสองดาบ


    มันทำให้รูม่านตาของนักรบสองดาบเบิกกว้างทันที


    ก่อนจะอยู่ๆ ดาบเพลิงที่คล้ายขาดเป็นสอง ใบดาบจะเชื่อมกันสนิทเร็ว นักรบสองดาบรู้สึกถึงความคมของใบดาบที่ประสานกันใหม่ได้เป็นอย่างดี และตอนนี้มันกำลังมาอยู่ตรงลำคอของเขา


    "บัดซบ" นักรบสองดาบเขาพูดได้แค่นี้ก่อนที่ศีรษะของเขาจะปลิวออกจากร่าง


    สี่นักรบหนึ่งดาบตอนนี้แต่ละคนถึงกับขาสั่น พวกเขาทำอะไรไม่ถูก พริบตาเซี่ยซีหานราวกับร่ายรำ


    นักรบสี่ดาบทั้งสี่ต่างถูกดาบไฟพาดผ่านร่างในพริบตา


    ไฟครอบร่างพวกเขาส่งเสียงหวีดแหลมโหยหวน


    'พวกเขาไม่ใช่ครึ่งอมนุษย์' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง แต่ในขณะที่เขาเบาใจอยู่นั้น 'อาาาาา' เซี่ยซีหานร้องในใจอย่างเจ็บปวด เขารู้สึกราวกับว่ามีใครเอาเหล็กแหลมมาทิ่มหัวใจตัวเขา


    ใคร?