ภูษิตจูงมือของหล่อนเดินเข้ามาในรถ แล้วขับย้อนกลับมาที่บ้านอีกครั้ง หล่อนจะปฏิเสธก็คงจะไม่เป็ผล เขารีบเดินลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้กับบ้านของเขา ภูษิตเคาะประตูสองสามครั้ง พราวพรรณจึงเปิดให้เขาก้าวเข้ามาในบ้าน
“พี่พราวผมยืมชุดทำงานของพี่สักชุดได้ไหมครับ”
“เอาไปทำอะไร”
พราวพรรณถามด้วยความสงสัย ภูษิตอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็บอกเพียงว่า เพื่อนประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย จึงต้องยืมเสื้อผ้าจากหล่อนมาให้ใช้ระหว่าง ที่ยังหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนไม่ได้ พราวพรรณไม่ได้ซักไซ้อะไรมากคิดว่าเพื่อนของน้องชายคงจำเป็จริงๆ หล่อนเข้าไปในบ้านหายไปเกือบสิบนาทีจึงกลับมา พร้อมกับชุดทำงานเสื้อแขนยาวและกระโปรง ภูษิตรีบรับแล้วเดินกลับไปขึ้นรถ
“คุณเอาไปใส่แก้ขัดไปก่อนนะครับ เป็เสื้อผ้าของพี่สาวผมเอง”
ภัคธีมา ช่างใจสักพัก รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ภูษิตยกมือมากุมมือหล่อน
“ผมทำเสื้อผ้าคุณเลอะนะครับ รับไปเถอะครับ เวลาเช้าๆ แบบนี้คงหาเสื้อผ้ายากน่าดู”
หล่อนเห็นด้วยกับเขา กว่าจะหาซื้อใหม่ก็คงไปทำงานสายพอดี ภัคธีมายิ้มรับ ยื่นมามือรับชุดทำงานจากภูษิตมาใส่
“ก็ได้ค่ะ แล้วฉันจะซักมาคืนนะคะ”
“ที่ทำงานคุณอยู่ไหนครับ ให้ผมไปส่งไหม”
“คุณส่งฉันตรงหน้าปากซอยก็พอค่ะ เกือบลืมไป ร่มของคุณค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ภูษิตรับมาจากหล่อน เขาไม่ได้รังเกียจหล่อนเหมือนวันแรก หากแต่กลับยื่นมิตรภาพมาให้หล่อน
เมื่อรถจอดลงที่หมาย ภูษิตมองจนร่างบางของหญิงสาว เดินขึ้นไป้าจุดรถไฟฟ้าบีทีเอส จากนั้นเขาก็ขับรถเข้ามุ่งไปยังคอนโดของเพื่อนต่อ บัดนี้ใบหน้าของภาวินี หญิงสาวที่เขาเคยรักกลับ ค่อยๆ จางหายไปแต่กลับ มีภาพใบหน้าหญิงสาวสวยตาคมของภัคธีมา ผู้เป็พี่ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นในใจของเขา...
…
ในวันรุ่งขึ้น หล่อนเดินมาตรงหน้าบ้านของเขาปกติ ภายในใจก็อยากรู้เหมือนกัน ระหว่างเขากับหล่อน ใครจะหมดความอดทน ที่ต้องฝืนตื่นเช้าเช่นนี้ทุกวัน...ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์เขายังตื่นเช้า ไปวิ่งออกกำลังกายสวนสาธารณะเหมือนเดิม จากนั้นก็วิ่งกลับมาที่บ้าน เวลาเจ็ดโมงครึ่งในตอนเช้า เป็เวลาที่หล่อนมาถึงพอดี...
เมื่อเข้ามาใกล้ กลับมีรถเก๋งอีกคันขับออกมาจากบ้านพอดี หล่อนเห็นเขาคุยอยู่กับภูษิตสักพัก จากนั้นภูษิตก็ค่อยๆเคลื่อนรถออก
หญิงสาวท่าทำจะเดินจากไป มันเป็กิจวัตรประจำวันของหล่อนไปแล้ว วันแรกจนถึงวันนี้หล่อนแค่มาส่งสัญญาณให้รู้ว่า
‘ไม่มี ไม่หนี และ ยังไม่จ่าย’
“ถ้ามีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”
ชายหนุ่ม มองหล่อนั้แ่หัวจรดเท้า วันนี้ภัคธีมายังอยู่ในชุดทำงาน เขาเอะใจ หล่อนทำงานด้วย?
ทั้งที่วันนี้เป็วันเสาร์...หญิงสาวใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขน ขึ้นเล็กน้อย กางเกงทำงานแบบผู้หญิง แนบกับขาเรียวยาว ดูเพียว สมส่วน ชุดทำงานของหล่อน เข้ากับรูปร่าง อรชร ดูทะมัดทะแมง เก๋ และ ชวนมอง ทว่าเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แม้มีอะไรบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในความรู้สึก...
“ตามสบายครับ”
หล่อนเดินจากไป หลังจากที่ร่างสูงของเขาหายเข้าไปในบ้าน
ภัคธีมาเร่งฝีเท้า ให้เร็วขึ้น เมื่อเดินไปได้สักพัก หล่อนก็เห็นรถเก๋งของภูษิต จอดรอหล่อนอยู่ก่อน เขาลดกระจกลงชะโงกหน้ามาหาหล่อน
“วันนี้วันเสาร์คุณทำงานด้วยเหรอครับ”
“ไม่ได้เข้าบริษัทค่ะ แต่วันนี้ฉันรับงานพิเศษไว้ ต้องไปตามเวลาที่นัดไว้” หล่อนอธิบายให้เขาฟัง ภูษิตแปลกใจไม่น้อย
“จะขยันไปถึงไหนครับ ทำงานประจำก็เหนื่อยพอแล้ว” เขาแกล้งพูด
“ฉันต้องทำค่ะ อย่าลืมสิคะ ฉันติดหนี้ครอบครัวของคุณสองล้าน”
ภูษิตทำหน้าเศร้า เพราะภาวินีเป็ต้นเหตุแท้ๆ เชียว ตอนนี้เขาแทบจะไม่นึกถึงภาวินีคนก่อเหตุ แต่กลับนึกถึงผู้หญิงตรงหน้าแทน
“ผมจะช่วยคุณอีกแรงนะครับ คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”
“ให้ผมไปส่งดีกว่าครับ” ภูษิตมองดูนาฬิกา ถ้าหากแวะส่งหล่อนเขาก็ยังพอมีเวลา แถม่วันนี้เขาก็ไม่ได้ทำงาน อีกอย่างวันนี้วันเสาร์ รถคงไม่ติดเท่าวันธรรมดา ภัคธีมายืนชั่งใจอยู่สักพัก ครั้นจะปฏิเสธก็คงจะยาก
“งั้นให้ผมไปส่งนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ”
ภัคธีมาเปิดประตูรถเข้ามานั่งด้านใน จากนั้นก็บอกที่อยู่ที่หล่อนจะไป
...เสี่ยบุญส่งทุบโต๊ะด้วยความโมโห เพราะลูกน้องที่ส่งไปทวงหนี้ ทั้งทรงภพ และ แฟนสาว ก็ไม่ได้ข่าวคราว ส่วน นพ เสี่ยส่งคนไปตามทุกซอกทุกมุมก็คว้าน้ำเหลว เงินหนึ่งล้านบาทที่นพติดเขา เดิมทีเข้าไม่คิดดอกเบี้ยด้วยซ้ำในตอนนั้นเขาพูดว่า
‘กูเห็นแก่ที่มึงกำลังเรียน กูไม่คิดดอกเบี้ยมึง แต่ถึงเวลามึงต้องใช้ให้กู’
แต่แล้ววันนั้นก็ไม่มีทางมาถึง นพไม่มีเงินใช้หนี้หนำซ้ำก็หายไปเรียบร้อยแล้ว ... ไกรเดินเข้ามาหาเขา บอกว่า่นี้บ่อนถูกสั่งปิดว่า เขาโบกมือไม่คิดว่าเป็เื่ที่น่ากลัวอะไร พอตำรวจบุกทีหนึ่งก็ปิดแล้วรอเื่เงียบค่อยมาเปิดใหม่ธุรกิจสีเทาก็เป็อย่างนี้แหล่ะ ...ล่าสุดลูกน้องเพิ่งออกตัวว่าเป็เ้าของบ่อนแทนเขา เลยถูกสั่งจำคุกไปไม่กี่เดือน พร้อมเงินค่าปรับ ...มีลูกน้องพร้อมที่จะดาหน้าปกป้อง ไม่ใครสาวถึงตัวเขาแน่! ...
“ไกร ไอ้สองคนที่กูสั่งให้ไปตามนพกับทรงภพ ได้ข่าวมันบ้างไหม”
“ไม่ได้ข่าวครับเสี่ย”
“มึงจัดการสั่งให้มันกลับมาด่วน กูมีงานใหม่ให้มันทำ”
ไกรพยักหน้ารับปาก แต่ยังอดสงสัยไม่ได้ว่ามันคืองานอะไร
“งานอะไรครับเสี่ย” เสี่ยบุญส่งยิ้ม
“อีกไม่นานมึงก็รู้”
เขาเก็บงำไว้ก่อน หากว่าเจอนพกับทรงภพเข้า สองคนนี้จะถูกต้อนเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในเครือข่ายการค้ายาของเขา นพกับทรงภพ ถูกเขาวางไว้แล้วว่าจะเป็คนจะส่งของให้เขา ไกรเงียบไปสักพัก เขารู้ดีว่าเสี่ยหมายถึงอะไร ถึงเวลาเสี่ยจะบอกเขาเอง…เสียงโทรศัพท์ดังเข้ามาจากเครื่องของไกร เข้ายื่นให้เสี่ยบุญส่งชายสูงวัยรับมาคุยกับคนที่อยู่ในสาย อัญญา ลูกสาวนั่นเอง
“พ่ออยู่ไหน อัญญาจะไปหาพ่อ”
“ไม่ต้องมาหรอกลูก ที่ทำงาน รกจะตาย อัญญาอยู่ที่คอนโดของหนูไปก่อน เออ...พ่อลืมบอกไปว่า คุณนายอมรอยากนัดลูกไปกินข้าวที่บ้านนะ”
ปลายเสียงตอบมาปฏิเสธ เสี่ยบุญส่งจึงเลิกคะยั้นคะยอ ปล่อยให้ลูกสาวตัดสินใจเอง หรือ รอให้อยากไปค่อยรบเร้าอีกครั้ง
“ไม่ค่ะ อัญญายังไม่รู้จักกับคุณนายอะไรนั่น แต่อัญญา อยากมาหาคุณพ่อมากกว่า เผื่อช่วยงานอะไรได้บ้าง”
เสี่ยบุญส่ง ให้คำตอบว่าไม่้าให้หล่อนมาที่นี่ อัญญาไม่เคยรู้เื่ธุรกิจของเขา เื่อะไรจะปล่อยให้ลูกสาวมาจุ้น... เมื่อกลับมาจากเมืองนอก เขามักให้อัญญาพักคอนโดมากกว่าจะมาพักกับเขาที่บ้าน และ ส่งไกรไปดูแลลูกสาว กันออกไม่ให้มายุ่งกับเขา ...เสี่ยบุญส่งคลุกคลีอยู่กับอาชีพสีเทามานาน ธุรกิจบ่อนการพนัน ตอนนี้ เขากำลังจะขยายกิจการใหญ่ขึ้นอีก ของอย่างนี้มักจะต้องอาศัยลูกน้องที่ภักดีเป็แขนขา และ ไกรก็ทำได้ดีมาตลอด... ไกรคือเด็กหนุ่มที่เขาอุปการะรับเลี้ยงมาจากดงสลัม ขณะที่พ่อแม่แยกทางกัน วาระที่ลำบากยากแค้นมาถึงเมื่อยายสิ้นอายุไข ...เสี่ยขับรถตัดผ่านตรงหน้า เด็กคนนั้นพนมมือขอเงินซื้อข้าวกิน เสี่ยบุญส่ง ลงจากรถพาไปนั่งร้านอาหารสั่งลาบหมู ไก่ย่าง คอหมูย่าง ข้าวเหนียว สารพัดอาหารมาให้เด็กหนุ่ม
‘สนใจมาทำงานกับฉันไหม’
‘มีงานด้วยเหรอครับเสี่ย งานอะไร’
เสี่ยตบไหล่เขา พยักหน้ารับปาก จากนั้นชีวิตเขาก็อยู่ในวังวนธุรกิจสีเทา มาตลอดมา
...
ภูษิตขับรถมาจอดลง ใจกลางห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หญิงสาวกล่าวขอบคุณ แล้วเดินลงจากรถมาหยุดตรงหน้าสถาบันเสริมความงาม ชื่อ คลินิกหมอทำสวย ที่หล่อนมารับงานพาร์ตไทม์ ที่นี่
‘หน้าที่ของเธอ คอยรับโทรศัพท์ โทรเตือนลูกค้าเมื่อเวลานัดใกล้มาถึง อย่าลืมบอกลูกค้าที่เข้ามาใหม่ สแกนคิวอาร์โค้ด เพิ่มเพื่อน และ แชร์เพจของเราด้วยนะ’
หญิงสาวพยักหน้าตอบรับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ประจำมาก่อน หล่อน ชื่อผึ้ง หล่อนบรรยายหน้าที่ที่ต้องทำให้หญิงสาวทำ
ในตอนเช้าลูกค้ามีไม่มาก ผึ้งพาหล่อนเข้ามานั่งด้านในเคาน์เตอร์สอนงาน แนะนำ เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ของคุณหมอ ที่ใช้ดูแลความงามด้านิั เพราะเวลาลูกค้าถามจะได้ตอบได้ จากนั้นก็บอกถึง ขั้นตอน และ ระยะเวลาการรักษา ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็เวชสำอาง ในการใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยแทนการใช้ยา ภายใต้การดูแลของคุณทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมร่วมกันตรวจ ใน่บ่ายหล่อนได้บันทึกข้อมูล และ ตารางนัดหมายของลูกค้าเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ผึ้งเป็คนจัดยาตามที่คุณหมอสั่ง หลังจากที่คนไข้ได้รับการรักษาเรียบร้อย
“คุณหมอให้พลอยมาช่วยเรา เสาร์ และ อาทิตย์นะ เวลางาน สิบโมงเช้าถึงหนึ่งทุ่ม” ผึ้งบอกหล่อน ผึ้งเป็พนักงานประจำหล่อนมาทำวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ส่วนวันจันทร์นั้นเป็วันหยุดของหล่อน ที่คุณหมอรับภัคธีมาเข้ามาช่วยเพราะวันเสาร์อาทิตย์ คนจะเยอะผึ้งคนเดียวคงทำไม่ทัน
“ค่ะ”
“เรากลับก่อนนะแล้วเจอกัน”
ผึ้งโบกมือลาหล่อน หลังจากที่เก็บของใส่กระเป๋าพาหล่อนเข้าไปลาคุณหมอเรียบร้อย
“กลับหรือยังครับ พอดีผมผ่านมาแถวนี้เลยลองแวะเข้ามาดูว่าคุณยังอยู่ไหม”
ตอนนี้ภูษิตยืนอยู่ด้านนอกคลินิก หล่อนมองผ่านกระจกก็เห็นเขายืนรอยิ้มอยู่ด้านนอกพอดี
ไม่นานหญิงสาวก็เดินออกมาพบเขา
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันกลับเองได้”
“ก็ได้ครับ แต่ก่อนที่เราจะแยกย้ายกัน ไปกินข้าวกันด้วยก่อนดีไหมครับ”
ภายในใจกำลังคิดว่าจะปฏิเสธอย่างไร แต่แล้ว เขาก็ผายมือเชิญ หล่อนจึงเดินตามไป ยังชั้นที่มีร้านอาหารหรู อยู่ในห้างสรรพสินค้า เมื่อนั่งเรียบร้อย เขาเป็คนหยิบเมนูมาให้หล่อนเลือก ภัคธีมาเลือกเมนูง่ายๆ
“พรุ่งนี้คุณพลอยมีธุระไปทำอะไรหรือปล่าวครับ”
“มาทำนี่เหมือนเดิมค่ะ”
“ทำทั้งเสาร์ อาทิตย์เลยเหรอครับ”
“ค่ะ พลอยต้องทำสิคะ ก็พลอยติดหนี้สองล้าน” เขามองหล่อนอย่างความเห็นใจ
“มีวิธีไหนบ้างครับที่ผมจะช่วยคุณได้”
“ไม่เป็ไรค่ะ แค่คุณยอมรับเป็เพื่อน ไม่โกรธพลอย และ ภาวินีก็พอแล้วค่ะ”
เขายิ้มให้หล่อน ตอนนี้ใจของเขาก็โอนเอียงมาหาหล่อน
“ผมจะหาวิธีช่วยคุณนะครับ” เขาเอื้อมมือมากุมมือหล่อน
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณอยากไปดูหนังไหมครับ”
“เอาไว้โอกาสหน้านะคะ” หล่อนปฏิเสธเขาอย่างรักษาน้ำใจ เขาก็คงดูออกว่าหล่อนอยากกลับไปพักมากกว่าเพราะสีหน้าหล่อนแสดงออกว่าอิดโรยเหนื่อยจากงานวันนี้
“ได้ครับผมจะรอ” เขามือมากุมมือหล่อน พร้อมสบตา ภัคธีมาเข้าใจความหมายที่ส่งผ่านแววตาของเขาทันที หล่อนค่อยๆ ชักมือกลับอย่างรักษามารยาท
“รีบทานเถอะครับ เดี๋ยวอาหารเย็นก่อน” หล่อนจึงหันมาใส่ใจกับอาหารตรงหน้า ส่วนภูษิตก็ลงมือกินบ้าง...
เมื่อกินมื้อค่ำเสร็จ เขาอาสาส่งหล่อนกลับ หญิงสาวพยายามปฏิเสธ แต่รู้ว่าคงยากหล่อนจึงต้องติดรถกับเขา เมื่อมาที่พักของหล่อน ภัคธีมาทำท่าจะเปิดประตูออก แต่เขากลับดึงมือหล่อนไว้
“คุณพลอยครับ จะเป็ไปได้ไหมถ้าหากเราจะสนิทกันมากกว่านี้”
“เราก็เป็เพื่อนกันอยู่แล้วนี่คะ”
“ผมหมายถึงมากกว่าเพื่อนน่ะครับ”
“ฉันเป็พี่สาวของ ภาวินี ฉันไม่อยากทำให้คุณเสียใจ” หล่อนยังจำเื่ที่ภาวินีทำไว้กับเขาได้...
“คุณไม่ได้ทำผมเสียใจ ภาวินีต่างหาก และ เื่มันก็ผ่านไปแล้ว” เขาปลอบใจหล่อน
“คุณไม่ติดใจเื่เงินสองล้านเหรอคะ” เขายกมือมากุมมือของหล่อน สำหรับเื่เงินสองล้านน่ะ ชาคีลไม่ได้ติดใจเอาคืนจากเขา อีกอย่างหล่อนก็รับผิดแทน ภาวินีแล้ว ทำไมภูษิตต้องติดใจด้วยเล่า...
“ที่จริงมันไม่ใช่หน้าที่ของคุณพลอยมารับผิดชอบนี่ครับ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ฉันรับปากกับพี่ชายคุณแล้ว ว่าจะหาทางใช้หนี้ก้อนนี้ ให้พี่ชายคุณ อีกอย่างฉันขอร้องเขาไม่ให้แจ้งความเอาผิดภาวินีไว้”
แววตาของภูษิตครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ทำให้เขามองหาทางออกเื่นี้ให้หล่อนและตัวเขาเอง...
“ผมอยากคบกับคุณในฐานะที่มากกว่าเพื่อน” หล่อนมองเขาทว่าไม่ตอบอะไร
‘ขอบคุณที่คุณยังทำตามสัญญาที่ให้ไว้’ หญิงสาวนึกถึงคำพูดของพี่ชายของเขา
‘ก็สัญญาที่ว่า คุณกับน้องชายผมจะ ไม่สนิทสนมกัน คุณลืมแล้วเหรอ’
“ฉันขอลงตรงนี้นะคะ” ภัคธีมารีบตัดบทและขอจบการสนทนาเพียงเท่านี้ ภูษิตดูออกว่าหล่อนระวังตัวเป็พิเศษ เขาจึงปล่อยมือหล่อนไม่เร่งเร้า
“ผมจะรอนะครับ...” หญิงสาวผลักประตูออกเดินขึ้นห้อง ไม่ได้หันมามองเขาอีก…
…
ภูษิตเลี้ยวรถเข้ามาในบ้านเมื่อเดินเข้ามา เห็นพราวพรรณพี่สาวนั่งในห้องรับแขกส่วน คุณนายอมรกำลังนั่งเล่น กับแพรวาทั้งสองกำลังเล่น ทำอาหารหยิบจับถ้วยพาสติก อาหารพลาสติก ของเล่นตุ๊กตาต่างๆ อย่างเพลิดเพลิน คุยกัน สนุกสนาน ภูษิตเดินมานั่นข้างๆ พราวพรรณพี่สาว แววตาของครุ่นคิดอะไรบางอย่าง…
“พี่พราวผมมีเื่อยากปรึกษาครับ”
“มีเื่อะไรพูดมาสิ” พราวพรรณหันมามองฝ่ายน้องชาย คุณนายอมรที่กำลังนั่งเล่น กับแพรวาพยายามเงี่ยหูฟังว่าลูกชายจะพูดเื่อะไร
“พี่พราวครับผม้าหมั้นผู้หญิงคนหนึ่ง”
“ฮะ! อะไรนะ” พราวพรรณทำหน้าใ
“พี่ฟังไม่ผิดหรอกครับ ผมชอบผู้หญิงคนหนึ่ง”
“สงสัยภูษิตต้องไม่สบาย หรือ เป็ไข้” พราวพรรณ ยกมือมาแตะหน้าผากน้องชายคนเล็ก
“ผมไม่ได้เป็ไข้หรอกครับ แต่ผมชอบเธอจริงๆ”
“พี่อยากให้ษิตคิดดีๆ ก่อน เพราะเราเพิ่งเสียแฟนไป” อันที่จริงไม่ใช่เสียแฟนไป แต่โดนหลอกมากกว่า หล่อนพูดเตือนสติน้องชาย
“แต่ผมชอบเธอนะครับ”
“เราต้องแน่ใจว่า ไม่ใช่แค่หลงผู้หญิง” พี่สาวทักท้วง
“ไม่ใช่แน่นอน” เขามั่นใจว่าชอบหล่อน และ ความชอบเขาจะนำไปสู่ความรักแน่นอน…
“คิดดีแล้วเหรอ คนก่อนเพิ่งมาทำร้ายเรา แล้วคนนี้เป็ใครชื่ออะไร พี่รู้จักไหม”
“เธอเป็พี่สาวของภาวินีครับ”
“ฮะ! อย่าพูดเล่นนะ” พราวพรรณทำตาโต ร้องเสียงหลง คราวนี้มองหน้าน้องชายแปลกๆ เริ่มไม่ไว้ใจหญิงสาวที่กำลังเอ่ยถึงขึ้นมา! ...
“ใช่ครับผมชอบพลอย ผมไม่ได้พูดเล่น”
คุณนายอมรหันขวับมามอง แล้วเดินมายืนตรงหน้าลูกชายคนสุดท้อง จ้องมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่ได้! ลูกจะคบกับโจร เอามิจฉาชีพมาเป็เมียไม่ได้เด็ดขาด!”
“แต่ผมชอบเธอครับแม่ ผม้าให้คุณพลอยไม่ต้องมาใช้หนี้สองล้านนั่น”
“ยังไง พี่สาวของภาวินีก็ต้องชดใช้หนี้คืนมา และ แม่ขอบอกตรงหนี้เลยว่า เลิกยุ่งกับแม่พลอยอะไรนั่น” คุณนายอมรชักสีหน้าไม่พอใจเกรี้ยวกราด พราวพรรณที่นั่งอยู่ข้างๆ อดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้ หล่อนเดินไปนั่งข้างๆ ลูกสาวแทน…
“ผมรู้นะครับแม่ ว่าเคยพลาดมาครั้งหนึ่ง แต่ผมแยกแยะเป็นะครับว่า คุณพลอยเป็คนอย่างไร” เขามั่นใจแน่นอนว่า ภัคธีมาเป็ผู้หญิงที่ดี และ น่าคบหาคนหนึ่ง ภูษิตยังพูดต่อ
“ผมตั้งใจจะคบหากับคุณพลอยครับ ถ้าเราใจตรงกันผมจะหมั้นกับเธอ...” เขาหยุดก่อนพูดต่อ...
“และผมจะขอหมั้นเธอโดยไม่มีของหมั้น และถือว่า หนี้ที่ค้างไว้หายกัน!”
“นี่ตาษิตชักจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ไม่มีทาง! แม่ไม่ยอมเป็อันขาด!”
คุณนายอมรพูดด้วยเสียงดังเริ่มโมโห ไม่คาดคิดว่าภูษิตจะพูดแบบนี้... แค่ได้ยินลูกชายบอกว่าชอบพี่สาวของภาวินี หล่อนก็แทบจะเป็ลม... แต่นี่ลูกชายดันมีความคิดพิสดารเข้าไปอีก! ...
หล่อนเริ่มใจไม่ดี โกรธและหงุดหงิด ไม่มีทางจะให้เื่แบบนี้เกิดขึ้น! โดนหลอกเงินไปสองล้านบาทก็เกินพอแล้ว คราวนี้หล่อนจะไม่ยอม ให้ลูกชายคนเล็ก โดนพี่สาวภาวินี ต้ม อีกครั้งเป็อันขาด!
“แม่ไม่มีทางบังคับผมได้หรอก” ภูษิตมองตาแม่ พูดกระแทกเสียง กรุ่นไปด้วยความไม่พอใจ พูดจบก็เดินขึ้นห้องปล่อยให้ คุณนายอมรโมโห หัวใจเต้นโครมครามกับสิ่งที่ลูกชายบอกมา พราวพรรณเดินมาดึงแม่ให้นั่งลงบนโซฟา หล่อนพยายามปลอบโยนแม่ให้ระงับอารมณ์...
“ตาษิตกำลังหลงแม่นั่น เห็นทีแม่จะต้องหาทางจัดการ ไม่ให้เื่บานปลายไปมากกว่านี้”
“ค่ะ คุณแม่ แต่ถ้าเรากดดันตาษิตมากไป พราวเกรงว่าจะเกิดผลร้ายมากกว่า” หล่อนกุมมือแม่ปลอบโยน คำเตือนของลูกสาวทำให้คุณนายอมร เริ่มใจเย็นลงบ้าง
“พราวต้องช่วยแม่คิดนะ ทำยังไงดี ตาษิตถึงตัดใจจากแม่นั่น”
อัพอีกที 12/7/63 thank you