หลังจากที่เทียนจัดการเรื่องราชินีชีร่า เสร็จสิ้น ก็กลับเมืองหลวง ทันที
พอถึงเมืองหลวง ท่านมหาเทพธารินก็มาพบทันที
“ ท่านจักรพรรดิ ตอนนี้ทางผู้คุ้มกฏแดนเทพ ได้จัดส่งกำลังเทพเจ้าระดับ3เป็นฝ่ายกำลังรบมาที่นี่เกือยร้อยคน ไม่น่าจะเกิน สามวันคงจะมาถึง ท่านต้องรีบสั่งการป้องกันด้วย” ท่านมหาเพทธารินรายงาน
“ คนของท่านนี่เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน” เทียนสงสัย
“ เขาเป็นพี่ชายของข้าเอง เขาแค่ส่งความคิดมา ข้าก็รู้แล้ว” ท่านเทพธารินพูดตามจริง
“ ผู้คุ้มกฏแดนเทพนี่มีกำลังมากน้อยแค่ไหน” เทียนอยากรู้รายละเอียด
“ ว่ากันว่า ฝ่ายผู้คุ้มกฏนั้นมี อยู่เกือบร้อยคน คอยหาเมืองบรรณาการ ส่วนฝ่ายใช้กำลังน่าจะมีอยู่ประมาณ 500 คน ดินแดนเราตกเป็นเมืองบรรณาการให้กับแดนเทพเจ้าเจสัน มาหลายพันปีแล้ว” ท่านเทพธารินเอ่ยรายละเอียด
“ สงครามกับแดนเทพเจ้าครั้งนี้คงเลี่ยงไม่ได้ ท่านเรียกราชันทุกท่านมาประชุมวันนี้โดยด่วน เรื่องนี้พวกเขาต้องรรับรู้ด้วย” เทียนเรียกประชุมทั้งหมด
“ จอมโจรเหินฟ้า ท่านมีวิธีจัดการเทพเจ้าระดับ 3 นับร้อยคนบ้างไหม” เทียนลองถามดู
“ บอกตามตรง ครั้งที่แล้ววางค่ายกลเจอพวกนักฆ่า เทวาลัยทมิฬ ค่ายกลยังถูกเจาะได้เลย หมดปัญญาจริงๆ “ จอมโจรเหินฟ้าตอบอย่างจนใจ
“ ข้าไปดูอาวุธเทพที่ท่านโตคินตรวจดีกว่า อาจจะมีอะไร ดีดี บ้าง” พูดจบเทียนก็เข้าไปมิติสีทองทันที ท่านโตคินมารายงานเรื่องอาวุธเทพที่นำมาจากสมบัติของ
จอมโจรเหินฟ้า เทียนเดินเข้ามาในห้องท่านโตคิด ได้แยกแยะ อาวุธเทพเจ้าทั้งหลาย เป็นหมวดหมู่จนเทียนต้องชื่นชม จริงๆ
“ ท่านโตคิน ว่าอาวุธชิ้นไหนทำลายเหล่าเทพเจ้าทีละหลายๆ คนได้เป็นผลดีที่สุด” เทียนเข้าประเด็น
“ อาวุธที่พบมีแบบทำร้ายแค่ได้ทีละคนเท่านั้น แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เจอ สามารถทำร้ายพวกเทพเจ้าได้นั่นคือยาพิษแมงกระพรุนพิฆาต เพียงทะลุผิวเพียงนิดเดียว
จำทำให้พิษแพร่กระจายเข้าสู่หัวใจทันที ทำให้โลหิตเป็นพิษ ทำให้พวกเทพเจ้าทั้งหลายเกรงกลัวพิษแมงกระพรุนพิฆาต ยิ่งนัก ตามปกติพิษเหล่านี้หายากมาก
แต่ไม่รู้ที่สุสานเทพโบราณมีอยู่หลายสิบขวด สามารถฆ่าเทพเจ้าได้ทั้งกองทัพเลยทีเดียว “ ท่านโตคินแนะนำพิษแมงกระพรุนพิฆาต ให้กับเทียน
“แล้วจะนำไปใช้ได้อย่างไร” เทียนยังคิดไม่ออก
“ ข้าทำเข็มสังหารรุ่นใหม่ให้นายท่านไว้สองพันเล่ม เคลือบยาพิษแมงกระพรุนไว้เรียบร้อยแล้วนายท่านนำไปใช้ได้เลย” ท่านโตคินนำกล่องเข็มพิษมาให้เทียนทันที เทียนลองหยิบมาดู แล้วพลิกไปพลิกมา
“ คราวนี้ต่อให้เทพเจ้ามากันทั้งกองทัพ ข้าก็ไม่ต้องกลัวพวกมันแล้ว” เทียนยิ้มอย่างมั่นใจ แล้วบอกกับท่านโตคินว่า ให้ช่วยทำให้มันเจือจางบางทีให้สลบก็พอ บางครั้งไม่เราไม่ต้องการฆ่าคนจะได้ใช้ได้ด้วย
กลับมาที่วังหลวง เทียนได้ทำการย้ายต้นดอกบัวสวรรค์มาไว้ที่เดิม แต่ต้นใหม่อีก 2 ต้น เอาไว้ในมิติสีทอง และในตอนนี้บึงน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็มีน้ำขึ้นมาเต็มเหมือนเดิม แสดงว่าใต้ดินมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็นแน่ ไว้มีเวลาต้องไปสำรวจอย่างแน่นอน
คืนนี้เทียนได้นอนพักที่เดียวกับจักรพรรดิองค์ก่อน ในขณะจะเข้าพักได้มีเงาหลายเงาเข้ามาหาเทียนแล้วส่งเสียงคำนับ
“ ท่านจักรพรรดิองค์ใหม่ พวกเรากลุ่มองครักษ์เงา มารายงานตัว” หัวหน้ากลุ่งองครักษ์เงารายงาน
“ พวกเจ้าเป็นคนหรือเป็นภูติผีกันแน่ โผล่มาแบบมืดๆ โผล่มาตอนกลางวันไม่ได้หรือไง “ เทียนบ่นนิดหน่อย
“ ข้าและลูกน้องเป็นมนุษย์เทพถูกฝึกวิชาเงาปีศาจคอยปกป้ององค์จักรพรรดิ มาเป็นเวลาหลายพันปี เรามีหน้าที่ทำตามคำสั่งขององค์จักรพรรดิทุกอย่าง”
“ พวกเจ้ามีกี่คน”
“ 50 คน”
“ แล้วไปหลบอยู่ที่ไหนข้าไม่เห็นบ้านหรือที่พักของพวกเจ้าเลย” เทียนถาม
“ พวกเราหลบอยู่ตามมุมมืด ในวังหลวง ไม่มีใครพบหรือเห็นพวกเรา พวกเราไม่หลับไม่นอน เป็นอย่างนี้มาตลอดชีวิตพวกเรา” หัวหน้าองครักษ์เงาพูดชีวิตพวกเขาให้ฟัง
เอาล่ะต่อไปเจ้ามีหน้าที่คอยเฝ้าในส่วนที่เป็นหอคัมภีร์ พวกเจ้าแบ่งเวรยามกันพักผ่อนได้ และพวกเจ้าก็พักที่นั่น ซะเลย ข้าจะให้คนทำที่พักไว้ด้วย ต่อไปถ้ามีงานอะไรข้าจะเรียกพวกเจ้า ตอนนี้พวกเจ้าไปซะ “ เทียนสั่งเสร็จองครักษ์เงาก็หายไปกับความมืด
แล้วในที่สุดวันที่กองทัพเทพเจ้ามาถึง พวกมันกันนับร้อยจริงอย่างที่ท่านเทพธารินพูดมาจริง พอมันมาถึงก็อัดพลังใส่เข้ามาในวังหลวง จนอาคารพังไปหลายหลัง เทียนรีบออกมาเผชิญหน้ากับพวกเทพทันที เทียนปล่อยหุ่นสัมริดออกมาทั้งสิบตัวกระจายรอบๆ ขวางพวกมันไม่ให้หนี แล้วซัดเข็มใส่เทพเจ้าที่อยู่ด้านหน้าที่ซัดพลังใส่ อาคารวังหลวง เกือบสิบคนด้านหน้าโดนเข็มพิษ ไปคนละเข็ม ทั้งสิบร้องทุรนทุรายอย่างน่าเวทนา โดยมีตุ่มสีแดง โผล่ขึ้นมาเป็นเม็ดทั่วร่างกาย แล้วค่อยๆ ระเบิดออก ไม่นานพิษก็เข้าสู่หัวใจ ระเบิด ออกมา จนหมดสภาพความเป็นเทพเจ้า เทพเจ้าที่เหลือต่างเห็นพวกเดียวกัน ต่างตกมีสภาพดังนี้ล้วนแตกตื่นตกใจ ถอยออกไปหลายก้าว
ในขณะที่ถอยก็เห็นพวกเดียวกันค่อยๆ ล้มลงไปอีก เกือบ 30 คน ต่างร้องทุรนทุรายนอนตายน่าทุเรศยิ่งกว่าสุนัขข้างถนนเสียอีก นี่พวกเราเป็นเทพเจ้าเชียวนะนี่พวกเราจะมาถล่มแดนเทพที่มีพลังน้อยกว่าพวกเรา ทำไมยังไม่ได้ทำอะไร ต้องมาตายสภาพทุเรศขนาดนี้ ขณะกำลังตกตะลึง พวกที่นำมารวมทั้งแม่ทัพผู้นำต่างล้มตายไปจนหมด เหลือเพียง แค่ไม่ถึง 5 คน เทียนหยุดปล่อยเข็ม แล้วเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วถามคำถามหนึ่ง
“ พอเจ้ารู้ไหมว่าโทษฐานมารบกวนเวลาข้านอนหลับ มีโทษเช่นไร” เทียนถามด้วยเสียงอันเย็นระเยือก
“ ข้า ....” ไม่มีเสียงออกจากปาก เทียนต่อยด้วยหมัดพลัง 4 ธาตุเข้าไปคนที่พูด
ตูม ! ร่างกายระเบิดหายไปในอากาศทั้งหมด แล้วที่เหลือ เทียนก็ปล่อยเข็มทิศใส่ไปโดนทุก สุดท้ายแดนเทพล้วนตายจนหมดสิ้นไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว
เทียน ใช้ไข่มุกปีศาจ ดูดวิญญาน และ พลังเทพเจ้าของทุกคน มาเก็บไว้ในไข่มุกปีศาจทั้งสอง จนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็ สั่งให้องครักษ์เงาเก็บของมีค่าของพวกมันมาเก็บไว้ให้หมด และเผาพวกมันทิ้งให้หมด
ที่เทียนสั่งเก็บของมีค่าของเทพเจ้าทั้งหลายเพราะจอมโจรเหินฟ้าบอกว่า พวกแดนเทพเจ้ามีของดีอยู่มาก อย่างน้อยก็เก็บของมีค่าพวกมันชดเชยกับที่พวกมันทำลายอาคารไปหลายหลัง
จากนั้นท่านผบ. ซันเทียกับท่านเทพธารินก็เข้ามาเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ยังสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร ทำไมเทพเจ้าเหล่านี้ถึงได้ตายง่ายเช่นนี้ เทียนเล่าเรื่องพิษแมงกระพรุนพิฆาตให้ฟัง ทุกคนจึงได้เข้าใจ
จากนี้ไปหากพวกเทพเจ้าจะมา คงต้องคิดหนักอย่างแน่นอน
เทียนได้จัดการเรื่องราวในวังหลวงเรียบร้อย เทียนแต่งตั้ง ให้เซอร์คาลอสเป็นราชันอุดรคนใหม่ และ ให้มาคัส เป็นหัวหน้าองค์รักษ์คุมกำลังในวังหลวงทั้งหมด
และแต่งตั้งให้ ท่านมหาเทพธารินและท่านผบ. ซันเทียมาเป็นผู้ช่วยซ้ายขวาเพื่อมาบริหารงานดินแดนเทพมีอำนาจรองเพียงแค่องค์จักรพรรดิเท่านั้น
หลังจากแบ่งงานเสร็จ เทียนก็เริ่มว่าง จึงให้ร่างแปลงทำหน้าที่องค์จักรพรรดิ ส่วนตัวเองกลับไปยังโลกมนุษย์ กลับไปหาแม่และน้องต่อไป
พอเทียนมาถึงบ้าน เทียนก็สลับตัวกลับร่างแปลง ทันที เวลานี้ลุงใหญ่ให้มาตรวจพิพิธภัณฑ์ ซึ่งตอนนี้ได้สร้างเสร็จแล้ว เทียนไปดูตึก 8 ชั้น ที่สร้างเป็นรูปร่างคล้ายกระจกแปดเหลี่ยม ตามที่เทียนได้สั่งไว้ ซึ่งเทียนพอใจอย่างยิ่ง
จากนั้นเทียนก็เดินดูทีละชั้น แล้วเทียนก็ใช้หยก วางค่ายกลสายฟ้า ไว้ทุกชั้นรอสมบัติมาก่อนแล้วค่อยเปิดใช้ เทียนสังเกตรอบตึก ยังมีทีโล่งอยู่มากจึงสอบถามลุงใหญ่
“ ลุงใหญ่ พื้นที่เหลือ เรามีโครงการที่จะทำอะไรครับ”
“ ลุงใหญ่ ก็อยากปรึกษาเธออยู่เช่นกัน ตามปกติทั่วไป พิพิธภัณฑ์จะมีผู้คนมาเข้าดูแรกๆ จะมีจำนวนมากเพราะเขาตื่นตาตื่นใจ แต่พอผ่านไป จะกลายเป็นเงียบเหงาเพราะ คนดูแล้ว มักไม่ค่อยมาดูใหม่รอบสอง รอบสาม แต่ถ้าเราสามารถเปลี่ยนบริเวณรอบๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโบราณ โดยสร้างจำลองสถานที่สำคัญทั่วโลก อาจจะดึงดูดผู้คนเข้ามาสนใจพิพิธภัณฑ์มากขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าเธอต้องการให้ออกมารูปแบบไหน “ ลุงใหญ่เสนอ
“ ผมไม่ต้องการจำลองสถานที่ ต่างๆ แต่ผมว่าถ้าเราสร้างสถานที่โบราณ สวยๆ ดูดี มีมนต์ขลัง ไม่ต้องเหมือนใคร น่าจะดีที่สุด ลุงใหญ่ขอเวลาผม7วัน ผมจะให้คนสนิทของผมจัดการเรื่องนี้เอง” เทียนพูดเสร็จ ก็กลับไปที่ดินแดนเทพเจ้า
ไปร้านค้าแสงอรุณ กว้านซื้อปราสาท และ สิ่งก่อสร้างอีกหลายแบบ หลายหลังแล้วกลับมาปรึกษากับท่านโตคิน แล้วมาดูสถานทีก่อสร้าง ท่านโตคินบอกว่า
จะรีบเขียบแบบ แล้วก่อสร้างให้เร็วที่สุด หลังจากนั้น ไม่เกิน 7 วัน สิ่งก่อสร้างอันตระการตา ก็เสร็จสิ้น ท่านโตคิน สร้างประสาทใหญ่ จุคนได้ 500คน 4 ปราสาท
แล้วยังมีปราสาทขนาดเล็กอีก 10 ปราสาท สร้างหอสังเกตุการณ์ หอรบ หอดูดาว มีกำแพงล้อมแต่ละปราสาท สร้างตึกบัญชาการ สร้างอาคารเอนกประสงค์
ที่เข้ามามองดูแล้ว ยิ่งใหญ่กว่าเมืองโบราณ ทีเคยมีมาตั้งแต่ในอดีต เทียนเรียกให้ลุงใหญ่ มาดู ลุงใหญ่เห็นแล้ว ตกใจสุดชิวิต ไม่คิดว่า ภายใน 7 วัน เทียนจะสามารถสร้าง เมืองโบราณที่ดูสวยงามมากขนาดนี้
“ ลุงใหญ่จัดการวิธีการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด ผมจะไปเอาสมบัติบุเรงนองมา ไม่เกิน 3 วัน เราค่อยมาเจอกัน แล้วค่อยนัดพวกปู่รอง กับ ปู่อินทรีย์มาด้วยนะครับ “ พูดจบเทียนก็เตรียมเดินทางไปหาม่านฟ้า ปล่อยให้ลุงใหญ่ยัง
ยืนตะลึงกับสิ่งก่อสร้างอันน่ามหัศจรรย์ ที่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน