ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 7 ตอนที่ 190 เจ็บปวดหรือไม่?

            ในเวลาเดียวกัน

            เมื่อเห็นหลงเซี่ยวอวี่จ้องมองมาที่นางหัวใจของมู่จื่อหลิงก็รู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาในทันทีการถูกจ้องมองทำให้หัวใจของนางรู้สึกราวกับมีขนคันๆ ข่วนใจเบาๆ เหตุใดถึงได้รู้สึกราวกับว่าชายผู้นี้กำลังจะกินนาง

            อย่างไรก็ตามหัวใจของนางก็กลับมาเต้นรัวอีกครั้ง มู่จื่อหลิงเม้มริมฝีปากแน่น แต่หากมองดูใกล้ๆจะเห็นได้ว่ามุมปากของนางกระตุกเบาๆ ราวกับว่านางอยากจะหัวเราะแต่ไม่กล้า

            ใครจะไปคิดว่าฉีอ๋องผู้ทรงอำนาจและทรงพลัง เมื่อครู่เขากลับไม่มีการป้องกันใดๆ เลยถึงขนาดถูกผู้ที่อ่อนแอไร้อำนาจผลักออกจนกระแทกอย่างแรงได้

            หากพูดออกไปเช่นนี้ผู้ใดจะเชื่อได้เล่า?

            ในยามนี้หลงเซี่ยวอวี่ซึ่งกำลังจ้องมองมาที่มู่จื่อหลิงพักหนึ่งแล้วย่อมเห็นสีหน้าของนางที่ราวกับว่านางกำลังชื่นชมยินดีอย่างย่ามใจ

            เห็นได้ว่าดวงหน้างดงามดำคล้ำครั้งแล้วครั้งเล่าและดูเหมือนว่าหากมืดคล้ำกว่านี้อีกหน่อยจะมีหยดน้ำไหลออกมาได้แล้ว [1] ซึ่งน่ากลัวมาก

            อย่างไรก็ตามมู่จื่อหลิงกลับไม่กลัวเลย อีกทั้งยิ่งมองดูมันมากเพียงใด นางก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองหยิ่งผยองมากขึ้นเท่านั้นนางแทบจะยกนิ้วโป้งให้ตนเองในใจ

            ในที่สุดหลังจากคิดถึงเรื่องนี้ มู่จื่อหลิงก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกมาแล้วใช้ผ้าห่มขนสัตว์เนื้อนุ่มคลุมปิดใบหน้าของนาง

            แต่ไหล่ของนางที่กำลังสั่นไหวประกอบกับดวงตาที่ยิ้มแย้มซึ่งนางเปิดเผยมันออกมาเผยให้เห็นว่าในยามนี้นางกำลังสนุกสนาน

            หลังจากถูกชายผู้นี้ข่มเหงมานานในที่สุดครั้งนี้นางก็ได้ ‘แก้แค้น’ แล้ว เยี่ยมมาก!

            หากในวันหน้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไปเช่นนั้นก็ดียิ่งนัก...มู่จื่อหลิงยังคงปิดหน้าของนางส่ายศีรษะของตนด้วยความยุ่งเหยิงและสับสนในใจ

            เฮ้ย! ครั้งเดียวพอแล้วนางไม่อยากถูกทำตัวเจ้าชู้ใส่ในทุกครั้งหรอกนะ คราวหน้าต้องระแวดระวังให้ดีหากมีครั้งหน้าอีก คงไม่โชคดีเช่นนี้เป็นแน่

            เมื่อเห็นว่าความคิดของมู่จื่อหลิงล่องลอยไปไกลความสนใจไม่ได้อยู่ที่เขาแม้แต่น้อยทั้งยังไม่มีความรู้สึกแย่ที่เขาถูกกระแทกออกมาเลยใบหน้าของฉีอ๋องจึงทั้งมืดมนและเศร้าหมอง มันดำมากจนสามารถบีบหมึกออกมาได้ [2]

            แต่มีสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้นกับหลงเซี่ยวอวี่หรือไม่? เหตุใดเขาถึงไม่มีการเคลื่อนไหวใดเลย? หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ดวงตาของมู่จื่อหลิงก็หันไปหาหลงเซี่ยวอวี่อีกครั้ง

            เมื่อเห็นมู่จื่อหลิงมองมาท่าทางของหลงเซี่ยวอวี่ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางของเขาอ่อนลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่น่ามองอยู่ดี ดวงตาสีเข้มคู่หนึ่งยังคงจับจ้องมู่จื่อหลิงไว้ตลอดเวลา

            เสียงกระแทกและการสั่นสะเทือนของรถม้าเมื่อครู่นี้มันช่างน่ากลัวมากเมื่อคิดถึงมัน นางก็รู้สึกเจ็บปวดในเนื้อหนังดวงตาคู่งามของมู่จื่อหลิงเคลื่อนไหวไปมา มีความกังวลเล็กน้อยในดวงตาของนาง

            มู่จื่อหลิงเกิดความรู้สึกผิดเล็กน้อยอีกครั้งแต่เมื่อนางนึกถึงความเหลื่อมล้ำที่ไร้ยางอายซึ่งชายผู้นี้กระทำต่อนางเมื่อไม่นานมานี้นั่นเป็นสิ่งที่นางไม่สามารถทนแบกรับความเหลื่อมล้ำเช่นนี้ได้

            ดังนั้นเมื่อคิดถึงเรื่องนี้หัวใจของมู่จื่อหลิงก็ฟื้นคืนความมั่นคงกลับมาได้อีกครั้งในทันที

            แม้ว่าหัวใจของนางจะมั่นคงแต่ปากของมู่จื่อหลิงก็ยังคงพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวด้วยท่าทีที่ขาดความมั่นใจเล็กน้อย ทั้งยังถามอย่างอ่อนโยนว่า“ท่าน...ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? สบายดีไหม?”

            หลงเซี่ยวอวี่ยังคงพิงผนังรถม้านิ่งๆอยู่ครึ่งหนึ่ง ยังคงทำท่ายื่นมือไปกุมด้านหลังศีรษะของตนไว้ไม่เคลื่อนไหวเลยแม้เพียงนิด ทำเพียงแค่จ้องมองมาที่นาง ไม่สนใจนางและไม่พูดสิ่งใด

            ถูกกระแทกจนโง่เขลาไปเสียแล้วหรือ? ยามนี้ยังพูดไม่ได้อีกหรือ? ความกังวลปรากฏขึ้นในดวงตาของมู่จื่อหลิง นางรู้สึกผิดเล็กน้อย

            มู่จื่อหลิงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆเอื้อมมือออกมา เขย่าแขนของเขาอย่างระมัดระวัง ถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า“เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บไหม?”

            อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตอบสนองต่อนางยังคงเป็นความเงียบและความสงบนิ่งของหลงเซี่ยวอวี่เช่นเดียวกับดวงตาที่นิ่งเฉยแต่เยือกเย็นด้วยประกายเย่อหยิ่งของเขา

            “...เจ็บมากเลยหรือ?” มู่จื่อหลิงขมวดคิ้วด้วยความสับสนรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก

            นางรู้ว่าความเจ็บปวดเป็นเรื่องธรรมชาติแต่สิ่งที่นางกังวลมากที่สุดก็คือหรือจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับหลงเซี่ยวอวี่จากการโดนกระแทก?

            เห็นได้ชัดว่านางเป็นผู้ที่ถูกล่วงละเมิดเห็นได้ชัดว่านางเป็นผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานแต่ยามนี้เมื่อเห็นหลงเซี่ยวอวี่เป็นเช่นนี้มู่จื่อหลิงก็เกิดความรู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อยๆราวกับว่านางเป็นคนพาลที่รังแกผู้อื่น

            หลงเซี่ยวอวี่ยังคงเงียบแต่หากสังเกตดีๆ จะพบความผันผวนทางอารมณ์เล็กน้อยในดวงตาที่ลึกล้ำของเขา

            น่าเสียดายที่ในขณะนี้มู่จื่อหลิงจะสังเกตละเอียดมากถึงเพียงนั้นได้อย่างไรในเมื่อในยามนี้นางมุ่งเน้นไปที่ด้านหลังศีรษะของหลงเซี่ยวอวี่ที่ถูกกระแทก

            เมื่อเห็นว่าหลงเซี่ยวอวี่ยังคงไม่ตอบสนองมู่จื่อหลิงจึงรีบขยับไปข้างหน้าอีกเล็กน้อย ตรงไปหาเขาและพูดอย่างกระตือรือร้นว่า“เอามือของท่านออก ให้ข้าดูหน่อย”

            ก่อนที่นางจะพูดจบนางก็ปล่อยมือที่กำผ้าห่มขนสัตว์ไว้แน่นออก ยื่นมือออกไปด้วยต้องการจะดึงมือใหญ่ของหลงเซี่ยวอวี่ที่กุมศีรษะด้านหลังของตนเองอยู่ออกไป

            คราวนี้ในที่สุดหลงเซี่ยวอวี่ก็มีปฏิกิริยาตอบสนองเขาพ่นลมออกมาอย่างเย่อหยิ่งและเย็นชา เบือนหน้าออกไปด้วยความไม่พอใจหลีกเลี่ยงมือที่ยื่นออกมาของมู่จื่อหลิง ไม่ให้นางได้สังเกตเห็นมัน

            แต่นางไม่รู้ว่าทันทีที่เขาเบี่ยงศีรษะออกไปแววตาของเขาก็มีแววหวานจางๆ ปรากฏขึ้น

            กล่าวได้ว่ามีความรักอยู่ภายใน ตราบใดที่อีกฝ่ายเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยแม้ว่าฉีอ๋องจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่อย่างใดก็ตามในยามนี้เขาก็ยังรู้สึกพึงพอใจกับความเอาใจใส่ของหญิงตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า

            เอ่อ...

            นางไม่ได้ตั้งใจจริงๆมู่จื่อหลิงรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง

            หลงเซี่ยวอวี่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเลยหรือ?

            ในสถานการณ์สิ้นหวังเมื่อครู่นี้จึงกระทำไปตามสัญชาตญาณในการปกป้องตนเอง นางจะคิดมากได้อย่างไรนางไม่รู้ว่านางใช้แรงมากเพียงใดในการผลักชายผู้นี้ออกไป

            ผนังด้านในของรถม้านี้แย่กว่าผนังด้านนอกมันมีสมบัติหายากมากมายฝังเอาไว้ ตัวอย่างเช่นลายที่ทำจากเครื่องถม [3] ไข่มุกและหินโมรา[4] พื้นผิวจึงไม่เรียบ ทั้งยังแข็งมากผู้ใดจะไปรู้ว่าเมื่อครู่นี้หลงเซี่ยวอวี่ชนโดนตรงจุดไหน?

            แต่ไม่ว่าจะเป็นจุดใดหากชนตรงๆ อย่างไรก็เจ็บปวดมาก!

            มู่จื่อหลิงขมวดคิ้วด้วยความสับสนนางเองก็เคยประสบกับมันด้วยตนเองมาในยามเช้าในยามนั้นหนังศีรษะของเธอมึนงงจากการโดนหลงเซี่ยวเจ๋อเด็กโชคร้ายผู้นั้นพุ่งชน

            ยิ่งไปกว่านั้น ในยามนี้ผนังรถเต็มไปด้วยหลุมบ่อจึงยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าหลงเซี่ยวอวี่จะเจ็บปวดหรือไม่ศีรษะกระแทกอย่างแรง เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็กก็ได้!การที่เขาถูกกระทบกระแทกเช่นนี้ ถือเป็นความผิดอย่างแท้จริง

            ยิ่งคิดถึงมันมากเพียงใดมู่จื่อหลิงก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น

            ในยามนี้หลงเซี่ยวอวี่ยังคงเอามือมากุมศีรษะอยู่เช่นเดิม ใบหน้าของเขายังคงเฉยเมยแต่มันกลับทำให้เขาดูอึดอัดมากยิ่งขึ้น

            มู่จื่อหลิงมองมันและคิดว่าเขากำลังอดกลั้น ดังนั้น...

            “หลงเซี่ยวอวี่ท่านให้ข้าดูหน่อย” มู่จื่อหลิงรู้สึกกระวนกระวายใจจึงรีบคว้าข้อมือของเขาแกะฝ่ามือใหญ่ของเขาออกอย่างแรง

            แหวกผมสีดำดุจสีหมึกออกค้นหาตำแหน่งที่ถูกกระแทกอย่างรวดเร็ว

            เห็นได้ว่าตรงจุดนั้นมีรอยบวมแดงขนาดใหญ่ราวกับจะร้องเตือนมู่จื่อหลิง ว่าเมื่อครู่นางใช้กำลังไปมากเพียงใด เตือนนางว่าหลงเซี่ยวอวี่กระแทกอย่างรุนแรงเพียงใด

            เมื่อมองไปที่รอยบวมแดงในตอนท้าย ขนตาโค้งของมู่จื่อหลิงก็กะพริบขึ้นลงสองสามครั้งนางอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไป ด้วยอยากจะสัมผัสมันเบาๆ

            ก่อนที่นางจะสัมผัสมันเต็มมือนางก็ชะงักไปก่อนรีบหดมือกลับมา

            เป็นเพราะ...

            “ซี้ด...”ดูเหมือนว่าหลงเซี่ยวอวี่จะรู้สึกเจ็บปวดจริงๆ และความเจ็บปวดทำให้เขาร้องออกมา

            ในยามนี้หากนางสังเกตสักนิดใบหน้าเย็นชาของหลงเซี่ยวอวี่กลับผ่อนคลายลงเล็กน้อย คิ้วของเขาเลิกขึ้นรอยยิ้มเต็มไปด้วยความรู้สึกสนใจ

            หากในยามนี้มู่จื่อหลิงคิดให้มากขึ้นสักหน่อยนางจะตระหนักได้อย่างแน่นอนว่า ปฏิกิริยาของฉีอ๋องคนมากเล่ห์ผู้นี้เสแสร้งเกินไปทั้งยังจืดชืดไม่สมจริง

            แต่มู่จื่อหลิงไม่เห็นมันไม่ได้คิดเกี่ยวกับมันแม้แต่น้อย

            อย่างไรก็ตามภายใต้ความวิตกกังวล นางยังคงไม่ลืมที่จะเปิดใช้งานระบบซิงเฉินอย่างลับๆตรวจสอบหลงเซี่ยวอวี่อย่างจริงจังและรอบคอบ

            ผลการตรวจพบว่าเขาแค่มีอาการบวมขนาดใหญ่บนหนังศีรษะเท่านั้นไม่มีสิ่งใดร้ายแรง และไม่มีสิ่งใดหล่นหายไปจากการกระแทกในยามนั้นเองที่มู่จื่อหลิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            เพียงแค่...พริบตาเดียวมู่จื่อหลิงดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้นางหรี่ตาลงเล็กน้อยและจ้องไปที่หลงเซี่ยวอวี่อย่างดุเดือด

            ชายน่ารังเกียจผู้นี้...เสแสร้งอีกแล้วหรือ? เห็นได้ชัดว่าไม่มีอะไรร้ายแรงยังอยากจะโกหกนางอยู่อีกหรือ?

            เมื่อเห็นเช่นนี้ดวงตาของหลงเซี่ยวอวี่ก็เปล่งประกายความหงุดหงิดออกมา ก่อนจะจางหายไปในชั่วพริบตา

            เขาลืมไปได้อย่างไรหญิงโง่ผู้นี้ โง่เขลาเล็กน้อยต่อหน้าเขาเพียงบางครั้งเท่านั้นแต่นางเก่งกว่าผู้ใดในด้านการแพทย์ นางจะต้องสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้วเป็นแน่

            ดังนั้นในยามนี้...

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] มืดคล้ำกว่านี้อีกหน่อยจะมีหยดน้ำไหลออกมาได้แล้ว (黑下去就能滴出水) เป็นวลี มีความหมายว่า บรรยากาศมืดมน หดหู่หรือกดดันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

            [2] มันดำมากจนสามารถบีบหมึกออกมาได้(黑得似乎能挤出墨汁来) เป็นวลี มีความหมายว่าหม่นหมองหรือเศร้ามากจนบรรยากาศรอบข้างมืดครึ้ม

            [3] เครื่องถม (镶嵌) เป็นวัตถุที่ทำหรือประกอบขึ้นด้วยโลหะเงินแล้วทำลวดลายด้วยการถมเงินหรือทองลงไป

            [4] หินโมรา (玛瑙) เรียกอีกชื่อว่าหินอาเกตเป็นอัญมณีที่มีหลากหลายสี สีที่นิยมคือ ฟ้าอมเทาลายขาว หรือฟ้าในเนื้อหิน ได้รับการขนานนามว่าหินแห่งความสมดุล

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199