Pioneer Era

    ตอนที่ 135 การเผชิญหน้าระหว่างขุนพล (1)

    ​

    ***ว่าที่ราชินี [แฟต]

    พวกคุณแม่กับคุณพ่อหายลับลงไปในรูแล้ว

    ส่วน ผอ. บานา ยังคงยืนอึ้งอยู่ตรงปากรูเพราะเรื่องที่พวกเราคุยกันเมื่อกี้นี้

    "... พวกคุณลิลลี่เองก็รีบหนีไปเถอะค่ะ พวกคุณบรรลุวัตถุประสงค์ที่จะมาช่วยคนสำคัญของตัวเองแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องการเมืองของฉันหรอกนะคะ "

    "แล้วแฟตกับโฮปละดอง? "

    "ฉันจะวิ่งกลับไปหาคุณโฮป แล้วค่อยหนีตามไปทีหลังค่ะ"

    "โอเคดอง~"

    สมกับเป็นคุณลิลลี่ ซื่อจนบื้อจริง ๆ

    "พูดแบบนี้ แปลว่าสุดท้ายจะเอาตัวเองไปเผชิญหน้ากับศัตรูเพียงลำพังหรือค่ะแฟต? "

    แล้วก็สมกับเป็นคุณพรุน ที่รู้ตัวว่าฉันต้องการจะทำอะไร…

     

     

    "เอ๊!? แบบนั้นไม่เอานะดอง พวกเราผจญภัยมาถึงตรงนี้แล้ว อย่ามาทิ้งกันง่าย ๆ สิดอง! "

    "ฉันเองก็อยากเห็นใบหน้าญาติของแฟตพอดีค่ะ ขอตามไปดูหน่อยจะได้ไหมคะ? "

    " ลี่ไปไหน ข้าน้อยขอติดตามไปด้วยเจ้าค่ะ"

    "Zzzz"

    "หึ… สัญชาตญาณของเราบอกว่าควรไปพร้อมกับแฟตนะ เพราะงั้น จงพาพวกเราไปด้วยซะดี ๆ "

    ทุกคนค่ะ…

    ฉันมีเพื่อนดีเกินไปค่ะ

    ทั้งที่ตอนแรกฉันจงใจเข้าหาพวกเธอเพราะหวังเรื่องเส้นสายแท้ ๆ

    เป็นคนดีกันเกินไปมาก…

    "... ขอบคุณมากค่ะ"

     

     

    "พ่อ! กลับไปก่อนได้ค่ะ แล้วอุดทางเข้าไปเลย อย่าให้ใครตามรอยกลับไปได้เชียวนะคะ! "

    "เดียว! ถ้าอย่างงั้นให้พ่อตาม---"

    "พ่อนะไปอยู่ข้างแม่กับพวกพี่ ๆ เพื่อปกป้องพวกเขาเถอะค่ะ หนูไม่อยากกลับบ้านแล้วพบว่าไม่มีบ้านให้กลับไปหรอกนะคะ"

    "!?! "

    " ไปเลยค่ะทุกคน! "

    ว่าแล้วพวกเราก็ถูกพรุนดันออกจากห้องโดยไม่หันกลับไปมอง

    มันคือเส้นทางที่พวกเราเลือก

    ได้เวลา… มุ่งสู่เวทีสุดท้ายของฉันแล้วค่ะ

     

     

    ***ภูติน้อยผู้มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]

     

     

    "คนสวย แต่งงานกับพี่เถอะ! "

    " ไม่! ต้องข้าต่างหาก! "

    " ข้าต่างหากเว้ย! มามะ! มามีลูกกับข้าสักหนึ่งร้อยคนกัน! "

    " ก็บอกว่าเป็นผู้ชายไงเล่าไอพวกบ้า! "

    """ น่ารักและสวยขนาดนี้ ใครจะสนกันเล่า! """




    นี่มันอะไรกันเนี่ยดอง…

    ห้องโถงในตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

    ฝูงชนจำนวนมากถึงมากที่สุดกำลังเข้ารุมล้อมโฮปประหนึ่งฝูงผึ้งที่พยายามรุมตอมดอกไม้งามบานสะพรั่ง

    ฝูงชนนั้นมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่เกี่ยงเพศ อายุ และเผ่าพันธุ์

    ก็คิดอยู่หรอกว่าพวกเราจับแปลงโฉมออกมาได้สวยมาก

    แต่ไม่คิดว่าจะทรงเสน่ห์จนถึงขั้นนี้

    ถ้ายัดนมปลอมให้ สงสัยคงได้มีฆ่ากันตายแล้วมั้งเนี่ย?

    เริ่มชักรู้สึกพ่ายแพ้ในฐานะผู้หญิงแล้วสิดอง…

     

     

    "วุ่นวายขนาดนี้ อีกเดียวคงถูกรู้ตัว---"

    "เกิดเรื่องบ้าอะไรกัน! "

    ในตอนนั้นเองที่มีเสียงตะโกนดังลงมาจากระเบียงชั้นที่สี่

    เผ่ามนุษย์มดรูปร่างสูงสามเมตรกลุ่มหนึ่งกำลังจับจ้องลงมาที่ลานกว้างชั้นหนึ่ง

    พวกเขาสวมชุดเกราะสีแดงคลุมตั้งแต่หัวจรดขา

    มันเป็นชุดเกราะผิวเรียบที่มีผิวคล้ายเนื้อผ้า และมีเส้นแสงสีฟ้าวิ่งตัดผ่านร่างกายเสมือนเป็นเส้นประสาทวนอยู่รอบตัว

     

     

    แต่คนที่ดูโดดเด่นที่สุด คือชายที่ยืนอยู่ตรงกลางของกลุ่ม

    เขาคนนั้นสวมชุดสูทธรรมดาสีดำ และไม่ยอมสวมชุดเกราะผิดกับคนอื่น

    เขามีผิวกายผิวสีแดงเลือดหมูที่เต็มไปด้วยแผลเป็นจำนวนมาก

    เขี้ยวที่ยาวหนึ่งเมตรของเขาเต็มไปด้วยรอยบิ่นแตกหัก

    เพียงแค่เห็น ก็ชวนให้รู้สึกขนหัวลุกเพราะความน่ากลัวและน่าเกรงขามของเขาแล้ว~ ดอง~

     

     

    "เราถามว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น! คิดจะลองของกับหัวหน้ารักษาความปลอดภัยอาคารอย่างข้าเช่นนั้นหรือ!?! "

    เขาตะโกนอย่างหัวเสีย พร้อมกับกระแทกง้าวขนาดห้าเมตร ลงพื้นอย่างรุนแรง

    ปลายด้ามที่ติดลูกตุ้มเหล็กทรงกลมส่งเสียงดังก้องไปทั่วอาคาร จนทุกคนพร้อมใจกันเงียบและก้มหัวลงด้วยความหวาดกลัวและรู้สึกผิด

     

     

    ไม่มีใครที่กล้าตอบชายเผ่ามดหน้าเหี้ยมกลับไป

    พวกเขาต่างทยอยเดินไปประจำตำแหน่งตามเดิม พร้อมกับหันมามองโฮปทิ้งท้ายเป็นการอำลา

    ชายเผ่ามนุษย์มดกระโดดลงมาจากระเบียงชั้นสี่พร้อมกับลูกน้องอีกสิบคน ลงมายืนที่ลานหินอ่อนมันวาวของห้องโถง

    "รู้ตัวไหมว่าตอนนี้คือสถานการณ์อะไร! คณะรัฐบาลกำลังประชุมเครียดอยู่ข้างบนนั้น! อยากลองดีกับพวกวีรชนที่เรียกมารวมตัวอย่างงั้นใช่ไหม!? "

    เขากรีดเสียงดังก้องไปทั่วอาคาร

     

     

    "วีรชนที่มารวมตัว? ไม่ใช่ตอนนี้วีรชนที่ว่ากำลังมุดดินหนีออกไปอยู่ไม่ใช่หรือยังไงดอง? "

    "บางที… คุณควีนอาจจะยังไม่ได้แจ้งเรื่องที่ยึดอำนาจให้ใครรู้นอกจากลูกน้องของเธอค่ะ

    แต่แบบนี้ก็ดี เพราะมันชี้ให้เห็นว่าคนที่เธอเชื่อใจได้ตอนนี้ยังมีน้อย ไม่ได้มากพอจะควบคุมทั้งองค์กรได้เบ็ดเสร็จค่ะ

    ฉันคิดว่าเธอคงหวังใช้สถานการณ์สงครามเป็นเวทีพลักดันให้ตัวเองกลายเป็นที่ยอมรับค่ะ"

    " อย่างงี้นี่เองดอง"

    " ถ้าฉันไม่ทำอะไร คุณควีนคงได้เปิดสงครามเต็มรูปแบบขึ้นบนทวีปนี้แน่นอนค่ะ

    เพราะเธอเป็นคนที่เด็ดขาดมากกว่าฉันค่ะ

    ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

    ถ้าเรียกร้องสงคราม เธอก็จะมอบสงครามให้

    ถ้าฉันไม่ยอมแทรกแทรง เธอกับไพไรต์ได้รบพุ่งกันตายไม่ข้างใดก็ข้างหนึ่งแน่นอนค่ะ"

    แฟตพูดด้วยใบหน้าราวกับกำลังกลืนยาขมลงคอ

    บางทีเธอคงรู้สึกว่าตัวเองกำลังเต้นไปตามแผนของแม่เธอ เลยรู้สึกขมขื่นละมั้งดอง?

    " ไม่อยากเป็นหมากที่เดินตามเกมส์ของคน ๆ นั้นเลยค่ะ…"

     

     

    ฉันไม่เชื่อว่าแฟตเกลียดแม่ตัวเอง…

    ความจริงเธอคงรักพ่อแม่เธอมาก

    บางทีเธอคงอยากเป็นเหมือนแม่ หรืออยากให้แม่ยอมรับในความสามารภ เลยตั้งความฝันที่จะแย่งชิงตำแหน่งของราชินีมาเป็นของตัวเอง เพื่อให้หันมามองเธอบ้าง

    หรือไม่ก็อาจจะเหมือนกับฉัน คืออยากให้ทุกคนยอมรับที่ตัวเธอ มากกว่ายอมรับเพราะเส้นสายของพ่อแม่ตัวเอง

    แต่สุดท้ายฉันก็ไม่รู้อยู่ดีว่าแฟตคิดอะไรอยู่นะดอง

    ฉันไม่ค่อยเข้าใจครอบครัวที่มีพ่อแม่เพียงหนึ่ง แต่มีลูกหลานนับแสนนับล้านของเผ่ามนุษย์มดหรอกนะ

    แต่การที่มีลูกหลานมากมายถึงขนาดนั้น คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ที่จะมอบความรักให้กับทุกคนนะดอง

    ฉันว่า… แฟตคงจะรู้สึกเหงาอยู่ลึก ๆ ในใจแน่นอนดอง

     

     

    "เมื่อกี้เห็นทุกคนจ้องไปที่แม่บ้านผมดำตรงนั้น! เป็นฝีมือของเธอที่ทำให้วุ่นวายใช่ไหม! แกมา---"

    พริบตานั้น เขาก็หยุดนิ่งประหนึ่งต้องคำสาปของเมดูซ่า

    เขาเดินเข้าไปใกล้โฮปอย่างช้า ๆ ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้า

    เขาคุกเข่าทั้งสองข้างอย่างสง่างาม พร้อมกับใช้แขนแมลงทั้งสี่ข้างวางอาวุธลงพื้น แล้วกุมมือของโฮปเอาไว้

    "--- กระผมคือ [ขุนพลไร้นาม] ประจำตัวท่านว่าที่ราชินี [ควีน] แห่งอาร์โทโพดาที่ยิ่งใหญ่ครับ ถ้าไม่รังเกียจ สนใจจะมาเป็นภรรยาคอยดูแลกระผมจะได้ไหมครับคุณคนสวยเผ่ามนุษย์? "

    " เดียว เดียว เดียว!! ผมเป็นผู้ชาย! ขอย้ำว่าเป็นผู้-ชาย! อีกอย่าง เผ่ามนุษย์มดมีลูกกับเผ่าอื่นไม่ได้เฟ้ย! "

    " ถึงจะมีความแตกต่างด้านพันธุกรรม แต่ด้วยพลังวิทยาศาสตร์ อนาคตพวกเราจะต้องมีลูกหลานที่งดงามได้อย่างแน่นอนครับ~"

    " พวกมรึงเป็นบ้ากันทุกคนไปแล้วใช่ไหมเนี่ย!?! "

    ดูท่าเจ้าโฮปจะงานเข้าเสียแล้วดอง…

     

     

    "... แต่ก่อนจะไปจดทะเบียนสมรส กระผมขอตัวไปทำงานสักครู่นะครับ"

    มดหน้าเหี้ยมคนนั้น ลุกขึ้นยืนตัวตรงพร้อมกับอาวุธของเขา

    " ทางเราขอเรียนเชิญคุณว่าที่ราชินีแฟตที่ยืนอยู่ตรงนั้นไปหาท่านควีนของเราที่ห้องประชุมด้วยจะได้ไหมครับ? "

    ชิบหาย ความแตกแล้วหรือเนี่ยดอง!

    "จะ… จะเอายังไงกันต่อดีละดอง? "

    "... "

    " แฟต? "

    ทำไมดูแฟตลังเลแบบแปลก ๆ?

    เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่าดอง?

     

     

    ***ว่าที่ราชินี [แฟต]

    "จะ… จะเอายังไงกันต่อดีละดอง? "

    คุณลิลลี่เริ่มแสดงความตื่นตระหนกออกมาให้เห็นแล้ว

    มันไม่แปลกที่ความจะแตก เพราะอย่างที่บอกว่าเผ่ามนุษย์มดทุกคน ล้วนแต่มีเรด้าธรรมชาติติดตัวอยู่

    ยังไงซะ ถ้ามีการต่อสู้ละก็ ด้วยพลังของเพื่อนทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ฉันมั่นใจว่าจะสามารถล้างบางกองทัพของคุณควีนได้

    แถมถ้าความแตกเรื่องยึดอำนาจ ฝ่ายของฉันก็จะยิ่งมีแต่ได้เปรียบ

    เพราะฝั่งนั้นดูท่าจะยังไม่ได้ยึดอำนาจไปได้โดยสมบูรณ์ ณ ตอนนี้

    สรุปคือเธอยังไม่มีความชอบธรรมมากพอจะยึดอำนาจไปได้

     

     

    แต่แล้วทำไมคุณคนนั้นถึงส่งขุนพลของเธอมาเชื้อเชิญฉัน?

    ไม่คิดหรือว่าฉันจะแฉเรื่องของคุณเพื่อสร้างความวุ่นวายนะ?

    หรือว่าเธอคนนั้นมีแผนการที่เหนือกว่าดักรอฉันอยู่?

    ฉันควรจะตอบรับคำเชิญแต่โดยดี หรือว่าเปิดฉากโต้กลับตอนนี้กันเลยดีนะ?

    แต่ถ้าฉันโต้กลับตอนนี้ หลักฐานกับเหตุผลของฉันก็ไม่มีมากพอจะโน้มน้าวทุกคนที่อยู่ที่นี่

    เพราะใครมันจะเชื่อคำพูดที่ฉันพูดออกไปกันละ?

    แถม… ระหว่างที่ก่อเรื่อง มันอาจจะทำให้เธอคนนั้นหนีไปก่อนได้

     

     

    "จะไปหรือไม่ไปครับ? "

    "…"

    ฉัน… ไม่เห็นภาพในอนาคตของทั้งสองทางเลือก

    ความจริงแล้วเห็น แต่กลับไม่เห็นเพราะกลัวว่าจะให้ผลลัพธ์ออกมาอีกรูปแบบที่เลวร้ายยิ่งกว่า

    ถ้าเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ฉันพร้อมที่จะใช้ให้เขาไปตาย

    แต่กับเพื่อนตรงนี้… ฉันควรที่จะเลือกแผนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด

    ทว่าตัวเลือกที่มีตอนนี้มันเสี่ยงเกินไป

    ถึงจะมีขุนพลรับจ้างที่เก่งกาจราวปีศาจ แต่ขุนพลก็ย่อมพ่ายให้กับแผนการที่ชาญฉลาดเสมอ

    ไม่มีสิ่งใดสามารถอยู่ค้ำฟ้าดินได้

    ถ้าฉันเลือกเส้นทางผิดแล้วทำให้คุณโฮปหรือเพื่อนตายลงตรงนี้ ฉันคงไม่มีหน้าไปปกครองใครคนอื่นได้หรอกค่ะ

    ฉันนะ…

    ฉัน…

     

     

    *เคร๊ง! *

    เสียงประดาบดังก้องกังวาลไปทั่วห้องโถง

    กระบี่ของคุณโฮปถูกดึงออกมาจากเอว

    เป็นโชคดีที่การตรวจตราหละหลวม พวกเราเลยพกอาวุธติดเข้ามาข้างในนี้กันได้

    ในทางกลับกัน มนุษย์มดไร้นามสูงสามเมตรคนนั้น ถูกกระบี่สีเทาของคุณโฮปฟันใส่อย่างรุนแรง จนกระเด็นไกลออกไปถึงห้าเมตร

    คมกระบี่ของโฮป ได้ทิ้งรอยแผลเอาไว้บนด้ามง้าวที่ยกขึ้นมารับเอาไว้ของเขา

     

     

    "คุณคนสวยมีฝีมือน่ากลัวไม่เบานี่? "

    "... อย่าพูดมากในเวลาต่อสู้! "

    เขาเหล่สายตามาให้ฉันทีหนึ่ง

    คุณโฮป…

    แบบนี้คงต้องเพิ่มค่าจ้างให้กับเขาหลังจบงานนี้เสียแล้วสิ

    "ตามฉันมาค่ะ"

    "แล้วโฮป---"

    "คุณไฮเจนค่ะ ฝากเป็นคนระวังหลังให้คุณโฮปทีค่ะ"

    "วางใจได้เลย! "

     

     

    การลงมือโจมตีของคุณโฮป อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายจนทำให้เธอคนนั้นชิ่งหนีไปก่อน

    แต่ในทางกลับกัน การที่ตรึงตัวขุนพลให้อยู่กับคุณโฮปที่นี่ได้ ก็นับว่าเป็นการเปิดช่องให้ฉันบุกไปหาเธอได้ง่ายขึ้นค่ะ

    “พวกเราจะบุกไปที่ห้องประชุมสภา ฉันคิดว่าคุณควีนน่าจะอยู่ที่นั่นค่ะ”

    “จะบุกเข้าไปตรง ๆ เลยหรือแฟต? ”

    “ใช่ค่ะ แล้วก็รบกวนฝากคุณเพกกับสล็อตช่วยไปห้องถ่ายทอดสด แล้วช่วยแจ้งทุกคนในเมืองให้ทราบทีค่ะว่าตอนนี้มีคนกำลังยึดอำนาจรัฐอยู่ หลักฐานคือภาพถ่ายที่ฉันกำลังจะถ่ายทอดสดด้วยมือถือของฉันค่ะ”

    "ทำไมต้องถ่ายใหม่ละดอง? เมื่อกี้นี้ตอนเจอคุณแม่ในห้องใต้ดินไม่ได้ถ่ายเก็บเอาไว้หรือดอง? "

    "ภาพที่ราชินียิ้มร่าอยู่กับขุนพลตัวเอง มันใช้เป็นหลักฐานไม่ได้หรอกค่ะ"

    “ถ้าอย่างงั้นเดียวฉันไปจัดการเตรียมกระจายภาพให้ค่ะ แต่ขอเปลี่ยนคู่เป็นให้ท่านสล็อตไปกับท่านแฟต แล้วให้ท่านลิลลี่มากับข้าน้อยแทนด้วยค่ะ”

    "... ได้ค่ะ"

    ความจริงฉันไม่อยากลดกำลังรบออกไปมากกว่านี้

    แต่คุณเพกมาไทต์คงไม่ยอมให้ความร่วมมือแน่ ถ้าหากไม่ยอมตามใจเธอสักหน่อย

     

     

    “งั้นข้าน้อยขอตัว”

    “ระวังกันด้วยนะดอง~”

    คุณเพกกับลิลลี่แยกออกจากพวกเราตรงระเบียงชั้นสาม

    ส่วนลานกว้างข้างล่างนั้น ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นเวทีเชียร์มวยโดยมีมุมน้ำเงินเป็นคุณโฮป กับมุมแดงเป็นคุณขุนพลนิรนามไปแล้ว

     

     

    “ห้องประชุมอยู่ข้างหน้านี้สินะ? ”

    “ป้ายห้องเขียนชัดเจนว่า [ห้องประชุมสภา] งั้นน่าจะถูกต้องแล้วค่ะ”

    “Zzz”

    “ถ้าอย่างงั้นบุกเข้าไปเลยนะคะ! ”

    *ปี้! *

    พรุนว่าเช่นนั้นแล้วกระแทกประตูเข้าไปเต็มแรง

    เออ… เข้าไปแบบเบา ๆ ก็ได้ค่ะคุณพรุน

     

     

    ข้างในห้องประชุมนั้น คือห้องขนาดกลางที่มีโต๊ะประชุมตัวยาวตั้งอยู่ใจกลางของห้อง

    เก้าอี้ไม้ที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ พรมสีแดงฟูนุ่มสบายเท้าที่ส่งกลิ่นหอม และกำแพงกระจกรอบทิศทางที่สามารถมองเห็นได้ทั่วทุกมุมของเมืองแห่งนี้

    ภายในห้อง ไม่มีใครอยู่เลย นอกจากสตรีเผ่ามนุษย์มดสวมชุดสูทสีดำที่คุ้นหน้า

    เธอสูงหนึ่งเมตร มีผิวสีแดงสดสุกสว่าง และมีโครงหน้าคล้ายฉันราวกับคู่แฝด

    ไม่ผิดแน่ เธอคนนี้ก็คือ

    “คุณควีนสินะคะ”

    “ใช่ค่ะ”

    คนที่เป็นหนึ่งในตัวเต็งของว่าที่ราชินีรุ่นถัดไปเหมือนกับฉัน

     

     

    “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณแฟต”

    “ยินดีที่รู้จักค่ะคุณควีน”

    พวกเราทั้งสองคนต่างกล่าวทักทายประหนึ่งพึ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรกในชีวิต

    “ข้างล่างวุ่นวายน่าดูชมเลยนะคะคุณแฟต”

    “ก็ขุนพลของเธอมัวแต่เอาเวลาไปหลีสาวเองไม่ใช่หรือค่ะ? ”

    “นั่นสินะ ในฐานะราชินีในอนาคต ฉันคงต้องล่ามโซ่เขาเอาไว้บ้างแล้วค่ะ”

    “ลำบากแย่เลยนะคะ”

    พวกเราสองคนยืนหัวเราะให้กัน

    แต่มันเป็นเสียงหัวเราะที่แหบแห้งไร้ซึ่งวิญญาณ

     

     

    “หนึ่งทางเลือกคือก่อความวุ่นวายด้วยการแฉเรื่องที่ฉันทำ

    หนึ่งทางเลือกคือยอมก้มหัวให้ขุนพลของฉัน

    อีกหนึ่งทางเลือกคือให้ใครสักคนก่อความวุ่นวายเพื่อดึงความสนใจ

    ดิฉันไม่คิดเลยค่ะว่าคุณจะยอมเลือกเส้นทางสุดท้าย ใช้หมากที่เรียกว่า [เพื่อน] เป็นตัวล่อ คุณนี่เลือดเย็นกว่าที่ฉันคาดคะเนเอาไว้มากค่ะ”

    ความจริงฉันไม่ค่อยอยากใช้แผนนี้เท่าไหรหรอก เพราะมันเสี่ยง ทั้งกับคุณโฮป และกับตัวฉันเองด้วย

    อันนี้คุณโฮปเขาเลือกที่จะลงมือทำเองต่างหาก

     

    “ฉันเกลียดคุณค่ะ คุณแฟต”

    “...”

    “หกร้อย… หรืออาจจะเป็นหนึ่งพันคน รู้ไหมค่ะว่ามันคือตัวเลขอะไร? ”

    “... ฉันไม่รู้ค่ะ”

    “มันคือจำนวนคนที่เป็นเสียงสนับสนุนของคุณที่ฉันประเมินมาได้ค่ะ”

    นี่ฉันมีฐานเสียงมากขนาดนี้แล้วหรือคะ?

    “แล้วมันทำไม? ”

    “คุณนะ… ไม่เคยคลุกคลีกับคนในเผ่าตัวเอง ไม่เคยลงมาบัญชางานในครอบครัว แล้วไปเข้าโรงเรียนแทน ซึ่งมันผิดกับฉัน ดังนั้นแล้ว ฐานเสียงภายในเผ่ามนุษย์มดส่วนใหญ่จึงเทมาทางฉันค่ะ”

    สาเหตุที่ฉันได้เข้าเรียน แต่เธอไม่ได้เข้าเรียน มันเป็นเพราะคุณแม่ของพวกเรานั่นละ ที่อยากทดลองบ้า ๆ ว่ารูปแบบไหนจะได้คนที่เก่งที่สุดในการปกครองรุ่นถัดไปนะ

    แถมความจริง… คนที่ได้มีเวลาใกล้ชิดกับคุณแม่ของพวกเรามากที่สุด มันก็คือเธอเองไม่ใช่หรือคะ?

    เธอนะ ได้รับการเรียนการสอนมาจากคุณแม่โดยตรงเลยไม่ใช่หรือคะ?

     

     

    “แล้ว…? ”

    “ดิฉันนะใช้เวลาถึง 19 ปี ตั้งแต่เกิด สร้างสายสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นจากทั้งห้าอาณาจักร

    ใช่ค่ะ ใช้เวลาตั้ง 19 ปี จนกระทั้งได้ฐานเสียงจำนวนหนึ่งเป็นแรงสนับสนุน ในขณะที่คุณอยู่ในโรงเรียนอย่างปลอดภัย ได้เฮฮา บ้าบอกับชีวิต ฉันต้องถูกเอาชีวิตจากพี่น้องคนอื่น ต้องแข่งขันกันเอง ผ่านอะไรมามากจนมาถึงจุดนี้ค่ะ”

    “... คงลำบากมากสินะ? ”

    “ใช่ค่ะ มันลำบากมากค่ะ จนสุดท้ายฉันก็เหลือคู่แข่งแค่คนเดียว นั่นคือคุณค่ะ การฆ่าคุณนั้นเป็นเรื่องที่ฉันเคยคิดว่าง่าย แต่กลายเป็นว่านักฆ่าของฉันกลับไม่เคยทำสำเร็จเพราะคนรอบตัวของคุณค่ะ”

     

     

    “...”

    “นี่มันอะไรกันค่ะ? ทั้งที่ฉันใช้เวลาตั้ว 19 ปี บนกองเลือด แต่ฉันกลับไม่สามารถหาคนที่มีความสามารถเหมือนเพื่อนของคุณได้?

    ฉันต้องเจออะไรมามากในขณะที่คุณใช้เวลาเฮฮาอย่างสนุกสนานกับเพื่อน ๆ ของคุณ แต่กลับกลายเป็นคุณที่สามารถมีเส้นสายระดับสูงได้ผิดกับฉัน

    แล้วเพียงแค่วันเดียว! คุณก็ได้เสียงสนับสนุนมากถึงเกือบหนึ่งพันคนเพียงแค่เพราะช่วยพวกเขาหนีออกมาจากคุกของพวกผู้ก่อการร้าย!

    แล้วยังเผ่ามนุษย์คนนั้นอีก! คุณไปหาคนระดับเดียวกับวีรบุรุษเผ่ายักษ์ หรือระดับตำนานอย่างพ่อของพวกเรามาจากไหนกันค่ะนั่น!? แถมดีไม่ดีในร่างกายของเขาจะมีพลังของเผ่าที่หกอยู่เหมือนกับคุณเปอร์ไซด์หรือคุณบานาของเผ่ายักษ์ด้วยใช่ไหมค่ะ! ”

     

     

    เธอระบายทุกอย่างใส่ฉันทั้งน้ำตา

    บางที… เธอคนนี้คงจะกำลังอิจฉาฉัน

    แต่ฉันอิจฉาเธอมากกว่า เพราะเธอคือคนที่ได้อยู่ใกล้กับคุณพ่อสุดรักของฉัน

    ได้อยู่กับครอบครัว… มากที่สุด

     

     

    ว่าแต่พลังของเผ่าที่หกที่เธอพูดถึงมันคืออะไรกัน?

    จริงอยู่ว่ามันเคยมีตำนานเรื่องเล่าของเผ่าที่หกในนิทานที่คุณพ่อคุณแม่เคยเล่าให้ฟังอยู่สมัยเด็ก ๆ

    ตำนานที่ว่ามันเกี่ยวอะไรกับคุณโฮปอย่างงั้นหรือคะ?

    “และตอนนี้ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณได้ชนะไปแล้ว”

    “... หมายความว่ายังไงคะ? ”

    “เห็นว่าฉันโง่หรือยังไงคะ? ผู้คุมที่ส่งไปเฝ้าห้องใต้ดินขาดการติดต่อไปทั้งหมด คุณคงจะช่วยพวกท่านราชินีออกมาได้แล้วสินะคะ? ฉันจบแล้วค่ะ อีกเดียวคงลงเป็นข่าวว่าฉันยึดอำนาจอย่างไม่ชอบธรรม แล้วได้คุณเป็นวีรสตรีมาช่วยเอาไว้ คะแนนเสียงของทุกคนจะเทไปที่ใครนั้น ฉันเห็นตอนจบแล้วค่ะ ให้ตายเถอะ คนของฉันทำไมถึงได้มีแต่คนอ่อนแอใช้งานไม่ได้แบบนี้กันเนี่ยละคะ? ขนาดตรวจอาวุธหน้าทางเข้าตึกยังไม่ทำกัน บ้าจริง ๆ เลยค่ะ! ”

     

     

    “...”

    ฉันเริ่มชักจะรู้สึกสงสารคุณควีนแล้วสิค่ะเนี่ย

    บางทีในสายตาของเธอ คงมองฉันเป็นเหมือนลูกสุดโปรดของครอบครัว ที่ถูกปูทางมาเป็นอย่างดีเพื่อขึ้นเป็นราชินีสินะคะ

    ฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกของเธออยู่ค่ะ

    จริงอยู่ว่าฉันอาจจะโชคดีอย่างที่เธอว่า

    แต่ฉันเองก็ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้และความสามารถเหมือนกันค่ะ

    แถมเกือบตายมาก็หลายครั้งอยู่เหมือนกันค่ะ

    คนที่โชคร้ายเจอความยากลำบากมานั้น ไม่ได้มีแต่คุณหรอกนะคะ

     

     

    “ฉัน… เกลียดคุณค่ะ”

    พริบตานั้น ฉันก็รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวที่กำลังแผ่ขยายออกมาจากเธอ

    “ความจริงที่ฉันส่งขุนพลของฉันออกไปตามหาคุณ มันเป็นเพราะไม่อยากให้เขาได้เห็นฉันในสภาพนี้ค่ะ ฉันจะตายไปพร้อมกับคุณค่ะ”

    เธอหยิบเข็มที่บรรจุสารเหลวสีชมพูขึ้นมาจ่อที่คอของตัวเอง

    นั่นเธอคิดจะทำอะไรกัน...

    “มามอบความหวัง19 ปี ให้กับฉัน ให้ฉันต้องลำบากสู้ชีวิตมาอย่างยาวนาน แต่นี่อะไร? ทั้งคุณแม่ ทั้งคุณพ่อ แม้กระทั้งพี่น้องตัวเอง ต่างจงใจพลักดันให้ฉันกลายเป็นปีศาจในสายตาของทุกคน? คุณคงกำลังหัวเราะให้กับความพยายามที่ไร้ค่าของฉันอยู่ในใจสินะคะ? ”

     

     

    ฉันเข้าใจคุณควีนแล้วค่ะ

    ตลอดชีวิตนี้ ฉันแทบไม่เคยได้คุยกับคุณควีนเลยสักครั้งค่ะ

    หรือถ้าจะพูดให้ถูก คือฉันแทบไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกับพี่น้องของตัวเองค่ะ

    ทั้งที่เกี่ยวข้องทางสายสัมพันธ์เลือด แต่กลับไม่เคยเกี่ยวข้องกันเลย

    ฉันแทบไม่รู้จักคุณควีน และคุณควีนเองก็แทบไม่รู้จักตัวฉัน

    แต่พวกเรากลับต้องมาชิงบัลลังก์เพราะธรรมเนียมบ้า ๆ ของเผ่า

    นั่นละคือที่มาของความเกลียดชังอันไร้เหตุผล

    ศัตรูที่แท้จริง ไม่ใช่ฉันหรือคุณควีน หรือแม้แต่คุณแม่

    แต่มันคือธรรมเนียมบ้า ๆ ของพวกเราเองต่างหาก

     

     

    “หยุดก่อนค่ะคุณควีน! ฉันว่าคุณกำลังเข้าใจผิด ฉันไม่คิดที่จะ---”

    “ลาก่อนค่ะ ฉันจะไม่ยอมกลายเป็นของเล่นทางการเมืองให้กับพวกคุณไปมากกว่านี้อีกแล้วค่ะ”

    ว่าแล้วเธอก็ฉีดสารเหลวสีชมพูนั้นเข้าไปในร่างกายผ่านทางลำตัวของเธอจนหมด

    ฉัน… หยุดเธอไม่ทันแล้ว

    ​