หลังอี้ฮวากินข้าวต้มร้อนๆโดยมีเยว่เล่อเข้าร่วมมื้ออาหารมื้อนี้ด้วย แล้วพวกเขาก็มานั่งสุมหัวคุยเื่ทั่วไปกันต่อ
"เ้าได้ไปเที่ยว ทั้งๆที่ข้าต้องอยู่เรียนแทนเ้า เ้าจะชดเชยให้ข้ายังไง"
อี้ฮวาที่คิดขึ้นได้ เอ่ยกับเยว่เล่อขึ้นด้วยแก้มป่องพองลม หากเขาไม่ชดเชยให้นาง นางไม่ยอมแน่ๆ
เยว่เล่อที่ได้ยินก็ยิ้มกว้างเป็เชิงประจบก่อนจะเอ่ยว่า
"ข้าซื้อชุดเครื่องประดับให้เ้าชุดนึง สวยม๊ากมากเลยนะ"
"เ้าจะซื้อให้ข้าได้ยังไง เงินของเ้าอยู่ที่นี่"
อี้ฮวาที่เรียนรู้เื่การใช้เงินจากอี้ผิง เอ่ยถามเยว่เล่อด้วยสายตาที่ไม่เชื่อในคำพูดของเขา
"ข้ากำลังจะบอกเ้าอยู่นี่ไง"
เขาหยุดพักนิดหนึ่งก่อนจะพูดด้วยเสียงกระซิบใกล้ๆหูของอี้ฮวา
"ข้ากำลังจะบอกให้เ้าไปขอเงินเสด็จแม่มาจ่ายคืนพี่อี้ผิงยังไงเล่า"
อี้ผิงที่ได้ยินดังนั้นก็ตาวาวเป็ประกาย นางคิดไม่ถึงจริงๆว่าจะทำแบบนี้ได้ด้วย
" ข้าต้องขอเงินแม่ของเ้าเท่าไหร่"
"5พันตำลึง"
เขากางนิ้วมือออกมา5นิ้ว อี้ฮวาที่พอรู้เื่การใช้เงินอยู่บ้าง แต่นางก็ไม่รู้หรอกว่าห้าพันตำลึงนี่มันมากน้อยขนาดไหน เยว่เล่อยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่ เขาเคยใช้เงินเสียเมื่อไหร่กัน ดังนั้นเมื่อทั้งสองตกลงกันได้แล้ว ก็พากันจูงมือเดินไปที่ตำหนักฮองเฮา
ระหว่างทางเยว่เล่อที่คิดอะไรขึ้นมาได้ก็เอ่ยกับอี้ฮวาขึ้นว่า
"ถ้าเรายังกลับร่างกันไม่ได้ ข้าว่าเราควรอยู่ด้วยกันตลอดเวลานะ เพื่อจะได้ไม่ถูกจับได้ ว่ามั้ย"
อี้ฮวาได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าให้เป็คำตอบ แต่จะใช้วิธีไหนให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลากันล่ะ
เมื่อเยว่เล่อที่เห็นอี้ฮวาพยักหน้าเห็นด้วย เขาก็เสนอความคิดของเขาขึ้นต่อว่า
"หากพวกเราแต่งงานกันก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาได้"
อี้ฮวาคิดตามคำพูดนั้น นางคิดไปถึงท่านพ่อท่านแม่ของนางที่แต่งงานกัน ก่อนหน้านี้ทั้งคู่แยกจากกัน หลังจากแต่งงานทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันมาตลอด แถมยังเคยได้ยินท่านพ่อพูดกับท่านแม่อีกว่า 'ชาตินี้เราจะไม่มีทางแยกจากกันอีก' ดังนั้นอี้ฮวาจึงรู้สึกว่าแผนการแต่งงานนี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน แถมนางจะได้ไม่ต้องทรมานนั่งเรียนอยู่คนเดียว อย่างน้อยก็ยังมีเขามานั่งอยู่เป็เพื่อนนางด้วยอีกคน นางจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
"แต่งงานก็ดี แล้วพอกลับร่างเราค่อยเลิกแต่งงานเนอะ"
เยว่เล่อก็เห็นดีด้วยกับความคิดนี้ ดังนั้นนอกจากไปขอเงินมาคืนพี่อี้ผิงแล้ว ทั้งสองยังจะไปบอกฮองเฮาให้รับรู้เื่ที่พวกเขาจะแต่งงานด้วย
---------------------------
นางกำนัลด้านหน้า เมื่อเห็นเด็กน้อยสองคนก็รีบไปรายงานฮองเฮาทันที ฮองเฮาได้ยินดังนั้น ก็ให้พาสองเด็กน้อยเข้ามาหา
" เสด็จแม่"
เยว่เล่อที่เห็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น โดยที่ลืมไปว่าตนเองอยู่ในตอนนี้อยู่ในร่างของอี้ฮวา
" เสด็จแม่ของเยว่เล่อ ถวายบังคมเพคะ"
เยว่เล่อหัวเราะเขินๆ ก่อนจะเอ่ยแก้ประโยคที่พูดผิดออกมา
ฮองเฮาหรี่ตามองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู นางรู้สึกว่าเด็กสาวตรงหน้าช่างดูคล้ายโอรสคนเล็กของนางจริงๆ
"ถวายบังคมเสด็จแม่พะยะค่ะ"
ฮองเฮาพยักหน้ารับก่อนอ้าแขนเตรียมรอลูกชายวิ่งเข้ามาในอ้อมกอด
อี้ฮวาได้แต่ยืนงงกับท่าทางของฮองเฮา เยว่เล่อที่เห็นดังนั้นก็สะกิดให้นางวิ่งเข้าไป แต่ไหนเลยอี้ฮวาจะเข้าใจได้ นางยังคงยืนงงอยู่ที่เดิม จนเยว่เล่อที่ยืนอยู่เดินไปผลักหลังนางเบาๆ พร้อมกระซิบว่า
"กอดๆ"
อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจในทันที จึงวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของฮองเฮา
ฮองเฮาที่เห็นสองเด็กน้อยกระซิบกันไปมาก่อนจะวิ่งเข้ามากอดนางเหมือนอย่างเคยก็ได้แต่สงสัย หรือโอรสของนางจะโตแล้วกันนะ ถึงต้องขออนุญาตเด็กสาวข้างๆเสียก่อน นางได้แต่ขบขันตัวเองอยู่ในใจ เด็กอายุเท่านี้จะไปรู้จักความรักได้อย่างไร แต่ก่อนที่นางจะคิดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงโอรสสุดที่รักพูดขึ้นว่า
"เสด็จแม่ หม่อมฉันอยากขอเงินซื้อเครื่องประดับให้อี้ฮวาหน่อยนะ พะยะค่ะ"
ฮองเฮาที่กำลังขบขันกับความคิดตัวเอง เมื่อได้ยินเยว่เล่อพูดขึ้น ก็ชะงักไปนิดหนึ่ง โอรสของนางเริ่มใช้เงินจีบสาวแล้วหรือนี่
"เครื่องประดับอะไรหรือ"
"เอ่อ เป็เครื่องประดับที่สวยมากๆเลยพะยะค่ะ"
อี้ฮวาไม่รู้ว่าเครื่องประดับที่เยว่เล่อซื้อมาคืออะไร จึงได้แต่ตอบแบบนั้น
"ฮ่าๆๆ ลูกแม่รู้จักเอาใจสาวั้แ่อายุเท่านี้เชียวหรือ"
ฮองเฮาพูดออกมาอย่างขบขันก่อนจะถามต่อว่า
"ลูกรัก ลูก้าเงินเท่าไหร่"
" 5พันตำลึง พะยะค่ะ"
"เท่าไหร่นะ!!! "
" หม่อมฉันซื้อมา 5 พันตำลึงพะยะค่ะ"
"ลูกซื้อมาแล้วงั้นหรือ"
"พะยะค่ะ จวนแม่ทัพอี้จ่ายให้ก่อนพะยะค่ะ"
ฮองเฮาที่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตาโตจ้องไปที่เด็กน้อยทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า นอกจากจะใช้เงินซื้อของเอาใจเด็กสาว ยังติดค้างค่าของไว้อีก สงสัยนางคงต้องสอนเขาใหม่เสียแล้ว
"ลูกรู้ไหมเงิน 5 พันตำลึงมันมากมายแค่ไหน ประชาชนทั่วไปใช้เงินเดือนละไม่ถึง 10 ตำลึงเลยนะ"
"แล้วเสด็จแม่ใช้เดือนเท่าไหร่หรือพะยะค่ะ"
ฮองเฮาได้ยินคำถามก็อึ้งจนพูดไม่ออก นางใช้เงินเดือนละเท่าไหร่กันนะ นางไม่เคยคิดถึงเื่นี้เลย ไหนจะค่าแป้งกับค่าครีมบำรุงผิวก็น่าจะ ประมาณ 100 ตำลึงได้ล่ะมั้ง ค่าตัดชุดครั้งนึงก็ ถึงพันตำลึงไหมนะ ค่าตบรางวัลให้คนมีความดีความชอบ เอิ่ม ก็น่าจะหลายอยู่ เอ หนึ่งเดือนใช้เงินไปกี่ตำลึง คิดยากจริงๆ
เมื่อคิดไปคิดมา นางไม่มีคำตอบให้ตัวเอง ไหนเลยจะมีคำตอบให้โอรสของนางได้ นางกระแอมออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"วังหลวงมีคนมากมาย ค่าใช้จ่ายที่ต้องจัดการก็ต้องมีมากกว่าประชาชนทั่วไปเป็ธรรมดา ช่างเถอะ เดี๋ยวแม่ให้ตงมามาไปเบิกเงินมาคืนให้"
ฮองเฮาเรียกมามาคนสนิทมากล่าวสองสามประโยคก่อนจะจากไป จากนั้นนางก็หันมาสอนโอรสของนางขึ้นว่า
"หากครั้งหน้าลูกจะซื้ออะไรต้องมาบอกแม่ก่อนนะ เข้าใจไหม"
อี้ฮวาในร่างเยว่เล่อพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน การเป็เ้าตัวนิสัยไม่ดี ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ นางได้แต่คิดในใจ
เยว่เล่อที่อยู่ในร่างอี้ฮวาได้แต่ยืนฟังนิ่งๆ ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา ตอนนี้เขาเป็อี้ฮวา เขาจะพูดอะไรได้ที่ไหนกัน เขาได้แต่คิดเงียบๆอยู่ในใจว่า หากเสด็จแม่ไม่ยอมให้เงิน เขาจะบอกอี้ฮวาที่อยู่ในร่างของเขาไปอ้อนขอจากเสด็จพ่อ
แม้เสด็จพ่อจะเป็คนเข้มงวด แต่ก็ตามใจเขาที่สุดเช่นกัน เสด็จพ่อเป็ถึงฮ่องเต้ เงินเล็กน้อยแค่นี้ไม่อยู่ในสายตาหรอก ใช่ไหมหล่ะ
โชคดีที่เสด็จแม่ของเขาก็ใจดีเช่นกัน ดังนั้นเขาก็แอบยิ้มอย่างดีใจที่ขอเงินไปคืนอี้ผิงได้สำเร็จ
ฮองเฮาที่เห็นเด็กสาวอมยิ้มก็อดสงสัยขึ้นไม่ได้ว่า
"ว่าแต่เครื่องประดับอะไรกัน เหตุจึงมีราคาสูงเช่นนี้"
"เป็เยว่เล่อเลือกให้หม่อมฉันเองเพคะ หากเสด็จ... หากฮองเฮา้าทอดพระเนตรเดี๋ยวหม่อมฉันให้คนไปนำมาเพคะ"
เยว่เล่อเอ่ยตอบขึ้นเอง ก็เขาเป็คนเลือกจริงๆนี่นา
ฮองเฮาที่ได้ยินดังนั้นก็หรี่ตามองโอรสของตัวเอง เ้าตัวน้อยเลือกเครื่องประดับเป็ด้วยงั้นหรือ แถมเลือกทีเลือกซะราคาสูงจนน่าใ แม้จะมีเครื่องประดับที่ราคาสูงกว่านี้อีกมากมาย แต่ราคานี้ก็ถือว่าสูงอยู่ดี
อี้ฮวาที่ถูกฮองเฮาจ้องมองก็ประหม่า กลัวว่าฮองเฮาจะเปลี่ยนใจไม่คืนเงินให้พี่อี้ผิงจึงรีบพูดขึ้นว่า
"เป็หม่อมฉันเลือกเองพะยะค่ะ มันสวยมากๆเลย"
จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็นั่งสนทนากันจนมีสาวใช้นำเครื่องประดับเข้ามาด้านในให้ฮองเฮาทอดพระเนตร
เมื่อฮองเฮาได้ทอดพระเนตรเครื่องประดับชุดนั้นก็อดประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้ เครื่องประดับชุดนี้งดงามมาก หากบอกว่าราคาสูงกว่าที่พวกเขาบอกนางก็เชื่อ โอรสของนางนี่มีสายตาที่ใช้ได้ทีเดียว เป็เครื่องประดับที่เข้ากับแม่หนูผู้นี้จริงๆ
อี้ฮวาที่เพิ่งเคยเห็นเครื่องประดับที่ว่าเป็ครั้งแรกก็ดวงตาเป็ประกายขึ้นมาทันที มันสวยงามมากจริงๆ
ระหว่างที่นางกำลังชมเครื่องประดับ สองเด็กน้อยก็ซุบซิบกันขึ้นว่า
"เ้าอย่าลืมคุยกับเสด็จแม่เื่แต่งงานล่ะ"
"จริงสิ่ข้าลืมไปเลย ได้ๆ เชื่อมือข้าเถอะ"
ฮองเฮาที่เห็นสองเด็กน้อยยังคงซุบซิบกันก็มองไปที่พวกเขาอย่างสงสัย พวกนั้นคงไม่มีเื่แปลกๆมาให้นางประหลาดใจอีกหรอกนะ
ดังคาดเมื่อโอรสของนางเอ่ยขึ้นว่า
"เสด็จแม่ หม่อมฉันอยากแต่งงาน"
ฮองเฮาที่ได้ยินถึงกับอ้าปากค้างอย่างลืมเก็บอาการ ก่อนจะรู้สึกตัวแล้ววางสีหน้าเรียบเฉยก่อนถามขึ้นว่า
"ลูกจะแต่งงานกับใคร"
"หม่อมฉันอยากแต่งกับนางพะยะค่ะ"
กล่าวจบอี้ฮวาก็ชี้ไปทางร่างของตัวเองตรงหน้าทันที เมื่อฮองเฮามองตามมือก็พบเด็กน้อยที่อายุไม่ต่างกับโอรสของตัวเองยืนฉีกยิ้มหวานส่งให้
"ลูกรู้ไหมว่าแต่งงานคืออะไร"
"แต่งงานคือการจะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาพะยะค่ะ"
ฮองเฮาได้แต่อึ้งในคำตอบของโอรสตัวเอง มันไม่ใช่คำตอบที่ผิดหรอก แต่เอ๊ะเหมือนมีอะไรไม่ถูกอยู่นะ แต่นางก็คิดไม่ออกว่ามันไม่ถูกตรงไหน
"หม่อมฉันแต่งงานกับนางไม่ได้หรือพะยะค่ะ"
อี้ฮวาเอียงคอถามด้วยความสงสัย เหตุใดพวกเขาถึงแต่งงานกันไม่ได้ล่ะ
" พวกเ้ายังไม่โตพอ จะแต่งงานได้อย่างไร"
"แล้วต้องโตเท่าไหร่ถึงแต่งงานได้หรือพะย่ะค่ะ
เอิ่ม ต้องเท่าไหร่ดีนะ นางก็ไม่รู้เช่นกัน จึงไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่กลับตั้งคำถามกลับแทน
"แล้วเหตุใดลูกถึงอยากแต่งงาน"
"เพราะหม่อมฉันอยากอยู่กับนางตลอดเวลา"
" แล้วเหตุใดเ้าถึงอยากอยู่กับนางตลอดเวลา"
อี้ฮวากลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิดก่อนจะตอบขึ้นว่า
"เพราะร่างกายอี้ฮวาเป็ของหม่อมฉันพะยะค่ะ"
เยว่เล่อที่ได้ยินอี้ฮวาพูดดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมพูดสนับสนุนขึ้นว่า
"ร่างกายเยว่เล่อก็เป็ของหม่อมฉันเช่นกัน"
ฮองเฮาที่กำลังจะจิบชา ถึงกับพ่นน้ำชาออกมาอย่างเสียอาการ นางใกับคำตอบของเด็กทั้งสองจนพูดอะไรไม่ออก หากพวกเขาโตกว่านี้นางต้องโกรธจนหน้าดำหน้าแดงที่พวกเขากระทำการที่ผิดต่อธรรมเนียมเข่นนี้ แต่พวกเขา คนหนึ่งหกขวบ อีกคนยังไม่หกขวบดีเลยนะ เอ่อ จะเป็ไปได้อย่างไร
ฮองเอายกมือขึ้นนวดขมับไปมาอย่างปวดหัว นอกจากพวกคำถามที่หาคำตอบได้ยาก ยังหาเื่แปลกประหลาดมาให้นางสอนอีก นางจะสอนอย่างไรดีล่ะเนี่ย
"เื่นี้ไว้ค่อยพูดกันวันหลังเถอะ รอแม่คุยกับเสด็จพ่อเ้าก่อนค่อยว่ากัน"
นางเอ่ยตัดบทก่อนจะเลยเถิดไปไกล และพูดคุยกับทั้งสองเล็กน้อยก่อนทั้งสองจะขอตัวลากลับไป
ฮองเฮาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก สงสัยต้องปรึกษาเสด็จพี่จริงๆเสียแล้ว
---------------------
หลังออกจากตำหนักฮองเฮา อี้ฮวาและเยว่เล่อแยกกันกลับบ้านใครบ้านมัน อี้ฮวากลับตำหนัก เยว่เล่อกลับจวนแม่ทัพอี้ เพราะเขาต้องเอาเงินที่เสด็จแม่ให้มาไปคืนพี่อี้ผิง
เมื่อกลับมาถึงจวน เยว่เล่อก็นำตั๋วเงินมาให้อี้ผิง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เหตุใดองค์ชายน้อยต้องซื้อของราคาแพงเช่นนี้ให้อี้ฮวาด้วย ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ ดังนั้นแม่ทัพอี้คิดไว้ว่า พรุ่งนี้เขาจะขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเพื่อขอคำอธิบายเื่นี้