คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    สัญชาตญาณที่หิวโหย

    ติ๊ง!

    เสียงสัญญาณที่คุ้นเคยดังขึ้น 

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 15 มีนาคม]

     

    "เฮือก!"

    อคินสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ร่างกายสะดุ้งโหยงเหมือนคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ 

    อากาศเย็นชื้นและกลิ่นหอมจางๆ ของยางไม้ไหลทะลักเข้าสู่ปอดแทนที่กลิ่นสนิมและฝุ่นผงที่เขาจำได้แม่นยำ

    เขาไม่ได้นอนอยู่บนพื้นคอนกรีตแข็งกระด้างของดาดฟ้าตึกร้าง... 

    แต่สัมผัสที่แผ่นหลังคือความนุ่มนวลของฟูกหญ้าแห้งที่ถักทออย่างประณีต

    เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือเพดานไม้ที่โค้งมนและแสงสีส้มนวลตาจากโคมไฟผลึกแก้วที่แขวนอยู่มุมห้อง

    "ที่นี่..."

    อคินพยักหน้ากับตัวเอง ความทรงจำค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา 

    เขาอยู่ใน 'บ้าน' บ้านต้นไม้ในค่ายประตูน้ำตกพลิ้ว... 

    แต่เดี๋ยวก่อน...

    สายตาของเขาโฟกัสกลับไปที่หน้าต่างระบบโปร่งแสงที่ยังลอยเด่นอยู่กลางอากาศ

    "15 มีนาคม"

    อคินทวนคำเสียงแหบพร่า คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม 

    "เดี๋ยวสิ ระบบ... ฉันต้องตื่นวันที่ 14 ไม่ใช่เหรอ เมื่อวานฉันตื่นตอนเช้าแล้วใช้เวลาไปแค่ 2 ชั่วโมงก่อนจะสลบไป น่าจะยังเหลืออัก 6 ชั่วโมงหนิ? "

    ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที หัวใจเต้นรัว

    "เฮ้! ตอบหน่อยสิ นี่มันบั๊กหรือเปล่า?"

    ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ข้อความใหม่จะปรากฏขึ้น 

    ตัวอักษรไม่ได้กะพริบถี่เหมือนข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติปกติ แต่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัว ราวกับมีใครบางคนกำลังพิมพ์มันสดๆ

     

    [การตื่นในช่วงเวลากลางวันจะส่งผลให้ระยะเวลาเชื่อมต่อลดลงเหลือ 2 ชั่วโมง ต่างจากการตื่นในช่วงเวลากลางคืนที่จะเชื่อมต่อได้ 8 ชั่วโมง]

     

    คำอธิบายนั้นดูเป็นเหตุเป็นผลในเชิงเทคนิค แต่อคินรู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ 

    มันดูเหมือนข้อแก้ตัวของเพื่อนที่มาสายมากกว่าคำตอบของปัญญาประดิษฐ์

    "งั้นแสดงว่าถ้าเป็นเวลากลางคืน ฉันตื่นตอนไหนก็มีเวลา 8 ชั่วโมงใช่ไหม นายเคยปลุกฉันสายมาสองสามครั้งแล้ว"

    อคินหรี่ตาจ้องมองหน้าต่างระบบ ราวกับจะมองทะลุไปเห็นใครบางคนที่อยู่เบื้องหลัง

    "นายมีลิมิตการปลุกแค่ไหนกันแน่? หรือนายพลังงานหมด?"

     

    [...]

     

    เคอร์เซอร์บนหน้าจอกะพริบอยู่สองสามครั้ง เหมือนระบบกำลัง 'คิด' หาคำตอบ ก่อนที่ข้อความสั้นๆ ห้วนๆ จะเด้งขึ้นมา

     

    [คำเตือน: ผู้ใช้งานควรรีบใช้เวลาที่มีจำกัดให้คุ้มค่า เลิกสงสัยในสิ่งที่ระบบคำนวณมาดีแล้ว]

    [ภารกิจแนะนำ: สำรวจสภาพแวดล้อมและหาอาหาร]

     

    "ดูพูดเข้า... เอะอะก็ตัดบท" 

    อคินถอนหายใจ พลางส่ายหัว 

    "เอ่อน่า ไม่ถามแล้วก็ได้ ขี้งอนจริง"

    เขาล้มตัวลงนอนแผ่หลากับพื้นฟูกอีกครั้ง พยายามปรับอารมณ์

    ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แนบชิดอยู่ข้างกาย เมื่อหันไปมอง รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

    เจ้าก้อนขนสามก้อนนอนขดตัวเบียดเสียดกันอยู่ข้างเอวเขา 

    'ส้มซ่า' แมวสีส้มลายสลิดนอนหงายท้องโชว์พุงขาวๆ 

    'ปลาเผา' แมวสีสลิดเทานอนทับขาเขาไว้แน่น 

    ส่วน 'บัวลอย' แมวสามสีตัวน้อยซุกหน้าอยู่กับแขนของเขา

    เสียงกรน ครืด... ครืด... ของพวกมันประสานกันเป็นจังหวะที่น่าฟังที่สุดในโลก

    "อย่างน้อยพวกแกก็ยังอยู่ครบสินะ" 

    อคินกระซิบ พลางยื่นมือไปลูบหัวบัวลอยเบาๆ สัมผัสนุ่มลื่นของขนแมวทำให้เขารู้สึกสงบอย่างประหลาด

    แต่ในขณะเดียวกัน... ท้องของเขาก็ร้องโครกคราก เสียงดังสนั่นจนปลาเผาสะดุ้งตื่น

    "หิว..."

    ความรู้สึกหิวโหยที่รุนแรงตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย มันไม่ใช่แค่ความหิวข้าวแกงธรรมดา 

    แต่เป็นความกระหายที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาจินตนาการถึงเนื้อสดๆ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ... 

    ภาพหนูตัวอ้วนพีวิ่งผ่านเข้ามาในหัวทำให้น้ำลายเขาสอโดยไม่รู้ตัว

    อคินสะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดนั้นออกไป

    "สงสัยจะหิวจนตาลาย... ไปหาอะไรกินดีกว่า"

    อคินค่อยๆ ย่องออกจากบ้านต้นไม้ พยายามไม่ให้พวกแมวตื่น เขาไต่บันไดลิงที่ทำจากเถาวัลย์เหนียวลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง

    อากาศยามค่ำคืนของค่ายประตูน้ำตกพลิ้วเย็นสบาย 

    แสงไฟจากตะเกียงเรืองแสง ที่ติดตั้งตามทางเดินส่องสว่างเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศดูเหมือนหมู่บ้านในนิทานแฟนตาซี

    เมื่อเท้าแตะพื้นดิน เงาตะคุ่มขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้ามาหาเขา

    "โฮ่ง!"

    "เฮ้ย! โบ้! เบาๆ เดี๋ยวคนอื่นตื่น!" 

    อคินรีบจุ๊ปาก

    เจ้า 'โบ้' หมาพันทางลายด่างขาวดำที่ตอนนี้ดูตัวใหญ่และบึกบึนกว่าหมาทั่วไป กระดิกหางรัวจนก้นสะบัด 

    มันเอาหัวตัวใหญ่ๆ ถูไถกับขาของเขาอย่างรักใคร่

    "ขอโทษทีนะที่ทิ้งให้นอนข้างล่าง ขึ้นไปไม่ได้สินะ" 

    อคินเกาหลังหูให้มัน โบ้หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

    "อ้าว ตื่นแล้วเหรอพ่อหนุ่มนิทรา"

    เสียงทักทายทุ้มต่ำดังขึ้นจากศาลานั่งเล่นใกล้ๆ 

    อคินหันไปพบกับร่างยักษ์ของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบยามสีกากีที่ดูคับติ้ว

    "พี่ไม้? สวัสดีครับ" 

    อคินยกมือไหว้

    'ไม้' ยามกะเย็นผู้ใจดียิ้มกว้างจนตาหยี เขาเป็นคนแรกๆ ที่อคินรู้จักเมื่อมาถึงที่นี่

    "เมื่อวานไม่เห็นหน้าเลย หายไปไหนมาล่ะ?" 

    ไม้ถามพลางเดินเข้ามาตบไหล่อคินเบาๆ แต่แรงตบนั้นทำเอาอคินแทบเซ

    "เอ่อ... น่าจะหลับเพลินน่ะครับ เพลียๆ จากการเดินทาง" 

    อคินตอบเลี่ยงๆ

    "หลับข้ามวันข้ามคืนเลยนะเรา พ่อหนุ่มพลังเยอะ" 

    ไม้หัวเราะร่า 

    "หิวหรือยัง? โรงอาหารยังเปิดอยู่นะ ปิดสองทุ่ม ไปหาอะไรกินกันไหม"

    โรงอาหารของค่ายประตูน้ำตกเป็นอาคารไม้โปร่งโล่ง 

    กลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยคลุ้งไปทั่ว อคินรู้สึกเหมือนสวรรค์โปรดเมื่อเห็นข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ร้อนๆ ตรงหน้า

    "กินเยอะๆ พ่อหนุ่ม กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" 

    ไม้เลื่อนจานข้าวมาให้

    อคินตักข้าวคำโตเข้าปาก รสชาติเผ็ดร้อนของพริกแกงและความหวานมันของกะทิทำให้เขาแทบน้ำตาไหล 

    นี่คืออาหารมื้อแรกที่เป็น 'อาหารมนุษย์' จริงๆ ในรอบสองเดือน

    "อร่อยมากครับพี่..." 

    เขาพูดทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก

    โบ้ที่นั่งรออยู่ข้างโต๊ะส่งสายตาอ้อนวอน น้ำลายย้อยมุมปาก 

    ส่วนแก๊งแมวสามตัวที่เพิ่งตามกลิ่นลงมาถึงก็นั่งเรียงหน้ากระดานมองกดดันอยู่บนม้านั่ง

    อคินทนสายตาเวทนาไม่ไหว จึงแอบแบ่งเนื้อไก่ชิ้นโตให้โบ้ และเขี่ยเศษปลาทอดให้พวกแมว

    "อุ๊ย! อย่านะพ่อหนุ่ม!"

    เสียงแม่ครัวตะโกนลั่นมาจากเคาน์เตอร์ นางชี้นิ้วมาที่กลุ่มสัตว์เลี้ยงด้วยสีหน้าดุๆ

    "ที่นี่ห้ามสัตว์เลี้ยงกินอาหารคน! มันเปลืองทรัพยากร! แล้วพวกมันจะเสียนิสัย!"

    อคินสะดุ้งโหยง รีบชักมือกลับ 

    "ขะ... ขอโทษครับป้า"

    "โน่น! อาหารสัตว์อยู่มุมโน้น! เป็นอาหารเม็ดอัดแท่ง ทำจากเนื้อโปรตีนสูง ไปตักให้พวกมันกินซะ" 

    แม่ครัวชี้ไปที่ถังไม้ขนาดใหญ่ที่มุมโรงอาหาร

    อคินรีบลุกขึ้นขอโทษขอโพย แล้วเดินไปตักอาหารเม็ดสีน้ำตาลเข้มใส่ชามกะลาให้เหล่าสัตว์เลี้ยง

    โบ้ดมฟุดฟิดแล้วก้มลงกินอย่างว่าง่าย แต่พวกแมวดูจะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ 

    ส้มซ่าดมแล้วทำท่ากลบเหมือนกลบขี้ ก่อนจะจำใจกินด้วยความหิว

    อคินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกแยก... เขากินข้าวแกง พวกมันกินอาหารเม็ด

    เราเป็นมนุษย์ เขาบอกตัวเองในใจ เราคือนักรบ ส่วนพวกมันคือสัตว์เลี้ยง... ถูกต้องแล้ว

    แต่ทำไม... ลึกๆ แล้วเขากลับรู้สึกว่ากลิ่นอาหารเม็ดพวกนั้น... มันหอมน่ากินพิลึก?

    เขารีบกลับมานั่งที่โต๊ะ เพื่อกลบความรู้สึกประหลาดนั้นด้วยบทสนทนา

    "พี่ไม้ครับ... แล้วเรื่อง 'คำสาป' ของผม ฝ่ายทะเบียนเขาว่ายังไงบ้างครับ?" 

    อคินถามถึงเรื่องที่เขาเคยแจ้งไปว่าเขาตื่นได้แค่ตอนกลางคืน

    ไม้เคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยก่อนจะพยักหน้า 

    "อ๋อ เรื่องนั้นเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก ผู้การฯ เขาบอกว่าเรื่องปกติ เดี๋ยวนี้คนมี 'พันธสัญญา' แปลกๆ กับระบบเยอะแยะ บางคนต้องกินดินถึงจะใช้สกิลได้ก็มี"

    "กินดิน..." 

    อคินทำหน้าเหยเก

    "ตราบใดที่นายยังทำงานได้ ไม่ไปก่อเรื่องวุ่นวาย ก็ไม่มีปัญหา" 

    ไม้ฉีกยิ้ม 

    "นายบอกว่าเป็นคลาส 'นักรบ' ใช่ไหม?"

    "ครับ... คิดว่าใช่นะครับ"

    "ดี!" 

    ไม้ตบบ่าเขาอีกครั้ง 

    "งั้นคืนนี้เริ่มงานเลยไหม? แถวรอบนอกแคมป์มีพวกอสูรป้วนเปี้ยนเยอะ ออกไปล่าพวกมันซะ อะไรที่ฆ่าได้ก็เอาซากมาแลก 'แต้มเครดิต' ที่จุดรับซื้อ... แต้มเอาไว้แลกอาหารดีๆ แลกของใช้ หรือจะเก็บไว้เช่าบ้านที่ดีกว่านี้ก็ได้"

    ดวงตาของอคินเป็นประกาย

    "ล่ามอนสเตอร์... แลกแต้ม..."

    'นี่สิ! นี่คือชีวิตที่เขาใฝ่ฝันในโลกแฟนตาซี! ไม่ใช่พนักงานออฟฟิศที่ตอกบัตรไปวันๆ แต่เป็นนักล่าที่เลี้ยงชีพด้วยคมดาบ!'

    ...

     

    ราตรีกาลมาเยือนอย่างสมบูรณ์

    อคินยืนอยู่หน้าประตูค่าย สูดอากาศเย็นเข้าปอด มือกระชับมีดเดินป่าที่ได้รับแจกมาแน่น

    "เอาล่ะทุกคน... วันนี้เราจะแสดงให้โลกเห็นว่า 'ปาร์ตี้อัศวินรัตติกาล' เจ๋งแค่ไหน!"

    เขาประกาศก้อง แต่ผู้ฟังมีเพียงหมาหนึ่งตัวกับแมวสามตัวที่มองเขาตาปริบๆ

    'ด่าง' กับ 'ขาว' หมาเจ้าถิ่นที่เคยร่วมแก๊ง ตอนนี้สวมปลอกคอที่มีตราสัญลักษณ์ 'ยาม' อย่างภาคภูมิใจ

    พวกมันยืนเฝ้าประตูค่ายและเห่าส่งอคินเบาๆ

    เหมือนจะบอกว่า โชคดีนะเพื่อน ตอนนี้พวกข้ามีสังกัดแล้ว

    ...

    ปาร์ตี้ของคินที่เหลือเพียงเขา โบ้ ส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย พากันออกล่าในพื้นที่รอบๆ ทางเข้า

    "โบ้! นายเป็นแนวหน้า! ใช้สกิลแทงค์เลย!"

    อคินสั่งการด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม

    โบ้รับคำสั่งอย่างรู้งาน มันพุ่งตัวออกไปในพุ่มไม้รกชัฏ

    แสงสีแดงจางๆ เรืองรองขึ้นภายใต้ผิวหนังของโบ้

    มัดกล้ามเนื้อของมันขยายตัวขึ้นชั่วขณะ เปลี่ยนสุนัขพันทางให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารขนาดย่อม

    แกรก! ฟ่อ!

    เสียงขู่ฟอดดังขึ้นจากโพรงไม้ เบื้องหน้าคือ "หนูยักษ์กลายพันธุ์" สามตัว ขนาดตัวเท่าลูกสุนัข ดวงตาสีแดงก่ำเขี้ยวโง้งยาวโงก

    หนูตัวแรกพุ่งเข้าใส่โบ้ แต่โบ้ไม่หลบ มันใช้ไหล่หนาๆ กระแทกสวนกลับ

    ตึง!

    ร่างของหนูยักษ์กระเด็นกลิ้งไปหลายตลบ มึนงงจากการปะทะ

    "จังหวะนี้แหละ! หน่วยลอบสังหาร!" อคินตะโกนสั่ง

    เงาสีดำเล็กๆ สามสายพุ่งวาบจากความมืด

    ส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย เคลื่อนที่ด้วยความเงียบเชียบจนน่าขนลุก พวกมันไร้เสียงฝีเท้า

    ปลาเผากระโดดเกาะหลังหนูตัวที่สอง กรงเล็บที่เรืองแสงสีขาวจากสกิล [ตะปบ]

    ตะปบเข้าที่เส้นเอ็นหลังคออย่างแม่นยำ เลือดสีคล้ำสาดกระเซ็น

    ส้มซ่าและบัวลอยร่วมมือกันรุมหนูตัวสุดท้าย ทั้งกัดและข่วนสลับไปมาจนศัตรูจับทางไม่ถูก

    อคินวิ่งเข้าไปเสริมทัพ สายตาของเขาจับจ้องไปที่หนูตัวแรกที่กำลังจะลุกขึ้น

     

    [ตรวจพบจุดอ่อนบริเวณลำคอใต้ขากรรไกร]

     

    ข้อความระบบเด้งขึ้นในสายตา อคินไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปเสียบมีดเข้าที่จุดนั้นอย่างแม่นยำ

    ฉึก!

    หนูยักษ์กระตุกเกร็งและแน่นิ่งไป

    "สำเร็จ!"

    อคินชูมือขึ้นฟ้าด้วยความสะใจ

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:30:00]

     

    'เวลาตีสองครึ่งแล้วเหรอเนี้ย ต้องรีบกลับแล้ว'

    อคินคิดในใจเดินถือซากหนูยักษ์ห้าตัวกลับมาที่หน้าประตูค่ายด้วยท่าทางองอาจ

    ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ราวกับแม่ทัพที่พิชิตศึกใหญ่

    "ณัฐ! ดูนี่ครับ!"

    เขาตะโกนเรียกยามกะดึก

    'ณัฐ' ชายหนุ่มร่างผอมสูง หน้าตาดูง่วงนอนตลอดเวลา ละสายตาจากการเหลาไม้ในมือ เงยหน้าขึ้นมอง

    "กลับมาแล้วเหรอครับ... หือ?"

    ณัฐเลิกคิ้วมองกองซากสัตว์ที่อคินลากมา

    "ผลงานคืนแรกครับ! หนูยักษ์สามตัว! ตัวเบ้อเริ่มเลย!"

    อคินยืดอกรอรับคำชม และรอฟังจำนวนแต้มเครดิตที่จะได้รับ

    ณัฐลุกขึ้นเดินมาดูใกล้ๆ เขาใช้ปลายมีดเขี่ยซากหนูพลิกไปมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะถอนหายใจยาว

    "เฮ้อ..."

    "ครับ?"

    รอยยิ้มของอคินเจื่อนลง

    "มีอะไรเหรอครับ?"

    "น่าเสียดายครับคุณอคิน"

    ณัฐส่ายหน้า

    "พวกนี้... ไม่มีราคาครับ"

    "ห๊ะ? ไม่มีราคา?"

    อคินเสียงหลง