ผมและธรณีได้กลับไปเยือนเซนทรัลพาร์กอีกครั้งสถานที่นัดผมคือบริเวณลานอเนกประสงค์ที่อยู่ใกล้ ๆ กับจุดทางเข้าเอฟอีเอช่วงเวลาที่ปกติจะเป็นแอ่งน้ำตื้น ๆ ที่มีน้ำพุตรงกลางตกแต่งสามารถเปลี่ยนเป็นลานโล่ง ๆได้ด้วยการสูบน้ำออกจากพื้นที่ด้วยกลไกบางอย่างที่รู้แค่ว่าอาศัยฐานรองด้านใต้ที่ปรับระดับสูงต่ำได้จากนั้นประชาชนสามารถรวมกลุ่มมาใช้พื้นที่นี้ได้อย่างเสรี ไม่ว่าจะเพื่อจัดงานเลี้ยงปราศรัย ทำเวิร์คช็อป จัดประชุมสมนา เพียงแต่ต้องลงคิวแจ้งวัตถุประสงค์ต่อพนักงานราชการของจังหวัดไว้ล่วงหน้าทีแรกผมก็นึกว่ายุคนี้จะมีระบบป้องกันฝนที่ทันสมัยเป็นโดมหลังคาโปร่งใสซึ่งเปิดปิดได้แต่กลายเป็นว่ามีข้อมูลพยากรณ์อากาศเฉพาะจุดที่แม่นยำแทน ยืนยันแล้วว่าโอกาสฝนตกมีเพียง0.1% จึงเลือกใช้สถานที่กลางแจ้งหวังว่าจะไม่โชคร้ายฝนตกเหมือนตอนที่ผมไปเวทีปราศรัยพรรคอัตตา
ระหว่างเดินทางมาที่นี่ทีแรกผมขอร้องให้ธรณีใช้แอปแอนติสตอล์กเกอร์ (Anti-StalkerApp) รู้มาว่าแอปนี้สามารถแจ้งว่ามีใครกำลังติดตามตนเองอยู่ภายในรัศมีที่ตั้งค่าไว้ได้ยังใช้ข้อมูลจากจีพีเอสรู้ได้อีกว่าเขาติดตามมากี่นาทีแล้ว หากเกินเกณฑ์สงสัยที่กำหนดไว้ก็สามารถแจ้งตำรวจได้ทันท่วงทีหรือจะกดดูเส้นทางการเดินรายบุคคลได้ เอไอจะช่วยวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของผู้สะกดรอยตามคนนั้นแต่จะเปิดการใช้งานได้ ต้องขออนุญาตตำรวจก่อนเพราะต้องอาศัยข้อมูลจีพีเอสของทุกคนภายในอาณาเขต อีกอย่างตำรวจจำเป็นต้องรู้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เพื่อปกป้องสิทธิของผู้อื่นด้วยหลังจากที่เปิดใช้งานแล้วทั้งตำรวจและผู้ใช้ก็จะสามารถดูข้อมูลได้ทั้งคู่ ผมไม่อยากมอบตัวกับตำรวจจึงตัดใจจากแอปวิเศษนี้ไป
“งั้นให้นายเป็นคนเปิดการใช้งานได้ไหมใช้รูปที่ถ่ายติดนายพร้อมกับฉันเป็นหลักฐานก็ได้” ผมลองเสนอเล่น ๆ
“ไม่ได้หรอกตำรวจก็จะสงสัยอยู่ดีว่าทำไมไม่มีรูปเราเดี่ยว ๆ” ธรณีปฏิเสธเสียงแข็งความคิดชั่ววูบผมนึกจะถ่ายรูปเพื่อนเพิ่มตอนนี้เลยไปเป็นหลักฐานแต่คิดไปคิดมาก็คงไม่เนียนอยู่ดี เผลอ ๆ มีคำถามมากกว่าเดิมอีก
ผมเลยเปลี่ยนเรื่องไปเป็นการก่อร่างสร้างตัวของพรรคที่เพื่อนทำ
“แล้วทำไมท่านไม่ไปพูดในพื้นที่เอฟอีเอตั้งแต่ครั้งก่อนจะได้เชิญคนที่อยากร่วมพรรคกับท่านมาเข้าร่วมซะเลย”
“ง่ายๆ...” ธรณีหัวเราะเบา ๆ “เพราะว่ามันยังไม่เป็นรูปเป็นร่างอะไรเลย”
ธรณีชี้แจงเพิ่มเติมว่า ถ้าเป็นรูปเป็นร่างดีขึ้นอาจจะค่อยไปหาสมาชิกเพิ่มในพื้นที่เอฟอีเออีกครั้ง อย่างน้อยก็อยากมีนโยบายเรือธงกับอุดมการณ์ในแต่ละด้านก่อน
พวกเรามาถึงพื้นที่จัดงานซึ่งห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ประดับไฟนีออนสีสันสดใสสวยงามมีดนตรีเปิดคลอเป็นพื้นหลังดังพอประมาณหลอดไฟเหล่านั้นเปลี่ยนสีตามจังหวะอารมณ์ของดนตรีผมสัมผัสถึงไอเย็นที่พ่นมาจากเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ด้านในมีการรักษาความปลอดภัยด้วยเสาตำรวจและเทปอัจฉริยะ พร้อมทั้งแจกอุปกรณ์เอ็มซีเอสซี เช่นเดียวกับเวทีปราศรัยของพรรคอัตตาผมแปลกใจว่างานเล็ก ๆ ขนาดนี้ต้องตรวจอาวุธกันจริงจังขนาดนี้ด้วยหรือ
ผมผ่านด่านตรวจไปได้อย่างง่ายดายเพราะเคยชินขั้นตอนแล้ว บริเวณจุดศูนย์กลางล้อมรอบบริเวณเสาน้ำพุซึ่งตอนนี้ระบายน้ำออกหมดกลายเป็นพื้นแห้ง แล้วปรับระดับพื้นให้สูงต่ำเสมอกันมีคนมาร่วมเสวนามากกว่าที่ผมคิด เสียงสนทนาของพวกเขาคลอไปกับเสียงดนตรีของฉากหลังธรณีบอกว่าในกลุ่มปฏิรูปไทยใหม่ที่เขาเข้าร่วมเป็นกลุ่มที่แลกเปลี่ยนความเห็นอิสระมีสิ่งร่วมเพียงอย่างเดียวคือการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นอยากแก้ไขปัญหาสังคมบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นอุดมการณ์เฉดไหน ขวา กลางหรือซ้ายก็ได้หมดผมรู้สึกถึงพลังของผู้คนที่หลงใหลในการเมืองและมีความหวัง เชื่อมั่นว่าประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่านี้ได้ไม่อาจทราบได้ว่าจะไปสิ้นสุดที่จุดไหนสังคมยุคนี้มันเกินกว่าข้อเรียกร้องในอดีตของนักกิจกรรมอย่างผมมาไกลโขแล้วแต่มนุษย์ก็ยังไม่รู้จักพอ
{ บรรยากาศภายในงานดูสบาย ๆเหมือนงานเลี้ยงรื่นเริงธรรมดาผู้คนหลากหลายวัยยืนกันเป็นกลุ่มในพื้นที่ที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนพวกเขาแต่งชุดลำลองไม่ซ้ำกัน เหมือนที่เห็นทั่วไปตามท้องถนนไม่มีใครสวมชุดสูทเป็นทางการ มีจุดบริการอาหารบุฟเฟ่ต์ เหล่าสมาชิกนั่งเว้นระยะห่างกันมีทั้งเก้าอี้ปกติ ยืนรอบโต๊ะสูง และนั่งล้อมวงบนพื้นที่ปูเสื่อโต๊ะเก้าอี้สามชุดทำจากนาโนบอต มันเปลี่ยนรูปร่างได้ตามต้องการเหมือนกับที่ผมเคยเห็นในห้างสรรพสินค้า
ผมย่างกรายผ่านพื้นโล่ง ในโซนนี้ คนส่วนใหญ่จะถือแก้วไวน์มาสนทนาโต้วาทีกันพอไม่มีเวทีจึงไม่มีพิธีกรขึ้นไปกล่าวเปิดงานใครอยากคุยกับใครก็ตรงเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ได้อย่างเสรีไม่มีการตกแต่งด้วยป้ายประชาสัมพันธ์ขององค์กรใด ๆ ไม่มีป้ายฮอโลแกรมรณรงค์หาเสียงไม่มีการแจกใบปลิวไม่มีกระทั่งป้ายชื่อของแต่ละคนราวกับว่าพวกเขาทุกคนรู้จักกันและกันอยู่แล้วหรือไม่ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจตัวบุคคลเกินกว่าเนื้อหาที่จะคุยกันแนวคิดแบบเดียวกับการสวมหน้ากากขึ้นเวทีดีเบต
พวกเราเดินไปที่โต๊ะยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยอาหารนานาชาติรูปร่างแปลกตาแต่ละอันจะมีวีคิวอาร์โค้ดขนาดจิ๋วไว้ให้สแกนซึ่งจะบ่งบอกข้อมูลทางโภชนาการหากต้องการปรุงรสชาติหรือเพิ่มคุณค่าโภชนาการคุณสามารถนำไปเข้าตู้ทำอาหารที่คล้ายเตาไมโครเวฟ จากนั้นก็ควบคุมผ่านจอภาพเครื่องดื่มมีให้เลือกมากมายตามรสนิยมของแต่ละคน ทั้งชา กาแฟ น้ำสมุนไพรรวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากชนิดเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างมีชีวิตชีวาผมจิบกาแฟแล้วรู้สึกว่าหวานมากไป จึงนำเข้าตู้เพื่อลดปริมาณน้ำตาลแล้วเพิ่มคาเฟอีนแทน ใช้เวลาแค่สิบวินาทีก็เสร็จ ไม่ต้องชงใหม่ธรณีหยิบเบียร์แก้วหนึ่งสีเหลืองส้ม แล้วผมก็ติดสอยห้อยตามเพื่อนไปเพราะไม่รู้จักใครในที่นี้ }
พวกเราตระเวนไปทักทายคนโน้นนี้บางโต๊ะเป็นวงสนทนาของนักวิชาการ บางจุดเพื่อนผมก็พาไปคุยกับนักเคลื่อนไหวผมโบกมือทักทายเลียนแบบชายผอมสูง บางทีเขาก็หยุดสนทนาสั้น ๆ บางทีก็คุยยาวเหยียดผมจำต้องพยักหน้าเห็นด้วย และเสนอความเห็นส่วนตัวในบางครั้ง ทุกคนตั้งใจฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายแล้วก็แย้งด้วยแนวคิดตนเองไปแบบไม่เคอะเขิน และไม่กลัวว่าจะโกรธเกลียดกัน
“สงสารรัฐบาลชุดนี้เหมือนกันนะชุดก่อนทิ้งระเบิดไว้เพียบ อนุมัติโครงการที่ผูกมัดมาตั้งหลายอัน อะไรก็ไม่รู้ ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติอีก”ชายไว้หนวดคนหนึ่งพูดขึ้น ขณะยกเบียร์ขึ้นซดแล้ววางบนโต๊ะที่สูงระดับอกผมพอจับใจความจากบทสนทนาก่อนหน้านี้ได้แค่ว่าเขาเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและทำงานในหน่วยงานของรัฐ
“แต่ก็ผ่านประชามตินะ”หญิงผอมสูงคนหนึ่งที่ยืนโต๊ะเดียวกันแย้งเชิงประชดผมรู้แค่ว่าเธอเป็นเยาวชนนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมปกติพรรคการเมืองจะเข้าไปดูรายชื่อนโยบายที่มีระยะเวลาการดำเนินการข้ามรัฐบาลในเว็บไซต์ของทางการอยู่แล้วว่ามีอะไรค้างอยู่บ้างจากนั้นแต่ละพรรคการเมืองก็จะได้วางตัวชี้วัดให้สอดคล้องเผื่อตนได้เป็นรัฐบาลอาจจะปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณรายละเอียด หรือยืดเวลาเคโอไอ แต่หากต้องการยกเลิกต้องทำประชามติครั้งใหม่ต่างหากซึ่งจะใช้คะแนนเสียงข้างมากพิเศษ[1]ที่สูงกว่าเดิมเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 75% ดังนั้นหากกลัวว่านโยบายจะเปลี่ยนไปในอนาคตควรทำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติได้แต่ไม่ได้บังคับ
“ถ้าเป็นเราคงประกาศว่าจะยกเลิกตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งเลย”ธรณีออกความเห็น แล้วก็ยกแก้วเบียร์หอมนวลขึ้นจิบ
“แบบนั้นระวังเสียคะแนนโหวตนะ”ชายไว้หนวดเตือน
“ช่างมันปะไรมันไม่ตรงกับอุดมการณ์พรรคนี่” ธรณีพูดอย่างเคร่งขรึมจนหญิงผอมสูงยกนิ้วให้ในความเด็ดเดี่ยวแล้วชูแก้วขึ้นเป็นสัญลักษณ์ให้ทุกคนยกชนกันอย่างพร้อมเพรียง
ครู่หนึ่งธรณีนำผมไปสู่โต๊ะถัดไปผมสังเกตว่าการคุยของคนในที่นี้ไม่มีรูปแบบที่แน่นอนเน้นคุยเปิดกว้างภายใต้ความผ่อนคลาย บางกลุ่มตั้งต้นจากเรื่องมีสาระแต่สุดท้ายก็แวะรายทาง ไปจบที่คุยสรรพเพเหระเรื่องตลก แล้วพากันหัวเราะผมยอมรับว่าฟังเข้าใจแค่ 60% ของเรื่องทั้งหมดที่เหลือแค่เสแสร้งยิ้มแป้น ไม่ก็หัวเราะร่วนตามคนอื่นผมมาแอบหาจังหวะกระซิบถามธรณีเพิ่มเติมภายหลังจนเขาแซวว่าถามเยอะแบบนี้น่าจะเปลี่ยนอาชีพเป็นนักตั้งคำถามมากกว่านักจับใจความ
ครั้งนี้ถือว่าเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ พอควร แต่พอผ่านไปสักชั่วโมงกลับกลายเป็นความรู้สึกอึดอัดพื้นที่คนพลุกพล่านเช่นนี้ทำให้ผมห่วงหน้าพะวงหลังตลอดเวลาตำหนิตัวเองว่าไม่น่าคล้อยตามเพื่อนมาสถานที่แห่งนี้เลย คงไม่มีอีกเป็นครั้งที่สองยังไม่เห็นวี่แววสหายโผล่หัวมาสักที
[4]
“นี่คืออามาเน่...เป็นดาราชื่อดัง”ธรณีแนะนำผมให้กับหญิงวัยห้าสิบกว่าที่นั่งทานอาหารอยู่ที่โต๊ะใต้ต้นไม้ใหญ่คนเดียวเธอสวมแว่นตาสีแดงกรอบรูปหัวใจ มีผมยาวประบ่าซึ่งไล่ลำดับเฉดสีแดง ขาว และชมพูหญิงสูงวัยสวมเสื้อลูกไม้สีขาว กระโปรงสีเงินมีลวดลายเปล่งประกายวิบวับ
ธรณีก็หันมาทางผมต่อ “ส่วนนี่คือ ประชาเพื่อนนักข่าวการเมืองทุติยภูมิที่ซัมนิวส์”
“ยินดีที่ได้รู้จัก”อามาเน่ยิ้มพยักให้ เสียงฟังดูนุ่มนวลแต่มีพลัง ผมจึงต้องรีบกลืนอาหารใช้ผ้าเช็ดปาก แล้วพูดประโยคเดียวกัน
“ท่านก็สนใจเข้าร่วมพรรคเหมือนกันเหรอ”เธอถามต่อ ผมสั่นศีรษะ
“ไม่ใช่ครับ”ผมไม่อยากอธิบายว่าทำไมจึงต้องติดสอยห้อยตามเพื่อน จึงชวนหญิงแว่นแดงคุย
“ท่านมาเจอธรณีได้ไงครับ”
“เมื่อก่อนเราทำแต่งานแสดงอย่างเดียว ทั้งภาพยนตร์และละครเวทีล่าสุดก็หนุมานตะลุยอวกาศได้เป็นตัวประกอบ ไม่เคยสนใจการเมืองเลย...” อามาเน่เริ่มต้นสาธยายประวัติชีวิตยาวเหยียดผมคุ้นหน้าแล้ว เหมือนจะเคยเห็นในโปสเตอร์ที่ตั้งหน้าร้านขายเครื่องประดับด้านล่างน้ำตกเธอเล่าว่าได้ไปฟังการปราศรัยของธรณีที่เวทีเอฟอีเอครั้งหนึ่งโดยบังเอิญเพราะสามีเปิดให้ฟัง จากนั้นก็ประทับใจ กลายเป็นแฟนคลับของเพื่อนผมรู้สึกว่าหญิงคนนี้อวยเขาเกินเหตุ ราวกับว่าเป็นบทละครที่ต้องแสดงเกินจริง[2]
“จากนั้นเราก็เดลิเกตให้ธรณีตลอดพอได้ข่าวว่าธรณีจะตั้งพรรค ก็เลยทักไปดู ไม่น่าเชื่อว่าธรจะให้โอกาสเราร่วมพรรค...อื้ม อร่อย” อามาเน่เผลออุทานหลังจากใช้มือคีบซูชิชิ้นหนึ่งป้อนตนเองผมทำหน้านิ่งเฉย รู้สึกชาชินกับวิธีการกินแบบคนไทยสมัยก่อนของคนยุคนี้ไปเสียแล้วไม่ว่างานจะเป็นทางการแค่ไหนก็ไม่อาจปิดกั้นเสรีภาพส่วนบุคคลเรื่องนี้ได้พวกเขาอ้างว่าการสัมผัสความนุ่มแข็งของเนื้ออาหารจะช่วยเพิ่มความอร่อยผมยอมเป็นคนส่วนน้อยที่เชื่อว่าสัมผัสทีเดียวในช่องปากก็เพียงพอ
ผมก้มหน้าก้มตากินระหว่างฟังพวกเขาสองคนคุยกันใช้ช้อนตักข้าวผัดกะเพราขนาดพอดีคำขึ้นมารับประทานถึงข้อมูลจะเขียนว่าสูตรเน้นโภชนาการพิเศษแต่ก็ไม่รู้สึกถึงรสชาติที่ผิดแปลกไปจากปกติใด ๆธรณีกำลังอธิบายสถานการณ์ให้หญิงวัยกลางคนฟัง
“ตอนนี้ยังหาสมาชิกได้แค่ราวสิบคนอยู่เลยครับ ยังมีที่รอตัดสินใจอีกเกือบสิบคนแต่คิดว่าเขาคงไม่เข้าร่วมเพราะอุดมการณ์ไม่ใกล้เคียงกับที่เราวางไว้ทีเดียว”
“ก็ต้องมาวางเคโอไออีกใช่ไหม ยังมีงานช้างรออยู่นะ”น้ำเสียงอามาเน่แฝงความกังวลเพื่อนเคยเล่าให้ผมฟังว่าพรรคการเมืองมีส่วนประกอบสามอย่างหลักตอนนี้เขามีอุดมการณ์แล้ว กำลังวางกลยุทธ์เคโอไอ หากสำเร็จทั้งสองอย่างแล้วก็จะเหลือเพียงองค์ประกอบสุดท้ายนั่นก็คือเสียงสนับสนุนของประชาชน
“เราเองก็คิดมาบ้างแล้ว”เพื่อนผมพูดอย่างฉะฉาน น่าจะพอสร้างความมั่นใจให้เธอได้ “มีปรับกฎหมายแรงงานนโยบายป้องกันอาชญากรรมแล้วก็แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับการเลือกฝ่ายบริหารให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น...แล้วมีอะไรอีก”
“ตรวจสอบความโน้มเอียงของอุดมการณ์ ไง”
เสียงหนึ่งลอยมาจากด้านหลังผมทุกคนหันไปทางเดียวกันผมจำโทนทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์นั้นได้ก่อนที่จะเห็นร่างด้วยซ้ำในที่สุดเป้าหมายก็ปรากฏตัวในชุดสูทสีโปรดที่ใส่ทุกกาลเทศะราวกับเป็นชุดลำลอง
“อ้าว สหาย ดีใจที่ได้พบท่านอีกครั้ง”อามาเน่ทักทายด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น
[1]Supermajority จำนวนเสียงที่มากกว่าปกติที่กำหนดไว้สำหรับการผ่านกฎหมายหรือการตัดสินใจสำคัญบางอย่างเพื่อเพิ่มความเป็นฉันทามติ เช่น อาจกำหนดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเห็นชอบ 2 ใน 3 แทนที่จะเกินครึ่งก็พอ
[2]Overacting