ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 73 สุดยอดเหมันต์

    บทที่ 73 สุดยอดเหมันต์


       ‘พลังธาตุเหมันต์’ ได้ยินสิ่งที่คนรอบข้างพูดกันสายฝนก็เริ่มจริงจังขึ้น ฉับพลันเขาระวังตัวมากกว่าเดิม พลังธาตุเหมันต์อาจมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเดียวกับพลังธาตุเพลิงโลหิตของราชาวัวครึ่งปลาก็ได้ ระวังตัวเอาใว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร


       “อ๊ากกก คิงแกตาย!” วันวิ่งไปทางสายฝน มันยกดาบขึ้นเหนือหัวก่อนฟันลงมาใส่เขา เมื่อดาบใกล้ถึงตัวสายฝน เขาก็รู้สึกหนาวอย่างอธิบายไม่ถูก เขาไม่สามารถอธิบายความหนาวนี้เป็นคำพูดได้ ตัวของเขาสั่นอย่างมิอาจควบคุม


       ‘บัดซบ! มันไม่ใช่ตัวประกอบเกรดซีรึไงทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?’ สายฝนคิดว่าตนเองนั้นประเมินฝ่ายตรงข้ามใว้สูงแล้วแต่เขากลับพบว่าตัวเขาน่ะประเมินอีกฝ่ายตํ่าไป


       ไม่เหมือนศัตรูคนก่อนๆ ส่วนใหญ่ศัตรูของสายฝนจะไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นสัตว์ร้าย ศัตรูคนก่อนที่เป็นมนุษย์มีแค่สามคนเท่านั้น สามคนนั้นดารินทร์เป็นคนใช้พลังธาตุจับพวกมันมัด สายฝนไม่ได้สู้กับพวกมันเลย เขาแค่สังหารพวกมันเท่านั้น


       ดังนั้น การกล่าวว่าสายฝนเพิ่งสู้กับมนุษย์ครั้งแรกในวันนี้คงไม่ผิดนัก นิวลิน? สายฝนลอบสังหารอีกฝ่าย นั่นไม่ใช่การสู้ ชายชราที่เสียชีวิตโดยเทพวายุ? ไม่! สายฝนไม่ใช่คนควบคุมร่างและชายแก่คนนั้นก็ถูกเทพวายุฆ่าเร็วเกินไป ชายชรายังใช้ไพ่ลับบนมือไม่ถึงครึ่งเลยกลับถูกเทพวายุสังหารเสียแล้ว


       “ไอ้บ้าเอ้ย! ฉันเกือบตายแล้วนะ” สายฝนใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงหลบดาบนํ้าแข็งยักษ์ได้อย่างฉิวเฉียด ยังไม่ทันให้เขาพักหายใจแม้เพียงวินาที ดาบนํ้าแข็งยักษ์ก็ฟันมาทางเขาอีกครั้ง


       สายฝนยังคงใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงเรื่อยๆเพื่อหลบการโจมตีจากวันที่ฟันมาไม่หยุด ไม่มีจังหวะให้เขาได้โจมตีสวนกลับเลยแม้แต่น้อย สายฝนทำได้เพียงหลบเรื่อยๆ และยิ่งเขาใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเหนื่อย เวลานี้เขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเรียบร้อยแล้ว!


       ‘แม่งไม่เหนื่อยเหรอวะ?!’ สายฝนที่เพิ่งหลบดาบนํ้าแข็งยักษ์สำเร็จพลันคิดขึ้นภายในใจ แค่มองมันฟันเขาก็เหนื่อยแล้ว วันมันไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเลยรึไง?


       ตูมมมมม!


       วินาทีนั้นความเย็นที่ปลดปล่อยออกมาจากดาบนํ้าแข็งยักษ์พลันเพิ่มขึ้น ร่างกายวันเริ่มปรากฏเกล็ดนํ้าแข็งจำนวนมาก ไม่รู้ว่าเพราะสายฝนช้าลงหรือวันเร็วขึ้น สายฝนรู้สึกว่าตนเองหลบดาบนํ้าแข็งยากกว่าก่อน แถมยังเหนื่อยง่ายขึ้นด้วย


       ‘ฉันไม่สามารถต่อสู้ตรงๆกับมันได้เลย’ หลังผ่านไปสามนาทีสายฝนก็ไม่สามารถทนเป็นแบบนี้ต่อไปได้อีก หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปตัวเขาจะเหนื่อยและต้องเปิดไพ่ลับบนมืออย่างแน่นอน ฉับพลันสายฝนตัดสินใจถอยห่างจากวัน


       “คิงฉันไม่ให้แกทำตามสิ่งที่คิดหรอกนะ” วันกล่าวด้วยนํ้าเสียงเย็นชา ดูเหมือนมันจะรู้ความคิดของสายฝน วันฟันดาบนํ้าแข็งยักษ์ออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้สายฝนออกห่างจากมัน


       “เป็นอะไรไป? เงียบทำไมล่ะ? เมื่อกี้ยังอวดดีอยู่เลยหนิ แกจะทำให้ฉันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ? ดีแต่ปาก!” เห็นสายฝนหมดหนทางโจมตีสวนกลับ วันพลันพูดเยาะเย้ย


       ‘แม่งเอ้ย!’ สายฝนไม่สามารถกล่าวอะไรออกไปได้ในตอนนี้แม้ว่าอยากจะพูดก็ตาม เพราะขณะที่เขากำลังจะพูดเถียงกลับไปดาบนํ้าแข็งยักษ์ก็โจมตีมาแล้ว


       ‘มีดหั่นผลไม้ของราชันย์อยู่ที่ร่างไอ้บ้านั่น เวร! ฉันไม่น่าปามีดหั่นผลไม้ของราชันย์ไปเลย ฉันคิดน้อยเกินไป!’ สายฝนรับรู้ถึงจุดผิดพลาดของตนเอง ตัวเขาคิดน้อยเกินไป 


       ไม่คิดว่าแค่เขาปามีดไปมันจะทำให้เขาตกที่นั่งลำบากขนาดนี้ หากสายฝนมีมีดหั่นผลไม้ของราชันย์อยู่ในมือตอนนี้แม้เขาจะไม่สามารถสังหารวันได้แต่เขาก็ไม่ได้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแบบเวลานี้


       ‘ฉันต้องเรียนรู้อีกเยอะ’ เพราะได้ประสบการณ์การต่อสู้มาจากเทพวายุความอวดดีของสายฝนจึงเพิ่มมากขึ้น สายฝนเคยคิดว่าเขาซึ่งได้รับประสบการณ์การต่อสู้มาจากเทพวายุจะสามารถสังหารวันและทรีได้อย่างง่ายๆ ทว่าสิ่งที่เขาคิดมันผิด


       เขาสามารถเห็นการเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้ามได้ก็จริง เขาสามารถหลบการโจมตีฝ่ายตรงข้ามได้ก็จริง เขาสามารถโจมตีสวนกลับได้ก็จริง แต่สายฝนมองตนเองและฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป


       เขาไม่ได้มองรอบข้างเลยแม้แต่น้อย เขาไม่คิดถึงสิ่งที่ตนเองกระทำเลย ไม่ได้คิดเลยว่าถ้าทำแบบนั้นไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น


       ‘โชคดีที่ศัตรูของฉันเป็นระดับหนึ่ง ถ้าศัตรูฉันเวลานี้เป็นระดับสองหรือระดับสามฉันคงเกือบตายจนต้องใช้สุดยอดหลักประกันชีวิตไปนานแล้ว’ สายฝนรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่คู่ต่อสู้เป็นระดับหนึ่งและรู้สึกโชคดีที่เห็นความผิดพลาดของตนเอง


       คนเราไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด ความผิดพลาดไม่ใช่ทำให้เราไร้ค่าทว่ามันทำให้เรามีค่าขึ้น เราควรเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อแข็งแกร่งและเก่งยิ่งขึ้น


       “แกเป็นแมลงสาบกลับชาติมาเกิดใช่มั้ยเนี่ย?” วันหัวร้อนยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นสายฝนสามารถหลบดาบนํ้าแข็งยักษ์ได้ทุกรอบ ทั้งๆที่มันใช้พลังไปขนานนั้นแล้วมันยังไม่สามารถสังหารฝ่ายตรงข้ามได้เลย วันไม่ลังเลอีกต่อไป เพื่อล้างแค้นให้กับน้องชายที่เสียไปและเพื่อกู้หน้ากับคืนมา มันจำเป็นต้องทุ่มสุดตัว


       “สุดยอดเหมันต์” วันหยุดโจมตีสายฝนจากนั้นก็ถอยห่างออกไปและพึมพำเสียงเบาๆกับตนเอง เห็นวันหยุดโจมตีสายฝนพลันระมัดระวังตัวสุดขีด ความรู้สึกของเขากำลังบอกว่าอีกไม่นานการต่อสู้ที่แท้จริงกำลังเริ่มต้นขึ้น


       “เกิดอะไรขึ้นกัน?” โจรคนหนึ่งเป็นคนเปิดประเด็น


       มีคนเปิดประเด็นแล้วคนอื่นก็ตามมา

       “นั่นสิมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” “พวกเขาทำไมอยู่ดีๆถึงหยุดต่อสู้กันล่ะ” “ทำไมเจ้าบ้าผมฟ้านั่นถึงไม่ใช้จังหวะนี้โจมตีใส่อีกฝ่ายเล่า?! โง่จริงๆ” “หรือว่าทั้งสองจริงๆแล้วเป็นพวกกัน?” “เป็นไปไม่ได้เมื่อกี้น้องชายของไอ้นํ้าแข็งมันเพิ่งถูกฆ่าตาย ทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร?”


       “ฉันไม่รู้ว่าแกกำลังจะทำอะไรหรอกนะ แต่ไม่ว่าแกจะทำอะไรมันก็ไม่สามารถสังหารฉันคนนี้ได้หรอก” สายฝนเดินเข้าไปใกล้ร่างทรีก่อนนั่งยองๆหยิบมีดหั่นผลไม้ของราชันย์ที่แทงทะลุหัวใจมันออกมา


       “แกจะต้องตาย!” วันไม่สนใจความมั่นใจของสายฝน มันส่งเสียงเย็นออกมาและก็ไม่ได้ทำอะไรอีก


       วันและสายฝนเงียบ ไม่มีใครพูดต่อ ความเงียบนี้ให้ความรู้สึกแปลกๆ เพราะทั้งสองเงียบผู้คนในร้านอาหารต่างไม่กล้าพูดกล่าวสิ่งใด


       หนึ่งวินาที…..สองวินาที…………..ครึ่งนาที…………………...หนึ่งนาที…….สามนาที……...ห้านาที


       “มันถึงเวลาตายของแกแล้ว!” จู่ๆวันก็กล่าวขึ้นกะทันหันทำให้ทั้งร้านตกใจ อากาศภายในร้านหนาวกว่าเดิมหลายสิบเท่า ทั้งพื้นร้านและกำแพงร้าน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆภายในร้าน พลันกลายเป็นนํ้าแข็ง สรุปง่ายๆก็คือร้านทั้งร้านกลายเป็นนํ้าแข็งหมด


       “ข้าวของฉันนนน!” โจรคนหนึ่งซึ่งมีเงินไม่มากนัก มันไม่ได้สนใจเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในร้านเลย ขณะนี้มันกำลังกินข้าวอยู่ วินาทีที่ข้าวกำลังเข้าปากมัน ข้าวและช้อนก็เกิดการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนกลายเป็นนํ้าแข็ง โจรอ้าปากตาค้าง เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ข้าวมันหายไปไหน?!


       เพราะอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว คนธรรมดาจำนวนมากจึงไม่สามารถทนได้ พวกมันต่างหมดสติไปทีละคน บางคนถึงขั้นตายไปเลยก็มี ส่วนระดับครึ่งก้าวก็ใช่ว่าจะไม่มีคนตาย ครึ่งก้าวมีคนตายถึงสามคน!


       “เป็นอย่างไรล่ะ? นี่คือพลังที่แท้จริงของฉัน” วันยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้ามันเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะ สายฝนไม่ได้กล่าวตอบ เขาทำเพียงยืนอยู่เฉยๆไม่ขยับ


       ไม่ใช่แค่ร้านที่เปลี่ยนแปลง วันก็เปลี่ยนแปลง เวลานี้ดวงตาคู่ของมันกลายเป็นสีนํ้าเงินไปแล้ว ทั่วร่างกายมีแต่เกล็ดนํ้าแข็ง


       ดาบนํ้าแข็งยักษ์ถูกยกระดับขึ้น มันใหญ่กว่าเดิมและดูทรงพลังกว่าก่อนหลายเท่า เกราะนํ้าแข็งที่หลายนาทีก่อนดูเทอะทะกลับกลายเป็นเกราะที่ดูกระชับ แม้ว่ารูปร่างจะเปลี่ยนไปทว่าความแข็งแกร่งของเกราะกลับไม่ลดลงเลย กลับกันมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก


       ร่างกายวันเป็นแหล่งกำเนิดความเย็น ทุกๆวินาทีความเย็นที่ไม่สามารถอธิบายได้จะถูกปลดปล่อยออกมา มันจับดาบนํ้าแข็งยักษ์แน่นและเดินเข้าหาสายฝนอย่างช้าๆ จากท่าทางมันแล้วขนาดที่ใหญ่ขึ้นของดาบไม่น่าจะส่งผลด้านลบใดๆต่อมันทั้งสิ้น


       “คิดว่าแกคนเดียวรึไงที่มีไพ่ลับบนมือ และคิดว่าฉันโง่มากสินะที่จะยืนรอนายอยู่นิ่งๆโดยไม่ได้ทำอะไรเลย” อีกครึ่งทางวันก็จะถึงตัวสายฝนอยู่แล้ว เป็นตอนนั้นที่สายฝนกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่ไม่เบาและไม่ดัง บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มลึกลับ


    ---


    จบบทที่ 73 สุดยอดเหมันต์