ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าชายต้องสาปในโอโตเมะเกมส์ Am I a Black Prince?

    ตอนที่หก เล่าเรียนเพื่ออนาคต

    ตอนที่หก เล่าเรียนเพื่ออนาคต

    สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไรในชีวิตสินะเฮ้อ ทางเทคนิคเราก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ นอกจากการสร้างสตาร์เกทและทะลุกลับไปโลกเก่าหลังจากเรียนเวทมนตร์สำเร็จแล้วล่ะมั้ง หากใช้เวลานานไปอาจจะต้องศึกษาเวทย์ย้อนเวลาด้วย

    “เอ่อเคซี่ผมขอท่านพ่อ เอ่อองค์ราชาให้ที่ดินผมสักทีไปปกครองได้ไหม?” เคซี่จ้องผมกลับมาทำให้ผมคิดว่า

    ไม่ได้สินะ

    แย่จัง                

    “ก็อย่างนี้ละครับอาจารย์อเลสเตอร์ หากไม่ให้ผมไปปกครองพื้นที่อย่างขุนนาง ผมก็คงต้องมีความรู้หาเลี้ยงชีพที่เหมาะสมกับฐานะล่ะครับ” อาจารย์อเลสเตอร์จ้องไปทางเคซี่อย่างเข้าใจและพยักหน้า

    “ถูกแล้วองค์ชาย ขุนนางอย่างพวกเราต้องทำอาชีพที่เหมาะกับตนเองแม้พวกเราจะไม่ได้มีสิทธิสืบทอดพื้นที่ปกครองจากตระกูลก็ตาม พวกเราก็ยังสามารถมีอาชีพที่มีเกียรติในทางอื่นได้”

    อาจารย์อเลสเตอร์กล่าวเสริมเพื่อพยายามห้ามองค์ชายไม่ให้คิดเรื่องการครอบครองดินแดนคุมกำลังทหาร”หากองค์ชายต้องการข้าสามารถยื่นจดหมายแนะนำองค์ชายต่อกองอัศวินที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรเราได้ขอรับ”

    เคซี่กล่าวอย่างสุภาพ

    และให้ผมไปอยู่มีชีวิตแบบค่ายทหารน่ะเรอะ?

    เอาเป็นว่าแนวทางของการเป็นมาสเตอร์ทางด้านเวทมนตร์หรือนักเล่นแร่แปรธาตุน่าจะมีเวลาที่ยืดหยุ่นมากกว่านั่นล่ะนะ

     

    “เวลา”คือทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด เพรามีจำกัดมากที่สุด ไม่สามารถหาเพิ่มได้อีกแล้ว

    เอาไปใช้กับชีวิตในระเบียบของกองอัศวิน อาจจะดีที่ได้ฝึกทักษะ แต่คงไม่ใช่ชีวิตที่เราต้องการเสียเท่าไร

    หากเราอยากมีกองกำลังทหารของตนเอง คงต้องใช้งบประมาณของตนเองและรวบรวมคนด้วยตนเองนั่นล่ะนะ

    เดี่ยวไปเปิดค้นกฎหมายว่าด้วยทหารรับจ้างของอาณาจักรนี้โดยละเอียดดูก่อน

    ผมคิดในใจขณะที่บังคับปากกาให้จดโน้ตและข้อสังเกตต่างๆไปในเวลาเดียวกัน

    สมกับเป็นร่างกายของตัวละครเป้าหมายในการจีบของนางเอก ที่มีความเก่งกาจโม้กว่าคนทั่วไปอย่างมาก

    “การใช้กำลัง” คือหนึ่งในแนวทางที่หาเลี้ยงชีได้ดีของทุกสังคม อยู่ที่ว่าเราจะหาแนวทาง”ใช้กำลัง”ที่สังคมยอมรับได้หรือไม่เท่านั้นเอง

    แต่ผมเอาเรื่องที่อยู่ตรงหน้านี้ก่อน เรียนพื้นฐานเวทมนตร์ไปอย่างเรียบง่ายก่อนก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายตรงไหน

    ถ้าอยากจะมีที่ดินในปกครองของตนเอง ปรกติ”ลูกชายบารอนบ้านนอกชายแดนธรรมดา” ก็จะไปจัดการพื้นที่กันดารที่มีสัตว์ประหลาดคอยไล่กัดกินชาวบ้าน ด้วยกำลังที่มากกว่ากองทหารกองหนึ่งของราชสำนักสินะ

    เอาเป็นว่าหากผมมีกำลังตัวคนเดียวมากกว่ากองทหารทั้งกองจะลองใช้วิธีนั้นดูในอนาคตก็ได้มั้ง

    “อะแฮ่ม ถ้าองค์ชายสามารถสอบผ่านคุณสมบัติต่างๆได้ย่อมได้งานที่มีเกียรติมากแน่นอน” อาจารย์อเลสเตอร์รีบกล่าวเมื่อคงเห็นผมเงียบไปจากการโดนปฏิเสธโดยเคซี่ ที่คอยจับตาดูการฝึกซ้อมของผมอยู่ใกล้ๆไม่ห่าง อย่างที่ว่านั่นล่ะ การ”มีคนรับใช้จำนวนน้อย” ของคนระดับองค์ชาย

    ไม่ได้หมายความว่า ไม่มี

    และมันทำให้ผมรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญแปลกๆเหมือนกัน ที่การมีคนอย่างเคซี่ อยู่ข้างๆผมกับคนรับใช้อีกสองสามคนตลอดเวลานี่ถือว่าเป็น “คนรับใช้จำนวนน้อยนิดไม่สมเกียรติองค์ชาย”แล้ว

    ไม่แปลกเลยที่คาริน แม่ของหลุยส์ศูนย์สนิทที่เชื่อเรื่องชนชั้นทางสังคม จะมีมุมมองต่อโลกคนละอย่างต่างกับสามัญชน

    ผมอาจจะไม่รู้ธรรมเนียมเรื่องนี้มาก แต่หากมันเป็นสังคมแบบเรื่องเบอร์เซิร์ก ผมก็น่าจะสามารถครองดินแดนได้หากค่อยๆสามารถไต่เต้ายศทางทหารไปเรื่อยๆล่ะมั้ง

    ตัดสินใจแล้ว ผมคิดว่าจะต้องปลอมตัวเองในชื่อ “ฟางหยวน” ด้วยเวทย์ลวงตาหรืออะไรสักอย่างก่อนเพื่อไม่ให้เสียชื่อมาถึงการเป็นองค์ชายล่ะมั้ง

    การมีศักดิ์ฐานะองค์ชายมันก็ดีที่ไม่ต้องอดอยาก มีบ้านอยู่สบาย มีครูสอนทักษะต่างๆเพื่อดำรงชีวิตผมก็ไม่ควรขอมากไปกว่านี้แล้ว ค่อยเป็นค่อยไปในการเรียนเวทย์ก็พอ

    “ขอบคุณครับท่านอาจารย์ ผมจะตั้งใจเรียนไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง”และหลังจากนั้นพวกเราก็เล่าเรียนเวทย์กันต่อ

    ผมขอบอกว่า ผมออกจะดูถูกโลกนี้สักหน่อย แต่การเรียนเวทย์ของโลกนี้แม้จะดูเป็นแบบแผนที่ต้องทำซ้ำกันไปมาแต่ก็น่าสนใจกว่าที่คิด

    “องค์ชายต้องประคองไฟไปตามเส้นด้ายนี้มาจากจุดนี้ถึงจุดนี้”

    “องค์ชายต้องประกอบดินให้เป็นรูปร่างก้อนกลมและบังคับเคลื่อนไหวมาบนโต๊ะ”

    “องค์ชายต้อควบคุมน้ำจากแก้วน้ำทางนี้มาทางแก้วน้ำนี้”

    “โอ๊ะ องค์ชายอย่าได้บังคับลมหมุนเช่นนั้นมันอันตราย” อาจารย์กล่าวห้ามเมื่อผมกำลังจะสร้างกระสุนวงจักรแบบนารุโตะตอนที่พวกเราฝึกวิชาธาตุลม

    ..

    “ หากมีคนบอกเรื่องราวเช่นนี้และข้าไม่ได้มาพบด้วยตนเองข้าก็คงไม่อาจเชื่อ แต่สามารถกล่าวได้ว่าเป็น(สัตว์ประหลาด)อย่างแท้จริงในด้านวิชาเวทมนตร์ ข้าฯพยายามจะใช้การฝึกที่ก้าวข้ามผ่านขั้นตอนระดับล่างของสายวิชาธาตุพื้นฐานต่างๆมาเป็นระดับกลางแต่เป็นระดับวิชาที่สูงขึ้น ที่หากจะเรียนวิชาเวทย์มากกว่านี้ ก็ต้องไปให้อาจารย์ในสายขั้นที่จะสูงขึ้นโดยเฉพาะสอนแล้ว ยกเว้นแต่องค์ชายจะอยากเรียนวิชาธาตุดินต่อกับข้าฯ ดั่งที่ข้าฯแจ้งมาให้องค์ราชาทราบแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจขององค์ชาย”

    อเลสเตอร์ แบรทฟอร์ท นักเวทย์ดินระดับสามเหลี่ยมของราชสำนัก

    คล้ายกับเรื่องไม่รู้ว่าเป็นเจ้าชายต้องสาปในโอโตเมะเกมส์ Am I a Black Prince? ที่คุณอ่าน