หลังจากที่‘ภาคิน’ จำใจกลืนอเมริกาโน่ผสมฟ้าทะลายโจรสูตรขมปี๋ลงคอไปด้วยความแค้นเคืองปนกระอักกระอ่วน ชายหนุ่มฟอร์มจัดก็พยายามสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์หันหน้าหนีความแสบสันของยัยตัวดี สะบัดแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตรวจทานเอกสารข้อพิพาทสุนัขจรจัดต่ออย่างจริงจัง ชายหนุ่มไม่มีวันรู้เลยว่า ‘พิมพ์นลิน’ ไม่ได้หยุดความแสบไว้เพียงแค่อเมริกาโน่แก้วนั้น! ก่อนที่ภาคินจะเดินเข้ามาที่โต๊ะ ยัยตัวแสบได้แอบย่องเข้ามาพร้อมกับ ‘ถุงผงขมิ้นชันเข้มข้นร้อยเปอร์เซ็นต์’ สูตรพิเศษรักษากลากเกลื้อนและโรคิัสุนัขของมูลนิธิ หญิงสาวจัดการโรยผงขมิ้นสีเหลืองอร่ามลงไปใต้เบาะและตามร่องรอยตะเข็บผ้าใบของเก้าอี้สนามก่อนจะจัดทรงผ้าให้ดูเรียบร้อย
ภาคินนั่งทำงานตรวจสำนวนกฎหมายอยู่ราวครึ่งชั่วโมงความร้อนของร่างกายบวกกับเหงื่อที่ซึมออกมาตามกางเกงสแล็กเนื้อดี ทำให้่ก้นเกิดเป็คราบสีหลืองค่อย ๆ ขยายวงกว้างชัดขึ้น โดยที่ทนายความหนุ่มไม่รู้ตัวเลยสักนิด
"พี่คะ...ดูคุณทนายภาคินสิคะ ทำไมวันนี้ก้นเหลืองอร่ามสะดุดตาจัง"
“คงไปห้องน้ำไม่ทันมั๊ง หรือเช็ดไม่หมด อี๋...”
“ไม่ใช่มั้งไม่งั้นกลิ่นก็ออกแล้วซิ”
“ลมมันพัดไปทางอื่นหรือเปล่า”
“เออ...นั่นซิ ฮิฮิ”
เสียงเ้าหน้าที่มูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขาแอบกระซิบเบาๆ ซุบซิบนินทาหลุดขำคิกคัก มองภาคินจนชายหนุ่มสังเกตเห็นจึงมองหน้ากันเลิ่กลั่กรีบหันหน้าหนีหลบตาเมื่อเขามองกลับมาด้วยสีหน้าฉงนใจ
ภาคินลุกขึ้นยืน เอื้อมมือหนาไปจับที่บั้นท้ายตัวเองก่อนจะหันขวับเอี้ยวลำตัวตัวดู... และภาพที่ปรากฏแม้จะเห็นแค่บางส่วนก็ทำให้ทนายความมาดเนี้ยบอายมาก
กางเกงสแล็กสีเทาอ่อนแบรนด์เนมตัวเก่งของเขาบัดนี้มี ‘รอยคราบผงขมิ้นชันสีเหลืองอ๋อยเป็วงกว้างดวงโตอยู่ตรงก้น’
พิมพ์นลินเล่นไม่เลิก! ภาคินโกรธจัด อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงและร้อนรุ่มราวกับเตาหลอมจนเกือบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นโทสะที่กำลังพลุ่งพล่าน ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องน้ำไปในทันที แต่ยังไม่วายเปล่งเสียงหลุดลอดไรฟัน เสียงต่ำและสั่นคล้ายเสียงขู่คำรามของสัตว์ร้าย
“แสบนักนะ พิมพ์นลินฝากไว้ก่อน”
พิมพ์นลินที่กำลังยืนแอบอยู่ข้างกรงพักฟื้น อุ้มเ้าดุ๊กดิ๊ก เปิดปากหัวร่อสะใจจนตัวโยน แต่ความสนุกสะใจของพิมพ์นลิน กินเวลาแค่แป๊บเดียว เพราะในเวลาต่อมาอีกไม่ถึงสิบนาที หญิงสาวกลับต้องเริ่มต้นวิ่งหนีภาคินอีกครั้ง
++++++++++
ไออุ่นนุ่มนวลใต้เต็นท์
ตัดภาพสลับมาที่ความเงียบสงบภายในเต็นท์พยาบาลสนามฝั่งผู้ป่วยพักฟื้น
‘หมอทิวากร’ ในชุดเสื้อกาวน์สีเขียวเข้ม กำลังยืนนิ่งด้วยความเครียดอยู่หน้ากรงเหล็กขนาดใหญ่สัตวแพทย์หนุ่มกำลังเผชิญหน้ากับ ‘เ้าบิ๊ก’ สุนัขพันธุ์ไทยผสมบางแก้วตัวโตเพศผู้ ขนสีขาวสลับดำหนาฟู มันเพิ่งได้รับการผ่าตัดทำหมันเสร็จสิ้นทว่าแผลยังไม่ทันแห้งสนิทสัญชาตญาณความดุร้ายและตื่นกลัวคนแปลกหน้าก็ทำให้เ้าบิ๊กแยกเขี้ยวขาววาวโรจน์ส่งเสียงขู่คำรามฟืดฟาดในลำคอดังสนั่นแววตาของมันก้าวร้าวพร้อมจะพุ่งงับมือหนาของหมอทิวากรที่กำลังจะขยับเข้าไปป้อนยาปฏิชีวนะทันที
"ใจเย็นๆ นะบิ๊ก... หมอไม่ทำร้ายหนูหรอกลูก" หมอทิวากรเอ่ยเสียงนุ่มละมุนทว่าเ้าบิ๊กกลับยิ่งตื่นตระหนกขยับก้าวขาขู่กระโชกแรงขึ้นจนเตียงตรวจสนามสั่นะเืชายหนุ่มกลืนน้ำเข้าลำคอแห้งผากตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะกลัวแผลของมันจะฉีกขาด
"คุณหมอกรคะ...ให้พายลองช่วยไหมคะ?" เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความใจดีของ ‘พิมพิกา’ ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเท้าเดินอย่างนุ่มนวลเข้ามาด้านใน
“ไหวหรือครับ” หมอทิวากรถามกลับอย่างเป็ห่วง
“ไม่ลองไม่รู้ค่ะพายเคยเห็นนลินเขาคุยกับหมากับแมวออกบ่อย พายว่า พวกมันน่าจะรู้ว่าเราไม่ได้คิดทำร้ายเรากำลังจะช่วย เ้าตัวนี้ อาจจะไม่ไว้ใจคุณหมอหรืออาจจะกลัวคุณหมอให้พายลองคุยดูก่อนไหมคะ เผื่อมันเห็นพายเป็ผู้หญิง มันอาจจะไม่กลัว แล้วก็ไว้ใจพายก็ได้”
“งั้นก็...ลองดูก็ได้ครับ แต่ระวังนะครับ หมอว่า ดุเอาเื่อยู่” พิมพิกาพยักหน้ารับแทนคำตอบ
หญิงสาวเอื้อมมือเรียวบางไปหยิบผ้าขนหนูผืนหนาชุบน้ำอุ่นมาถือไว้ก่อนจะขยับกายอย่างเชื่องช้าก้าวเข้าไปทรุดตัวย่อเข่าลงต่ำประชิดกรงเหล็ก พิมพิกาไม่ได้ส่งเสียงเอะอะโวยวาย มอง เ้าบิ๊ก อย่างอ่อนโยน ส่งเสียง
"บิ๊กจ๋า...พี่พายมาช่วยนะ ไม่ต้องกลัวนะ คนเก่งเด็กดี..."
พิมพิกาค่อย ๆคลี่ผ้าขนหนูอุ่นพาดลงบนหัวฟูของมันอย่างเบามือ ััอุ่นประกอบกับน้ำเสียงนุ่มนวลทำให้อาการก้าวร้าวของเ้าบิ๊กพลันสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ มันยอมหมอบราบลงกับพื้นกรง หมอทิวากรใช้ผ้าพันมัดรอบปากชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยจากนั้นใช้มือข้างที่ไม่ถนัดจับบริเวณขากรรไกรบนด้านหลังเขี้ยว ค่อยๆเงยหน้าสุนัขขึ้นตรงๆ ใช้มืออีกข้างดันคางล่างให้อ้าออกหยิบเม็ดยาวางที่โคนลิ้นให้ลึกที่สุด แล้วรีบปิดปากพร้อมลูบคอเบาๆเพื่อกระตุ้นให้กลืน
หมอทิวากรป้อนยาเข้าลำคอได้สำเร็จ หากแต่ในจังหวะที่คุณหมอหนุ่มกำลังจะก้าวถอยห่างฝาประตูเปิดกรงเหล็กที่ล็อกไม่สนิทเกิดดีดกลับอย่างรวดเร็วเกือบจะโดนหน้าพิมพิกาหมอหนุ่มรีบเอื้อมมือพุ่งไปรองรับบานเหล็กไว้ได้ทันเวลา ทว่าแรงกระแทกกลับทำให้ท่อนแขนแกร่งเบียดประชิดโอบไหล่บางของพิมพิกาเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแนบแผงอกหนาของเขาในระยะประชิดทันทีชั่วพริบตา
"อุ๊ย! คุณหมอ..."
พิมพิกาสะดุ้งใจหายวาบ พวงแก้มเนียนระเรื่อขึ้นด้วยสีเืฝาดจางๆ ใต้ร่มเงาเต็นท์พยาบาล
"คุณพาย... เป็อะไรไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ขอโทษทีนะครับที่หมอซุ่มซ่าม" หมอทิวากรเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน ั์ตาคู่คมทอประกายวิบวับจับจ้องมองสบตาเธอตรงๆ ด้วยความห่วงใยและซาบซึ้งใจ
"ขอบคุณคุณพายมากเลยนะครับ ถ้าไม่ได้คุณพายช่วยเบี่ยงเบนความสนใจและปลอบใจเ้าบิ๊ก หมอคงโดนงับมือแน่เลย คุณพายเก่งและใจเย็นมากครับ"
คำชมเชยแสนอบอุ่นผสานกับไออุ่นจากอ้อมแขนหนาที่ยังคงกระชับไหล่บางไว้หลวมๆ ทำเอาพิมพิกาหัวใจเต้นรัวราวกองรบ หล่อนหลบสายตาอมยิ้มบางเบาด้วยความปิติ
ความผูกพันค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านรอยร้าวของรักข้างเดียวให้กลายเป็สายใยรักบทใหม่ที่งดงามขึ้นมาเงียบๆ ท่ามกลางเสียงเจื้อยแจ้ววิ่งไล่จับกันของภาคินและพิมพ์นลินที่ดังแว่วอยู่ด้านนอกเป็การก้าวเดินหน้าของความสัมพันธ์สลับคู่ที่เริ่มลงล็อกและอบอุ่นหัวใจอย่างที่สุด
+++++++++