เซลีนอร่า ครีฟมอนด์เติบโตขึ้นมาในตระกูลขุนนางอันทรงเกียรติั้แ่ยังเล็กเธอมักถูกปฏิบัติราวดับไข่ในหินมาตลอดชีวิตอันสวยงามราวกับเ้าหญิงในเทพนิยายเริ่มขึ้นั้แ่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลก
อัจฉริยะภาพของเธอฉายแววั้แ่ยังเล็กแม้จะยังไม่ได้รับอาชีพแต่ทักะการใช้ดาบยาวของเธอนั้นฉายแววออกมาทั้งแต่ห้าขวบการเติบโตในเชิงดาบนั้นอยู่ในอัตราที่สูงมากจนตระกูลครีฟมอนด์ต้องกาครู้ฝึกใหม่มาฝห้กับเธอทุกปีจนกระทั่งสิบขวบ
คลาสที่เธอได้รับคือนักดาบไม่ผิดจากที่คาดหมายนักแม้จะเป็ลูกคุณหนูผู้ดีต้นทุนชีวิตสูงกว่าคนอื่นหน่อยแต่นับจากนี้ในโลกที่ความเข้มแข็งเป็สิ่งสำคัญก็ถึงเวลาที่เด็กสาวจะโผบินไปในดลกแห่งการแข่งขันอันกว้างใหญ่
เริ่มต้นด้วยการที่เธอเข้าร่วมกับสมาคมนักผจญภัยโดยใช้ชื่อว่าเซลีนเพราะการที่ผู้มีนามสกุลลงสมัครเป็นักผจญภัยนั้นทำให้เป็เป้าหมายของพวกนักผจญภัยนิสัยไม่ดี
นั่นไม่ได้หมายความว่านักผจญภัยทุกคนเป็คนไม่ดีแต่เพื่อระวังเอาไว้ก่อนก็มิได้เสียหายเซลีนอร่า หรือชื่อปลอม เซลีนเริ่มต้นชีวิตการเป็นักผจญภัยได้อย่างสวยงามด้วยยุทโธปกรณ์ชั้นยอดที่ตระกูลสรรรหามาให้ท่านผู้นำตระกูลบิดาของเธอถึงขนาดมอบ ซันโทเรียน ดาบสมบัติประจำตระกูลให้กับเอด้วยตัวเอง
ดาบที่เป็ทั้งอาวุธและสัญลักษณ์เมื่ออยู่ในมือผู้ที่เหมาะสมย่อสำแดงประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุดแต่เซลีนรอบคอบกว่านั้นเธอเก็บดาบชั้นดีเล่มนี้เอาไว้เป็ไพ่ตายในยามจำเป็และเลือกที่จะใช้ดาบสำรองในการต่อสู้
ในโลกอันแสนโหดร้ายการเพิ่มความแข็งแกร่งนั้นทำได้ยากแม้แต่จักรวรรดิอันดับหนึ่งแห่งมนุษย์อย่างมหาจักรวรรดิโนว่าเองการจะเพิ่มเลเวลให้แข็งแกร่งก็ต้องใช้ค่าประสบการณ์จำนวนมาก
ค่าประสบการณ์ไม่ใช่สิ่งที่หาได้โดยง่ายเพราะการสังหารมอนสเตอร์หนึ่งตัวจำต้องอาศัยปัจจัยเอื้ออำนวยโดยมากโดยเฉลี่ยแล้วมอนสเตอร์ 1ตัวนั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ด้วยจำนวนที่เท่ากันดังนั้นสมาคมนักผจญภัยจึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางที่ทำให้มนุษย์ได้พบปะแล้วจับกลุ่มกันเพื่อออกล่า
แม้แต่อัจฉริยะอย่างเซลีนก็ไม่สามารถออกล่าได้ด้วยตัวคนเดียวเธอจับกลุ่มกับนักผจญภัยเพื่อออกล่าโดยรับตำแหน่งตัวสร้างความเสียหายหลักด้วยวิชาดาบและทักษะดาบอันล้ำเลิศทำให้เธอมีชื่อเสียงในหมู่นักผจญภัยฝึกหัด
หลายคนอยากได้ตัวเธอไปร่วมกลุ่มถาวรแต่ไหนเลยคุณหนูจากตระกูลสูงส่งอย่างเซลีนอร่าครีฟมอนด์ผู้ได้รับพระราชทานนามสกุลจากองค์มหาจักรพรรดิ หล่อนย่อมไม่มีทางยึดติดกับพวกสามัญชนอย่างถาวรนั่นจึงเป็สาเหตุที่หล่อนไม่มีกลุ่มประจำจนนักผจญภัยนินทาหล่อนลับหลังว่าองค์หญิงเดียวดาย ด้วยความที่ชอบอยู่คนเดียว ลงมือตามลำพังและท่วงท่าสง่างาม
เลเวลของเซลีนเพิ่มขึ้นด้วยอัตราปกติผิดกับชื่อเสียงที่พุ่งทะยานราวกับดอกไม้ไฟแม้ระดับนักผจญภัยจะอยู่เพียงแค่ระดับเงินแต่ก็มีผู้คนมากมาย้าใช้งานฝีมือของหล่อน
และในเมื่อมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเมื่อไม่นานมานี้มีนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งชักชวนหล่อนให้เข้าร่วมกลุ่มก่อนที่เ้าหล่อนจะเข้าร่วมแล้วออกผจญภัยที่ป่าดึกดำบรรพ์พื้นที่ล่าซึ่งห่างจากมหานครลูมินัสไปห้าสิบกิโลเมตร
แรกๆการล่าก็ดำเนินไปได้ด้วยดีแต่นั่นคือแผนของกลุ่มคนไม่ประสงค์ดีพวกเขาค่อยๆหลอกล่อเซลีนให้ออกจากพื้นที่ล่าที่มีคนชุกชุมออกไปเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายวันณที่ใดที่หนึ่งในป่าดึกดำบรรพ์ระหว่างการค้างแรมกลุ่มชายห้าคนได้พยายามบังคับเซลีนให้กระทำในสิ่งที่ต่ำทรามที่สุดอย่างการตกเป็เหยื่อกามของพวกมัน
แน่นอนเซลีนดิ้นรนปฎิเสธแต่ชายฉกรรณ์ทั้งห้าก็เตรียมตัวมาเป็อย่างดีใน่เวลาแห่งการล่าพวกมันล้วนปกปิดพลังที่แท้จริงเอาไว้ส่วนหนึ่งทำให้เซลีนพลั้งพลาดเสียดาบสำรองของตนเองไปทั้งหมด
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะหมดสิ้นหนทางใน่เวลาวิกฤตเด็กสาวพลันชักซันโทเรียนออกมาพลังของยุทธภัณฑ์แรงค์ B จำสำแดงฤทธิ์เพียงชั่วพริบตาเดียวเธอสังหารชายโฉดไปได้ถึงสองคนทำให้ความตึงเครียดในการต่อสู้ลดลงอย่างมาก
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดแม้จะถูกรุมสามหนึ่งแต่เซลีนก็ไม่เคยพลาดพลั้งแต่แล้วฝันร้ายก็เริ่มขึ้นเมื่อเสียงของโลกได้แจ้งเตือนถึงค่าเรี่ยวแรงของเธอที่เข้าใกล้ขีดจำกัดผนวกกับค่าความทนทานของอุปกรณ์ทั้งหลายเริ่มมาถึงขีดจำกัด
เป็ครั้งแรกที่เซลีนเลือกที่จะหนีแม้ศักดิ์ศรีจะสำคัญแต่ก็น้อยกว่าชีวิตของเธอเด็กสาวกระเสือกกระสนดิ้นรนจนมาถึงพื้นที่รับรองของนักผจญภัยริมป่าดึกดำบรรพ์แต่ก็แลกมาด้วยการที่ดายซันโทเรียนเสียหายยับเยิน
ใบดาบแตกกระจายค่าความทนทานลดลงจนมิดหลอดเธอทั้งรู้สึกขอบคุณและอยากขอโทษซันโทเรียนอย่างสุดซึ้งดาบที่เธอเห็นมันอยู่กับบิดาั้แ่ยังเด็กบัดนี้กลายเป็เศษซากสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่แสนภาคภูมิใจบัดนี้กลับเสียหายในรุ่นของเธอ
เด็กสาวเสียใจเป็อย่างมากเธอไม่มีหน้าจะกลับไปที่ตระกูลครีฟมอนด์อีกแล้วหลังจากถอดใจไปแล้วและกำลังจะเดินทางกลับไปกับคาราวานของสมาคมนักผจญภัยเธอก็พลันได้ยินบางอย่าง
“เซ็งจริงๆ อาวุธพังอีกแล้ว”
“เอาน่าอย่าบ่นไปเลย จ่ายให้ร้านค้อนเพลิง 1เหรียญทองอาวุธนั่นก็กลับมาใหม่เอี่ยมแล้ว”
“เ้าของร้านค้อนเพลิงนั่นงกได้โล่งานซ่อมแค่นี้คิดราคาตั้งแพง”
ซ่อมแซม?
1 หนึ่งเหรียญทอง?
ราวกับกำลังฟังนิทานปรัมปราเซลีนแสดงสีหน้าไม่เชื่อถืออย่างรุนแรงเธอเคยเสาะหาไปทั่วสอบถามช่างตีเหล็กที่มีชื่อเสียงทุกคนล้วนส่ายหน้าเมื่อได้เห็นค่าความทนทานของดาบซันโทเรียนที่อยู่คู่ตระกูลครีฟมอนด์มาอย่างยาวนานค่าความทนทานก็ย่อมไม่เต็มหน่วย
“ช่วยอธิบายเชื่อซ่อมอุปกรณ์ให้ฟังหน่อยได้มั้ย”
เซลีนเอ่ยปากถามขึ้นเพราะถึงจะฟังดูเพ้อเจ้อแต่ถ้าหากช่างคนที่ถูกพูดถึงสามารถทำได้อย่างที่เล่าขานจริงความเร็วในการเก็บเลเวลของหญิงสาวจะยิ่งทวีคูณหากไม่ต้องมากังวลถึงค่าความทนทาน
“นี่เธอไปอยู่ไหนมาเนี่ยใครๆในสมาคมก็ต้องรู้จักนายช่างเอเลนกันทั้งนั้น”
นักผจญภัยคนนั้นตอบขึ้นพร้อมกับเล่าให้ฟังว่านักผจญภัยอาวุธส่วนใหญ่ล้วนต้องผ่านใหญ่ยิ่มต้องผ่านการซ่อมแซมโดยเอเลนทั้งนั้นซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ว่าคือผู้ที่มีต้นทุนชีวิตน้อยไม่เหมือนกับเซลีนที่ต่อให้ยุทธภัณฑ์จะเสียหายตระกูลครีฟมนด์ก็สามารถหามาทดแทนได้เพียงแค่กระดิกนิ้ว
แต่กับดายซันโทเรียนนั้นไม่มีสิ่งใดสามารถหามาทดแทนได้เพราะถึงจะเป็แค่ดาบระดับB แต่มันคือสมบัติที่แสนสำคัญของตระกูลหลังจากที่ได้รับข้อมูลของร้านค้อนเพลิงมาจนหมดเ้าหล่อนก็ไม่รอช้ารีบตรงมายังที่ร้านโดยทันที
“ที่นี่เองเหรอ”
เด็กสาวรำพุงเบาๆตัวร้านค้อนเพลิงนั้นตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมของลูมินัสแต่ไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีแต่ร้านที่มีชื่อเสียงกว่าเธอจะมาตามคำบอกกล่าวเจอก็เล่นเอาเดินไกลใช่เล่น
“มาซ่อนอยู่ในที่แบบนี้ มิน่าถึงมีแต่ขาประจำเท่านั้นที่รู้ว่ามีร้านแบบนี้อยู่”
ภายในร้านดูโล่งมากหากมองจากภายนอกลึกเข้าไปในร้านเซลีนเห็นเพียงโต๊ะยาวตัวเดียวที่มีเครื่องเก็บเงินตั้งอยู่หลังโต๊ะตัวนั้นคือเด็กหนุ่มผมดำอายุเท่าเธอที่กำลังขัดๆถูๆมีดเล่มหนึ่งไม่รอช้าเด็กสาวผลักประตูร้านข้าไปพร้อมกระเป๋ายาวที่บรรจุซันโทเรียนเอาไว้
“สวัสดี ใช่เ้าของร้านค้อนเพลิงรึเปล่า?”
ดวงตาสีทับทิมของเอเลนจับจ้องไปยังกระเป๋ายาวที่ปิดอ้าภาพในบรรจุดาบยาวเอาไว้เล่มหนึ่งเป็ดาบที่มีคมดาบสีเงินวาวกึ่งกลางใบดาบมีสีแดงออกส้มกำบังดาบที่ออกแบบเป็รูปช่อดอกไม้ทำให้ดาบเล่มนี้เหมือนเครื่องประดับมากกว่าอาวุธ
ที่แปลกตาที่สุดคืออักษรประหลาดที่สลักอยู่บนกึ่งกลางใบดาบั้แ่หัวจรดปลายทำให้แม้ดาบจะยู่ในสภาพชำรุดแต่ก็ยังมีพลังเวทมนต์อ่อนแผ่ออกมา
ดาบซันโทเรียน
แรงค์ B
ประเภท อาวุธ
พลังโจมตี 680
ความทนทาน 0 / 400 (ชำรุด)
ผู้สร้าง เคเรม
เงื่อนไขการสวมใส่ นักดาบ อัศวิน
ดาบที่เคเรนสร้าง สร้างจากแร่มิธริลอันหาได้ยากทำให้มีคุณสมบัติใรการเหนี่ยวนำพลังเวทมนต์แต่เคเรมนั้นฝีมือยังถึงขั้นทำให้ไม่อาจดึงพลังที่แท้จริงของมิธริลออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ทำให้ต้องใช้รูนในการเร่งประสิทธิภาพของมิธริลออกมาแทน
- ดาบสามารถสะสมความเสียหายได้ 2500 หน่วยแล้วะเิความเสียหายที่สะสมได้เมื่อผู้ถือ้า แต่ค่าความทนทานจะลดลงทันที 10หน่วยโดยไม่มีเงื่อนไข
- เพิ่มพลังโจมตีทักษะดาบ 50 %
- (รูน) ทักษะเพลิงจรัสเปลี่ยนค่าความเสียหายที่สะสมเอาไว้ให้กลายเป็พลังโจมตีเวทมนต์ธาตุไฟพลังโจมตีเพิ่มขึ้นทันที 25 % แต่หลังจากที่ใช้ทักษะนี้ค่าความทนทานจะลดลงทันที 100 หน่วย
!
นี่สิคือยุทธภัณฑ์ระดับBที่แท้จริงเมื่อเทียบกับค้อนตีเหล็กที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้แล้วดาบซันโทเรียนนั้นคืออุปกรณ์ที่อยู่คนละชั้นกันอย่างสิ้นเชิงแม้จะมีข้อเสียมากมายแต่หากได้ผู้เชี่ยวชาญต่อดาบเล่มนี้ขึ้นมาใหม่ละก็เกรดของมันจะไม่หยุดอยู่แค่B แน่นอน
“เป็ยังไงบ้างซ่อมได้รึเปล่า”
เซลีนที่เห็นเอเลนนิ่งไปนนอดรนทนไม่ไหวจำต้องถามขึ้นเอเลนครุ่นคิดไปครู่หนึ่งหากเป็เมื่อก่อนเขาคงปฏิเสธเพราะดาบเล่มนี้มีมูลค่าสูงเกินไปทักษะซ่อมแซมแม้จะดีแต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่แต่ตอนนี้เขามีค้อนตีเหล็กที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้
“แน่นอนไว้ใจได้เลย”
เอเลนรับคำอย่างแข็งขันก่อนปิดกระเป๋า
“ผมต้องใช้พื้นที่หลังร้านคุณจะรอที่นี่หรือจะตามมาดูด้วย”
“แน่นอน”
เซลีนตอบคำเ้าของร้านหนุ่มพลันยกแผงกั้นให้เด็กสาวลอดเข้ามาได้ก่อนไปหลังร้านเอเลนไม่ลืมเดินไปพลิกป้ายหน้าร้านว่าปิดชั่วคราวกรุณารอสักครู่ก่อนจะตรงไปยังโรงหลอม
“รอตรงนี้”
เอเลนเอ่ยก่อนจะวางเก้าอี้ให้เซลีนเด็กสาวยอมนั่งรออย่างว่างง่ายแต่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่เอเลนด้วยความเคลือบแคลงเพราะวิธีการที่เขาทำนั้นมันขัดกับสิ่งที่เธอได้ยินมาจากพวกนักผจญภัย
ดูท่าทีไปก่อนแล้วกัน
เซลีนคิดเงียบๆดวงตาสีมรกตจับจ้องเอเลนที่กำลังยกกระเป๋ายาววางบนโต๊ะตาไม่กระพริบ
เอเลนเริ่มด้วยการประกอบเศษชิ้นส่วนโดยเริ่มจากปลายดาบซันโทเรียนเสียหายชนิดที่ว่าร้ายแรงใบดาบแตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเขานำชิ้นส่วนที่ต้องต่อกันหลอมด้วยความร้อนก่อนจะหนีบชิ้นหนึ่งไว้บนทั่งส่วนอีกชิ้นถือด้วยคีมเหล็ก
เคร้ง
ค้อนตีเหล็กที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ฟาดลงบนรอยยต่อของดาบโลหะทั้งสองชิ้นค่อยๆประสานกันอย่างช้าๆด้วยพลังของทักษะซ่อมแซมนี่คือวิธีการซ่อมอาวุธระดับ C ขึ้นมาไม่เหมือนกับระดับต่ำลงไปที่ใช้เพียงแค่มานาในการซ่อมแซม
เคร้ง
เอเลนนวดใบดาบจนในที่สุดพวกมันก็กลับมาเป็เนื้อเดียวกันเซลันที่เห็นดังนั้นดวงตาก็ทอประกายเจิดจ้าความหวังที่เคยดับไปแล้วพลันถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
เคร้ง
เด็กหนุ่มผมดำยังคงทำแบบเดิมต่อไปจนในที่สุดเศษเล็กเศษน้อยก็ถูกรวมกันเป็ใบดาบครึ่งเล่มเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือการเชื่อมใบดาบทั้งสองส่วนสุดท้ายเข้าด้วยกัน
“มาลุยกันเถอะ”
พรึ่บ
เอเลนเหยียบเครื่องเป่าลมเพื่อเร่งไฟดาบทั้งสองส่วนถูกส่งเข้าไปในเตาหลอมความร้อนค่อยๆเปลี่ยนพวกมันจนเป็สีส้มเมื่อจัดวางดาบทั้ง
สองส่วนในที่ที่เหมาะสมค้อนตีเหล็กที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ก็ถูกใช้ในการฟาดลงบนดาบอีกครั้ง
เคร้ง เคร้ง
ค้อนถูกฟาดอย่างแม่นยำประกายไฟพวยพุ่งออกมาทุกครั้งที่ค้อนถูกทุบลงไปค้อนร้อนมหาศาลแผ่ออกมาโดยรอบทำให้เซลีนที่นั่งอยู่ใกล้ๆยังต้องถอยไปหลายก้าวดวงตาสีทับทิมของเอเลนจับจ้องดาบตาไม่กระพริบเมื่อรอยต่อเริ่มผสานเด็กหนุ่มก็ปลดตัวหนีบดาบแล้วพลิกมันขึ้นมาอีกด้าน
เคร้ง
การซ่อมแซมดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมงเซลีนเริ่มััได้ถึงพลังเวทย์ที่คุ้นเคยจนเมื่อเอเลนทำการจุ่มซันโทเรียนลงในน้ำสะอาดก็เป็อันเสร็จพิธี
[ท่านซ่อมแซมดาบซันโทเรียนสำเร็จ]
[ความประณีตของท่านทำให้ดาบซันโทเรียนกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง]
[ค่าความทานทานสูงสุดของซันโทเรียนเพิ่มขึ้นเป็440 หน่วยถาวร]
[ท่านประสบความสำเร็จในการซ่อมยุทธภัณฑ์ที่มีอักษรรูน]
[ทักษะสารานุกรมช่างฝีมือแสดงผล]
[ท่านได้รับอักษรรูน10 ตัว]
[ท่านได้รับอักษรรูนทักษะใหม่เปิดการใช้งาน]
[ท่านได้รับทักษะเขียนอักษรรูน ระดับ 1]
[ท่านได้รับสูตรการสร้างซันโทเรียน]
[ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้น40 หน่วย]
เขาลืมนึกถึงความยอดเยี่ยมของทักษะสาระนุกรมช่างฝีมือไปเสียสนิทน้อยครั้งนักเอเลนจะได้รับสูตรการผลิตจากการซ่อมแซมเพียงครั้งเดียวที่ดีที่สุดก็คือการที่เขาได้อักษรรูนาฟรีๆสิบตัวโดยที่เสียเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
รูน คืออักษรโบราณที่แต่ละตัวอักษรล้วนมีพลังอำนาจในตัวเองการจะเขียนขึ้นมาสักตัวหนึ่งผู้เขียนจะต้องมีความรู้แล้วความเข้าใจมากพอที่จะเขียนมันขึ้นมาในอุตสาหกรรมการผลิตไม่ว่าจะช่างตีเหล็ก ช่างเย็บผ้าผู้ที่เชี่ยวชาญการเขียนรูนนั้นมีจำนวนแทบจะนับด้วยมือข้างเดียว
ลำพังการจะเขียนรูนได้สักตัวหนึ่งจะต้องเสียเวลาศึกษาความหมายของรูนตัวนั้นอย่างละเอียดเป้นปีๆแต่เพียงเอเลนนึกถึงหน้าตาของรูนสารานุกรมช่างฝีมือก็พร้อมจะส่งข้อมูลเกี่ยวกับอักษรตัวดังกล่าววเข้าสู่สมองของเอเลนโดยตรง
“เป็ดาบที่งดงามมาก”
เอเลนเอ่ยก่อนจะส่งซันโทเรียนให้แก่เซลีนเด็กสาวรับมันมาด้วยมือที่สั่นเทายามที่ค่าความทนทานเต็มเปี่ยมซันโทเรียนงดงามอย่างหาที่สุดไม่ได้ไม่แปลกใจเลยว่านี่คือสมบัติแห่งคริฟมอนด์ที่แท้จริง
“ขอบคุณ”
เซลีนยิ้มเอเลนก็ได้แต่เกาแก้มอย่างเขินๆ
“ผมแค่ทำตามหน้าที่”
เซลีนพยักหน้าก่อนจะทดลองรำดาบกระบวนท่าหนึ่งความอ่อนช้อยและงดงามทำเอาเอเลนเบิกตากว้างเพราะภาพของหญิงสาวที่รำดาบได้งดงามราวกับภาพบนผิรผ้าใบไม่ใช่สิ่งที่จะรับชมกันได้ง่ายๆ
กริก
เซลีนสอดดาบเข้าฝักแล้วเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าเวทมนต์คงเป็การดง่มากที่จะเหน็บอาวุธแรงค์ B เดินไปไหนมาไหนแม้จะเป็ในพื้นที่เขตเมืองเด็กสาวหยิบเหรียญทองออกมาหนึ่งถุงส่งให้เอเลน
“ค่าจ้างห้าสิบเหรียญทองดาบเล่มนี้สำคัญกับฉัน”
เอเลนมองถุงใส่เหรียญทองด้วยดวงตาลุกวาวก่อนจะพยายามระงับควมโลภเอาไว้เขารับถุงเงินมาแล้วหยิบออกมาหนึ่งเหรียญแล้วส่งเหรียญทองคืนให้เธอ
“ตอนนี้ราคาค่าซ่อมแซมอยู่ที่หนึ่งเหรียญทองและยังไม่มีแผนจะขึ้นราคาเร็วๆนี้”
“คุณยังไม่เข้าใจดาบเล่มนี้ไม่ใช่ของธรรมดามันมีคุณค่ามากกว่านั้นรับไปซะชั้นไม่อยากติดหนี้ใคร”
“คุณไม่ได้ติดหนี้เราต่างคนต่างก้ทำเพื่อตนเอง คุณจ่ายเงิน ผมซ่อมให้ต่างคนมีแต่ได้กับได้”
“เพราะแบบนั้นยังไงล่ะดูยังไงซะแค่หนึ่งเหรียญทองเป็ราคาที่ไม่สมเหตุสมผลไปหน่อยเหรอ”
....
เอเลนหมดคำจะพูดกับเด็กสาวหัวรั้นคนนี้
“...นี่คุณรู้รึเปล่ากับเด็กกำพร้าคนนึงหนึ่งเหรียญทองมีค่าขนาดไหน”
!
“เพราะงั้นเก็บมันเอาไว้ซะผมรู้ว่าคุณรวยแต่ผมเองก้มีจุดยืนเหมือนกันเพราะงั้นหนึ่งเหรียญทองน่ะ ดีแล้ว”
เอเลนดันถุงเงินคืนด้วยใบหน้าสงบนิ่ง
“ถ้าหมดธุระแล้วก็ขอเชิญคุณก็ควรจะไปออกล่าต่อได้แล้วค่าความทนทานสูงขนาดนั้นคงจะอยู่ได้เป็เดือนๆ”
เด็กสาวมองเอเลนราวกับเห็นผีเธอกล้าพนันได้เลยว่าใครก็ตามที่ได้รับเหรียญทองถุงนี้ไปร้อยทั้งร้อยต้องรีบฮุบเอาไว้เป็ของตัวเองจะมีก็
แต่เ้าเด็กหนุ่มประหลาดตรงหน้าที่ไม่ว่ายังไงก็รับแค่หนึ่งเหรียญทองท่าเดียวแม้จะเพิ่งรู้จักกันแต่นิสัยใจคอของเขาผู้นี้น่าส่งเสริมไม่ใช่น้อย
“...สนใจมาทำงานภายใต้ตระกูลคริฟมอนด์ไหม”
?
“อนาคตของคุณจะรุ่งโรจน์หากเข้าร่วมกับเราคนมีพร์สูงแบบคุณจะปล่อยให้อยู่ในร้านเน่าๆก็มีแต่เสียของ”
คำชักชวนที่ไม่คาดคิดหลุดออกมาจากปากของเด็กสาวเอเลนที่กำลังจะปฏิเสธพอได้ยินเธอพูดถึงร้านที่เป็เหมือนบ้านและมรดกของเขาก็พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็เ็า
“ฮ่าๆๆร้านเน่าๆของคุณคือบ้านของผมคือสิ่งที่เหลืออยู่ของผมที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้”
แม้จะหัวเราะแต่นั่นเป็การหัวเราะที่แสนจืดชืดเซลีนที่ได้ยินดังนั้นก็พลันหน้าซีดเพราะดูท่าตัวเธอจะไปสะกิดปมด้อยในใจของเอเลน
“ข ขอโทษคือชั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะ....”
“คุณจะเป็ใครมาจากไหนผมไม่สน ผมไม่ชอบที่คนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นแบบคุณมาตัดสินมากำหนดความเป็ไปของคนที่อยู่ต่ำว่า เก็บคำชวนของคุณเอาไว้ให้คนอื่นซะเงินของคุณซื้อผมไม่ได้”
เด็กหนุ่มพูดเสียงเย็นก่อนจะเดินไปเปิดประตู
“เชิญ”
เซลีนมีสีหน้าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดั้แ่เกิดมานี่คือครั้แรกที่เธอถูกปฏิเสธเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทียินยอมเ้าหล่อนก็ได้แต่ยอมแพ้ไปก่อน
“ไว้จะกลับมาใหม่ชั้นจะไม่ยอมให้คุณตกไปอยู่ในมือใครทั้งนั้น”
“เหรอยอมแพ้ไวๆแล้วกัน ขอบคุณที่ใช้บริการ”
ปัง
เด็กหนุ่มปิดประตูใส่หน้าแล้วหายไปหลังร้านปล่อยให้เด็กสาวได้แต่ถอนหายใจแล้วจากไปแต่โดยดี เขาเอาตัวพิงประตูโรงหลอมเหม่อมองเพดาน
“...สุดท้ายเราก็ยังคิดถึงพวกท่านอยู่ดี”
เอเลนถอนหายใจแม้จะแสร้งทำเป็เข้มแข็งแต่เขาก็ยังโหยหาผู้เป็ที่รักความปรารถนาในใจลึกคือการได้พบกับพ่อและแม่อีกครั้งเพื่อถามให้ชัดเจนว่าทำไมถึงได้ทิ้งเขาไปอารมณ์ที่ปั่นป่วนซับซ้อนปะทุขึ้นในใจเด็กหนุ่มพลันหยิบนาฬิกาพกของดูต่างหน้าออกมาดวงตาสีทับทิมจับจ้องไปที่รูปเทพธิดาสององค์ที่ช่วยกันถือนาฬิกาทรายที่บัดนี้ทั้งสองเองก็ต่างมีสีหน้าเศร้าสร้อย
“เอาเหอะคงไม่ได้พบกันอีกแล้ว”
เอเลนยักไหล่แล้วเก็บนาฬิกาพกเขาต้องรีบสลายอารมณ์ขุ่นมัวให้เร็วเพื่อที่มันจะได้ไม่มีผลกระทบกับงานยังมีอุปกรณ์อีกหลายอย่างต้องเตรียมหากคิดจะขายยุทธภัณฑ์
“ธอมัส”
เซลีนส่งเสียงเรียกพ่อบ้านชราที่อาสาขับรถม้ามาส่งเธอที่นี่ชายชราที่เห็นคนหนูขอเขาก็เรีบขับรถม้ามารับคุณหนูของมัน
“เป็อย่างไรบ้างครับคุณหนูราบรื่นดีไหมครับ”
ธอมัสเอ่ยเพราะสีหน้าของเซลีนไม่สู้ดีนักไม่แปลกที่มันจะคิดว่าคุณหนูจะผิดหวังที่ไม่อาจซ่อมสัญลักษณ์ของตระกูลสำเร็จเซลีนอร่าที่ได้ยินพ่อบ้านถามก็ยิ้มก่อนจะดึงดาบซันโทเรียนออกมาจากกระเป๋าเวทย์
“โอ้”
พ่อบ้านธอมัสที่เห็นดังนั้นก็ตาลุกวาวเพราะซันโทเรียนที่เคยอยู่ในมือหัวหน้าตระกูลพ่อของเซลีนอร่านั้นช่างเป็ซันโทเรียนที่ทรุดโทรมราวกับโบราณวัตถุแม้จะทรงพลังแต่ก็เปราะบางผิดกับซันโทเรียนที่ถูกซ่อมแซมในมือของเซลีน
“ช่างคนนั้นใช้เวทมนต์อะไรกันทำใหสามารถชุบชีวิตซันโทเรียนขึ้นมาได้”
“ไม่สำคัญหรอกธอมัสแต่เขาต้องมาเป็ของพวกเราก่อนที่ตระกูลอื่นๆจะเจอเขาช่วยสืบประวัติรวมถึงภูมิหลังของช่างเอเลนให้ทีนะ”
“คุณหนูไม่ได้ลองชักชวนเขาหรือครับ”
ธอมัสถามขึ้นด้วยความแปลกใจหากชายคนนั้นมีพร์อย่างที่คุณหนูเซลีนอร่ากล่าวเอาไว้จริงๆคุณหนูย่อมต้องหาทางเกลี้ยกล่อมเพื่อให้ได้มันมาแน่ๆเว้นเสียแต่ว่า
“ชั้นลองแล้วแต่การเจรจาล้มเหลว”
!
“มันผู้นั้นช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกล้าปฏิเสธความ้าของคุณหนูได้ยังไง”
.....
เซลีนกำลังจะตอบว่าเห็นด้วยทันใดนั้นคำพูดและแววตาเ็าของเอเลนก็แล่นเข้ามาในห้วงความคิดคำพูมากมายพลันจุกอยู่ในลำคอ เมื่อรวบรวมสติได้เด็กสาวก็พูดขึ้นว่า
“เตรียมข้อเสนอดีๆเอาไว้แล้วกันชั้นจะหาทางเกลี้ยกล่อมเขาเอง”
เธอรู้นิสัยของธอมัสดีชายคนนี้รับใช้ตระกูลครีฟมอนด์มานานความจงรักภักดีนั้นไม่มีข้อกังขาและออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ
“ครับคุณหนูเพื่อคุณหนูแล้วผมจะทำให้ดีที่สุด”
เด็กสาวพยักหน้าอย่างพึงพอใจนอกจากคนรับใช้อีกคนแล้วก้มีแต่ธอมัสที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองเท่านั้นที่เธอเชื่อใจเขามากที่สุด
“ชั้นเหนื่อยแล้วกลับบ้านกันเถอะ”
“คุณหนูคิดจะทำยังไงกับพวกญาติๆครับ”
ธอมัสถามขึ้นตอนที่ทางตระกุลรับรู้ว่าดาบซันโทเรียนได้รับความเสียหายญาติหลายคนได้ออกมาค่อนขอดถึงความเหมาะสมของเธอในฐานะว่าที่ผู้นำลามปามไปถึงความเหมาะสมของผู้นำตระกูลว่าคิดยังไงถึงได้มอบดาบที่เป็ทั้งสัญลักษณ์และเครื่องหมายของอำนาจเอาไว้ให้เธอถือครอง
“แค่เอาดาบที่ซ่อมเสร็จไปแสดงให้พวกเขาเห็นก็คงจะหุบปากเองนั่นแหละตาแก่พวกนั้นโง่จะตาย”
เซลีนแค่นเสียงดูิ่ญาติๆของเธอมีแต่พวกไม่ได้ความทั้งนั้นวันๆจ้องหวังจะฮุบเอาตำแหน่งผู้นำไปจากบิดาของเธอเผลอการที่เธอถูกทำร้ายในป่าดึกดำบรรพ์นั่นก็อาจจะเป็ส่วนหนึ่งของเกมการเมืองภายในตระกูลยิ่งคิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ
“ออกรถเถอะธอมัสแล้วอย่าให้ใครรู้ว่าพวกเรามานี่”
“รับทราบครับ”
ธอมัสรับคำก่อนที่รถม้าหรูหราจะแล่นออกไปอย่างช้าๆตรงไปยังเขตที่เต็มไปด้วยบ้านของพวกขุนนางทั้งหลายโดยทิ้งความวุ่นวายของเขตอุตสาหกรรมเอาไว้เื้ั