ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 27 คืนส่งท้าย

    บทที่ 27คืนส่งท้าย

    “เป็นความคิดคำนึงที่โหยหา  และไม่สามารถหยุดยั้งมันเอาไว้ได้แล้วในเวลานี้”

     

                 

            ชินหายตัวไปจากกลุ่มทันทีที่การแสดงบนเวทีจบและไม่มีใครพบเขาอีกเลยจนกระทั่งล่วงเลยเวลาอาหารค่ำไปแล้วการแสดงพิธีปิดกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า ในที่สุดทุกคนก็ลงความเห็นว่าชินคงจะเบื่องานประเพณีจนหนีไปงีบอยู่ที่ไหนสักแห่งแม้นั่นอาจจะฟังดูเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยจะเข้าท่าสักเท่าไหร่แต่ทั้งหมดก็ตัดสินใจที่จะไม่ออกตามหาตัวเขา

                 

            เอเรียลกับเท็ตสึยะอยู่ด้วยกันกับพวกเขาจนเสร็จสิ้นช่วงอาหารค่ำซึ่งประกอบไปด้วยบุฟเฟ่ต์ของชมรมทำอาหารจากทั้งสามโรงเรียนที่รังสรรค์เมนูหลากหลายมาประชันฝีมือกันในงานก่อนที่เด็กหนุ่มชมรมบาสทั้งสองจะหายไปในความมืดพร้อมกับกลุ่มเด็กสาวมากหน้าหลายตาทิ้งมินาโยะไว้ให้รับมือกับมาโมรุและโทวะตามลำพัง

                 

            “บรรยากาศชักจะทะแม่งๆแล้วสิ”

                 

            มาโมรุพูดลอยๆ

                 

            พลุหลากสีสันประดับประดาอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำลานกิจกรรมกว้างของทามามุชิถูกเนรมิตเป็นสถานที่จัดงานเต้นรำรอบกองไฟที่มีอุปกรณ์ประกอบฉากสร้างป็นกองไฟจำลองขนาดยักษ์ส่องแสงสว่างสีส้มแสบตาอยู่กลางสนามพวกนักเรียนจากทั้งสามโรงเรียนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่ยังไม่เสร็จสิ้นกิจกรรมอาหารค่ำเฝ้ารองานกิจกรรมในคืนส่งท้ายด้วยจิตใจจดจ่อ

                 

            เสร็จสิ้นการจุดพลุและดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ของทั้งสามโรงเรียนก็ถึงคราวประกาศรางวัลกิจกรรมด้านต่างๆซึ่งไม่ค่อยจะมีใครสนใจเท่าไหร่นักเพราะตอนนี้พวกนักเรียนทั้งหลายต่างส่งเสียงพูดคุยเซ็งแซ่อย่างตื่นเต้นเพื่อรอให้กิจกรรมส่งท้ายเริ่มต้นขึ้นเริ่มเป็นที่สังเกตเห็นได้ชัดว่าพวกนักเรียนที่เคยเกาะกลุ่มกันเฉพาะตามโรงเรียนเริ่มมีการแยกตัวเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยแล้วในที่สุดก็ค่อยๆกระจายกันไปและเริ่มหันไปจับคู่กับเด็กโรงเรียนอื่นๆบ้างเสียงวี้ดว้ายร้องแซวและเสียงโห่ร้องของเหล่าชายหนุ่มดังขึ้นอยู่รอบตัวไม่ขาดระยะเมื่อมีใครสักคนในกลุ่มถูกสารภาพรักหรือไม่ก็สมหวังกับการจับคู่ในงานเต้นรำคืนส่งท้ายที่กำลังจะเริ่มขึ้น

                 

            มาโมรุมองเห็นแววหายนะขึ้นมาลางๆเมื่อมีเด็กสาวจำนวนไม่น้อยกำลังจับกลุ่มซุบซิบและจ้องมองมาที่เขา

                 

            “เอาล่ะถึงเวลาที่ฉันต้องลี้ภัยบ้างแล้ว”

                 

            มาโมรุพูดขึ้นอย่างตัดสินใจได้

                 

            “ไม่อยู่ด้วยกันเหรอ?”มินาโยะถามเด็กหนุ่มด้วยสีหน้ากังวลใจ

                 

            มาโมรุตอบโดยที่ไม่ยอมมองหน้าเธอเลย

                 

            “ใครที่ไหนเค้าเต้นรำกันสามคนบ้างล่ะเธอเต้นกับโทวะไปเถอะ”

                 

            แล้วเด็กหนุ่มก็ออกวิ่งกระโดดข้ามพุ่มไม้ใกล้ๆแล้วหายเข้าไปในความมืด จังหวะนั้นเองที่กลุ่มเด็กสาวผู้กำลังจ้องมองมาทางเขาเริ่มออกวิ่งตามไปด้วยเกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อยหลังจากนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

                 

            “ฉันหมายถึงจะยกโทวะให้เป็นคู่เต้นรำด้วยต่างหากล่ะ”

                 

            มินาโยะยังไม่ทันได้พูดความในใจออกไปมาโมรุก็โกยอ้าวหนีไปเสียก่อนทิ้งเธอไว้ตามลำพังกับโทวะท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้อึดอัดใจอย่างยิ่ง

                 

            โทวะถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้

                 

            “เต้นรำกันเถอะ”

                 

            เด็กหนุ่มว่าขยับมายืนเผชิญหน้ากับเธอและยื่นมือมาเชื้อเชิญมินาโยะลังเลใจเล็กน้อยที่จะยื่นมือไปตอบรับเขา ภาพของโทวะที่เฝ้ามองนานาโกะเมื่อเที่ยงยังคงคอยตอกย้ำเธออยู่แต่เพราะว่าเสียงเพลงเริ่มบรรเลงขึ้นมาแล้ว และโทวะก็ยังไม่ยอมปล่อยมือลงเด็กสาวจึงจำเป็นต้องยื่นมือออกไป

                 

            ฝ่ามือเล็กๆวางทาบลงบนมือใหญ่ของเด็กหนุ่มทั้งๆที่เห็นมาตลอดแต่พอเวลาที่มือทั้งคู่ประสานกัน ฝ่ามือของโทวะใหญ่และหนากว่ามือของเธอมากนิ้วมือของเขาเรียวยาวและสวย มองเห็นเส้นเลือดที่หลังมือได้อย่างชัดเจนเกิดความร้อนพุ่งขึ้นมาบนใบหน้าเล็กน้อยเมื่อตอนที่เด็กหนุ่มกระชับมือและเริ่มเคลื่อนไหวออกตัวนำไปตามจังหวะเพลงร่างของเธอใกล้ชิดกับเขามากเกินกว่าที่คาดไว้ นั่นทำให้หัวใจของเด็กสาวเต้นรัวมินาโยะรู้สึกว่าสมาธิของตัวเองไม่ได้จดจ่ออยู่กับการเต้นรำเลยพอคิดที่จะเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มสิ่งที่เห็นกลับเป็นต้นคอขาวนวลและไหล่บางภายใต้เครื่องแบบนักเรียนของเขาเท่านั้นนี่โทวะสูงกว่าเธอไปมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

                 

            “เป็นอะไรไป?”

                 

            เด็กหนุ่มถามเมื่อเห็นเด็กสาวเอาแต่จ้องมองพื้น

                 

            มินาโยะขบริมฝีปากแน่นสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนมีความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นพาดเข้ามากลางจิตใจพร้อมๆกับที่ภาพความทรงจำของโครงร่างใครบางคนที่เธอจำหน้าไม่ได้กำลังโน้มตัวเข้ามาใกล้มินาโยะสลัดศีรษะไปมาภาพในหัวถูกแทนที่ด้วยนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่จ้องมองมาที่เธออย่างตรงไปตรงมาแทน

                 

            “โทวะฉัน--”

                 

            มินาโยะตัดสินใจพูดขึ้นในที่สุดแต่โทวะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นเป็นของเธอ เด็กหนุ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบลงข้างหู

                 

            “อย่า”

                 

            คำพูดนั้นทำให้ร่างกายหยุดชะงักไปในทันทีราวกับมีใครบางคนเอาน้ำเย็นๆมาราดใส่หัว ร่างกายของเด็กสาวชาวาบหัวใจกระตุกวูบราวกับจะหลุดออกไปจากร่างเมื่อโทวะถอนใบหน้าออกห่างและเริ่มต้นนำเธอเต้นรำอีกครั้ง

                 

            “มาโมรุบอกว่าความทรงจำของเธอค่อยๆฟื้นกลับมาแล้วใช่ไหม?”

                 

            มินาโยะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆโทวะถึงเอ่ยถึงมาโมรุ

                 

            “ใช่...”

                 

            เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก

                 

            ว่าแต่ทำไมโทวะถึงได้รู้ล่ะ?พวกเขาแอบไปคุยกันเรื่องของเธอโดยที่ไม่บอกให้เธอรู้อย่างนั้นเหรอ!?

                 

            “งั้นเหรอ...”โทวะเปรย สายตากวาดมองไปยังผู้คนรอบข้าง มินาโยะสังเกตได้ว่าเขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการสบตากับเธอ

                 

            “แม้แต่มาโมรุเองก็มีเรื่องที่จำไม่ได้อยู่สินะ”

                 

            เด็กหนุ่มพึมพำ

                 

            “แต่ฉันน่ะเป็นข้อยกเว้นนะ”

                 

            นี่เป็นครั้งแรกล่ะมั้งนับตั้งแต่ที่เพลงเริ่มบรรเลงขึ้นและเธอได้สบตากับโทวะนัยน์ตาสีเขียวมรกตของเขาเปล่งประกายลึกล้ำอย่างยากจะคาดเดา ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยเลยสักครั้งที่มินาโยะจะรู้สึกว่าโทวะอยู่ห่างไกลออกไปจากเธอได้มากเท่ากับตอนนี้

                 

            “ฉันจำเรื่องในอดีตของตัวเองได้ทุกอย่าง...ทุกๆเรื่องเลย รวมถึงเรื่องที่ไม่อยากจำทั้งหลายด้วยเพราะอย่างนั้นฉันสามารถบอกกับเธอได้...”

                 

            “มินาโยะ...ฉันไม่เคยพบเธอที่โลกโน้นมาก่อนหรอกนะ เพราะงั้น...ถ้าเธอรู้สึกคุ้นเคยกับใครสักคนล่ะก็... นั่นไม่ใช่ฉันหรอก”

                 

            อะไรอุ่นๆไหลคลออยู่ที่ตาพร้อมๆกับที่ความรู้สึกบางอย่างได้พังทลายลงไป น่าแปลกที่เธอรู้จักความรู้สึกนี้ดีมันเหมือนกับตอนที่เธอฝันเห็นเขาคนนั้นกับแปลงดอกไม้ที่ถูกทิ้งร้างไว้หลังหอคอย

                 

            “เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย”

                 

            มันจบลงแล้วหรือเปล่านะ?

                 

            เด็กสาวไม่รู้เลยว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงดีแย่ล่ะสิที่เธอปล่อยให้มันเกิดขึ้นมาได้ในเวลาแบบนี้ต่อหน้าคนคนนี้ที่เธอไม่อยากสูญเสียเขาไปมากที่สุด แต่มันเริ่มไปแล้วและเด็กสาวก็ไม่รู้วิธีที่จะหยุดมัน เสียงเพลงยังคงบรรเลงไปอย่างเชื่องช้าร่างกายของเธอยังคงเคลื่อนไหว แต่อะไรบางอย่างได้แหลกสลายลงไปแล้ว

                 

            พังทลายลงไปแล้วในค่ำคืนนี้เอง...

     

     

            


            “พอแค่นี้แหละ”

                 

            น้ำเสียงราบเรียบจากคนข้างตัวเอ่ยขึ้นทันทีที่เสียงเพลงบรรเลงสิ้นสุดลงเด็กหนุ่มขยับตัวถอยออกห่างแสดงออกอย่างชัดเจนว่าการเต้นรำที่เพิ่งจบลงไปเมื่อครู่นั้นเป็นการ ‘ตามใจ’ ครั้งสุดท้ายของวันนี้

                 

            เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขามีความผิดหวังฉายชัดอยู่ในแววตาสีหม่นคู่นั้นแต่เด็กหนุ่มข้างตัวไม่เคยคิดที่จะใส่ใจเลยสักนิด

                 

            นัยน์ตาสีม่วงอ่อนเจ็บช้ำเสมองไปรอบๆเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้าสังเกตเห็นความอ่อนแอในแววตาพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของคนคุ้นเคยกำลังเดินเคียงคู่มากับเด็กสาวร่างบางผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้าจู่ๆความคิดหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาในสมองแต่ก่อนที่เด็กสาวจะทันได้ทำความเข้าใจกับตัวเองว่าสิ่งที่แวบเข้ามามันคืออะไร ร่างบางที่ไวกว่าความคิดก็เข้าประชิดตัวคนที่ยืนอยู่เคียงข้างมือเรียวคว้าใบหน้าของคนตัวสูงให้ก้มลงต่ำ ก่อนที่เด็กสาวจะเขย่งปลายเท้า ประทับริมฝีปากลงบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว

                 

            ร่างสูงชะงักพลางคิดจะขยับตัวออกห่างแต่ริมฝีปากที่ห่างกันแค่คืบไม่ได้คิดจะเข้ามาใกล้ไปมากกว่านั้นก็พอจะทำให้รู้แล้วว่าคนตรงหน้าอยู่ในอารมณ์ไหนนัยน์ตาสีเทาคมกริบกวาดไปทั่วบริเวณเพื่อเสาะหาต้นตอของความคิดพิเรนทร์ที่เกิดขึ้นในตัวเด็กสาวก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับตัวต้นเหตุที่ยืนนิ่งจ้องมองดูพวกเขาอยู่ข้างเด็กสาวร่างเล็กที่กำลังยกมือขึ้นปิดปากแน่นอย่างประหลาดใจและเขินอาย

                 

            “อย่าทำแบบนี้อีก”

                 

            มาซารุกระซิบถอนตัวออกห่างก่อนที่เด็กสาวจะค่อยๆกลับมายืนเต็มฝ่าเท้าอย่างมั่นคงอีกครั้งแล้วหันไปมองคนที่เพิ่งเดินมาถึงก่อนจะทำสีหน้าประหลาดใจอย่างเสแสร้ง

                 

             “อ้าว!เมมิ”

                 

            เธอจงใจไม่ทักใครอีกคนที่เดินเคียงคู่มาด้วย

                 

            “สวัสดียามค่ำค่ะรุ่นพี่มินามิ”

                 

            เมมิเอ่ยขึ้นเมื่อควานหาเสียงของตัวเองเจอในที่สุดเด็กสาวเหลือบมองใบหน้าเรียบสนิทของคนข้างตัวที่เดินมาด้วยกันก่อนจะหันมามองสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

                 

            “งานประเพณีโรงเรียนฉันสนุกไหม?”

                 

            เจ้าภาพงานเอ่ยถามพอเป็นมารยาทนัยน์ตาเย็นเยียบคู่นั้นจับจ้องแต่เด็กสาวที่เอาแต่หลบสายตาเขา

                 

            “มาช้านะ”

                 

            แขกของงานที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นคู่เต้นรำของสาวเจ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจนัก

                 

            “โดนทางชมรมกักตัวไว้ปลีกตัวไม่ได้เลยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ พี่มาซารุ”

                 

            “ไม่ต้องไปขอโทษมันหรอกเมมิ เราอุตส่าห์ให้โอกาสได้เต้นรำเพลงเปิดงานคืนส่งท้ายทั้งทีรู้ไหมว่านี่เป็นตำนานของโรงเรียนฉันเลยนะที่ว่าถ้าใครได้เต้นรำคู่กับ--”

                 

            “อาโออิ”มาซารุเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “มินามิอยากเต้นรำต่อ”

                 

             “ฉันไม่!”

                 

            คนถูกพาดพิงปฏิเสธเสียงแข็ง

                 

            “ไม่เอาด้วยหรอกน่าเกิดถูกเหยียบเท้าขึ้นมาล่ะก็... เดี๋ยวก็เตะบอลไม่ได้พอดีน่ะสิ”

                 

            อาโออิพูดอย่างล้อเลียน

                 

            “งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกฉันกลับล่ะ”มาซารุปิดการสนทนาอย่างว่องไว

                 

            “เดี๋ยวสิเฮ้ย! อุตส่าห์มาแล้วทั้งที อยู่ให้จบงานก่อนสิ!”

                 

            “นั่นสิคะพี่มาซารุยังไม่ได้พบกับนานะจังเลยนี่นา เด็กคนนั้นน่ะอยากพบคุณมาตลอดเลยนะคะ”

                 

            เมมิพยายามพูดโน้มน้าวด้วยอีกแรง

                 

            วูบหนึ่งที่สีหน้าของมาซารุแปลกไปโดยที่เด็กสาวไม่อาจเข้าใจได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

                 

            “ไม่เจอกันจะดีกว่านะ”น้ำเสียงที่เอ่ยตอบกลับมานั้นราบเรียบเสียจนคนฟังยังรู้สึกเหงา

                 

            “ทิ้งปัญหาให้เขาไว้เยอะก็อย่างนี้แหละน้า”อาโออิได้ทีเอาคืน

                 

            “ฉันจะกลับล่ะ!”มินามิโพล่งขึ้นอย่างหมดความอดทน ไม่ชอบเลยสักนิดที่ถูกใครบางคนทำเมินใส่ เด็กสาวสะบัดหน้าเชิดใส่เดินกระฟัดกระเฟียดจากไปในทันที

                 

            “งอแงอะไรอีกล่ะ”

                 

            คนที่อยากให้สนใจกลับทำแค่เพียงส่งน้ำเสียงเย็นชาใส่แต่เมื่อเห็นว่าเด็กสาวไม่รับฟังอะไรอีกแล้วและเอาแต่โกยอ้าวเดินจากไปเด็กหนุ่มถึงกับถอนหายใจอย่างระอา เดินตามหลังเธอไปอีกคนทิ้งเจ้าภาพกับแขกที่เหลือซึ่งเคยชินเสียแล้วกับสถานการณ์แบบนี้ไว้ให้อยู่กันตามลำพัง

                 

            เมมิหันมามองมาซารุ

                 

            “จะไม่ไปเจอนานะจังจริงๆเหรอคะ?”

                 

            “ไม่ล่ะ”มาซารุตอบ

                 

            “รวมถึงเด็กพวกนั้นด้วยเหรอคะ?”

                 

            คราวนี้เด็กสาวได้แววตาดุดันจากอีกฝ่ายกลับมาแทนคำตอบเมมิถอนหายใจ ครั้นอธิบายไปคงจะเสียเวลาเปล่า

                 

            “ดูเหมือนฉันจะยุ่งไม่เข้าเรื่องสินะคะ”

                 

            “เรื่องบางเรื่องเธอก็ไม่จำเป็นต้องรู้”มาซารุบอกด้วยท่าทีสงบ “ถึงเธอจะเกี่ยวข้องกับเรื่องในคราวนี้ด้วยในฐานะภาชนะความทรงจำแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องยื่นมือเข้ามายุ่งในทุกเรื่อง”

                 

            “เวลากำลังจะเดินไปข้างหน้าแล้วนะคะ”เมมิบอกมาซารุ “กงล้อที่คุณหยุดมันเอาไว้กำลังจะไหลไปข้างหน้าในอีกไม่ช้านี้แล้วล่ะค่ะ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงมายืนอยู่ตรงนี้”

                 

            “เตรียมใจยอมรับความผิดหวังได้แล้วหรือไง?”

                 

            “ฉันไม่คิดจะเรียกสิ่งนั้นว่าการเตรียมใจหรอกนะคะ”เมมิบอก “เพียงแต่เพราะคุณต้องการจะให้ฉันหยุดเวลาไว้  ฉันจึงไปไหนต่อไม่ได้ แต่ฉัน...และพี่อาโออิไม่คิดจะหยุดมันไว้ที่ตรงนี้คุณอาจมีเวลาทั้งชีวิตเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญของคุณ แต่สำหรับฉันกับพี่ เวลาของพวกเราเหลืออีกไม่มากแล้วล่ะค่ะ”

                 

            มาซารุนิ่งเงียบไป

                 

            “พี่อาโออิจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อที่เขาจะได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างที่เขาต้องการได้และพี่มินามิก็จะได้เป็นอิสระจากคำสาปนั่นเสียที ที่ผ่านมา...พวกเราสองพี่น้องพยายามที่จะประคับประคองมันมาตลอดแต่คุณจะหยุดทุกอย่างไว้เหมือนในอดีตไม่ได้หรอกนะคะ เรื่องนี้คุณเองก็รู้ดีก่อนที่จะทุกอย่างจะพังทลายลงไป พวกเราจะทำให้มันเปิดออกมาเองกล่องแพนโดร่าที่คุณอุตส่าห์เฝ้าเก็บรักษาน่ะ ถึงเวลาที่จะต้องเปิดมันออกมาแล้วล่ะค่ะเด็กพวกนั้นโตพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริงได้แล้ว ถ้าคุณไม่ลงมือทำล่ะก็...ฉันกับพี่จะเป็นฝ่ายเริ่มเอง”

                 

            เมมิพูดทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนจะโค้งตัวให้เขาแล้วเดินจากไปทิ้งเด็กหนุ่มไว้คนเดียวท่ามกลางความมืดมิดของสวนกว้างมาซารุครุ่นคิดขณะที่เฝ้ามองรอยสักสีดำสนิทที่แขนข้างขวาใช่ว่าเขาจะนิ่งนอนใจคิดว่าทุกอย่างจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้ตราบใดที่เขาอยู่ห่างจากเด็กพวกนั้นเขารู้... รู้มาตั้งนานแล้วว่าสักวันสิ่งที่เขาทำมันจะกลับมาทำร้ายตัวเขาเองเพียงแต่เขาไม่คิดว่า ‘สักวัน’ นั้น มันจะมาถึงเร็วขนาดนี้

                 

            “ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวสินะที่คิดจะเปิดกล่องนั่น”เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด



    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810