บุรุษจอมเพี้ยน ทะลุมาเกรียนที่ต่างโลก

    แยกกันพักผ่อน

            “แต่ก็แปลกนะ ไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นเลย” ราฟพูดพลางหันไปมองซ้ายขวา

            “ใครเหรอ?” เรเชลถามอย่างสงสัย

            “ผู้หญิงที่มาจากตระกูลชเวไง”

            “อ้อ ชเวซูจีน่ะเหรอ นั่นสิ หายไปไหนนะ” เรเชลที่นึกได้เหมือนกันก็มองหาช่วยอีกแรง

            “ซูจี...” พัคแทยังพูดเสียงเบา

            ‘เธอจะเป็นอะไรรึเปล่านะ’ ชายหนุ่มตาทองคิดในใจอย่างเป็นห่วง เพราะยังไงทั้งคู่ก็รู้จักกันมานาน

            “นี่ ยัยประธาน เธอจะทำอะไรต่อเหรอ” ราฟถามซายะที่เงียบไม่พูดไม่จากับใครเลยตั้งแต่ลงมาจากยาน

            “รอเจ้าหน้าที่มาส่งมือถือแล้วโทรบอกท่านพ่อกับท่านแม่ว่าถึงโรงเรียนแล้ว” เธอกอดอกตอบพลางมองราฟที่กำลังแบกวาเนสซ่าด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

            “จริงด้วย ฉันต้องโทรบอกครอบครัวก่อนว่าเป็นผู้รอดชีวิตจากการแข่งขันบ้าๆนี” เรเชลเบิกตากว้าง

            “ครอบครัว…” พัคแทยังก้มหน้ามองพื้น ราฟที่เห็นอย่างนั้นก็เงียบไปแล้วใช้มือข้างที่ว่างตบไหล่เพื่อนของเขา

            “นายยังมีพวกฉันนะ ไหนจะไป๋เสวี่ยฉีที่รักนายมากๆอีก ใช่มั้ยพวกเรา” ราฟพูดยิ้มๆ

            “ราฟ...ขอบใจนะ” พัคแทยังที่ได้รับคำปลอบโยนยิ้มได้อีกครั้งหนึ่ง

            “อ๊ะ” ทุกคนพูดคุยกันต่อได้ไม่นานก็มีเสียงดังมาจากแหวนเทเลพอร์ตของการแข่งขันที่เรืองแสงออกมาจากนั้นก็เกิดช่องว่างมิติขึ้นและมีของใช้ส่วนตัวที่พวกราฟฝากเอาไว้ก่อนเริ่มการแข่งขันออกมา

            ‘สุดยอดไปเลยแฮะระบบข่นส่งของโลกนี้เนี่ย เร็วกว่า EMS อีก ฮ่าๆ’ ราฟคิดในใจขณะหยิบมือถือกับแหวนมิติที่ได้จากแอนนาออกมาสวม

            เมื่อคนที่เหลือหยิบของใช้ของตัวเองออกมาหมดแหวนก็ดับแสงลงกลายเป็นแหวนธรรมดา

            “เหมือนพลังงานจะหมดแล้ว พวกเราต้องเก็บแหวนนี่ไว้ใช้เป็นตัวแสดงคะแนนสินะ ของดีสุดๆไปเลยน้าแหวนเนี่ย เสียดายที่ต้องส่งคืนให้กับทางผู้จัด” ราฟยกมือขึ้นมามองแหวนอย่างเสียดาย

            “แล้วนายจะทำอะไรต่อเหรอ”

            “ว่าจะกลับหอไปอาบน้ำแล้วนอนพักน่ะ อ้อ พรุ่งนี้นายมาที่ห้องฉันสิ พวกเธอด้วยนะ ฉันว่าจะทำหมูกระทะกิน” ราฟบอกทั้งสามคนยิ้มๆโดยไม่สนใจการดิ้นของวาเนสซ่าเหมือนเดิม

            ‘เราจะได้ทำน้ำจิ้มส่งไปให้พวกเจโรมด้วยเลย’

            “หมูกระทะ? ใช่อาหารไทยรึเปล่า” เรเชลที่ได้ยินว่าราฟจะทำอาหารให้กินก็กลืนน้ำลาย

            “ฉันไปแน่” พัคแทยังยิ้มกว้าง ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ถึงอาหารที่ฐานใต้ดินจะอร่อย แต่ก็ไม่เท่าฝีมือเพื่อนของเขาที่ต้องขลุกตัวกับโลแกนหลายวันจนไม่ได้ทำอาหารเอง ทำให้เขาดีใจมากที่จะได้กินอาหารจากราฟเสียที

            “ในเมื่อนายชวน ฉันจะยอมไปด้วยก็ได้” ซายะที่ได้ยินก็อดที่จะกลืนน้ำลายตามเรเชลไม่ได้ เมื่อนึกถึงวันที่ได้กินเนื้อปูฝีมือของราฟแล้ว ขนาดไม่ใช่เครื่องปรุงยังอร่อยขนาดนี้ ถ้าทำอาหารที่มีอุปกรณ์ครบจะอร่อยขนาดไหนกันนะ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่เธออยากกินฝีมือเขานั้นก็คือ

            ‘ถ้ายัยครึ่งมังกรนั่นรู้ว่าฉันได้กินอาหารฝีมือหมอนี่ก่อนเธอคงจะอิจฉาจนตายแน่ หึๆ’ ซายะนีกในใจ แค่คิดเธอก็มีความสุขแล้ว

            .

            .

            .

            “ฮะ ฮัดจิ้ววว” เฟยฮวาที่นอนเล่นอยู่ในห้องพักในโรงเรียนวาเรียจามออกมาเสียงดัง

            “ใครนินทานะ ไม่สิ ต้องเป็นนายท่านที่กำลังคิดถึงเราด้วยความรักแน่ๆ คิกๆ นายท่านขา....” เฟยฮวายิ้มคนเดียวในห้องก่อนจะนอนกอดตุ๊กตาหมีแน่นอย่างมีความสุข

            .

            .

            .

            “เธอยิ้มอะไรอะ” ราฟเอียงหัวถามซายะ

            “ไม่ใช่เรื่องของนาย” ซายะหันหน้าหนีก่อนจะพูดต่อว่า

            “ฉันไปก่อนล่ะ อ้อ นี่เบอร์ฉัน ถ้าทำอาหารเสร็จโทรบอกฉันด้วย” หญิงสาวผมขาวหยิบมือถือออกมาแล้วกดโทรออก ก่อนที่มือถือของราฟจะสั่น เมื่อเขายกขึ้นมาดูก็เห็นเบอร์แปลกหน้าโทรมา

            “นี่เบอร์เธอเหรอ งั้นฉันจะเมมไว้ว่า ‘ประธานคนสวยของฉัน’ ก็แล้วกันนะ” ราฟยิ้มกว้างก่อนจะพิมพ์ตามที่พูดไว้

            “ใครเป็นของนายกัน! ไปกันเถอะเรช วันนี้เธอมานอนกับฉันนะ ส่วนนาย ราฟ! อย่าทำอะไรเกินเลยกับยัยมารนี่ล่ะ ถ้าฉํนรู้ล่ะน่าดู” ซายะขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วเดินจับมือเรเชลไปที่หอพักที่เธออยู่

            “อะ อื้อ ไว้เจอกันนะพวกนาย อย่าลืมโทรมาบอกฉันด้วยนะ” เรเชลที่เดินไปกับซายะโบกมือลาราฟกับพัคแทยังก่อนที่ร่างบางทั้งสองจะลับตาไป

            “ฉันก็ต้องไปแล้ว ไว้เจอกันนะราฟ” พัคแทยังก็ขอตัวกลับไปเช่นกัน ทำให้ตอนนี้เหลือราฟที่แบกวาเนสซ่าอยู่กันสองคน

            “เอาล่ะ จะทำยังไงกับเธอดีนะ” ราฟเปลี่ยนท่าแบกเป็นท่าอุ้มเจ้าหญิงแล้วมองวาเนสซ่าพร้อมกับทำสีหน้าชั่วร้าย

            “นะ นายจะทำอะไรฉัน” วาเนสซ่ามองหน้าของราฟอย่างหวาดกลัวราวกับลูกนกเจอเสือ เธออยากจะหนีเขาไปให้ไกลแต่กลับไม่สามารถสู้แรงกอดของเขาได้เลย

            “เง่ะ เธอคิดอะไรของเธอฟะ ฉันแค่คิดว่าจะทำยังไงให้เธอตอบเรื่องที่ฉันสงสัยเฉยๆเองน่า แปปเดียวก็เสร็จ พร้อมนะ” ราฟพูดยิ้มๆก่อนที่ร่างของเขาและวาเนสซ่าจะหายไป

            .

            .

            .

            [ห้องของราฟ]

            ฟุบบบ

            “ถึงห้องแล้วซะที...เย้ยยย”

            ในเวลาเพียงเสี้ยววิ ราฟกับวาเนสซ่าก็ปรากฏขึ้นในห้องที่แสนอบอุ่นของเขา ราฟที่อุ้มวาเนสซ่าอยู่หมุนตัวของเขาเตรียมจะเดินไปที่เตียงแต่เมื่อเขามองไปที่เตียงก็พบกับสาวสวยผมชมพูดวงตาสีฟ้าความารีนสวมชุดวอร์มสีน้ำเงินกำลังมองเขาด้วยแววตาว่างเปล่า โดยมีลูกสุนัขปอมเมเรเนียนสีแบล็คแทนนั่งฟุบอยู่บนตักของเธอ

            “...” ราฟ

            “บ๊อกๆ นายท่านนนนน....” โกโก้ที่เห็นราฟโผล่มาในห้องก็เห่าดีใจแล้วพุ่งเข้าไปเกาะอกของชายหนุ่มทันทีโดยไม่ได้สังเกตุวาเนสซ่าที่ราฟกำลังอุ้มอยู่

            “ท่านรู้มั้ยว่านายหญิงมาเล่นกับข้า แล้วพาข้าไปเดินเล่นทุกวัน แถมยังสั่งอาหารดีๆมาให้ข้ากินอีกเยอะเลย ทำให้ข้าไม่เหงาเวลานายท่านไม่อยู่ นางใจดีมากๆเลย ที่สำคัญคือนางปล่อยสายฟ้าใส่ข้าด้วย สบายสุดๆไปเลย บ๊อกๆ...โอ๊ะ ว่าแต่ผู้หญิงคนนี้ที่ท่านอุ้มอยู่คือใครเหรอนายท่าน” โกโก้เอาหน้ามุดอกของราฟไปมาก่อนจะหันมามองหน้าวาเนสซ่าอย่างสงสัย จากนั้นทั้งห้องก็เงียบกริบราวกับห้องร้าง

            “นั่นสิ ผู้ หญิง คน นี้ เป็น ใคร งั้น เหรอ?” หญิงสาวผมชมพูยิ้มถามเสียงหวาน แต่ทั้งร่างของเธอกลับมีประกายสายฟ้าแลบออกมาอย่างน่ากลัว

            “เอ่อ...” ราฟกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

    คล้ายกับเรื่องบุรุษจอมเพี้ยน ทะลุมาเกรียนที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน