“ท่านผู้คุมกฎท่านช่วยให้เขานำของที่เก็บอยู่ในแหวนมิติของเขาออกมาดูหน่อย”
“ข้าไม่มีหรอกแหวนมิต่งแหวนมิติอะไรนั่นนะ”
“เอาหละเอาหละเจ้าพักผ่อนไปก่อน พวกเราไปดูเจ้าหนุ่มนั่นก่อน”ผู้คุมกฎเอ่ยขึ้นมาหลังจากนั้นพวกเขาจึงได้ออกจากกระท่อมของหันซวงมุ่งหน้าไปยังกระท่อมของเฟยหลงแทนเมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว หันซวงถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เฟยหลงเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้หากไม่ออกมาข้าจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ” มู่ตานเอ่ยขึ้นมาแต่เสียงที่ได้ยินกลับเป็นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด มู่ตานถีบประตูเข้าไปทุกคนต่างเห็นสภาพของเฟยหลงที่นอนดินทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเตียงของเขา
ผู้คุมกฎจึงได้ป้อนโอสถให้กับเฟยหลงเฟยหลงค่อย ๆ หยุดฝึกวิถีอมตะ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
“ขอบคุณท่านผู้คุมกฎไม่ทราบว่าพวกท่านมาที่นี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่าขอรับ”
“ไก่ฟ้าอัสนีและกระต่ายวายุหายไปทั้งหมดพวกเขาสองคนสงสัยว่าเจ้าจะเป็นคนขโมยไป”
“ท่านผู้คุมกฎไม่ต้องถามมันให้มากความท่านตรวจสอบแหวนมิติของมันดูก็สิ้นเรื่องหากไม่เจอก็แสดงว่ามันไม่ได้เป็นคนขโมยแต่หากเจอต้องลงโทษมันอย่างหนัก”
“เฟยหลงเจ้านำของทั้งหมดออกจากแหวนมิติให้พวกเราตรวจสอบได้หรือไม่?”
“ได้สิท่านผู้คุมกฎแต่พวกท่านช่วยพยุงข้าออกไปด้านนอกหน่อยได้หรือไม่?” เฟยหลงค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นมาผู้คุมกฎจึงค่อย ๆพยุงตัวเฟยหลงออกไปนอกกระท่อม
“แค่ของภายในแหวนมิติทำไมต้องออกมานอกกระท่อมด้วยเจ้ารีบ ๆหน่อยพวกเราไม่ค่อยมีเวลามากเท่าไหร่” เจี๋ยอีพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ
เฟยหลงค่อยๆ ส่งจิตสัมผัสไปยังแหวนมิติของเขา ฉับพลันของทั้งหมดจึงออกมากองอยู่ด้านหน้าของพวกเขาทั้งหมดทุกคนต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเพราะของแต่ละชิ้นของเฟยหลงนั้นมีมูลค่าสูงเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นโอสถ สมุนไพร เหรียญทองหรือแม้แต่แร่ธาตุจำนวนมากกองเป็นภูเขาขนาดย่อมเลยทีเดียว
“เจ้ารีบเก็บของทั้งหมดเถอะข้าคงไม่สามารถชดใช้ได้หากมันหายไปสักชิ้น” ผู้คุมกฎเอ่ยขึ้นมา
“พวกเจ้าให้ข้านำของในแหวนมิติออกมาแล้วแล้วของพวกเจ้าหละทำไมไม่เอาออกมาให้ผู้คุมกฎดูบ้าง” เฟยหลงเก็บของทั้งหมดเข้าไปในแหวนมิติของเขาพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา
เจี๋ยอีและมู่ตานได้ยินดังนั้นพลันหน้าซีดขึ้นมาในทันทีพวกเขารีบเอ่ยออกมา
“ทำไมพวกเราต้องเอาของในแหวนมิติของเขาออกมาให้เจ้าดูด้วยในเมื่อเจ้าเป็นผู้ต้องสงสัย และพวกเราเป็นผู้เสียหาย”
“เจ้าพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกที่ข้าถูกทำโทษก็เพราะไก่ฟ้าอัสนีหายไป แต่พวกเจ้าทำกระต่ายวายุหายไปพวกเจ้าก็เป็นผู้ต้องสงสัยด้วยเช่นเดียวกัน จริงหรือไม่ขอรับท่านผู้คุมกฎ”
“จริงอย่างที่เจ้าพูดเอาหละเพื่อความบริสุทธิ์ของพวกเจ้านำของทั้งหมดออกมาจากแหวนมิติของพวกเจ้าอย่าได้พูดมาก หาไม่แล้วข้าจะถือว่าพวกเข้าเป็นคนขโมยพวกมันไปเอง”
“เออท่านผู้คุมกฎแต่ว่า.......”
“พวกเจ้าจะนำมันออกมาเองหรือว่าจะให้ข้านำแหวนมิติของพวกเจ้าไปให้ผู้อาวุโสในนิกายตรวจสอบพวกเจ้าเลือกเอาเองก็แล้วกัน”
เจี๋ยอีและมู่ตานจึงจำใจต้องนำของในแหวนมิติของพวกเขาออกมาทั้งหมดแต่เมื่อทุกคนได้เห็นขนของไก่ฟ้าอัสนีที่อยู่ในแหวนมิติของทั้งสองคนพวกเขาถึงกับพูดไม่ออก
“นี่พวกเจ้าสองคนทำไมถึงมีขนของไก่ฟ้าอัสนีอยู่ในแหวนมิติของพวกเจ้าได้”
“ทั้งสองคนถึงกับพูดไม่ออก”
เฟยหลงสื่อสารกับผู้อาวุโสไท่หลุนให้เขาแอบนำไก่ฟ้าอัสนีและกระต่ายวายุกลับไปปล่อยไว้ที่เดิม ผู้อาวุโสไท่หลุนควบคุมวิหารเทพสงครามออกจากตัวของเฟยหลงและทะยานเป็นลำแสงออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครสังเกตได้ทัน
“ท่านผู้คุมกฎข้าว่าเจี๋ยอีและมู่ตานทั้งสองคนต้องการแกล้งข้าและผู้อาวุโสหันซวงเพราะเมื่อวันก่อนพวกเขาขอร้องให้ผู้อาวุโสหันซวงไปช่วยพวกเขาดูแลกระต่ายวายุแต่ผู้อาวุโสหันซวงปฏิเสธพวกเขาไปข้าว่ากระต่ายวายุและไก่ฟ้าอัสนีไม่ได้หายไปไหนหรอกพวกเขาคงกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหาเรื่องพวกเราสองคน ไก่ฟ้าอัสนีที่หายไปคงเป็นพวกเขาที่ขโมยไปแต่เป็นเพราะความซื่อสัตย์ของผู้อาวุโสหันซวงทำให้เขายอมรับผิดเอาไว้เองท่านผู้คุมกฎท่านช่วยให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย”
“พวกเจ้าไปตรวจสอบดูไก่ฟ้าอัสนีและกระต่ายวายุว่ายังอยู่ที่เดิมหรือไม่ หากพวกมันหายไปจริง ๆ จะเป็นเรื่องใหญ่”
“ขอรับท่านผู้คุมกฎ”
“ส่วนพวกเจ้าทั้งสองคนข้าจะรายงานให้กับผู้อาวุโสคุมกฎทราบและให้ท่านตัดสินโทษของพวกเจ้าอีกที”
เพียงไม่นานคนของผู้คุมกฎก็กลับมารายงาน
“เรียนท่านผู้คุมกฎกระต่ายวายุและไก่ฟ้าอัสนีที่เหลือยังอยู่ครบและอยู่ที่เดิมขอรับ”
“เป็นไปไม่ได้เป็นไปไม่ได้ เมื่อเช้าพวกเรายังไม่เห็นเลยแม้แต่ตัวเดียวพวกเจ้าเองก็เห็นไม่ใช่หรือว่าไก่ฟ้าอัสนีเองก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย”
“พวกเจ้าคงไปเช้าเกินไปไก่ฟ้าอัสนีจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่มันจะไม่ยอมออกมาโดยเฉพาะตอนที่แสงแดดเริ่มส่องขึ้นมาจากฟ้า”เฟยหลงพูด ถู ถู ไถ ไถไป
“จริงหรือมีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?”
“ท่านผู้อาวุโสดูแลไก่ฟ้าอัสนีมานับสิบปีทำไมเรื่องแค่นี้เขาจะไม่รู้”
“เป็นเช่นนี้นี่เองคงเป็นความผิดพลาดของพวกเราเองขอรับท่านผู้คุมกฎ”
“ไก่ฟ้าอัสนีไม่ได้หายไปก็ดีแล้วส่วนเรื่องกระต่ายวายุพวกเจ้าคงไม่ได้อ้างเหตุผลเดียวกันหรอกนะพวกเจ้าดูแลมันมาหลายเดือนแล้ว คงคุ้นเคยกับพวกมันดีข้าว่าคงเป็นเพราะพวกเจ้าต้องการกลั่นแกล้งหันซวงและเฟยหลงมากกว่าถึงได้ทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมา”
“ท่านผู้คุมกฎพวกเราถูกกลั่นแกล้งพวกเราถูกใส่ร้าย ท่านผู้คุมกฎให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย พวกมันเป็นเพียงแค่ทาสรับใช้พวกเราเป็นถึงศิษย์ของนิกายท่านผู้คุมกฎท่านจะให้พวกมันหลอกไม่ได้นะขอรับ”
“หลักฐานอยู่กับตัวพวกเจ้าพวกเจ้าลองอธิบายมาสิว่าขนของไก่ฟ้าอัสนีไปอยู่ที่พวกเจ้าได้อย่างไรอีกอย่างถึงแม้เขาจะเป็นคนดูแล คนรับใช้ แต่ก็เป็นคนของนิกายกระบี่สวรรค์เช่นกันพวกเจ้าไปแก้ตัวกับผู้อาวุโสคุ้มกฎกันเอาเองก็แล้วกันพาตัวพวกเขาทั้งสองคนไป”
“ขอรับท่านผู้คุมกฎ”
“ขอบคุณท่านผู้คุมกฎมากที่ทำให้ข้าและท่านปู่หันซวงพ้นจากมลทินในครั้งนี้ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าหนุ่มแต่ว่าใครเป็นคนพาเจ้ามาที่นี่เช่นนั้นหรือ?”
“อ๋อเป็นผู้อาวุโสหวังเทียนขอรับที่เป็นผู้นำข้าน้อยมาที่นี่ เพื่อเตรียมตัวทดสอบเข้านิกายกระบี่สวรรค์ขอรับ”
“อะไรนะเป็นท่านเจ้านิกายเช่นนั้นหรือที่พาเจ้ามาที่นี่”
“ท่านเจ้านิกายท่านหมายถึงท่านผู้อาวุโสหวังเทียนหรือขอรับ”
“ใช่แล้วท่านเจ้านิกายหวังเทียน เจ้านิกายกระบี่สวรรค์แห่งนี้นี่เจ้าไม่รู้เลยหรือว่าท่านเจ้านิกายเป็นคนพาเจ้ามา”
“ไม่เคยรู้เลยขอรับท่านปู่หันซวงเองก็ไม่เคยบอกข้าว่าท่านผู้อาวุโสหวังเทียนเป็นเจ้านิกายกระบี่สวรรค์ข้าได้ยินเขาเรียกผู้อาวุโสหวังเทียนว่านายท่านข้าก็แค่คิดคงเป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งในสำนักเท่านั้นขอรับ”
“เอาหละเสร็จเรื่องแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อนหวังว่าเจ้าคงจะสามารถผ่านการทดสอบของนิกายเข้ามาเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ได้นะ”
“ขอบคุณท่านผู้คุมกฎ”
หลังจากที่ผู้คุมกฎและคนทั้งหมดกลับไปลำแสงหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเฟยหลงพร้อมกับค่อย ๆ กลับเข้าไปในร่างของเฟยหลง
“ขอบคุณท่านมากผู้อาวุโสไท่หลุน”
ผู้อาวุโสหันซวงค่อยๆ ลุกออกมาจากกระท่อมของเขา เฟยหลงจึงคลายเวทให้กับผู้อาวุโสหันซวงร่างกายของเขาจึงไม่มีบาดแผลใด ๆ กลับมาเป็นดังเช่นปกติเหมือนเดิม
“เจ้าทำได้ยังไงเฟยหลงเจ้าสามารถทำให้เจ้าสองคนนั่นถูกผู้คุมกฎจับตัวไปจนได้”
“เรื่องมันบังเอิญนะท่านปู่พอดีช่วงเวลาที่ข้าไปพบว่าเจ้าสองคนนั่นกำลังพูดถึงเรื่องของขนไก่ฟ้าอัสนีอยู่และพวกเขาก็กำลังแบ่งขนไก่ฟ้าอัสนีอยู่ ทำให้ข้าคิดแผนการนี้ออกจบเรื่องแล้วไปเถอะพวกเราไปย่างเนื้อสัตว์อสูรกันดีกว่า พวกเรามาฉลองด้วยกัน”
“ได้ได้ ได้ ข้าจะไปหยิบสุรามา เจ้าไปย่างเนื้อสัตว์อสูรรอได้เลย”
........
ไม่กี่วันหลังจากเกิดเรื่องขึ้น
“เฟยหลง!! เฟยหลง!!”ผู้อาวุโสหันซวงเรียกเขาด้วยความตื่นเต้นในขณะที่เฟยหลงกับฝึกฝนอยู่ที่กระท่อมของเขา
“มีอะไรหรือท่านปู่หันซวง?”
“ผู้อาวุโสคุมกฎตัดสินเจี๋ยอีกับมู่ตานแล้วพวกมันสองคนถูกตัดสินไม่ให้เข้าร่วมการทดสอบเป็นศิษย์สายในเป็นเวลาห้าปีข้าละสะใจจริง ๆ นี่หละหนาที่เขาเรียกว่าให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตนทำอย่างไรไว้ก็ได้รับผลตอบแทนเช่นนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“แค่ห้าปีเองหรือ? ตอนแรกข้าคิดว่าพวกเขาน่าจะโดนโทษหนักกว่านี้เสียอีก”
“แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเจ้าสองคนนั่นหากไม่มีอาจารย์ของพวกมันค่อยช่วยเหลือก็ว่าไปอย่างแต่พวกมันทั้งสองมีอาจารย์ของพวกมันคอยช่วยเหลืออยู่นะสิ แต่ก็ไม่เป็นไรแค่ห้าปีอนาคตของพวกมันก็เรียกได้ว่าช้ากว่าศิษย์คนอื่นไปมากแล้วเจ้าเองก็ตั้งใจฝึกฝนและเป็นศิษย์สายในให้ได้ก่อนเจ้าสองคนนั่นพวกมันจะได้ไม่รังแกเจ้าอีก”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงท่านผู้อาวุโสช่วงนี้ต้องลำบากท่านปู่หันซวงเรื่องงานดูแลไก่ฟ้าอัสนีแล้ว”
“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าเคยทำของข้ามาเป็นสิบ ๆปีเจ้าตั้งใจฝึกฝนและทดสอบเป็นศิษย์สายในให้ได้ก็พอแล้ว”
“ขอบคุณท่านปู่มากๆ จริงสิท่านปู่การเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่บินนั้นมีกำหนดช่วงอายุหรือไม่?”
“ไม่มีหรอกระดับฝีมือของข้าเองก็สามารถเข้าเป็นศิษย์สายนอกได้แต่ว่าอายุของข้าเองก็ก็ปาไปตั้งหกสิบหกปีแล้วจะให้ข้าแบกหน้าไปฝึกฝนกับคนรุ่นใหม่เช่นพวกเข้าข้าเองก็คงทนดูตัวเองไม่ได้เหมือนกันหากตอนนั้นข้าไม่พลาดท่าบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรเสียก่อนข้าเองก็คงไม่เป็นเช่นวันนี้หรอก”ผู้อาวุโสหันซวงเอ่ยพร้อมกับเปิดรอยแผลเป็นให้กับเฟยหลงได้ดู
“ท่านผู้อาวุโสข้าไม่รู้หรอกนะว่าท่านจะคิดยังไง แต่ข้าคิดว่าท่านไม่ควรจะมาท้อแท้เช่นนี้ท่านเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่ง ถึงแม้ระดับของท่านจะพอ ๆ กับข้าในตอนนี้ แต่ท่านก็ยังสามารถเลื่อนระดับได้อีกอีกอย่างหากท่านสามารถเข้าเป็นศิษย์สายในได้ทรัพยากรจำนวนมากมายก็จะมีให้ท่านได้ใช้บ่มเพาะเป็นจำนวนมาก”
“หากข้าสามารถบ่มเพาะได้ข้าเองก็คงไม่มาอยู่ที่นี่เป็นสิบ ๆ ปีเช่นนี้หรอก เพราะบาดแผลที่เจ้าเห็นนั้นเจ้ารู้ไหมมันทำให้จุดตันเถียนของข้าได้รับผลกระทบไปด้วย แม้ว่าข้าจะพยายามหาโอสถหรือหมอคนไหนมารักษา แต่มันก็ไม่สามารถรักษาอาการของข้าได้ขอบใจในความหวังดีของเข้ามาก เจ้าเองพยายามแทนส่วนของข้าด้วยก็แล้วกันข้าเองอยู่รับใช้นายท่านแบบนี้ก็ดีแล้ว”
“นี่ข้าให้ท่านท่านปู่หันซวง ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านเอง หากท่านคิดว่าทุกวันนี้ท่านอยู่แบบนี้แล้วท่านพอใจก็แล้วแต่ท่านแต่หากท่านยังไม่คิดที่จะทิ้งความฝันท่านก็ทานโอสถที่ข้าให้ไปเสียที่สำคัญคือโอสถที่ข้าให้ไม่มีขายเสียด้วยสิหากท่านจะตอบแทนข้าท่านต้องหาสุราอย่างดีมาเลี้ยงข้าก็พอแล้ว”เฟยหลงยื่นขวดโอสถให้กับหันซวงไปหนึ่งขวด
“ขอบใจเจ้ามากเฟยหลง ขอบใจสำหรับน้ำใจของเจ้าเอาหละข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว ข้าขอตัวไปดูแลไก่ฟ้าอัสนีก่อน”จากนั้นหันซวงจึงได้มุ่งหน้าไปดูแลไก่ฟ้าอัสนีในทันที