ย้อนกลับไปเล็กน้อยตอนช่วงที่ออสออกเดินทางไปเมืองSใหม่ๆ
“คุณหนูตื่นๆ ตื่นได้แล้วค่ะ”
“อ่า ตื่นแล้วๆ”หญิงสาวที่โดนปลุกค่อยๆลืมตาตื่นบิดขี้เกียจแล้วก็ลุกขึ้นมานั่ง
ถ้ามีผู้ชายสักคนอยู่ตรงนี้ด้วยคงได้ตาค้างแน่นอนเพราะเธอไม่ได้ใส่ท่อนบนนอน ข้างล่างก็มีแค่กางเกงในบางๆเท่านั้น แถมรูปร่างก็ไม่ได้แย่เลยหน้าอกขนาดกำลังดี ช่วงล่างโหนกนูนกางเกงในบางๆทำให้เห็นเส้นขนที่มีอยู่พอสมควร ผิวของเธอขาวเนียน หน้าตาอาจจะไม่ได้สวยล้ำแต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มของคนที่หน้าตาดี
“โธ่ ไม่ใส่อะไรนอนอีกแล้วนะ”สาวใช้ที่คอยดูแลเธออดบ่นออกมาไม่ได้
“ก็มันสบายนี่ ที่นี่ก็มีแต่เธอเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆจะอายทำไม”หญิงสาวตอบกลับ
แต่เธอก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปมหาวิทยาลัยอยู่ดี
หญิงสาวเดินลงจากคอนโดหรูใจกลางเมือง
พอลงมาถึงคนขับรถของเธอก็มารออยู่ก่อนแล้วเธอจึงเปิดประตูเดินขึ้นไปแล้วก็ต้องแปลกใจเพราะในรถไม่ได้ว่างอย่างที่คิด
"คุณปู่มายังไงเนี่ย"
บนรถมีชายชราท่าทางใจดีนั่งอยู่แถมคนขับก็ไม่ใช่สาวใช้ของเธอ
"ไงตาล ปู่แค่แวะมาทักทายหลานสักหน่อยก่อนจะเดินทาง ปู่ว่าจะไปพักผ่อนบ้างช่วงนี้มีแต่เรื่องให้เครียด"ชายชราตอบด้วยรอยยิ้ม
เขาคือนายดำรงค์ประธานใหญ่ของกลุ่มบริษัทบราวน์ ปู่ของตาลที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ชาเขียวชื่อดัง และอื่นๆอีกมากมาย
"ก็ควรอยู่หรอก ปู่เอาแต่ทำงานนี่ พักสักหน่อยก็ดีค่ะ"ตาลตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“อืมแล้วเราหละเป็นยังไงช่วงนี้”ชายชราถามด้วยความเป็นห่วง
“ก็ปกติดีนี่คะ”ตาลตอบกลับ
“ตาล ปู่พูดจริงๆนะเราต้องเลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว ไม่งั้นปู่จะสนับสนุนเราได้ยังไง”นายดำรงค์พูดกับหลานสาวอย่างจริงๆ
“โธ่ หนูไม่ได้อยากได้ตำแหน่งสักหน่อย”ตาลพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ
“แล้วคิดว่าปู่ควรยกให้ใครหละ เจ้าตะวันหรอ แบบนั้นคงพังเละนั่นแหละเราก็รู้ว่ามันนิสัยแย่ขนาดไหน หรือจะให้ยกให้ญาติคนอื่นๆไปเลยเขาจะได้ระแวงกลัวว่าพวกเราจะไปเอาคืนแล้วก็หาเรื่องเล่นงานพวกหลาน”
ตาลได้ยินก็ถอนหายใจ
“แล้วหนูต้องทำยังไงหละ”ตาลถามเซ็งๆ
“ก็หาทำผลงานอะไรบ้างไม่ต้องโครงการร้อยพันล้าน เอาแค่เล็กๆน้อยอย่างไปออกงาน บริจาคของอะไรแบบนั้นก็ได้ ไม่ใช่เอาแต่เล่น หลานหนะไม่ใช่คนเลวร้ายนะ หัวก็ดีไม่งั้นสอบครอสไม่ติดหรอก แค่…ขี้เกียจ แล้วก็เอาแต่ใจ แถมยังชอบพาลเวลาไม่ได้ดั่งใจอีก..อืมอะไรอีกนะ”นายดำรงค์ทำท่านิ่งคิดเล็กน้อย
ตาลได้ยินแบบนั้นก็พูดไม่ออก นี่ชมแน่แล้วใช่มั้ย
“แต่หลานก็มีข้อดีนี่ หลานไม่ดูถูกฐานะคนอื่นแล้วก็ไม่เคยเอาฐานะของครอบครัวเราไปรังแกใครนี่ใช่มั้ย ปู่ได้ยินว่าเราฝากให้เพื่อนที่ชื่อมีมี่ทำงานพาทไทม์ในเครือเราด้วยช่วยเหลือเพื่อนมันดีนะ เพราะงั้นสร้างภาพให้มันดูดีหน่อยเถอะ”ชายชรายิ้มให้เธอเล็กน้อย
เมื่อถูกชมตาลก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
“ก็ได้ หนูจะพยายามแล้วกัน”
“แล้วอย่าลืมหละ อย่าไปทะเลาะกับเด็กนั่นอีก จะดีมากเลยถ้าหลานเป็นเพื่อนกับเขาได้”
“รู้แล้วค่ะ”
หลังจากนั้นไม่นานรถก็มาจอดที่มหาวิทยาลัย
ตาลลงจากรถด้วยรอยยิ้มกว้างด้วยใจที่เบิกบานตลอดเวลาที่ผ่านมาปู่ของเธอไม่เคยบอกว่าจะสนับสนุนใครตรงๆเลยแต่ครั้งนี้ปู่กลับบอกกับเธอ
ถึงแม้ว่าตาลจะไม่ได้สนใจตำแหน่งอะไรมากมายเพราะรู้สึกว่ามันวุ่นวาย แต่พอได้ยินแบบนี้มันก็อดคาดหวังไม่ได้อยู่ดี
…
“เฮ้ออ”พอตาลลงจากรถเข้ามหาวิทยาลัยไปนายดำรงค์ก็ถอนหายใจออกมา
“ถ้าคุณตาลเป็นเพื่อนกับคุณออสได้ท่านคงสบายใจขึ้นสินะครับ”ผู้ช่วยที่เป็นคนขับรถหันมากล่าว
“อืม อย่างน้อยถ้าเป็นแบบนั้นอนาคตพวกนั้นก็คงจะไม่ทำลายตระกูลเราจนย่อยยับหละนะ”นายดำรงค์บอกกับผู้ช่วย
“ยังไงฉันก็ต้องหาทางทำให้มั่นใจว่ายัยตาลจะปลอดภัยถ้าฉันเป็นอะไรไป”พอพูดเรื่องนี้สีหน้าของนายดำรงค์ก็แสดงถึงความกังวลอย่างชัดเจน
“ออกรถเถอะยังมีอะไรต้องทำอีกหลายอย่าง”
“ครับ”
หลังจากนั้นรถก็ขับออกไปเงียบๆ
..
“หวัดดี”ตาลเดินเข้าห้องเรียนมาด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน
“อ้าวไงตาลวันนี้มาเช้านะ”มีมี่ที่มาถึงก่อนแล้วทักทาย
ไม่นานเพื่อนๆคนอื่นๆก็ทยอยมาถึงห้องเรียน
“งานกีฬาน่าเบื่อจบไปแล้วสินะ ต่อไปก็งานเทศกาลชมจันทร์กับปีใหม่ นี่ปีใหม่ฉันว่าจะบินไปเที่ยวที่ประเทศโกอาแหละมีใครสนใจไปด้วยกันมั้ย”ตาลถามเพื่อนๆในกลุ่มเมื่อทุกคนมากันครบ
“ไม่หละเธอไปเหอะ”
“เอ่อ..ฉันมีนัดกับพ่อแม่อะ”
เพื่อนๆในกลุ่มมองหน้ากันด้วยสีหน้าแปลกๆก่อนจะหันมาปฏิเสธตาล
“แกหละมีมี่”ตาลหันไปถาม
“ตาลแกก็รู้ฉันไม่มีเงิน”มีมี่ตอบด้วยท่าทางซึมๆ
“โอ้ย ยากอะไรฉันออกค่าที่พักเอง ค่าอาหารก็กินด้วยกันก็ได้แกก็แค่เตรียมเงินค่าช๊อปไปเผื่อจะซื้ออะไร”ตาลเสนอ
“ไม่หละมันเปลืองอยู่ดี”มีมี่ตอบกลับเรียบๆ
ตาลพ่อลมหายใจออกท่าทางเซ็งๆ
ระหว่างนั้นเองคมก็มาถึงพอดีตาลเลยเดินไปทักทายเนื่องจากหลังๆเธอค่อนข้างจะสนิทกับเขา
“เหอะ อวดรวยอีกแล้ว”
“นั่นดิ ถ้าไม่ใช่เพราะมันออกเงินให้เวลาทำงานฉันไม่อยู่กลุ่มมันแล้ว”
“แล้วไงนะ ถ้าไปจะออกให้ มันไม่มีใครกล้าไปแล้วให้มันเลี้ยงทั้งงานอยู่แล้วปะ”
“จงใจพูดให้คนอื่นดูแย่ปะวะ”
พอเห็นตาลเดินออกไปเพื่อนๆในกลุ่มก็นินทาเธอทันที
มีมี่มองเพื่อนๆด้วยความกังวลเพราะเธอรู้ว่าตาลไม่ได้พยายามจะอวด มันก็แค่ชีวิตปกติของเธอมันเป็นแบบนั้น