หลังจากที่อาจารย์ของพวกเหลียนฮวากลับไป เย่ซวนก็กลับเข้าห้องของตนเองทันที เย่ซวนนั่งสำรวจแหวนหยกมังกรที่สวมอยู่บนนิ้วในตอนลองที่สวมใส่ครั้งแรกนั้น เย่ซวนรู้สึกถึงพลังบางอย่างทำให้เขาตัดสินใจซื้อมันมา
'อยากรู้จริงๆว่าพลังที่เรารู้สึกตอนนั้นคืออะไรกันนะ'
เย่ซวนหลับตาและเพ่งสมาธิไปที่แหวนหยกบนนิ้ว อยู่ๆ ภาพในหัวของเย่ซวนก็สว่างขึ้น จากที่เห็นเพียงสีดำยามหลับตา ภาพสลัวๆค่อยๆปรากฏขึ้น ผ่านไปไม่นานภาพตรงหน้าก็เด่นชัด ตอนเย่ซวนกำลังยืนอยู่ที่ไหนสักแห่ง
'ที่นี่ที่ไหนกัน หรือว่าจะเป็นภายในแหวนหยกมังกร'
ที่แห่งนี้เหมือนโลกจำลองเล็กๆแห่งหนึ่ง มีต้นไม้ น้ำตก ภูเขา ขาดแค่สิ่งมีชีวิตไม่งั้นคงไม่ต่างอะไรจากแดนเซียนเลย เย่ซวนเดินสำรวจรอบๆ ก่อนที่จะหยุดอยู่ด้านหน้าน้ำตกที่สวยงาม น้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากยอดเขาสูง
แต่พอมองขึ้นไปแต่กลับไม่พบกับยอดเขา เพราะมันถูกบดบังด้วยเมฆหมอกหนาทึบ แต่สิ่งที่แปลกคือมีเพียงสถานที่แห่งนี้เท่านั้นที่มีเมฆอยู่หนาทึบส่วนท้องฟ้าด้านอื่นๆ นั้นปลอดโปร่งมีก้อนเมฆเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"น้ำตกแห่งนี้ใสดีจริงๆ" พูดจบเย่ซวนก็ถอดเสื้อผ้าและกระโจนลงไปแหวกว่ายในน้ำตกทันที
เย่ซวนว่ายน้ำออกกำลังกายสักพักเขาก็มานั่งพักอยู่บนโขดหิน ความรู้สึกของเย่ซวนตอนนี้รู้สึกสับสนอย่างมาก
"ไม่รู้สถานที่แห่งนี้คือความจริงหรือเพียงภาพลวงตา" เพราะเย่ซวนรู้สึกว่าทุกอย่างเหมือนจริงจนแยกไม่ออก
"หรือว่าโลกแห่งนี้จะเหมือนกับห้วงฝันจันทรา ?"
"ช่างเถอะ เดี๋ยวนานไปก็คงจะรู้เอง" เย่ซวนส่ายหัวก่อนที่จะลุกขึ้นและใส่เสื้อผ้า ก่อนที่เขาจะเดินสำรวจรอบๆ พื้นที่แห่งนี้ความจริงแล้วดูเหมือนพื้นที่กว้างขวางแต่พอเดินไปได้ 10 ลี้ เย่ซวนก็เจอเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นเอาไว้อยู่ ในการคาดเดาของเขานั้นโลกแห่งนี้สามารถใช้วิธีพิเศษในการขยายพื้นที่ แต่วิธีขยายพื้นที่แห่งนี้นั้นเย่ซวนก็ไม่รู้ว่าเขาจะหาวิธีนั้นได้ตอนไหน
"10 ลี้ก็เพียงพอแล้ว" เย่ซวนคิดในใจ ก่อนที่เขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ถ้าโลกจำลองแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตนอกจากเขา มันคงจะดีไม่น้อย เย่ซวนเลยคิดที่จะลองนำสัตว์ต่างๆ เข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ เดินสำรวจได้ไม่นานเย่ซวนก็เจอเข้ากับบ้านไม้หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไผ่ที่เขียวขจี
เมื่อเย่ซวนเดินเข้าไปใกล้ป่าไผ่แห่งนั้น อยู่ๆ สายลมพัดเข้าปะทะกับร่างกายของเย่ซวนทันที ชายเสื้อของเย่ซวนปลิวไสวตามแรงลม เสียงของใบไผ่ที่เสียดสีกันไปมาตามแรงลม ทำให้เย่ซวนรู้สึกผ่อนคลาย
เมื่อเดินมาถึงยังด้านหน้าบ้านไม้เย่ซวนมองสำรวจให้แน่ใจ ก่อนที่จะค่อยๆ พลักประตูเข้าไปด้านใน
"แอ๊ด.." เสียงของบานประตูเก่าๆ ดังขึ้นเมื่อประตูถูกเปิดจนสุดเย่ซวนก็เดินเข้าไปด้านในทันที เมื่อเดินเข้ามาถึงเย่ซวนเห็นเพียงโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ อย่างละตัว แต่ที่แปลกคือฝั่งตรงข้ามมีเตียงหลังใหญ่ที่ถูกแกะสลักเป็นรูปมังกรเอาไว้อย่างวิจิตรงดงาม
"ไม่เคยเห็นเตียงที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย" ดวงตาของเย่ซวนโตขึ้น เขาค่อยๆเดินไปที่เตียงหลังนั้นก่อนที่จะใช้มือลูบกับเสาต้นหนึ่ง เมื่อมือของเย่ซวนสัมผัสกับเสาต้นนั้น เย่ซวนรู้สึกได้ถึงความเย็นสบายทันที ก่อนที่เย่ซวนจะหาวออกมาดวงตาของเย่ซวนเกือบที่จะปิดลงถ้าเขาไม่ถอนมือออกมาก่อน
"นี้มันเตียงอะไรกันแค่เพียงเข้าใกล้ก็ทำให้ง่วงขนาดนี้แล้ว" เย่ซวนรีบสะบัดความง่วงเมื่อสักครู่ออกทันที ก่อนที่เขาจะเดินไปยังโต๊ะไม้เก่าๆ เพราะมันมีสมุดเล่มหนึ่งวางเอาไว้
"ทำไมตอนแรกถึงไม่สังเกตุเห็นกัน"
เย่ซวนหยิบสมุดขึ้นมาดู
"บันทึกของจินหลง ?" เย่ซวนอ่านอักษรที่ถูกเขียนเอาไว้ที่หน้า ก่อนที่จะเปิดอ่านด้านใน
"ตัวข้ามีนามว่าจินหลง ไม่รู้วันเกิดแต่รู้วันตาย ก่อนตายข้าได้ใช้พลังทั้งหมดสร้างโลกแห่งนี้ขึ้นภายในแหวนมังกรจักรพรรดิ จุดประสงค์ที่สร้างโลกแห่งนี้ขึ้นเพื่อซ่อนบางสิ่งเอาไว้ เมื่อถึงเวลาคนที่มีวาสนากับข้าคงจะหามันพบและได้อ่านบันทึกเล่มนี้ โลกแห่งนี้ข้าจำลองมาจากแดนเซียนของเผ่ามังกร จึงให้ชื่อว่าโลกเซียนมังกร ไม่ว่าใครที่อ่านบันทึกเล่มนี้ ข้าไม่หวังให้เจ้าเป็นคนดีหรือคนเลว ข้าหวังเพียงอย่างเดียวคือ ขอให้เจ้ามีความสามารถมากพอที่จะค้นหาความลับที่ข้าซ่อนเอาไว้ภายในโลกแห่งนี้ เจ้าคงจะสงสัยว่าข้าซ่อนอะไรเอาไว้ภายในโลกแห่งนี้ แล้วทำไมยังต้องซ่อนสิ่งนั้นจากคนที่เข้ามาภายในที่แห่งนี้อีกที เรื่องนี้เจ้าคงต้องหาคำตอบเอาเอง ถ้าเจ้ามีความสามารถมากพอ เรื่องที่เจ้าสงสัยทั้งหมดก็จะรู้เองหลังจากเจอสิ่งที่ข้าซ่อนเอาไว้"
เนื้อหาในหน้าแรกมีเพียงเท่านี้ เย่ซวนอ่านวนซ้ำถึง 2 รอบกว่าจะเข้าใจ ใจความสำคัญของโลกเซียนมังกร คือถูกสร้างขึ้นเพื่อซ่อนบางสิ่งเอาไว้ นี้คือความเข้าใจของเย่ซวน ส่วนมีอะไรซ่อนอยู่นั้นเย่ซวนจะหาเจอหรือไม่คงเป็นเรื่องของอนาคต
ส่วนหน้าต่อมาเป็นวิธีเข้าออกโลกเซียนมังกรแห่งนี้เพียงแค่เพ่งสมาธิก็สามารถเข้ามายังโลกแห่งนี้ได้ และจุดที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเย่ซวนคือผู้ที่เขามาอยู่ภายในโลกแห่งนี้นั้นคือการที่ร่างจริงเข้ามาอยู่ภายในโลกแห่งนี้เลยไม่ใช่เพียงจิตวิญญาณ
"แสดงว่าแหวนมังกรจักรพรรดิ ก็เปรียบเสมือนประตูมิติเลยน่ะสิ"
"เวลาในโลกแห่งนี้จะเหมือนกับห้วงฝันจันทรารึเปล่านะ ออกไปก็คงจะรู้เอง"
เนื้อหาในหน้าอื่นๆนั้นเกี่ยวกับความแค้นของจินหลงซะเป็นส่วนใหญ่ พออ่านจบเย่ซวนก็วางบันทึกเอาไว้ที่เดิม ก่อนที่จะหันหลังมองมาที่เตียงหลังใหญ่อีกครั้ง เตียงไม้หลังใหญ่นี้ จินหลงอธิบายเอาไว้ว่ามันเคยเป็นเตียงของเทพนิทรา ซึ่งเขาได้ขโมยมันมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล
พออ่านมาถึงตอนนี้เย่ซวนจึงได้รู้ว่าจินหลงนั้นคือมังกรทองที่เกิดในยุคบรรพกาล ความพิเศษของเตียงไม้แห่งนี้คือเวลานอนก็สามารถฝึกลมปราณเซียนได้ขณะนอนหลับ แต่ถ้ายังไม่มีความแข็งแกร่งมากพอใครที่นอนเตียงไม้หลังนี้จะถูกทำให้หลับโดยที่ไม่ได้ตื่นมาอีกเลย
"เตียงแบบนี้ใครจะไปนอนกัน" เย่ซวนเกิดความรู้สึกกลัว ถึงแม้ความพิเศษของมันจะดีก็เถอะ แต่ลมปราณเซียนคืออะไรตัวเขาเองยังไม่รู้เลย
"ต้องออกไปหาข้อมูลในเรื่องนี้แล้ว" คิดได้แบบนั้นเย่ซวนก็ตั้งสมาธิก่อนที่จะเพ่งไปที่แหวน พอลืมตาอีกครั้งเย่ซวนก็กลับมายังห้องพักของเขาแล้ว เย่ซวนรีบเดินไปที่หน้าต่างแล้วแหงนหน้ามองฟ้าปรากฏพระอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆลับขอบฟ้า
"เวลาโลกแห่งนี้กับโลกเซียนมังกรเท่ากัน" นี้คือข้อสรุปที่เย่ซวนสรุปได้
...
ก๊อก..ก๊อก..
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่เย่ซวนจะได้ยินเสียงของเยี่ยนฟางดังขึ้นมาตามหลัง
"เย่ซวนเจ้าอยู่หรือไม่ ?" เยี่ยนฟางตะโกนถาม นี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่นางเดินมาเคาะห้องของเย่ซวน
หลังจากที่ได้ยินเสียงของเยี่ยนฟาง เย่ซวนก็เดินไปเปิดประตูทันที
"อยู่สิิ เจ้ามีธุระอะไรหรือ" เมื่อเปิดประตูออกมาเจอเยี่ยนฟางเพียงคนเดียวเย่ซวนก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะปกติจะเห็นพวกนางทั้ง 4 คนแทบจะตัวติดกัน
เมื่อเห็นอยู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกมาทำให้เยี่ยนฟางที่กำลังจะเคาะประตูอีกครั้งสะดุ้งตกใจ "ที่แท้เจ้าก็อยู่ภายในห้อง ข้ามาหาเจ้าถึง 3 ครั้งคิดว่าเจ้าเป็นอะไรไปเสียแล้ว เพราะคนที่เฝ้าประตูสำนักบอกว่าเจ้ากลับมาแล้ว"
"เจ้ามาหาข้าถึง 3 ครั้งเลยหรือ ?" เย่ซวนแปลกใจ
'สงสัยนางจะมาตอนที่เราอยู่ภายในโลกเซียนมันกร'
"ก็ใช่น่ะสิ" เยี่ยนฟางพยักหน้า
"เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ที่ข้ามาหาเจ้าก็เพราะนำอาหารมาให้ก็เท่านั้น"
"อาหารจากที่บ้านเจ้าหรือ ?" เย่ซวนยิ้มขึ้นมา
"ใช่.." เมื่อเห็นท่าทางดีใจของเย่ซวน เยี่ยนฟางก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้
"พวกเรารีบไปกันเถอะอาหารกำลังร้อนๆ"
"ได้ๆ"
ก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปยังห้องอาหารของเย่ซวน ในตอนแรกเย่ซวนคิดว่าเยี่ยนฟางนั้นมาเพียงคนเดียว แต่พอเดินมาถึงยังห้องอาหาร เย่ซวนก็เห็น เหลียนฮวา อ้ายเหม่ย เหิงเยว่ นั่งอยู่ก่อนแล้ว
"ขอโทษที่ให้รอ" เย่ซวนหันไปพูดกับทั้ง 3
"ไม่เป็นอะไร เจ้ารีบมานั่งเถอะ" เหลียนฮวาพูดด้วยรอยยิ้ม
"การฝึกของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" เย่ซวนสอบถามเกี่ยวกับการเตรียมตัวของพวกนาง เพราะดูจากสีหน้าของพวกนางตอนนี้ค่อนข้างดูซีดกว่าปกติ
"เป็นไปได้ด้วยดี" เหลียนฮวาเป็นคนตอบ
"ทำไมหรือ" อ้ายเหม่ยถามกลับเพราะอยู่ดีๆ เย่ซวนก็ถามเกี่ยวกับการฝึกฝนของพวกนาง
"เปล่า ข้าแค่เห็นสีหน้าของพวกเจ้าซีดๆ เลยสอบถามดู" เย่ซวนหัวเราะเบาๆ
"อะไรนะ ! สีหน้าของพวกข้าซีดงั้นหรือ" อ้ายเหม่ยตกใจ ทั้ง 3 สาวที่เหลือเองก็เช่นกัน
"เอ่อ..ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก" เห็นพวกนางตกใจขนาดนั้นเย่ซวนเลยไม่กล้าพูดความจริง
ทั้ง 4 คนเห็นสีหน้าของเย่ซวนแบบนั้น พวกนางก็รีบลุกขึ้นและเดินไปหากระจกทันที
"พวกเจ้าจะไปไหนกัน" เย่ซวนถามขึ้นเมื่อเห็นพวกนางทั้ง 4 คน อยู่ดีๆก็ลุกขึ้นพร้อมกัน
"ไม่มีอะไรเดี๋ยวพวกข้ามา เจ้าทานอาหารต่อไปเถอะไม่ต้องรอ" เหลียนฮวาพูดจบพวกนางก็เดินออกไปทันที
เย่ซวนได้แต่นั่งงง ก่อนที่จะลงมือทานอาหารตรงหน้าต่ออย่างเอร็ดอร่อย
"ใบหน้าของข้าดูซีดจริงๆด้วย" อ้ายเหม่ยยืนอยู่ด้านหน้ากระจก "ทำไมพวกเจ้าถึงไม่เตือนข้ากัน"
"หน้าของข้าก็ซีดไม่ต่างจากของเจ้าหรอก" เยี่ยนฟาง กลอกตา
"คงเป็นเพราะพวกเราหมกมุ่นในการฝึกมากจนเกินไป" เหลียนฮวาพูดพร้อมกับยกมือลูบริมฝีปากของตนเองที่ตอนนี้มันมีรอยแตกอยู่นิดหน่อย
"ขายหน้าเย่ซวนแล้ว" เหิงเยว่หน้าแดงขึ้น เพราะในบรรดาพวกนางทั้ง 4 คน เหิงเยว่ดูโทรมที่สุด
"งั้นข้าขอตัวกลับเรือนพักของตนเองก่อนนะ" พูดจบเหิงเยว่ก็เดินออกไปทันที
"ข้าด้วย" อ้ายเหม่ยเดินตามเหิงเยว่ออกไปติดๆ
ก่อนที่ทั้ง 4 คนจะเดินออกจากเรือนพักของเย่ซวนไปโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลย พวกนางปล่อยให้เย่ซวนมีความสุขกับอาหารตรงเพียงคนเดียว เย่ซวนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ตักอาหารคำสุดท้ายหมด
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกเพียง 20 วันเท่านั้นการประลองของแต่ละสำนักก็จะเริ่มขึ้น ทำให้เมืองหนานจิงตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเย่ซวนได้ออกไปนอกสำนักบงกชขาวเพื่อชมความครึกครื้นของเมืองหนานจิง ที่นี้เมือถึงตอนกลางคืนตามสถานที่ต่างๆจะถูกประดับไปด้วยโคมไฟสีสันสวยงาม
ไม่เว้นแม้กระทั่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ทางทิศเหนือของเมือง ต่างก็ได้รับความครึกครื้นไปด้วย พวกชาวบ้านต่างนำของป่าและอาหารป่ามาตั้งแผงขายเต็มสองฟากฝั่งถนน ถึงแม้ของส่วนมากจะเป็นของป่าทั่วไปก็ตาม แต่ก็มีผู้คนที่เดินทางมาจากเมืองอื่นให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่ต้องการประหยัดเงินในกระเป๋าของตนเอง
...
ขอบคุณสำหรับการคิดตามครับผม