การเดินทางก็ล่วงเลยผ่านไปมากกว่าห้าวันจนกระทั่งเดินทางมาถึงปราสาทหลังนั้นที่มองเห็นได้จากระยะไกล ในช่วงเวลาห้าวันที่ผ่านมานั้นชีวิตประจำวันก็มีการต่อสู้กับมอนสเตอร์บ้าง เจ้าตัวประหลาดบ้าง แล้วก็เดินทาง สุดท้ายก็จบลงด้วยการนอนหลับพักผ่อน มันก็วนเวียนอยู่แบบนั้นจนกระทั่งมาถึงที่แห่งนี้ในที่สุด
ปราสาทแห่งนี้มีสีดำตั้งแต่โครงสร้างไปถึงยอดของมัน และมันใหญ่โตมากกว่าที่คิดเอาไว้ นี่มันคือ ปราสาทอะไรกันแน่ ทั้งขนาดที่ใหญ่โตและความหรูหราที่มีเอกลักษณ์ในตัวเองแบบนี้แทบจะไม่เหมาะมาตั้งกลางทะเลทรายแบบนี้เลยจริงๆแค่ภายนอกก็มีรูปปั้นพวกเจ้าตัวประหลาดเต็มไปหมดแต่ว่าแต่ละอันมันไม่เหมือนกับที่ผ่านมาเพราะมันให้ความงดงามและประณีตมากกว่า ที่เพิ่มเข้ามาด้วยคือมันมีแสงสีดำอ่อนๆแผ่ออกมาตลอด
ผมสัมผัสกลิ่นอายแปลกประหลาดได้ ใช่แล้ว มันคือคนที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีและ “สนิท” กันเป็นพิเศษ พวกคนเหล่านั้นก็คือมนุษย์ชุดดำกับกลุ่มภาคีนภาสีครามที่ยืนอยู่ไม่ห่างไปจากกลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ไม่ถึงสองร้อยเมตร
ผมรู้สึกถึงจิตสังหารที่แผ่วเบาออกมาจากตัวของเซล่า ทำให้ผมสงสัยว่าทำไมเธอถึงเกิดจิตสังหารขึ้นมาและจุดที่จิตสังหารส่งไปก็คือพวกกลุ่มภาคีนภาสีครามทั้งหมดและมนุษย์ชุดดำเหล่านั้น
ผมมองสังเกตท่าทางของเธออย่างใกล้ชิดจนกระทั่งเธอกำลังคิดจะใช้ทักษะอะไรบางอย่างออกมาทำให้ผมไม่มีทางเลือก เดินไปใกล้ๆจากนั้นก็โอบกอดเซล่าเอาไว้เพื่อไม่ให้โลเวลสัมผัสรับรู้ได้ถึงจิตสังหาร ทำให้คนอื่นที่เห็นคิดไปว่าผมกำลังหยอกล้อกับเธอเล่น ผมยื่นใบหน้าของตนเองไปที่หูของเธอแล้วกระซิบเบาๆ
“อย่าทำแบบนี้เซล่า ถ้ามีใครรู้ว่าเธอเป็นคนของเผ่าเอลฟ์ มันจะยุ่งยากมากกว่าเดิม บอกผมมาเถอะว่าทำไมคุณถึงได้อยากฆ่าพวกมันนักเดี๋ยวผมไปจัดการพวกมันให้หลังจากนี้ให้เอง”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ถ้าคุณไม่เล่ามาผมก็จะไปหาเรื่องพวกมันอยู่แล้วเพราะก่อนหน้านี้ไอ้พวกกลุ่มภาคีนภาสีครามสารเลวนั่นมันก็ตามมารังควานไอรีนด้วยเหมือนกัน และตั้งแต่แรกไอ้พวกสารเลวมนุษย์ชุดดำนั่นมันก็ทำกับคุณเอาไว้เยอะ ทำให้ผมอยากจะคิดบัญชีกับพวกมันไปในตอนนี้เลย อย่าลืมนะว่าคุณเป็นคนของผม แล้วก็เป็นภรรยาของผมด้วย เรื่องของคุณก็คือเรื่องของผม”
“พวกมันกลุ่มนั้นและมุนษย์ชุดดำพวกนั้นฆ่าคนในเผ่าที่มากับฉันไปจนหมดเพื่อหวังจะชิงตัวฉันไปสุดท้ายเหลือแค่ฉันที่รอดมาได้แต่ก็เกิดจากการเสียสละของ ลุค อลาโน่ และเจนนี่อยู่ต้านพวกมันเอาไว้และใช้พาหนะพิเศษส่งตัวฉันหนีออกมาก่อน ทำให้ ทำให้...”
เซล่าพูดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอย่างช้าๆภาพแบบนี้มันทำให้ผมราวกับโดนมีดกรีดที่หัวใจของตนเอง เพราะผมไม่สามารถจะไปอยู่ในสถานการณ์ตอนนั้นกับเธอได้และก็เข้าใจได้เลยว่าตัวของเซล่าจะโศกเศร้ามากขนาดไหนกับการสูญเสียคนที่รักในเผ่าไปแม้กระทั่งเพื่อนของเธอเองก็ด้วย
เธอที่พยายามทำตัวเข้มแข็งมาโดยตลอดโดยที่ไม่พูดออกมาแม้แต่คำเดียวมันยิ่งทำให้ผมอยากฆ่าพวกสารเลวนั่นให้ตายในทันที การมายุ่งกับคนของผมมันก็ถือว่าล้ำเส้นมากพอแล้วพวกมันทำไปแบบนั้นแล้วยังไม่พอยังจะมาทำให้คนที่ผมรักที่สุดต้องมาเสียน้ำตาอีก รับรองว่าวันนี้ผมจะเล่นพวกมันให้ตายกันไปข้างอย่างแน่นอน
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจะจัดการพวกมันทั้งหมดเอง ในตอนนี้คุณต้องอดทนเอาไว้ก่อนอีกไม่นานเกินรอ”
ใช่แล้วไม่นานเกินรอจริงๆเพราะหลังจากนี้ผมจะเป็นคนเปิดประเด็นกับพวกมันก่อนเอง
เซล่าหยุดการใช้ทักษะลงก่อนที่ผมจะส่งตัวเธอไปให้ไอรีนดูแลเพราะไม่อยากให้เธอคิดมากไปกว่านี้ การกระทำของพวกมันก็คงไม่ต่างไปจากเจ้าสารเลวที่คิดจะเอาเซล่าไปเป็นภรรยาของมัน เพราะด้วยรูปโฉมที่งดงามมันน่าดึงดูดเกินไปไม่ต่างไปจากยาพิษชั้นเลิศที่จะทำอันตรายคนรอบข้างได้ตลอดเวลา
ในระหว่างที่ผมกอดเซล่าเอาไว้มันทำให้ผมสงสัยบางอย่างขึ้นมา ในตอนแรกที่พบกันที่ดันเจี้ยนแห่งนี้ผมคิดว่าเธอคงสภาพร่างกายแตกต่างไปจากคนปกติเล็กน้อยจึงทำให้ไม่ได้พัฒนาไปมากนักหลังจากที่เจอกันครั้งแรกตอนที่ช่วยชีวิตเซล่าเอาไว้
แต่ว่าผมนึกสงสัยลักษณะทางร่างกายของเซล่าเล็กน้อยและเชื่อมโยงไปหาไอรีนที่พวกเธอบอกว่าเป็นเพื่อนกันมาก่อนช่วงนั้นแน่นอนว่าพวกเธอต้องมีระดับพลังเท่าๆกันแต่ว่าทำไมไอรีนพัฒนาไปได้ขนาดนั้น แต่เซล่าที่มีพรสวรรค์ไม่ได้ต่างกันมากนักถึงเชื่องช้าราวกับเป็นพวกไร้ประโยชน์ไป มันก็เลยทำให้ผมต้องใช้ทักษะตรวจสอบออกไปก่อนจะส่งตัวของเซล่าไปให้ไอรีน
เซล่า แคลร์ ( อายุขัยถูกจำกัดที่ 21 ปีจะติดสถานะ “ตาย” ทันทีและไม่สามารถชุบชีวิตได้หากไม่ลบล้างคำสาปออกไป )เลเวล 1 ( เลเวลถูกลดลงเหลือ 1 ด้วยผลของคำสาป )เผ่า แวมไพร์ ขั้น 3 (ร่วมวงศ์วาน โรเบิร์ต ซัมเมอร์)อาชีพ ผู้สืบทอดเอลฟ์ , เทพธิดาแห่งความดับสูญ ( ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียว )ฉายา เจ้าหญิงแห่งเอลฟ์ , ผู้ต้องคำสาปแห่งความดับสูญตลอดกาล , ภรรยาของแวมไพร์พลังชีวิต 3000/3000 ( ไม่สามารถเพิ่มหรือลดขีดจำกัดของพลังชีวิตได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )พลังเวทย์ -999999/-999999 ( ใช้ทักษะหรือสิ่งที่เกี่ยวกับการใช้พลังเวทย์ได้เพียง 15 ครั้งต่อวัน จนกว่าจะลบล้างคำสาป )กำลัง -999 ( ไม่สามารถใช้ค่าสถานะได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )ว่องไว -999 ( ไม่สามารถใช้ค่าสถานะได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )ปัญญา -999 ( ไม่สามารถใช้ค่าสถานะได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )ทักษะสัมผัสแห่งธรรมชาติ เลเวล 30 ( สูงสุด )คันธนูแห่งรุ่งอรุณ เลเวล 20มองจุดอ่อน เลเวล 20 ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )ตรวจจับ เลเวล 5 ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )แสงแห่งปาฏิหาริย์ เลเวล 30 ( สูงสุด ) ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )เคลื่อนย้ายพริบตา เลเวล 30 ( สูงสุด ) ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )ตรวจสอบ เลเวล 5 ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )???? เลเวล 30 ( สูงสุด )???? เลเวล 30 ( สูงสุด )???? เลเวล 30 ( สูงสุด )ทักษะติดตัวต้านทานความเสียหายทางกายภาพ เลเวล 10 ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )ต้านทานความเสียหายจากการโจมตีระยะประชิดทั้งหมด เลเวล 10 ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )ต้านทานความเสียหายทางเวทมนตร์ เลเวล 10 ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )ต้านทานความเสียหายจาการโจมตีระยะไกลทั้งหมด เลเวล 10 ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )เพิ่มพลังโจมตีของตนเองเพิ่มขึ้นต่อเป้าหมายเดี่ยว 100% ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )เพิ่มการเจาะเกราะเป้าหมาย 60% ( ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะลบล้างคำสาป )
นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย เซล่าของผมโดนคำสาปและดูเหมือนทั้งตัวเธอและเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดจะไม่รู้เรื่องนี้แน่นอน แต่ด้วยผลของทักษะตรวจสอบของผมที่สามารถตรวจสอบโดยไม่สนเลเวลและการต้านทานใดๆทำให้มันมองเห็นคำสาปที่ซ่อนเอาไว้อีกที ตลอดมาพวกเขาอาจคิดว่าเซล่าเป็นคนไร้ประโยชน์ของเผ่าแต่ด้วยสถานะที่เป็นถึงลูกสาวของหัวหน้าเผ่าทำให้ไม่มีใครกล้าว่าอะไรเธอแถมยังปกป้องเธอเอาไว้ตลอด
แสดงว่าเลเวลทักษะความสามารถทุกอย่างของเซล่าไม่ได้ด้อยไปกว่าไอรีนเลยนะสิ แต่ที่เธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะโดนคำสาปบ้าๆนี่จำกัดเอาไว้ทุกอย่างและที่ผมไม่สบอารมณ์ที่สุดก็คือ ( อายุขัยถูกจำกัดที่ 21 ปีจะติดสถานะ “ตาย” ทันทีและไม่สามารถชุบชีวิตได้หากไม่ลบล้างคำสาปออกไป )
ผมอยากรู้มากว่าใครมันกล้ามาเอาคำสาปแบบนี้ใส่คนของผม สงสัยมันคงไม่อยากอยู่ต่อไปอีกแล้ว ชั่งเถอะยังไงผมก็จะหาต้นตอของเรื่องพวกนี้ไปให้ถึงที่สุดแล้วเด็ดหัวพวกมันรายคนแล้วเอาคำสาปที่แสนทรมานที่สุดใส่เข้าไปในตัวพวกมันทีละคนให้มันเลวร้ายกว่าที่ทำกับเซล่าเอาไว้
เท่านี้ผมก็รู้แล้วว่าเซล่าทำไมถึงแทบจะไม่มีการพัฒนาเลยเพราะแบบนี้นี่เอง ส่วนเรื่องการแก้ไขก็คงต้องพึ่งเจ้าสิ่งนี้แล้วสิ
ติ๊ง!
ทักษะ ฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติ เลเวล 1 การฟื้นฟูจากธรรมชาติโดยตรงไม่ว่าจะเป็นพลังชีวิต พลังเวทย์ พละกำลัง การฟื้นฟูขึ้นอยู่กับปริมาณพลังเวทย์ทั้งหมดของผู้ใช้ทักษะตามเลเวลของทักษะ ฟื้น 10% ต่อสิบวินาที จะสามารถใช้งานได้ในขณะที่ไม่ได้ทำการต่อสู้เท่านั้น ผลเลเวลสอง เพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟู 50% สามารถฟื้นฟูอุปกรณ์ได้ สามารถฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากผู้ใช้ทักษะได้ ผลเพิ่มเติม ไม่สามารถทำให้ทักษะฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติไร้ผลได้ รักษาฟื้นฟูด้วยพลังต้นกำเนิดแห่งแสงทำให้การฟื้นฟูรวดเร็วยิ่งขึ้น 100% สามารถลบล้างสถานะผิดปกติได้ทุกชนิดไม่สนเลเวล ไม่สนว่าสถานะผิดปกตินั้นจะมีพลังอำนาจขนาดไหน ไม่สนพลังต้านทานใดๆ ไม่สนการยับยั้งใดๆ (ผลเพิ่มเติมที่มาจากการยอมรับของพลังต้นกำเนิดแห่งแสง)
*** ( พลังต้นกำเนิดแห่งแสงได้รับมาจากหนังสือพลังต้นกำเนิดแห่งแสงอีกทีเพราะมันคือผลของหนังสือที่ส่งมาให้ผู้ครอบครองอยู่แต่เดิมแล้ว ส่วนพลังต้นกำเนิดแห่งความมืดก็จะอัพเป็นขั้นสองโดยที่ไม่ต้องเพิ่มขั้นเองเพราะได้รับโดยตรงจากหนังสือต้นกำเนิดพลังแห่งความมืดเช่นกันโดยรวมกับที่โรเบิร์ตมีอยู่ก่อนแล้วทำให้มันเพิ่มขั้นเป็นขั้นสองในทันที )
แต่ตอนนี้ผมไม่รักษาเซล่าได้เพราะมันยังอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ผมไม่อยากแสดงทักษะแบบนี้ให้ใครได้เห็นไม่อย่างนั้นมันจะชักนำเรื่องวุ่นวายมาให้ผมมากกว่าเดิมและบางทีอาจทำให้เส้นทางการเดินไปของผมถูกขัดขวางโดยวิธีที่ชั่วช้าของพวกสารเลวพวกนั้นก็ได้และอีกเหตุผลหนึ่งพวกมันที่อยู่ตรงหน้ากล้ามาทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับไอรีนและเซล่า ผมคงต้องคิดบัญชีกับพวกมันก่อน
โลเวลที่อยู่ห่างออกไปมองเห็นผมที่กำลังเดินเข้ามากับกลุ่มตนเองและกลุ่มของลูเชียโน่ และแน่นอนว่าเขาก็รู้จักลูเชียโน่เพราะตัวของลูเชียโน่อยู่ในกลุ่มของนักผจญภัยแรงค์ SS คนนั้น เทพธิดาแห่งสงครามหรือก็คือคนที่ลูเชียโน่เรียกว่าเจ๊ใหญ่นั่นเอง กลุ่มของลูเชียโน่มีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนานแล้วการที่พวกเขารู้จักก็เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะลูเชียโน่ก็เคยมีอดีตที่ขมขื่นกับโลเวลด้วย
โลเวลไม่ลืมที่จะเดินมาทักทายในฐานะคนที่ “สนิท” กัน
“ลูเชียโน่แกนี่ตกต่ำขนาดที่ว่าพาไอ้เจ้าลูกแกะนี่มาด้วยเหรอ”
“…”
“ไม่ตอบอย่างนั้นเหรอ ก็ได้ๆ แกคงไม่ลืมหรอกนะวันนั้น...”
ลูเชียโน่แผ่จิตสังหารเข้าใส่โลเวลจนกระทั่งทำให้โลเวลถอยไปหนึ่งก้าว
“ฮ่า ฮ่า ไม่เอาน่า ฉันก็แค่มาทักทายก็เท่านั้นเองในฐานะคนที่เคยเป็นครอบครัวเดียวกัน”
“ถ้าแกกล้าพูดถึงพี่สาวของฉันอีกละก็ ฉันจะไม่ไว้หน้าตระกูลของแกแน่”
“เอาเถอะ จะอย่างไงก็ชั่ง ว่าแต่แกก็พาสาวสวยมาด้วยเยอะแยะนิ โอ๊ะ เจ้าหญิงแห่งดาบก็มากับลูเชียโน่เพื่อนรักด้วยหรือเนี่ยจริงสิก็เธอมากับเจ้าลูกแกะตัวนี้นิ ฉันลืมไปได้ยังไง ส่วน…”
โลเวลมองไปยังเรือนร่างของเซล่าตั้งแต่หัวจรดเท้าจากนั้นก็เลียปากตัวเองหนึ่งที ทำให้ลูเชียโน่ดึงดาบของตนเองออกมาฟันด้วยความเร็วที่รวดเร็วจนโลเวลมองไม่เห็นการโจมตีทำให้ดาบของลูเชียโน่ฟันโลเวลขาดเป็นสองท่อนแต่นั่นก็เป็นเพียงร่างลวงเท่านั้น
“ฮ่า ฮ่า ใจเย็นก่อนเพื่อนรักฉันแค่มาทักทายเท่านั้นเอง ฉันต้องขอตัวก่อนก็แล้วกัน”
โลเวลในตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ามีวัตถุสีดำลักษณะเหมือนกับดาบพุ่งมาจากทางฝั่งกลุ่มของลูเชียโน่เล็งมาที่เขาพร้อมกับคนที่ใช้มันก็มาด้วย.......... . . .