ห้องหนังสือเรือนโจวชาง
เว่ยเหมยหนิงนั่งจอกจิบชารอเ้าของห้องอย่างโจวชางที่นั่งก้มหน้าทำงานอยู่
"มาหาพี่ มีอะไรหรือ" โจวชางเงยหน้าขึ้นมาถามเว่ยเหมยหนิงอย่างแปลกใจ
"ข้ามีเื่จะปรึกษาเ้าค่ะ" เว่ยเหมยหนิงเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม
โจวชางเมื่อเห็นดังนั้นจึงลุกไปนั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับเว่ยเหมยหนิง
"เข้าเื่เถอะ" โจวชางเอ่ยอนุญาต
"คือข้าอยากช่วยส่งเสริมเด็กๆที่เจอในตรอกเมื่อวานนี้เ้าค่ะ"เว่ยเหมยหนิงสังเกตสีหน้าของโจวชางและเอ่ยต่อว่า
"ข้าจะสอนเด็กทำข้าวเหนียวหมูปิ้งสูตรพิเศษและไก่ย่างอบน้ำผึ้งเ้าค่ะโดยแบ่งขายกัน3ที่ คือตลาด หน้าประตูเมือง และหน้าค่ายทหารเราใช้เป็ล้อลาก ต้นทุนน้อย สะดวกกับพวกเด็กด้วย”
เว่ยเหมยหนิงเอ่ยในสิ่งตนเองคิดมาตลอดทั้งคืนให้โจวชางฟัง
"อืม ก็ดี ให้เสี่ยวหลิ่ง เสี่ยวเฟิ่ง เสี่ยวฮุ่ยเป็ผู้ดูแลแต่ละจุดแล้วกัน"โจวชางแสดงความคิดเห็นเพิ่ม
เด็กที่เจอในตรอกนั้นมีทั้งหมด12คน ได้แก่ เสี่ยวหลิ่ง เสี่ยวเฟิ่ง เสี่ยวฮุ่ย มีอายุเท่า 13ปีเท่ากัน และมีซีซวน ซีฮ่าว ที่เป็ฝาแฝด อายุ 12ปีอาเจิน อาเฉิง อายุ 9ปีเท่ากัน ลี่จิน อาฉาง อาฟู่ อายุ 7ปีเท่ากัน และน้องเล็กอย่าง ซูปี้ กับซูลี่ ที่อายุเพียง 4ปีเท่านั้น และคนที่เว่ยเหมยหนิงตามไปคืออาเฉิงนั้นเอง
"แล้วเื่ที่พักข้าว่าจะให้ไปอยู่บ้านใกล้ตลาดที่เป็สินเดิมของท่านแม่ของข้า"เว่ยเหมยหนิงเอ่ยบอกโจวชาง
"ข้าก็ว่าดี ที่นั่นมีทหารลาดตระเวนตอนกลางคืนด้วย ปลอดภัยดี"โจวชางเอ่ยอย่างเห็นด้วย
"งั้นข้าขอตัวไปจัดการก่อนนะเ้าคะและจะให้พวกเขาลองทำหมูปิ้งและไก่อบน้ำผึ้งมาให้ท่านนะเ้าคะ ข้าลาเ้าค่ะ"
เว่ยเหมยหนิงเมื่อปรึกษาโจวชางเสร็จก็ขอตัวไปจัดการสิ่งต่างๆ
'หากท่านน้ายังคงอยู่คงภูมิใจเ้าเป็แน่ หนิงเออร์'
เว่ยเหมยหนิงนั่งรถม้าไปหาเด็กๆเพื่อแจ้งให้เด็กเ่าั้ย้ายไปอยู่เรือนข้างตลาดของมารดานาง
เว่ยเหมยหนิงรู้สึกเศร้าใจสงสารเวทนา พวกเด็กๆ
'เด็กน้อยเอ๋ย โชคชะตาของพวกเ้าช่างน่าสงสารเสียจริงหากพวกเ้าเกิดในยุคของข้า อย่างน้อยพวกเ้ามีสถานสงเคราะห์ช่วย มีข้าวให้กิน แต่ที่นี่พวกเ้าต้องดิ้นรน ขวยขวายเองไหนจะยังมีการแบ่งชนชั้นวรรณะอีก ช่างอยู่ยากลำบากเสียจริง'
เว่ยเหมยหนิงหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเสี่ยวหงและเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ
"...หนู คุณหนู ถึงแล้วเ้าค่ะ" เสี่ยวหงเอ่ยเรียกคุณหนูของตนเองซ้ำๆ
"พี่สาวคนสวยมาแล้ว"เสียงเจี๊ยวจ๊าวพวกเด็กที่แสดงอาการดีใจที่เจอพี่สาวใจดีอีกครั้ง
เว่ยเหมยหนิงก้าวลงยืนตรงหน้าเด็กๆ
"พวกเ้าอยากไปอยู่กับพี่สาวหรือไม่"เว่ยเหมยหนิงเอ่ยถามทันทีเมื่อลงยืนตรงหน้าเด็กๆ
เด็กทุกคนชะงักตกตะลึง เพราะนึกไม่ถึงว่าพี่สาวคนสวยจะใจดีชวนไปอยู่ด้วย
เสี่ยวฮุ่ยเมื่อเห็นอาการของทุกคนจึงเอ่ยถามเว่ยเหมยหนิง
"ให้พวกข้าไปอยู่ด้วยกับพี่สาวได้หรือเ้าคะ"
เว่ยเหมยหนิงเมื่อได้ยินก็รู้สึกเอ็นดูเด็กๆ ยิ่งขึ้นไปอีก
"ได้สิจ๊ะ" เว่ยเหมยหนิงเอ่ยด้วยเสียงเอ็นดู
"พี่สาวจะให้พวกเราไปเป็ทาสหรือขอรับ" ซีฮ่าวเอ่ยถามเพราะถ้าจะให้พวกเขาไปอยู่ด้วยคงให้พวกเขาไปเป็ทาสรับใช้เป็แน่
"ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้น" เว่ยเหมยหนิงเมื่อได้ยินคำถามของซีฮ่าวรีบปฏิเสธกลัวว่าเด็กๆจะเข้าใจผิดและรีบอธิบายว่า
"คือว่ามารดาของพี่สาวมีเรือนอยู่ข้างๆตลาดอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครดูแลพี่อยากให้พวกเ้าไปดูแลให้พี่สาวได้หรือไม่ และพี่สาวจะสอนทำอาหารง่ายๆขายเพื่อที่พวกเ้าจะได้ไม่ต้องไปนั่งขอทานแล้ว"
เด็กๆเมื่อได้ยินว่าจะมีบ้านให้อยู่อาศัยพี่สาวจะสอนทำอาหารขาย พวกเขาก็น้ำตาคลอ ร้องไห้ออกมาเสียงดัง
"เด็กๆเงียบก่อนจ๊ะ อย่าพึ่งร้องนะ"เว่ยเหมยหนิงรีบห้ามก่อนที่ชาวบ้านที่ผ่านไปมาจะเข้าใจผิดแล้วเกิดข่าวลือขึ้นมาอีก
"เ้าค่ะ/ขอรับ" เด็กๆเอ่ยตอบพร้อมกัน
"งั้นพวกเ้าไปเก็บของ แล้วตามพี่สาวมานะ"เว่ยเหมยหนิงให้เวลาเด็กๆไปเก็บของ 1 เค่อเพราะของแต่คนละมีนิดเดียว แค่เสื้อผ้าเก่าๆคนละชุด สองชุดเท่านั้น
เมื่อพร้อมแล้วเด็กๆเดินตามพี่สาวไปใบหน้าแต่ละคนยังมีน้ำตาคลออยู่ แต่แววตากับแสดงถึงการมีความหวัง ความสุขที่เอ่อล้นอยู่ข้างในนั้น
ขณะเว่ยเหมยหนิงกำลังเดินผ่านร้านเครื่องประดับร้านดังที่มีแต่คนชนชั้นสูงมาใช้บริการ
"โอ๊ะ นึกว่าใคร ที่แท้นางมารร้ายแห่งเมืองหลวงนั่นเอง"เสียงของผู้หญิงคนนั้นทำให้เว่ยเหมยหนิงหยุดเดินและหันกลับมามองผู้หญิงที่พูดเสียดสีตนเอง
"อ่าาา คุณหนูจินเยว่ชิงกับคุณหนูหานเจียอี นั่นเอง"
เว่ยเหมยหนิงเอ่ยทักทายตามมารยาเนื่องจากเริ่มเห็นคนมุงดูความสนใจ
"คุณหนูเว่ยเ้ามันนางมารแห่งเมืองหลวงสมฉายาของเ้าเสียจริง"จินเยว่ชิงเอ่ยเหน็บแนม และยิ้มเยียดหยามให้เว่ยเหมยหนิงที่จินเยว่ชิงกล้าเอ่ยและแสดงท่าทีเช่นนี้เพราะนางคือน้องสาวของสนมจินที่มีตำแหน่งเสียนเฟย และกำลังเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้ฉีไป๋หลงในเวลานี้
"เยว่ชิงเ้าอย่ากล่าวเช่นนี้สิ ถึงแม้ว่ามันจะเป็เื่จริงก็เถอะ"หานเจียอีเอ่ยห้ามสหายของตน และเอ่ยเสียงออกมาไม่ดังไม่เบามากนักแต่ผู้คนในบริเวณนั้นที่มุงดูได้ยินกันทั่ว และเริ่มมีเสียงซุบซิบ นินทา เว่ยเหมยหนิงในทางที่เสียๆหายๆ
"ข้าทำไมหรือ ช่วยชี้แนะข้าเถอะ" เว่ยเหมยหนิงเอ่ยเสียงเรียบ
'ข้าก็เดินของข้าดีๆ ทำไมต้องเจอพวกนางมารในคราบแม่ดอกบัวขาวอีกละ'
จินเยว่ชิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็เชิดหน้าและกล่าวอย่างเสียงดัง
"เ้ากำลังบังคับขอทานพวกนั้นไปที่ไหนเห็นหรือไม่พวกเขากลัวเ้าจนร้องไห้แล้ว หรือเ้าบังคับให้ไปเป็ทาสรับใช้เพื่อไว้รองรับอารมณ์ของเ้ากัน"
จินเยว่ชิงเอ่ยจบพร้อมยิ้มเย้ยหยัน เสียงผู้คนที่มุงดูก็ฮือฮาขึ้นมา เสียงด่า เสียงสาปแช่ง ดังไม่ขาดสาย
พวกเด็กๆเมื่อได้ยินประโยคนั้นของจินเยว่ชิงก็หน้าแดง น้ำตาคลอ ตัวสั่น กำหมัดแน่น เพราะโกรธที่มีคนมาว่าร้ายพี่สาวใจดีและยังเป็ผู้มีพระคุณของพวกเขาอีกด้วย
แต่จินเยว่ชิงหานเจียอี และชาวบ้านกลับคิดว่าเด็กๆโดนบังคับมาจริงๆและที่มีอาการตัวสั่นคงกลัวเว่ยเหมยหนิงมากเป็แน่
"เ้าปล่อยเด็กๆไปเถอะ ถึงแม้เป็แค่ขอทานแต่ทุกชีวิตมีค่านะเ้าคะข้าไม่อยากให้เ้าทำผิดอีกแล้ว" หานเจียอีเอ่ยขอร้องทำให้ผู้คนคิดว่าหานเจียอีเหมือนเทพเซียนมาโปรด
"จบหรือยัง" เว่ยเหมยหนิงเอ่ยถามจินเยว่ชิงและหานเจียอีทั้งสองจึงแสดงสีหน้างงงวย
"จบอะไร" จินเยว่ชิงเอ่ยถามอย่างหวาดระแวง
"แสดงงิ้วจบหรือยัง ข้าจะได้ไปทำอะไรที่มีประโยชน์ไม่ใช่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ แล้วพวกเด็กก็เต็มใจไปอยู่กับข้าเอง"เว่ยเหมยหนิงเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้า
"พวกข้าเต็มใจไปอยู่กับพี่สาวขอรับ/เ้าค่ะ"พวกเด็กๆรีบเอ่ยกลัวว่าทุกคนจะเข้าใจพี่สาวใจดีผิด
"ไปกันเถอะ อย่าสนใจพวกปากเปราะเลย"
เว่ยเหมยหนิงเอ่ยบอกพวกเด็กๆและเดินจากไป
จินเยว่ชิงและหานเจียอีเมื่อได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเสียหน้าและอับอายเป็อย่างมาก
ไม่นานก็ข่าวลือไปทั่วเมืองหลวงว่าคุณหนูจินเยว่ชิงและคุณหนูหานเจียอี ตั้งใจให้ร้ายและพูดจากเยียดหยาม ไม่ให้เกียรติคุณหนูเว่ยเหมยหนิง