ตอนที่ 13 : หลอมโอสถครั้งแรกด้วยเปลวเพลิง
“ดีมากเมิ่งหลง...” ไป๋เจี้ยนหรงยิ้มอย่างพอใจ
“ตอนนี้เ้าพร้อมเริ่มฝึกหลอมโอสถได้แล้ว”
เขาชี้ไปยังเตาหลอมกลางห้อง — เตาเหล็กโบราณขนาดใหญ่ที่สลักอักขระธาตุไฟและลมไว้รอบเตา
“เตาหลอมนี้คือ ‘เตาเปลวสุริยัน’ ใช้ทดสอบพื้นฐานการควบคุมไฟในศิษย์ใหม่ ข้าจะให้เ้าลองหลอมโอสถพื้นฐานชื่อ ‘จิงหลิงตัน’ ใช้ในการฟื้นฟูลมปราณ”
เมิ่งหลงสูดลมหายใจเข้า พยักหน้าเบา ๆ “ขอรับอาจารย์”
เขาเดินเข้าไปหน้าหม้อเตา ถังหยินยื่นห่อสมุนไพรให้ “ใช้สมุนไพรสามชนิดนี้: เหวินหง, ป่าหยิน และเกล็ดหยกฟ้า ค่อย ๆ ใส่ตามลำดับ ความร้อนสำคัญที่สุด อย่าให้สมุนไพรไหม้ก่อนรวมตัว”
“ขอรับ ศิษย์พี่”
ภายในห้องหลอมโอสถของตำหนักไท่ซาน เงาไฟสีส้มทองสะท้อนบนผนังหินหยก เสียง “พรึ่บ พรึ่บ” ของเปลวเพลิงดังเบา ๆ แต่สม่ำเสมอ หวังเมิ่งหลงนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตาหลอมโอสถด้วยสายตาแน่วแน่
ข้างกายมีถังหยินคอยจับตาดูด้วยความสนใจ ส่วนศิษย์พี่คนอื่น ๆ ยังไม่รู้เลยว่า “การทดลองของศิษย์ใหม่” ครั้งนี้ จะกลายเป็เื่ที่สั่นะเืทั้งตำหนักโอสถ
เมิ่งหลงสูดลมหายใจเข้าลึก พลังห้าธาตุในร่างหมุนวนอย่างช้า ๆ จนเกิดประกายแสงอ่อนที่ิั เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกไปเหนือเตาหลอม เส้นพลังสีแดงเพลิงผสานกับสีทองนวลปรากฏขึ้นจากฝ่ามือ
“ไฟ…ของข้าเปลี่ยนไปแล้ว” เมิ่งหลงพึมพำเบา ๆ
ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงมองด้วยความตกตะลึง
“เปลวเพลิงเซียน? เป็ไปได้ยังไง เมิ่งหลงเพิ่งเริ่มหลอมโอสถครั้งแรกแท้ ๆ!”
พรึ่บ!
เสียงแตกเบา ๆ ของเตาหลอมดังขึ้น ตามมาด้วยแสงสีทองหมุนวนรอบตัว เมิ่งหลงหลับตาเข้าสมาธิ พลังห้าธาตุภายในร่างเริ่มตอบสนองอย่างกลมกลืน — ดิน หนุน น้ำ, น้ำเลี้ยง ไฟ, ไฟก่อ โลหะ, โลหะหล่อ เื, และไม้ฟื้น ฟ้า
ถังหยินเฝ้าดูอย่างกลั้นหายใจ
“ไม่อยากเชื่อ... พลังของเขาไหลเวียนได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้...”
เขาทำได้ดี...” ถังหยินพึมพำ “ความร้อนไม่แปรปรวนเลย”
ไป๋เจี้ยนหรงยิ้มบาง ๆ “หากเด็กคนนี้ควบคุมไฟได้ขนาดนี้ั้แ่ครั้งแรก อีกไม่นานคงสามารถหลอมโอสถระดับกลางได้แน่”
เวลาผ่านไปทีละชั่วลมหายใจ เหงื่อซึมเต็มหน้าผากเมิ่งหลง แต่แววตาเขายังคงนิ่งแน่วราวหินผา ควบคุมมันด้วยความนิ่งแน่ว สมุนไพรทั้งสามลอยขึ้นกลางอากาศราวกับถูกแรงลมโอบรับ แล้วค่อย ๆ หลอมรวมกันเมื่อถึงจังหวะสุดท้าย เขาเปล่งเสียงเบา ๆ
“รวม!”
แสงสีทองพุ่งออกจากเตาหลอม โอสถกลม ๆ สีขาวขุ่นค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นกลางเปลวเพลิง ก่อนจะเปล่งประกายเป็สีทองบริสุทธิ์ราวกับเม็ดแก้ว์
เมิ่งหลงค่อย ๆ เปิดฝาเตาหลอม กลิ่นโอสถหอมหวานราวกลิ่นดอกบัวในยามรุ่งอรุณลอยไปทั่วห้อง เขามองเม็ดยาสีทองในฝ่ามือ สายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและยินดี
“ข้า... ทำได้แล้ว”
เสียงของเขาแ่เบาแต่เปี่ยมด้วยพลัง ความภาคภูมิใจผสมกับความตื่นเต้นสะท้อนในแววตา
ถังหยินอุทาน “สำเร็จจริง ๆ!”
ผู้าุโไป๋เจี้ยนหลงเบิกตากว้าง
“โอสถจิงหลิงตันระดับสูงสุด... บริสุทธิ์ถึงสิบส่วนในครั้งแรก! เมิ่งหลง เ้านี่มัน...อัจฉริยะ!”
ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงเผยรอยยิ้มช้า ๆ “ไม่เลวเลย... เปลวเพลิงห้าธาตุที่เ้าใช้หลอมโอสถ กลับกลายเป็เพลิงเซียนที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...”
เขาก้าวเข้ามาพลันแรงกดดันอันสงบนิ่งแผ่กระจายทั่วบริเวณ
“เมิ่งหลง เ้ารู้หรือไม่ ว่าระดับความบริสุทธิ์ของโอสถนี้ เทียบเท่ากับที่ข้าต้องใช้เวลาหลอมสิบปีจึงจะถึง”
เมิ่งหลงก้มศีรษะ
“ศิษย์ไม่กล้าอวดดี เพียงแต่ข้ารู้สึกว่าพลังภายในและไฟหลอมมัน...เข้ากันได้อย่างประหลาด”
ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงพยักหน้า
“เ้ามีสิ่งที่เรียกว่า จิตไฟเซียน สิ่งนี้หาได้ยากแม้ในหมู่เซียนโอสถระดับสูง ต่อจากนี้ไป เ้าต้องควบคุมมันให้มั่น อย่าให้พลังนั้นกลืนเ้าแทนที่จะเป็เครื่องมือของเ้า”
“ขอรับ อาจารย์” เมิ่งหลงตอบอย่างนอบน้อม
ถังหยินยังคงมองโอสถในมือของเมิ่งหลงด้วยสายตาตื่นตะลึง
“เมิ่งหลง... ข้ารู้แล้วว่าทำไมอาจารย์ถึงเลือกเ้า เ้ามีอะไรบางอย่างที่พวกเราไม่มี"
เมิ่งหลงประสานมือคารวะ
“ขอบพระคุณอาจารย์และศิษย์พี่ที่ชี้แนะ”
ไป๋เจี้ยนหรงหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่า ๆ ๆ ดีมาก! เมิ่งหลงเ้ามีพร์เหนือชั้น พลังสมดุลห้าธาตุของเ้าทำให้ไฟไม่รุนแรงเกินไป สมุนไพรจึงหลอมได้สมบูรณ์แบบ!”
ไป๋เจี้ยนหรงมองด้วยสายตาภูมิใจ “ั้แ่นี้ เ้าคือศิษย์เอกแห่งตำหนักโอสถอย่างแท้จริง ข้าจะถ่ายทอดศาสตร์การหลอมโอสถขั้นสูงให้ แต่
จำไว้ เมิ่งหลง — พลังยิ่งสูง ความรับผิดชอบก็ยิ่งใหญ่ เ้าต้องไม่หลงในชื่อเสียง”
เมิ่งหลงก้มศีรษะ “ข้าจะจำไว้ขึ้นใจขอรับ”