อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 145 กลับมาอีกคๆรั้ง

    บทที่ 145 กลับมาอีกครั้ง




    “พวกมันกล้าหรอ!” ชายวัยกลางคนโกรธมาก เขากัดฟันของตนเองจนเกิดเสียง “กรอด” ออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนห้ามเอาไว้ เชื่อได้เลยว่าพ่ออันคงจะกระโจนเข้าไปเพื่อจัดการไอ้คนชั่วคนนั้นแล้ว




    “หยวนเอ๋อร์ เป็นแม่ที่ผิดต่อลูก เป็นพวกเราที่ผิด...ดีที่ลูกรู้ตัวเร็ว ไม่อย่างนั้น...ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่พวกเราจริงใจต่อเธอแท้ๆ ทำไมซินเอ๋อร์ถึงได้หักหลังพวกเราแบบนี้” แม่อันเองก็เสียใจมาก ช่วงเวลาที่ยากลำบาก ก่อนหน้านี้มีซินซินคอยดูแลจิตใจ คิดไม่ถึงเลยว่าแท้จริงแล้วจะมาในรูปแบบของมิจฉาชีพ




    “พ่อคะ แม่คะ หลังจากนี้ต้องระวังให้มากขึ้นหน่อยนะคะ ไม่มีใครจะดีต่อพวกเราเท่ากับคนในครอบครัวอย่างแท้จริงหรอกค่ะ ถ้าหากว่าพ่อกับแม่เหงาล่ะก็...อยากจะมีเจ้าตัวเล็กอีกสักคนสองคนก็ได้นะคะ” ถึงแม้ทัศนคติแบบนี้จะไม่ถูกต้องนักในยุคปัจจุบัน ถึงอย่างนั้น...ความเป็นอยู่ของครอบครัวที่ดีขึ้น การจะมีลูกเพิ่มอีกสักคนสองคนด้วยความตั้งใจก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี


                


    อีกอย่าง ซูหยวนนั้นรู้สึกผิดกับพ่อแม่ของอันซูหยวนไม่น้อยเลย เด็กสาวที่เป็นลูกของพวกเขาตายจากไปแล้ว เท่ากับโลกนี้ไม่มีลูกที่แท้จริงของพวกเขาอยู่อีก หากเป็นไปได้...เธอก็อยากจะช่วยดูแลเด็กน้อยที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ ชดเชยให้กับพ่อแม่อัน และเจ้าของร่างนี้ด้วย




    “พะ พูดอะไรอย่างนั้น” แม่อันตกใจมาก ไม่คิดเลยว่าลูกสาวจะพูดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาได้ แม้ว่าทางราชการจะประกาศสนับสนุนให้คนมีลูกกันให้มากหน่อย แต่พวกเขาก็ไม่เคยดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นที่ผ่านมาพ่อแม่อันจึงไม่มีความคิดนี้ ทว่า...หลังจากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาก็คิดเรื่องนี้มาสองสามครั้งแล้ว


                


    พอได้ยินว่าลูกสาวเองก็คิดเหมือนกัน เธอก็เหลือบมองพ่ออันครั้งหนึ่ง คนที่เพิ่งผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาถอนหายใจเฮือกใหญ่




    “เดิมทีพ่อก็คิดว่าจะมีลูกอีกสักคนสองคนเหมือนกัน แต่ตอนนี้เงินเก็บของครอบครัว...” คิดแบบนี้แล้ว พ่ออันก็ยิ่งเจ็บใจ


                


    ก่อนหน้านี้เขาคิดอะไรอยู่ ถึงกับพาคนอื่นเข้ามากินอยู่ในบ้านของตนเอง เพียงเพราะคิดว่าชีวิตของตนดีขึ้นแล้ว จะดูแลคนเพิ่มอีกสักคนสองคนก็ไม่เป็นอะไร


               


    ใช้ปมด้อยที่เคยมีมากดดันตนเอง สุดท้ายก็แค่ทำลายครอบครัวไม่ใช่หรือ?




    “เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อนนี่คะ” ซูหยวนส่ายหน้า พ่อแม่อันรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นเธอย่อมไม่ซ้ำเติม




    “แต่ว่าลูกห้ามพ่อทำไม พ่อต้องการจะฆ่ามันให้ตาย!” พ่ออันถามอีกครั้ง ความโกรธของเขายังไม่ถูกบรรเทาลงเลยด้วยซ้ำ




    “ถ้าพ่อฆ่าคนก็เท่ากับมีความผิดนะคะ”




    “แต่จะให้มองดูพวกมันทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ต่อหรอ แล้วที่สำคัญ...พวกมันก็ต้องการจะมาทำร้ายลูกนะ” 




    “เรื่องนี้ ปล่อยให้กฎหมายจัดการเถอะค่ะ” ซูหยวนคลี่ยิ้มบางเบา เธอมีหลักฐานว่าผู้หญิงคนนั้นขโมยของในบ้านของเธอ ทั้งยังมีหลักฐานว่าพวกเขาสมรู้ร่วมคิดกันวางแผนร้ายให้เธอ โทษของผู้ขโมยก็คือการตัดแขนที่กล้าแตะต้องของของคนอื่น ในขณะคนที่สมรู้ร่วมคิดและได้ประโยชน์ด้วยกันก็ต้องรับโทษเหมือนกัน


                


    อย่างไรก็ตาม คนที่คิดไม่ดีต่อครอบครัวของเธอ โทษเรื่องตัดแขนคนล่ะข้างสองข้างนั้นเรียกว่าเพียงพอแล้วหรือ? ซูหยวนไม่ต้องการให้มันจบลงง่ายดายแบบนั้น




    “เรื่องนี้หนูจะจัดการเองค่ะ จะไม่ปล่อยให้พวกมันได้ใจแน่นอน”




    “........ถ้าลูกว่าแบบนั้น ก็ตามนั้นแล้วกัน” พ่ออันนั่งลงสงบจิตใจของตนเอง เรื่องนี้จะโทษคนอื่นก็ไม่ได้ สุดท้ายจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ก็มาจากพวกเขา


                


    ซูหยวนพาทั้งสองคนกลับไปพักที่บ้าน อวี้หยางทำภารกิจเสร็จก็รับเงินแล้วจากไปเงียบๆ ดังนั้นตอนนี้ในบ้านจึงเหลือแค่ซูหยวนและพ่อแม่อันเท่านั้น ทั้งสองคนเพลียจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เมื่อได้พักก็นอนหลับกันเป็นวันๆ


                


    ถ้าไม่ใช่เพราะโรงผลิตเจียงนั้นให้ค่ากับซูหยวนมาก การที่แม่อันหายไปบ่อยๆ คงจะถูกไล่ออกไปนานแล้ว เรื่องนี้ซูหยวนทำได้แค่ชดเชยให้พวกเขาในภายหลังเท่านั้น


                


    ปัญหาที่บ้านถูกจัดการอีกครั้ง ซูหยวนรู้ว่าครอบครัวของตนเองจะต้องพัฒนาขึ้นอีกมาก ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในเขตชั้นนอก พอมาอยู่เขตชั้นกลางก็ยังเจอเรื่องอีก แต่ทุกอุปสรรคที่เข้ามานี้ หากผ่านไปได้จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้น อย่างน้อยๆ...หลังจากนี้ก็ไม่ควรจะไว้ใจคนอื่นมากเกินไป




    “พ่อคะ แม่คะ ฉันกลับมาแล้วค่ะ” คิดไม่ถึงว่าสองวันต่อมา ซินซินที่หายตัวไปก็กลับมาที่บ้านอันอีกครั้ง คราวนี้เธอมาพร้อมกับสารอาหารสังเคราะห์ที่ซื้อด้วยเงิน 200 เครดิต ท่าทางจริงใจเหมือนกับว่าก่อนหน้านี้เธอไม่เคยได้หนีไปไหน




    “เธอ!...” พ่ออันไม่อยากจะเชื่อสายตาเช่นกัน เขาเกือบจะตะคอกไล่ส่งหญิงสาวออกไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนกระแอมไอเป็นสัญญาณให้พ่ออันหยุดก่อน




    “พ่ออันคะ หนูดีใจมากเลยนะคะที่พ่อปลอดภัย ก่อนหน้านี้เพราะคิดน้อยไป หนูพยายามไปหายืมเงินจากคนอื่นเพื่อมารักษาพ่อ หนูไปหาที่โรงพยาบาลหลังจากที่ได้เงิน แต่พวกเขาบอกว่าพ่อรักษาจนหายเจ็บแล้ว เพราะแบบนั้น...ตอนนี้พ่อก็เลยเกลียดหนูแล้วใช่ไหมคะ” ซินซินบีบน้ำตาอีกครั้ง


                


    ท่าทางของเธอยังคงน่าสงสารเหมือนเดิม ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงจะทำให้หัวใจของพ่อแม่อันละลายไปแล้ว ต่อให้เธอจะหายไป ทว่ามันก็เป็นเพราะความหวังดีของเธอไม่ใช่หรอ?


                


    แต่ก็นั่นแหละ...น่าเสียดายที่ซินซินไม่ได้รู้ ความจริงทั้งหมดเบื้องหลังความคิดของเธอถูกเปิดเผยทั้งหมดแล้ว ดังนั้นพ่อแม่อันจึงไม่ตกเป็นเหยื่อของเธออีก




    “กลับมาทำไม” ซูหยวนขมวดคิ้ว เธอส่งสัญญาณให้แม่อันเพื่อรับบทต่อ




    “หยวนเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ก็กลับมาแล้ว เธอใช้เงินของพวกเราซื้ออาหารกลับมาด้วย นี่...นี่ก็คงจะเป็นแค่ความเข้าใจผิดกันทั้งนั้น” แม่อันรับบทต่ออย่างรวดเร็ว ซูหยวนเองก็ยังแปลกใจที่เห็นแม่ของตนทำการแสดงได้ดีขนาดนี้




    “แม่คะ หนูขอโทษนะคะที่ทำอะไรโดยไม่บอก หนูก็อยากจะช่วยพ่อด้วยอีกคน หนู...หนูก็คิดว่าตัวเองเป็นลูกคนหนึ่ง เด็กกำพร้าแบบหนูได้รับความรักจากพ่อกับแม่ นี่เป็นความสุขที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ หนูอยากให้พ่อแม่อยู่กับหนูตลอดไป” ซินซินแสร้งปาดน้ำตาของตนเอง


                


    ก่อนหน้านี้ เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่าพ่ออันจะฟื้นกลับมาได้ จู่ๆคนก็หลับไปเสียตั้งนานแบบนั้น ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นแผนของซูหยวนอีกนั่นแหละ เธอแค่ให้ยานอนหลับกับพ่ออันสักหน่อย ใช้เงินเพื่อขอให้หมอมอบยานอนหลับให้พ่อของเธอ บอกว่าเขาต้องการพักผ่อน พวกหมอก็เห็นด้วย ร่างกายของพ่ออันอ่อนเพลียเกินไปจากการที่เขาไปทำงานไม่หลับไม่นอน จึงได้รับความร่วมมืออย่างดี


                


    ดังนั้น คนภายนอกจึงคิดว่าพ่ออันยังไม่ได้สติกลับมา ส่วนพ่ออันก็ออกจากโรงพยาบาลเพื่อช่วยครอบครัวไม่ได้ บีบบังคับให้ผู้หญิงเห็นแก่ตัวทิ้งครอบครัวอันนี้ไป เปิดตาพ่อแม่อันให้สว่างขึ้น




    “ไม่เป็นไร ไม่เป็นอะไรเลย” แม่อันรับอ้อมกอดของอีกฝ่าย พ่ออันนั้นยากกว่าเล็กน้อย เขาพยายามจะร่วมแสดงด้วย แต่สีหน้าจริงจังของเขากลับทำให้ซูหยวนต้องลอบหัวเราะออกมา


                


    ซินซินได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในบ้านอีกครั้ง เธอปรนนิบัติแม่อันอย่างดีเหมือนกับครั้งก่อนๆ ในขณะเดียวกัน...เธอก็พยายามตีสนิทกับซูหยวนด้วย


                


    แรกๆซูหยวนพยายามต่อต้าน แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ยอมไปเดินเล่นกับซินซินที่ตลาดเสียแล้ว...




    “พี่สาวดีใจมากเลยนะที่น้องสาวยอมรับพี่บ้างแล้ว ถึงจะแค่นิดหน่อยก็เถอะ”




    “ฉันไม่เคยยอมรับคุณ...”




    “โถ่ ไม่เอาน่าน้องสาว มาเถอะ...วันนี้พวกเรามาเที่ยวเล่นกันไม่ใช่หรอ เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะแนะนำเขตชั้นกลางให้เองนะ น้องสาวจะต้องยังไม่เคยไปร้านนี้แน่นอน อ๊ะ!!”


                


    ซินซินกระโดดโลดเต้นดีใจ สุดท้ายด้วยความประมาทก็ทำให้เธอชนเข้ากับคนๆหนึ่ง




    “ขอโทษค่ะ” หญิงสาวหน้าเสีย รีบกล่าวขอโทษอีกฝ่ายทันที


                


    คนที่อยู่ด้านหลังนั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ท่าทางเหมือนกับคนร่ำรวยไม่มีผิด เมื่อเขามองไปที่ซินซิน สายตาของเขาไม่มีความไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย 


                


    ทันทีที่เขาปรากฏตัวแบบนี้ มองผู้หญิงด้วยสายตาอ่อนโยน ต่อให้เป็นคนที่มีคนรักอยู่แล้ว บางทีก็อาจจะหวั่นไหวเลยก็ได้




    “ไม่เป็นไร คุณล่ะครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”




    “ไม่ค่ะ ไม่เจ็บเลย” ซินซินหัวเราะด้วยท่าทางเขินอาย ก่อนที่เธอจะขยับเข้ามาหลบหลังซูหยวน 




    “เอ่อ แล้วนี่...พวกคุณจะไปไหนกันหรอครับ” ชายหนุ่มใจดีและสุภาพ เมื่อเห็นเด็กสาวออกมากันสองคนก็ยังเอ่ยถามด้วยความห่วงใย




    “ฉันกับน้องสาว พวกเราจะไปเดินเที่ยวกันค่ะ ถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากจะซื้อเสื้อให้แม่กับพ่อคนละ 1 ตัว” ซินซินยื่นหน้าออกมาตอบ เธอยังถือโอกาสนี้แนะนำซูหยวนไปด้วย




    “โอ้ เป็นพี่น้องกันหรอครับ ว่าแต่ทั้งสองคนชื่ออะไรบ้างครับ”




    “ฉันชื่อซินซินค่ะ ส่วนน้องสาวชื่อหยวนหยวน” ซินซินตั้งชื่อเล่นให้เธอเองเสร็จสรรพ ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มตอบซินซิน ก่อนจะจ้องมาที่ซูหยวนด้วยสายตาวาววับ




    “สวัสดีครับ ผมชื่อหานฮ่าว ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคนนะครับ” 




    “คุณ...คุณดูเหมือนจะอายุมากกว่าพวกเรา ถ้าอย่างนั้นพวกเราเรียกว่าพี่ฮ่าวจะได้ไหมคะ”




    “ฮ่าๆ แน่นอนสิครับ ถ้าอย่างนั้น...วันนี้ก็ให้พี่ฮ่าวคนนี้พาเดินเที่ยวดีไหมครับ” ทั้งสองคนพูดกันไปพูดกันมา ไม่ได้ถามความคิดเห็นของซูหยวนด้วยซ้ำ อันที่จริง...ตั้งแต่ที่ซินซินพูดว่าออกมาเพื่อจะซื้อเสื้อผ้าให้พ่อกับแม่ ซูหยวนก็คิ้วกระตุกแล้ว


                


    ผู้หญิงคนนี้มีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายด้วยหรอ? ทุกวันนี้ก็ยังใช้เงินที่บ้านของเธออยู่เลย ไม่ต้องพูดถึงว่าไม่กี่วันก่อนก็ตั้งใจจะขโมยเงินไปจากบ้านของเธอ หากไม่ใช่เพราะกลับมาเพราะต้องการอะไรบางอย่าง คิดว่าเธอจะยอมเอาเงินมาคืนหรอ?


                


    แล้วก็ผู้ชายคนนี้...ต่อให้โง่งมขนาดไหนก็ต้องรู้ได้ถึงความผิดปกติ


                


    คนสองคนที่ไม่รู้จักกันเลยจะสนิทสนมกันมากขนาดนี้ได้ยังไง ซูหยวนอยากจะกรอกตามองบนใส่พวกเขา การแสดงที่ยอดแย่นี่มันอะไร? แต่ก็นั่นแหละ....ไม่ใช่ว่าพวกเขาชอบการแสดงมากหรอกหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็ให้เธอร่วมแสดงด้วยก็แล้วกัน




    “พี่ฮ่าวคะ ดูนั่นสิ...มีอุปกรณ์นักล่าอยู่เต็มไปหมดเลย ที่จริงแล้วหยวนหยวนของเราก็เป็นนักล่าเหมือนกันนะคะ”




    “โอ้ เป็นแบบนั้นหรอ ถ้าอย่างนั้นหยวนหยวนก็เก่งมากใช่ไหม”




    “ค่ะ ฉันเก่งมากค่ะ” ซูหยวนตอบกลับเสียงเรียบ ทำเอาหานฮ่าวไปต่อไม่เป็น




    “พี่ฮ่าวคะ ไหนๆพวกเราก็ได้พบกันเป็นครั้งแรก พวกเราจะซื้อของขวัญให้พี่เอง ดีไหมคะ” ซินซินหัวเราะคิกคักก่อนจะเข้าประเด็นของวันนี้




    “หืม? นั่นไม่ดีนะ เพราะว่าพี่เป็นผู้ชาย จะให้มารับของขวัญได้ยังไง”




    “ถ้าอย่างนั้นก็ให้พี่ฮ่าวซื้อคืนให้พวกเราด้วยสิ ฉันเองก็อยากได้อาวุธชิ้นใหม่เหมือนกัน” ซูหยวนโพล่งออกมาบ้าง เธอรู้ว่าทั้งสองคนจะแสดงกันอย่างไร คนหนึ่งบอกจะให้ อีกคนก็ปฏิเสธ วนไปวนมา....สุดท้ายก็มาที่เธอต้องควักเงินไม่ใช่หรอ?


                


    ในเมื่อเป็นแบบนั้น ทำไมไม่สู้ให้เขาเป็นคนเอาเงินออกมาให้เธอแทนล่ะ!




    “ห๊ะ เอ่อ เรื่องนั้น....”




    “ทำไมหรอคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ฮ่าวจะรับจากพวกเราอย่างเดียว? หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่ควรจะต้องพูดเรื่องของขวัญกันต่อนะคะ”




    “เอ่อ นะ นั่นสิ พี่ฮ่าวคนนี้ก็ไม่ได้อยากจะได้ของขวัญตั้งแต่แรกอยู่แล้ว น้องซินซินอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย”




    “ใช่ค่ะ เรื่องนี้เป็นซินซินที่ผิดเอง ทำทุกคนอึดอัดเลยใช่ไหม” หญิงสาวแสร้งบีบน้ำตา ท่าทางเศร้าสร้อยของเธอทำเอาซูหยวนดูจะเป็นคนผิดขึ้นมา


                


    แน่นอนว่านั่นเป็นความคิดของคนอื่น แต่ซูหยวนไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย




    “เดี๋ยวฉันจะแยกตัวออกไปก่อนนะ มีของที่ต้องการซื้อ...”




    “โอ๊ะๆ ถ้าอย่างนั้นก็ให้พี่สาวไปด้วยเถอะ พี่สาวก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว” ซินซินจะปล่อยมือจากซูหยวนได้ยังไง อุตส่าห์พาออกมานอกบ้านด้วยกันได้สักที เธอยังไม่ได้ควักเงินออกมาสักเครดิตเดียว แล้วจะปล่อยให้กลับได้ยังไง




    “หยวนหยวนอยากจะซื้ออะไรล่ะ ให้พี่ชายคนนี้พาไปก็ได้นะ พี่ชายรู้จักร้านดีๆหลายร้านเลย” 




    “ไม่เป็นไรค่ะ”




    “แต่ว่า....”




    “ไม่ต้องการค่ะ” ซูหยวนบอกปัด ท่าทางของเธอทำให้ทั้งสองคนชะงักไป อยากจะพูดอะไรเพิ่มเติมอีกแต่ก็รู้ว่ามันคงไม่มีประโยชน์


                


    ด้านหลังของเธอ หานฮ่าวยืนกัดฟันกรอดอยู่อย่างนั้น เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแผนโปรยเสน่ห์ของเขาใช้ไม่ได้ผล นังเด็กนั่นไม่แม้แต่จะมองใบหน้าของเขาด้วยซ้ำ!




    “เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง แล้วจะทำยังไงอีก!”




    “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงคะ ไม่ใช่ว่าพี่มั่นใจมากนักหรอว่าจะทำให้เด็กนั่นหลงชอบได้ ฉันใช้เงิน 200 เครดิตเพื่อกลับเข้าบ้านนั้นอีกครั้งไปแล้วนะคะ จะมายอมแพ้ตอนนี้ก็ไม่ได้ด้วย!”




    “ชิ!!”




    …………………………………..

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน