แล้วตอนนี้เป็อย่างไรเล่า ทะลุมิติมาที่ยุคโบราณก็ทะลุมาอยู่ในร่างของคุณหนูรองที่ไม่มีผู้ใดโปรดปราน ชะตาชีวิตต้องมาถูกผู้อื่นควบคุมอีก เกิดใหม่ครานี้ชีวิตนางจะต้องเป็เหมือนเดิมอย่างงั้นเหรอ ? นางจะไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่ตัวเองเลือกเลยหรืออย่างไร ?
เพราะเหตุใดกัน ฟ้าถึงได้เล่นตลกกับชีวิตนางเช่นนี้ ให้นางเกิดใหม่อีกครา กลับต้องมาทนกับความลำบากเช่นนี้ ิเจ๋อเห็นแผ่นหลังเล็กที่โดดเดี่ยวของอิ้งเย่ว ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงอยากจะดึงนางเข้ามากอดนัก แต่เขาก็มิอาจทำเช่นนั้นกับนางได้ ครู่นั้นก็มีเสียงเรียกของสตรีนางนึงเรียกอิ้งเย่วจากด้านนอก
“ เหมยเม่ย นี่ข้าเอง ” ทันทีที่อิ้งเย่วได้ยินเสียงของอิ้งฟาง แววตาที่เศร้าสร้อยก็หายไปในทันที
อิ้งเย่วเหลือบตาไปมองิเจ๋อที่กำลังยืนจ้องหน้านางอยู่ หากอิ้งฟางเห็นิเจ๋ออยู่ในห้องของนางในตอนนี้เกรงว่าจะไม่เป็การดี ิเจ๋อไม่พูดอะไรเดินไปหลบซ่อนตัวที่หลังฉากกั้นทันที ิเจ๋อไม่อยากจะทำให้อิ้งเย่วต้องเดือดร้อนเพราะตน อิ้งเย่วเดินไปเปิดประตูให้อิ้งฟางก็เห็นสีหน้าของอิ้งฟางฉายแววกังวลอย่างแปลกๆ
“ เหมยเม่ย ”
“ ท่านพี่มาหาข้ามีเื่อันใดหรือ ? ” อิ้งเย่วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ห่างเหิน สายตาคมของอิ้งเย่วมองไปที่ถุงผ้าที่อิ้งฟางถืออยู่ในมือ
“ เหมยเม่ย เื่ของท่านแม่ข้าเมื่อตอนเย็น ข้ามาขอโทษเ้าแทนท่านแม่ข้าด้วย ”
อิ้งฟางเห็นแก้มที่บวมเป่งของอิ้งเย่วก็รู้สึกผิดมาก อิ้งฟางไม่ได้อยากจะให้ท่านแม่ลงมือกับนางเช่นนั้นเลย อิ้งเย่วได้แต่แค่นหัวเราะเบาๆ
“ แค่พูดคำว่าของโทษเพียงคำเดียวก็ปล่อยผ่านอย่างนั้นหรือ ? ทำผิดแต่แก้ไข้เพียงคำขอโทษเพียงคำเดียวมันได้เหรอ ? ”
“ เหมยเม่ย เ้าก็รู้ว่าข้ามิได้คิดเช่นนั้น ” อิ้งฟางส่ายหน้าไปมา มือเล็กสั่นจับไปที่มือของอิ้งเย่วเบาๆ
“ ท่านพี่ หากท่านพี่มาหาข้าเพียงแค่เื่นี้ ท่านพี่กลับไปเถิด หากฮูหยินฟางหรงรู้ว่าพี่มาเหยียบที่จวนต่ำต้อยของข้าเช่นนี้ ท่านพี่อาจจะถูกลงโทษได้นะเ้าคะ ”
แววตาของอิ้งฟางฉายแววเ็ปอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าฮูหยินฟางหรงจะไม่ชอบให้อิ้งฟางสนิทกับอิ้งเย่ว แต่อิ้งฟางก็ไม่คิดที่จะทำร้ายอิ้งเย่วเลยแม้แต่น้อย เห็นห่อผ้าที่อยู่ในมือ อิ้งฟางจึงเอ่ยกับอิ้งเย่วว่า
“ สิ่งนี้ข้าเตรียมมาให้เ้า อีกสิบห้าวันเราจะต้องเข้าไปในวังหลวงเพื่อคัดหญิงงามตามราชโองการของฝ่าา เ้าต้องฝึกตัวเองด้วยนะ ”
อิ้งฟางวางห่อผ้านั้นไว้ในมือของอิ้งเย่ว นางรู้สึกว่ามันจะหนักไปหน่อย อิ้งเย่วไม่อาจจะปฎิเสธอิ้งฟางได้ นางได้แต่ทำใจรับสิ่งนั้นไว้ ทว่าครู่ที่อิ้งเย่วหันหลังไป อิ้งฟางก็ได้เอ่ยขึ้นว่า
“ เหมยเม่ย เมื่อครู่ข้าเห็นเงาของใครบางคนซ่อนอยู่ในห้องนี้ ”
คิ้วคู่สวยของอิ้งเย่วขมวดเข้าหากันแน่นอย่างสงสัย อาจจะเป็เงาสะท้อนร่างิเจ๋อที่ประตูก็เป็ได้
“ ท่านพี่อาจจะมองผิดไปน่ะ ภายในห้องนี้มีเพียงข้ากับท่านพี่ หากท่านพี่ไม่เชื่อก็เข้าไปดูได้ ”
อิ้งเย่วรู้ว่าสตรีที่อ่อนโยนอย่างอิ้งฟางไม่กล้าทำอะไรเช่นนั้นหรอก เป็อย่างที่นางคิดไว้ไม่มีผิด อิ้งฟางมีทีท่าเขินอายเล็กน้อย แล้วก็หันหลังเดินออกจากจวนนางไป
“ มีพี่สาวดีเช่นนั้นไยเ้าถึงเ็ากับพี่สาวเ้านัก ล่ะ ? ” ทันทีที่ประตูปิดลง ิเจ๋อก็รีบเดินออกมาจากฉากกั้นทันที มีเื่อะไรบ้างที่เขาไม่สอดรู้สอดเห็นไปทั่ว
“ องค์รัชทายาทกำลังตำหนิหม่อมฉันว่าไร้หัวใจอย่างงั้นเหรอเพคะ ? อ่อ หม่อมฉันได้ยินมาว่าท่านพี่ของหม่อมฉันชอบพระองค์มากเลยนะเพคะ องค์รัชทายาทก็แต่งท่านพี่ของหม่อมฉันเป็พระชายาสิเพคะ ”
อย่างไรอิ้งฟางก็เป็บุตรสาวของขุนนางเช่นกัน อิ้งฟางยังมีชื่อเสียงเลื่องลือที่มากความสามารถอีกด้วย เมื่อเทียบกับคนอย่างนางแล้ว อิ้งฟางน่าจะเหมาะกับิเจ๋อที่สุดแล้ว
“ ไยเ้าถึงชอบทำให้ข้าโกรธนัก ? ” ิเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก
“ หม่อมฉันจะกล้าทำเช่นนั้นได้อย่างไรกันเพคะ หม่อมฉันเพียงชี้แนะพระองค์ต่างหากล่ะ ”
“ หุบปาก !!! ” เสียงเข้มตะเบ็งบอกให้อิ้งเย่วหยุดพูด สายตาดั่งมีดจ้องมองนางเป็การเตือน เห็นห่อผ้าที่อยู่ในมืออิ้งเย่ว ิเจ๋อถึงกับฉีกยิ้ม
“ ข้าหวังว่าเ้าจะนำสิ่งนี้ไปเข้าเฝ้าฝ่าานะ ” ิเจ๋อพึ่งจะโกรธนางแท้ๆ ทว่าตอนนี้กลับยิ้มหน้าบานเชียว องค์รัชทายาทบ้าบอนี่เดาใจยากเสียจริง
“ องค์รัชทายาทคาดหวังเกินไปแล้วเพคะ ” อิ้งเย่วเอ่ยตอบอย่างเ็า ิเจ๋อไม่พูดอะไร มุมปากกระตุกยิ้มอย่างชอบใจ
ิเจ๋อรู้ว่าอิ้งเย่วเ้าเล่ห์เพียงใด นางมีความสามรถแต่นางซ่อนมันไว้ไม่แสดงให้ผู้ใดรู้ ิเจ๋ออยากจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของอิ้งเย่วให้มากกว่านี้เสียแล้ว
“ พระองค์ยังไม่กลับตำหนักอีกเหรอเพคะ ? ”
“ ข้าไม่รีบ ข้าขอพักสายตาสักเดี๋ยวนะ ” เอ่ยจบิเจ๋อก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงของอิ้งเย่วอย่างถือวิสา นางอยากจะหยิบเอาหมอนปาใส่หน้าเขาเสียจริง คนอะไรหน้าด้านที่สุดเลย
“ หากเ้าไม่อายข้าก็มานอนกับข้าได้นะ ”
“ ขอบพระทัยเพคะ ” อิ้งเย่วกัดฟันแน่น หากนอนบนเตียงกับเขา นางยอมนอนที่พื้นเสียดีกว่า
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ดูเหมือนิเจ๋อจะหลับไปแล้วจริงๆ อิ้งเย่วที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ก็รู้สึกเมื่อยตาขึ้นมา นางมองไปที่ิเจ๋อที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง อิ้งเย่วได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ดูแล้วคืนนี้เขาคงจะต้องนอนที่จวนนางเสียแล้ว อิ้งเย่วเดินไปดับตะเกียง จู่ๆก็ได้ยินเสียงของิเจ๋อละเมอ ถึงจะได้ยินไม่ค่อยชัดแต่อิ้งเย่วก็พอจะเดาได้
“ เสด็จแม่ ลูกจะไม่มีวันยอมปล่อยพวกเขาไปแน่” เสด็จแม่ของเขาอย่างงั้นเหรอ นางพอจะรู้ว่าท่านแม่ของเขาเสียเมื่อแปดปีก่อน
ไยน้ำเสียงของเขาถึงโกรธแค้นเช่นนั้น เหมือนการตายของท่านแม่เขามีั์แอบแฝง ท่านแม่ของเขาถูกลอบสังหารอย่างงั้นเหรอ ?
ภายในห้องมีเพียงแสงสว่างจากเทียนไข ใบหน้าของิเจ๋อบูดเบี้ยว คิ้วหนาคู่สวยขมวดชนกันแน่น ว่ากันว่าคนที่นอนขมวดคิ้วแน่นเช่นนี้เป็คนที่มีเื่ให้คิดมาก อิ้งเย่วยกมือขึ้นจะแตะไปที่ใบหน้าคมคายนั้นก็ต้องหยุดชะงักลงกลางอากาศ
อิ้งเย่วหัวเราะตัวเองเบาๆ ิเจ๋อเป็เช่นนั้นเกี่ยวอะไรกับนางด้วยเล่า นางรู้สึกว่าิเจ๋อน่าสงสารแค่นั้นเอง ิเจ๋อมีอำนาจล้นฟ้าชีวิตทุกวันนี้เขามีความสุขกับมันจริงๆหรือไม่ ? หากเป็เช่นนั้น เขาจะนอนหลับสนิทได้อย่างไรกัน อิ้งเย่วบังเอิญนึกได้ว่า ิเจ๋อเขาอายุเพียงสิบเก้าหนาว หากอยู่ที่ยุคนางจากมาอายุนี้อยู่ในวัยกำลังเรียน กำลังสนุกกับชีวิตอยู่เลย
ทว่าชะตาชีวิตของิเจ๋อกลับต้องมาเป็เช่นนี้ คอยคิดถึงความเป็อยู่ของราษฏร บุรุษที่มีชะตาชีวิตเกิดอยู่ในวังหลวงต่างมีความคิดเป็ผู้ใหญ่และเป็ผู้นำกว่ายุคที่นางจากมามาก ตำแหน่งองค์รัชทายาทของิเจ๋อ เขาต้องแลกกับอะไรบ้างนะ เขาคงเหนื่อยมากสิท่า อิ้งเย่วนั่งคิดถึงเื่ของิเจ๋ออยู่นานจนลืมตัว ิเจ๋อลืมตาจ้องมองหน้านางแต่เมื่อใดก็มิรู้
“ ข้าหลับไปนานแค่ไหนหรือ ? ” ได้ยินเสียงเข้มเอ่ยถามอิ้งเย่วถึงกับสะดุ้งโหยง แสงไฟสลัวทำให้นางเห็นเพียงดวงตาที่สว่างไสวของิเจ๋อ
“ ไม่นานเพคะ ครึ่งชั่วยามเอง ” อิ้งเย่วเอ่ยตอบแล้วเดินไปจุดตะเกียงเพิ่ม ิเจ๋อเงียบครุ่นคิดอยู่ครู่นึง ไม่คิดว่าตัวเองจะเผลอหลับนานเช่นนั้น
“ เ้าพักผ่อนเถิด ” ิเจ๋อลุกจากเตียงของอิ้งเย่ว ชุดคลุมสีดำของิเจ๋อทำให้เขาดูเศร้าแปลกๆ อิ้งเย่วรู้สึกเป็กังวลเล็กน้อย ไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงได้รู้สึกเป็ห่วงิเจ๋อเช่นนั้น
“ องค์รัชทายาท ” อิ้งเย่วเรียกิเจ๋อเบาๆ เขาหยุดชะงักแล้วหันไปมองหน้าอิ้งเย่วอย่างสงสัย
“ เ้ามีเื่อันใดหรือ ? ” อิ้งเย่วกำมือแน่น ไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาดี
“ โปรดระวังตัวด้วยนะเพคะ ” ในศึกชิงบัลลังก์มีเพียงคำพูดนี้ที่นางอยากจะบอกเขา ิเจ๋อส่งยิ้มให้อิ้งเย่วก่อนจะหายตัวไป
เขาหายตัวไปเร็วเช่นนี้วิชาวรยุทธไม่ธรรมดา อิ้งเย่วปิดประตูลง เดินกลับเข้ามาในห้องดับตะเกียงก่อนจะเอนหลังนอนลงไปที่เตียง มือบางััไปที่นอนที่ิเจ๋อพึ่งจะนอนอย่างเบาๆแล้วลูบไปที่รอยแผลที่ิเจ๋อฝากไว้บนแขนเรียวของตน ก่อนจะหัวเราะกับตัวเองเบาๆเหมือนคนบ้า
ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เกลียดสตรีเหมือนอย่างคำเล่าลือ เขาแค่ยังไม่เจอคนที่ใช่แค่นั้นเอง อิ้งเย่วเม้มปากแน่น ิเจ๋ออยากจะให้นางเป็พระชายาของเขา ิเจ๋อคิดว่านางเหมาะกับตำแหน่งพระชายาอย่างงั้นหรือ ?
คนอย่างิเจ๋ออยากได้อะไรก็ต้องได้ ถึงว่านางจะปฎิเสธเขาหัวชนฝา แต่เขาก็จะมีวิธีที่จะทำให้อิ้งเย่วใจอ่อนยอมเป็พระชายาของเขาเป็แน่ อิ้งเย่วหลับตาลง คิดถึงคำพูดที่ละเมอออกมาจากปากของิเจ๋อ คำว่าเสด็จแม่เพียงคำเดียวแฝงไปด้วยความเ็ปและความโกรธแค้น
ิเจ๋อเ็ปเพราะท่านแม่ของเขา ิเจ๋อแค้นคนที่ลอบสังหารฮองเฮา บางที ... พวกคนเ่าั้อาจจะอยากกำจัดเขาด้วยแต่แผนไม่สำเร็จ อิ้งเย่วคิดเื่ของิเจ๋ออยู่นานจนเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ตัว
เช้าของอีกวัน เมื่ออิ้งเย่วตื่นขึ้นมาใบหน้าของนางบวมแดงกว่าเมื่อวานมาก เห็นสภาพตัวเองอยู่ในกระจกนางถึงกับรับไม่ได้ เมื่อทายาเสร็จ อิ้งเย่วก็เดินไปเยี่ยมลี่มี่ เห็นสภาพของลี่มี่แล้ว นางก็ไม่อยากจะรบกวนเวลานอนของลี่มี่เสียเลย
สตรีต้องมีใบหน้าที่สวยงาม ใบหน้าเป็ส่วนที่สำคัญที่สุด ดีที่ฮูหยินฟางหรงออมมือให้ลี่มี่ หากมิเช่นนั้น นางคงไม่กล้ามองหน้าลี่มี่เป็แน่
“ คุณหนูเ้าคะ ... ” ลี่มี่รู้สึกเหมือนมีคนเข้ามาที่ห้องของตน จึงพยายามลืมตาขึ้นมาดู
“ เ้าพักผ่อนจนกว่าจะแข็งแรงเถิด เ้าไม่ต้องมาคอยรับใช้ข้า ”
“ หากบ่าวไม่รับใช้คุณหนู แล้วใครจะคอยรับใช้คุณหนูล่ะเ้าคะ ”
“ เ้าลืมไปแล้วหรือ ? ว่ายังมีสาวใช้สองนางที่ฮูหยินฟางหรงส่งมาน่ะ ” สิ้นประโยค ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เหมือนมีแผนอะไรบางอย่างอยู่
เดินออกจากห้องลี่มี่ไป อิ้งเย่วพลางคิดว่า เมื่อใดที่ลี่มี่แข็งแรงนางจะต้องสอนทักษะป้องกันตัวพื้นฐานให้ลี่มี่หน่อยแล้ว ต่อจากนี้ ลี่มี่อาจจะเจอกับอันตรายได้ นางไม่สามารถอยู่เคียงข้างปกป้องลี่มี่ได้ตลอดเวลา