เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่64 ห้องฝึกฝน กับที่พักเจ้าปัญหา

    ก่อนรุ่นพี่วิลเลียมพาพวกเชน มายังห้องฝึกฝน จะหาวหวอด เมื่อมองเวลาก็ยามดึกแล้ว อีกฝ่ายจึงกล่าวออกมา “รุ่นน้องอย่างไร ก็อย่าหักโหมมากนัก พรุ่งนี้ มีเรื่องสำคัญ ต้องทำอีก”

     

    เชน พร้อมริน ตอบเสียงสูง “อืมๆ” แล้วพยักหน้ารัวๆ อย่างเข้าใจ เครื่องวัดพลังเทคโนโลยี ล้ำสมัย ที่พวกเขาไม่เคยเห็นเองก็มีหลายชนิด ไม่ต่างอะไรจากสวนสนุกของเหล่าฮันเตอร์อย่างไรอย่างนั้นในตอนนี้ ที่ดวงตาพวกเขาเปล่งประกาย

     

    รินประเดิมด้วยเครื่องยกน้ำหนัก สลายปราณมานา นางกัดฟันยกน้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม จนกล้ามเนื้อตึงเครียด ก่อนจะลอบปาดเหงื่อเย็นออกจากหน้าผาก เมื่อเห็นคะแนนอันดับของตนเอง ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย นางก็ผ่อนลมหายใจยาว อย่างไม่พอใจนัก

     

    “เฮ้อ! งั้นรุ่นพี่ไปพักก่อนแล้วกัน รุ่นน้องเชน”

     

    ชายหนุ่มผมขาวพยักหน้า มองแผ่นหลังมีมัดกร้าม รินจากไป เขาบ่นพึมพำเล็กๆ “ตอนนี้เรารุ่นเดียวกันแล้วไม่ใช่เหรอ?” ขณะส่ายหัวไปมา เบาๆ

     

    เชนก็เล็งเป้าไปที่เครื่องทดสอบจำลองสมรภูมิการต่อสู้ทันที…ทว่ารายชื่อ ฮันเตอร์ มีให้เลือกต่อสู้ทุกคน รวมถึงตัวเชนด้วย

     

    เขาขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ “น่าจะเกี่ยวข้องกับการเก็บสถิติ ข้อมูลก่อนหน้านี้ ซินะ”

     

    เชนมองจอรายชื่อ เขาไม่ลังเล เลือกไปที่อันดับหนึ่ง อย่างรุ่นพี่ จ้านสวีจี ศิษย์ของแรงค์ S ที่เกือบสังหารเขา จากการทดสอบเมื่อตอนบ่ายทันที

     

    ขณะเลื่อนนิ้วแตะ ปึง!

     

    เมื่อสนามประลองเปล่งแสง ปรากฏภาพโฮโลแกรมรุ่นพี่ในกรอบสายตา เชนอีกครั้ง การปะทะเดือดก็เริ่มต้น ชนิดไม่ให้ตั้งตัว เมื่อคลื่นพลังกวาดพัด ดาบใหญ่ถูกควบคุม พร้อมอาวุธอีกสองชิ้น เข้าพัวพันสังหาร เข่นฆ่าเชนอย่างไร้ความปรานี

     

    ร่างผมสีขาวปลิวไสว ดูท่าทางเจนสนามรบไม่น้อย เมื่อเชนเบี่ยงตัวหลบเลี่ยง หาจุดบอดอย่างสนุก แล้วพุ่งปามีดสร้างเครื่องหมายออกไป ปะทะตรงๆ กับรุ่นพี่

     

    ฟิ้ว!

     

    เคร้ง! เสียงดังสนั่น ภาพในครรลองโฮโลแกรมสั่นไหว ที่รุ่นพี่จ้านสวีจี ดึงดาบใหญ่กลับมาป้องกันตัว แล้วระเบิด [สกิลอาณาเขต] ดาบพุ่งปักปรากฏ วงแหวนสายฟ้าทำลาย

     

    ตู้ม! งง! ให้ร่างเชนถูกดาเมจเข้าอย่างจัง

     

    ทว่ายังดีที่ ปาดเลือดอีกฝ่าย ใช้สกิลติดตัวกลืนเลือด ภายในการทดสอบได้ ทำให้เชนคลี่ยิ้ม น้อยๆ อย่างพึงพอใจ ซึ่งตอนแรกรู้สึกกังวลว่า จะใช้สกิลติดตัวกลืนเลือดไม่ได้

     

    “แสดงว่า ระบบทำออกมาใช้รองรับสกิลประหลาด ได้ทั้งหมดเลยซินะ” ขณะเชนพุ่งร่างคล่องแคล่ว ปะทะห้ำหั่นกับรุ่นพี่อย่างสูสี ดาเมจสีแดง พุ่งกระจายแจ้งเตือน ออกมา ถี่ๆ

     

    อาจด้วยทั้งสอง เน้นการโจมตีเป็นหลัก ไม่มีการป้องกันตัว หากเป็นการต่อสู้จริงคงจะอันตรายไม่น้อย…

     

    บริเวณห้องฝึกฝนบ้านต่างๆ ยังคงเปิดไฟสว่าง

     

    เหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่เชนเท่านั้น ที่อยากวัดความต่างชั้นกับรุ่นพี่อันดับหนึ่ง อย่างจ้านสวีจี…

     

    พวกมาร์ค พวกคลาร์ก ดีแลน หรือกระทั้งคนอื่นๆ ที่มีความมั่นใจ อย่างแม่สาวหย่าเฟย ที่มองตนเองไม่ด้อยไปกว่าคนอื่น ต่างก็เลือกท้าประลองกับรุ่นพี่จ้านสวีจี…กันทั้งนั้น

     

    ก่อนพริบตาในช่วงท้าย การประลองเชนใกล้สิ้นสุด สกิลก๊อบปี้ จากสกิลติดตัวกลืนเลือด ก็ถูกเปิดใช้งาน พร้อมเวลาเดียวกัน สกิลปาหอกสายฟ้ารุนแรง [ทะลวงข้ามศตวรรษ] รุ่นพี่จ้านสวีจีเปิดใช้ งานมาในการโจมตีเฉียบคม ทรงพลังในตอนท้าย

     

    เชนก็จะปาหอกเพลิงดำ สกิล [ทะลวงข้ามศตวรรษ] สวนการโจมตี ด้วยหอกคลื่นพลังธาตุมืด ออกไปเช่นกัน

     

    เปรี้ยง! เลือดเชนก็กลายเป็น 0 ถูกส่งออกจากสนามประลองภาพโฮโลแกรม พร้อมเนื้อตัว เต็มไปด้วยสีสเปรย์

     

    ร่างบางส่วนถูกเครื่องจำลองการต่อสู้ เหวี่ยง จนรับรู้ภาระหนักร่างกาย ให้เชนออกจากเครื่อง ร่างงอพับ ต้องบ่นงึมงำ

     

    “เหมือนว่า ยังเร็วเกินไปซินะ ที่จะเอาชนะอีกฝ่าย การโจมตีสุดท้าย หอกสายฟ้านั้นของรุ่นพี่จ้านสวีจี รุนแรงเกินไปแล้ว”

     

    ขณะเชนบ่นอุบ ลากร่างสังขารขึ้นห้องพักชั้นสอง ตอนนี้ยามวิกาล ค่อนข้างจะเงียบงัน กันหมดแล้ว

     

    เมื่อเข้าห้องบานประตู รองสุดท้าย ยังไม่ถูกใครจับจอง เขาโยนเป้ทิ้งแล้วพุ่งเข้าห้องน้ำทันที น้ำเย็นจัดจากฝักบัวช่วยชะล้าง ความเหนื่อยล้า และความเจ็บปวดจากการจำลองการต่อสู้ให้ทุเลาลง

     

    ไม่นานหลังจากเชน ออกจากห้องน้ำ มีผ้าคลุมเช็ดผมสีขาว ยังคงเปื้อนแต่งแต้มสีสเปรย์พิเศษ น่าจะยังล้าง ออกไม่ได้ช่วงหนึ่ง

     

    เชน บ่นงึมงำเล็กๆ …ก่อนเขาจะหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ แหลมคมเท่ารูเข็ม เมื่อเห็นห้องที่เขาอยู่ เหมือนจะกว้างขวางเป็นพิเศษ แถมเหมือนอีกด้าน จะมีเตียง ฟูกหนา ขยับอยู่ด้วย

     

    “หืม!”

     

    เชนหัวเราะแห้งๆ ทันที เมื่อหันไปมองบานประตูห้องคนละด้าน ที่เชื่อมต่อภายในห้องเดียวกัน ‘ซวยแล้วไงตู!’

     

    เสียง ริน ภายใต้ผ้าห่ม โผล่หัวออกมาน้อยๆ นางหน้าแดงจัด รีบกล่าวออกมาทันที แล้วมุดเข้าผ้าห่ม ข่มตานอน ต่อ “คราวหลังใช้ห้องน้ำรวม ก็ปิดประตูด้วย ซิ ย่ะ!”

     

    มาพร้อมคำพูดสุดท้ายของริน “แล้ว…แต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนออกจากห้องน้ำ ไม่ใช่ยืนเปลือยกายโจ๋งครึ่ม ไม่อายฟ้าดินแบบนี้”

     

    เชน ที่คล้ายตกใจติดสตั๊น ก่อนจะรีบเอาผ้าเช็ดผมลงมาปิดอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งกลับเข้าห้องน้ำไปพร้อมชุดใหม่ ต้องรีบกล่าวแก้ต่าง “ผมก็นึกว่า ห้องส่วนตัวของตนเอง”

     

    พร้อมเสียงภายใต้ผ้าห่ม หญิงสาว สบถน้อยๆ “ไอ้คนผีทะเล” มันทำให้คืนนั้น พวกเขานอนกันด้วยใจระส่ำ ไม่เป็นอันข่มตาหลับ  ในคืนแรกได้อย่างสนิทใจจริงๆ