เด็กสาวยกยิ้มยินดีมุมปาก คลาสของเธอคือ <มารเทวรูปสวรรค์> เป็นคลาสเกรดมิธที่สามารถดูดพลัง ทักษะ สกิลทุกอย่างบนโลกอมราได้อย่างอิสระ แต่พลังชีวิตของเธอกลับน้อยอย่างมาก เพียงแค่โดนโจมตีครั้งเดียวมีโอกาสเกือบ 70% ที่จะตายทันที นี้คือจุดอ่อนของเธอ
แต่ถึงอย่างนั้นพลังอันน่ากลัว บวกกับความเป็นอมตะทำให้ขีดจำกัดของเธอนั้นถูกก้าวข้ามได้อย่างรวดเร็ว ผลความดีนี้คงเป็นเพราะโชคช่วยที่เดินทางในหิมะมาเป็นระยะเวลานาน พร้อมกับความสัมพันธ์ในเมืองที่ขึ้นสูงทะลุเพดาน
"คิๆๆๆ! เมื่อไหร่พี่ภูจะมาหาน้องสักทีนะ น้องคิดถึงจังเลย" เด็กสาวหน้าแดงบิดตัวไปมาเมื่อนึกถึงหน้าหล่อๆ ของพี่ชายตนเอง แม้ในโลกจริงเธอจะทำตัวเป็นอย่างนั้น แต่จริงๆ เธออ่อนไหวต่อร่างกายที่สมส่วนของพี่ชายมาก
เรียกได้ว่าหากพี่ชายเธอรักเธอแบบสามีภรรยา เธอคงหักห้ามใจไม่อยู่กอดฟัดพี่ตนเองเป็นแน่ และนี้คือความน่ากลัวของเด็กสาวที่หลงรักพี่ชายของตน ทั้งๆ ที่อยู่ครอบครัวเดียวกัน
***
วันที่ 4 วันสุดท้ายของนิรนาม
ในเวลานี้ชายหนุ่มได้ออกเดินทางตลอดเวลาหลังจากฆ่าเหล่าผู้เล่นกิลราชาแห่งราชันจนหมด บัดนี้เขาได้พุ่งตัวออกไปยังทิศทางหนึ่ง และในเวลานี้มันคือเมืองเวนอส...เมืองที่ถูกปกครองโดยกิลฟอร์นเทีย และกิลหยาดน้ำค้าง
"เชี่ย! นี้มันเมืองวารีลอยฟ้ารึไง" นิรนามกล่าวตกตะลึงหลังจากผ่านป่าไม้ ที่เต็มไปด้วยอสูรร้ายระดับโหดหินโดยการวาร์ปนี้อย่างต่อเนื่อง
ภาพเบื้องหน้าของเขาคือหลุมสีดำไม่มีก้นเหว มันกว้างจนสุดลูกหูลูกตาไม่อาจมองเห็นขอบหลุมนี้ได้ ด้านบนปรากฏเกาะอะไรบางอย่างบนฟ้า มีน้ำตกจำนวนมากไหลลงใส่หุบเหวนรก และไม่มีทีท่าว่าน้ำพวกนี้จะหมดไปจากเกราะเลย
เสมือนว่าเป็นเกราะที่มีน้ำนับอนันต์ ความกว้างของมันไม่ต้องพูดขึ้น เทียบเท่ากับหลุมนี้ได้สบาย และมีสะพานทอดยาวออกไปกว่า 1 กิโลเพื่อเข้าเมืองเวนอส พร้อมกับอสูรประเภทปีกจำนวนมากบินวนไปมา
มันไม่ต่างจากบททดสอบเลยจริงๆ
"เฮ้อ! ทำไมสกิลศพนิรยถึงได้ไร้ประโยชน์อย่างนี้นะ" ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่ได้ แต่รู้แน่ว่าไอ้สกิลนี้กลับไม่เคยถูกใช้ออกไปเลยสักครั้ง เพราะมันเป็นอะไรที่สูญเสียหนักมาก
"ว่าละทำไมแต้มเลือดมันถึงได้ต่ำนัก ที่แท้มันก็ไร้ประโยชน์แบบนี้นี่เอง" แม้เขาจะไม่พอใจ แต่หากมองในทางที่ดี หากเขารวบรวมบอสทั้ง 10 ได้ตามที่กำหนดและรวมเป็นศพนิรย เพื่อเป็นการป้องกันบอสที่แข็งแกร่งโคตรๆ
แต่...
มันจะมีวันนั้นรึเปล่านะ?
"ชั่งเถอะ! คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ" ชายหนุ่มเดินไปยังสะพานไม้โยกเยกจนน่ากลัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้หารู้สึกไม่ และแน่นอนไม่มีอะไรเปลี่ยน นิรนามสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นสกปรกแต่เนื้อตัวสะอาด กับผ้าคลุมสีดำที่ปกปิดหน้าตาไม่ให้ใครรับรู้ถึงชื่ออันแสนชวนสังหารของเขา
พรึบ!
พริบตาก็ปรากฏดาบผุพังบางอย่างบนมือของเขา ชายหนุ่มนิรนามเลือกจะใช้อาวุธนี้คือ หนึ่ง! เขาต้องการไม่ให้ตนเองเด่นเกินไป ด้วยอาวุธสภาพโง่ๆ แบบนี้คงไม่มีใครสนใจมากกว่าอาวุธอื่นๆ ของเขา ยกเว้นไม้หน้าสามอันนึง
สอง! เขาต้องการพัฒนามันจากเกรดแรร์ ให้กลายเป็นอีปิก ไม่ใช่สิ! ต้องเรียกว่าพัฒนามันจนกว่าจะเป็นเกรดมิธ เพื่อที่จะได้รับรู้ความสามารถของมันทั้งหมด