ไลท์และคนอื่นๆกำลังคุยอยู่กับพ่อค้าเผ่าเอลฟ์ที่ชื่อว่ายาริว
ยาริวเป็นเอลฟ์ผู้ชายผอมสูงเล็กน้อยและมีผมสีทองหูยาวกว่ามนุษย์ สวมชุดคล้ายๆกับพวกเอลฟ์ในโลกแฟนตาซีของโลกเก่าของไลท์ ที่เน้นโทนสีเขียวเป็นหลัก ออร่าความแข็งแกร่งของยาริวอยู่ในระดับB
“ สวัสดีครับทุกคนฉันชื่อยาริว จากนี้ไปก็ขอฝากตัวด้วย ” ยาริวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับจับมือกับทุกๆคน แต่เมื่อยาริวเจอกับเฮลเฟลชก็รู้สึกหวาดกลัวเพราะออร่าของเฮลเฟลชมันกดทับยาริวอยู่ นอกจากนี้เฮลเฟลชก็ยังเป็นเผ่ามังกรอีกด้วยทำให้ยาริวรู้สึกเกรงกลัว
“ ฉันชื่อไลท์เป็นหัวหน้าของกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ” ไลท์แนะนำตัว
“ ท่านไลท์เดี๋ยวพวกเราจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้และการที่จะไปถึงทวีปเอลฟ์ก็ใช้เวลาประมาณห้าวัน ” ยาริวพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วเช่นนั้นพวกเราก็ต้องรบกวนคุณยาริวแล้วล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ไม่เลยๆ ” ยาริวส่ายหน้าเขารู้สึกเกรงใจไลท์เป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เขาได้คุยกับเดซี่ เธอบอกว่าหัวหน้าของเธอเป็นถึงตัวตนระดับSที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ในกลุ่มยังมีตัวตนระดับSอีกหนึ่งคนแถมยังเป็นเผ่ามังกรอีกด้วย ทำให้ยาริวหวาดกลัวพวกไลท์อยู่นิดหน่อย
เช้าวันต่อมา
ตอนนี้พวกไลท์กำลังนั่งอยู่ในรถม้าที่กำลังมุ่งหน้าไปยังทวีปเอลฟ์
ขบวนคาราวานรถม้ากว่าสิบแปดคันกำลังมุ่งหน้าไปที่ทวีปเอลฟ์
สาเหตุที่นั่งรถม้าก็เพราะเอลฟ์ไม่ชอบเสียงดังโดยเฉพาะเวลาใช้เรือยนต์ก็มักจะมีเสียงดังของเครืองยนต์แม้ว่าจะใช้คริสตัลในการขับเคลื่อนก็ตามแต่ก็ยังมีเสียงดังอยู่ดี เพราะเหตุนี้เอลฟ์จึงมักจะเดินทางด้วยการขี่ม้าอยู่บ่อยๆ
แม้ว่ารถม้าจะช้าไปสักหน่อยแต่มันก็รู้สึกสบายกว่าการที่ต้องมานั่งเรือยนต์ แน่นอนว่าก็มีเอลฟ์บางคนที่ชอบนั่งเรือยนต์เช่นกัน
บนรถม้าไลท์กำลังนั่งคุยกับยาริวเกี่ยวกับทวีปเอลฟ์ นอกจากนี้เขาก็รู้ว่าตอนนี้ยังมีเอลฟ์ตระกูลเมลเทียร์อยู่หรือไม่
หลังจากที่คุยกันนานกว่าชั่วโมงไลท์ก็ได้ข้อมูลของทวีปเอลฟ์มากกว่าเดิมมาก
พื้นที่ของทวีปเอลฟ์มีขนาดใหญ่พอๆกับประเทศอินเดียในโลกเก่าของเขา
ทวีปเอลฟ์ถูกแบ่งออกเป็นสิบสามอาณาจักร ซึ่งแต่ละอาณาจักรจะต้องรับคำสั่งจากอาณาจักรเมลเทียร์ ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ปกครองอาณาจักรเอลฟ์ทั้งหมด นอกจากนี้เอลฟ์ที่ปกครองอาณาจักรเมลเทียร์ก็คือเอลฟ์ตระกูลเมลเทียร์ที่ไลท์ต้องการพบ
เอลฟ์ตระกูลเมลเทียร์สืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์เอลฟ์ยุคโบราณ ว่ากันว่าสายเลือดของตระกูลเมลเทียร์บริสุทธิ์ที่สุดในบรรดาตระกูลของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ทั้งหมด ทำให้ตระกูลเมลเทียร์มีพลังเวทย์ที่เข้มข้นและทรงพลังที่สุดในบรรดาตระกูลของเผ่าเอลฟ์ทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ทำให้ตระกูลเมลเทียร์จึงกลายเป็นตระกูลที่ปกครองเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดนับตั้งแต่แสนปีก่อน
ส่วนอาณาจักรของยาริวมีชื่อว่าอาณาจักรเฟลรอส ซึ่งเป็นอาณาจักรเอลฟ์ที่ติดกับทวีปมนุษย์มากที่สุดและยังเป็นอาณาจักรหน้าด่านอีกด้วย
อาณาจักรเอลฟ์มักจะตั้งชื่อตามตระกูลเอลฟ์ที่ปกครองอาณาจักร ซึ่งอาณาจักรเฟลรอสก็คือตระกูลที่ปกครองอาณาจักรแห่งนี้
ผู้ปกครองของอาณาจักรเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดจะต้องได้รับการยอมรับจากจักรพรรดิแห่งเอลฟ์ก่อนจึงจะมีสิทธิ์ในการปกครองอาณาจักรเอลฟ์ได้ ถ้าหากอาณาจักรเอลฟ์อาณาจักรไหนมีราชาที่ไม่ได้แต่งตั้งโดยจักรพรรดิเอลฟ์จะถือว่าเป็นกบฏและต้องถูกลงโทษตามกฏคือการประหารทิ้งทั้งตระกูล
เพราะเหตุนี้ทำให้อาณาจักรเมลเทียร์จึงเป็นอาณาจักรที่ทรงพลังที่สุดและไม่มีอาณาจักรไหนกล้าที่จะก่อกบฏขึ้นมา เพราะอาณาจักรอื่นๆก็เป็นคนของจักรพรรดิเอลฟ์ทั้งหมด
ผู้ปกครองของอาณาจักรเฟลรอสคือตระกูลเฟลรอส ตระกูลเฟลรอสเป็นตระกูลที่ปกครองอาณาจักรแห่งนี้มานานกว่าสามหมื่นปี
ราชาของอาณาจักรเฟลรอส มีชื่อว่าราชาเดลเฟียส เฟลรอส เป็นราชาองค์ที่สิบหก ว่ากันว่าเป็นราชาเดลเฟียสเป็นราชาที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของอาณาจักรเอลฟทั้งสิบสามอาณาจักร
ส่วนการปกครองของเผ่าเอลฟ์ก็คล้ายๆกับมนุษย์ที่มีลำดับขั้น แต่ลำดับขั้นของเผ่าเอลฟ์จะแตกต่างจากมนุษย์ เพราะพวกเอลฟ์จะใช้สายเลือดในการวัดลำดับขั้น ยิ่งสายเลือดบริสุทธิ์ก็ยิ่งมีสถานะสูงในอาณาจักรเอลฟ์
ถ้าหากเอลฟ์คนไหนมีสายเลือดผสมก็จะถูกกดให้อยู่ต่ำกว่าทาสเสียอีก
ตระกูลเฟลรอสมีสายเลือดบริสุทธิ์แม้ว่าจะไม่เท่ากับตระกูลเมลเทียร์แต่ก็นับว่าบริสุทธิ์เป็นอันดับต้นๆของทั้งสิบสามอาณาจักร
ขบวนรถม้าของยาริวมีผู้คุ้มกันที่เป็นเอลฟ์ระดับAอยู่สามคนและระดับBอีกสิบห้าคน แม้ว่าจะไม่ได้เยอะมากแต่มันก็เพียงพอแล้วสำหรับพื้นที่ชายแดนแบบนี้
นอกจากนี้ยังมีพวกไลท์อยู่จึงไม่ต้องกังวลเรื่องของการถูกดักปล้นตามทางเลย
แม้ว่าจะเป็นชายแดนของมนุษย์และเอลฟ์แต่ก็ยังมีการดักปล้นกันอยู่ดีไม่ว่าจะเป็นทางมนุษย์หรือเอลฟ์ที่เป็นคนลงมือปล้น
เพราะถึงอย่างไรจิตใจของสิ่งมีชีวิตก็เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากที่สุดเพราะฉะนั้นการป้องกันจึงต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ขบวนรถม้าใช้เวลากว่าสองวันก็เข้าสู่อาณาจักรเฟลรอสแล้ว
หลายชั่วโมงต่อมา ภายในป่าแห่งหนึ่งก่อนที่จะถึงเมืองฟอลเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่ติดกับชายแดนมากที่สุด
ไลท์และคนอื่นๆมองดูยาริวและเอลฟ์คนอื่นๆกินอาหารที่ส่วนมากจะเป็นผักแต่ก็ยังมีเนื้อผสมอยู่บ้าง
พวกไลท์เองก็นั่งกินอาหารพร้อมกับทุกๆคนโดยที่มียาริวนั่งอยู่ด้วย
“ ท่านไลท์พวกเราชาวเอลฟ์ส่วนมากจะกินผักและผลไม้เป็นอาหารหลักแต่ก็ยังมีการกินเนื้ออยู่บ้างเพราะฉะนั้นท่านไลท์ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเมื่อถึงอาณาจักรเอลฟ์แล้วจะไม่มีเนื้อให้กิน ” ยาริวพูดขึ้นพร้อมกับเทไวน์แดงให้กับไลท์
เผ่าเอลฟ์เป็นเผ่าที่ชื่นชอบการหมักไวน์เพราะฉะนั้นไวน์ของเผ่าเอลฟ์จึงอร่อยและหอมกว่าไวน์ที่อื่นๆ แม้แต่ไลท์ก็ต้องยอมรับเลยว่าไวน์ของเผ่าเอลฟ์อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย
“ ตอนนี้พวกเราเข้าสู่อาณาเขตของอาณาจักรเฟลรอสแล้ว เมื่อท่านไลท์ไปที่อาณาจักรของพวกเราชาวเอลฟ์แล้วจะต้องระวังเรื่องหนึ่งนะครับ ” ยาริวเตือน
“ เรื่องอะไรงั้นหรอ? ” ไลท์สงสัย
“ ห้ามมีปัญหากับพวกสายเลือดบริสุทธิ์ครับ ” ยาริวตอบ
“ ทำไม? ” ไลท์และคนอื่นๆพากันสงสัย
“ เพราะพวกเราเผ่าเอลฟ์เคารพความบริสุทธิ์ของสายเลือด ถ้าหากสายเลือดของเอลฟ์คนไหนบริสุทธิ์ก็จะได้รับการดูแลอย่างดี แต่ถ้าหากเลือดมีความบริสุทธิ์น้อยลงมาก็จะได้รับการดูแลในระดับต่ำลงมา แต่ถ้าหากเป็นเลือดผสมก็จะกลายเป็นพวกไร้ค่าไปทันทีแม้แต่พวกทาสก็ยังดีกว่าพวกเลือดผสมเลยครับ ” ยาริวพูดขึ้น
“ แล้วถ้าเกิดพวกเรามีปัญหากับพวกสายเลือดบริสุทธิ์จะเป็นอย่างไง? ” ไลก้าถามขึ้น
“ ถ้าแบบนั้นก็ต้องรีบหนีออกจากอาณาจักรเอลฟ์ทันทีเพราะจะถูกไล่ล่าโดยเอลฟ์คนอื่นๆที่เคร่งคัดในกฏนี้ แถมอาจจะถูกตั้งค่าหัวอีกด้วย ” ยาริวอธิบาย
“ พวกระดับSSด้วยงั้นหรอ? ” ไลท์ถาม
“ ใช่ครับ ตัวตนระดับSSของเผ่าเอลฟ์บางคนเป็นพวกที่บ้าในกฏเกณฑ์อย่างมาก ถ้าหากมันผิดกฏล่ะก็พวกเขาจะไม่ยอมโดยเด็ดขาดและจะต้องจัดการให้มันถูกตามที่ตัวเองคิด ” ยาริวตอบ
“ แล้วพวกระดับSSของเผ่าเอลฟ์นี้มีเยอะไหม? ” ไลก้าเป็นคนถาม
“ ถ้าหากผมจำไม่ผิดก็น่าจะมีประมาณเจ็ดสิบกว่าคนได้ครับ ซึ่งส่วนมากจะอยู่ที่อาณาจักรเมลเทียร์กันประมาณยี่สิบกว่าคนแล้วครับ ซึ่งอาณาจักรต่างๆก็มีตัวตนระดับSSเป็นคนดูแลอย่างน้อยๆก็ต้องมีระดับSSสองถึงสามคนครับ แต่ก็ยังมีบางคนที่เร่ร่อนไปทั่วไม่มีหลักแหล่งครับ ” ยาริวตอบ
“ แล้วที่อาณาจักรเฟลรอสมีกี่คน? ” ไลก้าถาม
“ มีอยู่สามคนครับ ได้แก่ราชาเดลเฟียส ผู้พิทักษ์โฮมเพลชและแม่ทัพใหญ่แรมเดล ” ยาริวตอบพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ งั้นหรอน่าสนใจจริงๆ…อยากลองท้าประลองด้วยจัง ” ไลท์พึมพำเบาๆ
“ หือ…ท่านไลท์ไม่ใช่ว่าจะไปท้าดวลกับองค์ราชานะครับ? ” ยาริวมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาแปลกๆ
“ แน่นอนสิฉันเป็นคนที่ชอบสู้กับคนเก่งๆ ” ไลท์หัวเราะ
“ ผมว่าอย่าดีกว่าท่านไลท์ แม้ว่าท่านจะเป็นตัวตนระดับSแต่มันก็ต่างกับระดับSSมากเลยนะครับ มันอาจจะทำให้ท่านไลท์ได้รับบาดเจ็บได้นะ ” ยาริวพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง
เมื่อทุกคนได้ยินที่ยาริวพูดขึ้นต่างก็พากันอมยิ้มออกมา
“ ไม่เป็นไรหรอกยาริว ลูกพี่แม้ว่าจะอยู่ในระดับSแต่เคยเอาชนะระดับSSมาแล้วสองคนนะ แถมทั้งสองคนก็เป็นอาชญากรที่แข็งแกร่งอีกด้วย ” ไลก้าพูดขึ้น
ยาริวที่ได้ยินไลก้าพูดก็ตกใจขึ้นมา การที่สามารถต่อสู้ข้ามระดับได้คือคนๆนั้นจะต้องเป็นอัจฉริยะในด้านการต่อสู้ด้วย เพราะคนธรรมดาไม่สามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ นอกจากนี้การที่ระดับSต่อสู้กับระดับSSได้จะต้องแข็งแกร่งมากๆเลยทีเดียว ตัวตนระดับนี้เรียกได้ว่าหลายร้อยปีจะมีสักคน
เมื่อได้แบบนี้ยาริวก็ยิ่งนับถือไลท์เข้าไปใหญ่
“ หัวหน้ายาริวเกิดเรื่องแล้ว ” เอลฟ์คนหนึ่งรีบวิ่งมาด้วยท่าทีแตกตื่น
“ เกิดอะไรขึ้นมาริช ” ยาริวตะโกนด้วยความตกใจ
“ พวกเราถูกโจรดักปล้นครับ ” มาริชพูดพร้อมกับหายใจหอบ
“ โจรกลุ่มไหน! ” ยาริวถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ เป็นกลุ่มโจรสิบวงแหวนครับ ” มาริชตอบ
“ ไอพวกสารเลวสิบวงแหวนเอ้ย ” ยาริวตะโกนด้วยความเย็นชาแต่ก็แฝงไปด้วยความกลัวเล็กๆ
“ พวกมันทำไม? ” ไลก้าถามด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนว่ายาริวจะรู้จักพวกมันดี
เมื่อยาริวเห็นพวกไลท์นั่งอยู่ความโกรธก็ลดลงมาก เพราะเขาลืมไปว่าในครั้งนี้มีตัวตนระดับSอยู่ถึงสองคนเพราะงั้นเขาจึงไม่รู้สึกโกรธและหวาดกลัวอีกต่อไป
“ สิบวงแหวนเป็นกลุ่มโจรเอลฟ์ที่มีชื่อเสียง พวกมันมีตัวตนระดับAอยู่ถึงห้าคนและลูกน้องกว่าหกสิบคน ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในระดับBหรือC พวกมันเป็นเอลฟ์ที่เกลียดมนุษย์มาก เพราะฉะนั้นพวกมันจึงปล้นแต่พ่อค้าเอลฟ์ที่ซื้อของจากมนุษย์เท่านั้น ” ยาริวตอบ
“ แสดงว่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายถูกพวกมันปล้นสินะ ” ไลท์ถามขึ้น
“ ใช่แล้วครับ พ่อค้าเอลฟ์อย่างพวกเราต้องเคยถูกพวกมันปล้นมาหลายครั้งแล้ว แต่พวกมันก็ยังใจดีที่ไม่ได้ฆ่าพวกเราเพียงแค่ปล้นของที่ซื้อมาจากมนุษย์ทั้งหมด ” ยาริวตอบ
“ งั้นฉันก็จะใจดีไม่ฆ่าพวกมันแล้วกันแต่จะทำให้รู้ซึ้งว่าการปล้นคนอื่นมันไม่ดี ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะกวาดสายตาไปรอบๆ
ทันใดนั้นเดธปาร์ตี้ทั้งหมดก็ยิ้มและลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพียง
“ เข้าใจแล้วลูกพี่ ” ไลก้าลุกขึ้นยืนพร้อมกับบิดขี้เกียจเล็กน้อย
จากนั้นคนอื่นๆก็ลุกขึ้นยืนด้วยเหมือนกัน ยกเว้นเพียงเฮลเฟลชเท่านั้นที่ยังคงนั่งกินเนื้อย่างอยู่
“ ไม่ต้องลงมือหนักมากเอาแค่พอประมาณพอ ” ไลท์พูดขึ้น
ทุกคนพยักหน้ารับก่อนที่จะแยกกันไปคนละทาง
ไม่นานเสียงกรีดร้องของกลุ่มโจรสิบวงแหวนก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผ่านไปสิบนาทีไลท์และเฮลเฟลชก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปยังจุดที่เดธปาร์ตี้คนอื่นๆยืนอยู่ ซึ่งยาริวเองก็เดินตามมาด้วย
ไลท์มองไปยังจุดที่เอลฟ์กว่าหกสิบคนกำลังนอนร้องโอดครวญอยู่ที่พื้นและทุกๆคนต่างก็ถูกมัดเชือกเอาไว้เพื่อไม่ให้ต่อสู้ได้
เป็นเอลฟ์ตามแบบฉบับนิยายเลยแต่ทว่าพวกนี้สวมชุดคลุมเขียวและมีสัญลักษณ์ด้านหลังของทุกคน
“ แล้วคนไหนหัวหน้าของพวกมัน? ” ไลท์ถามขึ้น
“ คนนี้ครับ ” คอลรุยชี้ไปที่เอลฟ์หนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนอนดิ้นไปมาอยู่บนพื้น
ต้องยอมรับว่าพวกเอลฟ์มีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์มากและนับว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาวอันดับต้นๆของโลกเป็นรองเพียงแค่เผ่ามังกร เผ่าเทพ เผ่าปีศาจ และเผ่าวิญญาณเท่านั้น
ซึ่งว่ากันว่าอายุขัยของพวกเอลฟ์คือประมาณสองพันกว่าปี โดยที่เอลฟ์ยังมีรูปลักษณ์ของวัยรุ่นอยู่ก็คือเอลฟ์ที่มีอายุประมาณหกถึงเจ็ดร้อยปีก่อนที่จะกลายเป็นรูปลักษณ์ของเอลฟ์วัยกลางคนเมื่อผ่านแปดร้อยปีไปแล้ว
เพราะด้วยอายุที่ยืนยาวทำให้ความแข็งแกร่งของเผ่าเอลฟ์มีมากกว่ามนุษย์และตัวตนระดับSSก็มีมากถึงเจ็ดสิบกว่าคนและระดับSอีกนับไม่ถ้วน
“ แก!!ไอพวกมนุษย์สารเลว ” หัวหน้ากลุ่มโจรสิบวงแหวนตะโกนด้วยความเกลียดชัง
ไลท์มองไปที่ดวงตาของหัวหน้าโจรก็สัมผัสได้ว่าเอลฟ์คนนี้จะต้องเคยถูกมนุษย์ทำร้ายทำให้จิตใจอย่างหนักจนทำให้เกลียดชังมนุษย์ขนาดนี้
“ มนุษย์ไปทำอะไรให้นายต้องเกลียดชังงั้นหรอ? ” ไลท์ถามด้วยความสงสัยพร้อมกับนั่งลงกับพื้นและมองไปที่หัวหน้าโจร
“ เหอะ! มนุษย์อย่างพวกแกมันสารเลวกันทั้งนั้น ” หัวหน้าโจรตะโกนด้วยน้ำเสียงเกลียดชังยิ่งกว่าเก่า
“ งั้นพวกเราคงคุยด้วยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ ” ไลท์ส่ายหน้าก่อนที่จะใช้มือจับไปที่หัวของหัวหน้าโจรและดูความทรงจำทันที
หัวหน้าโจรและคนอื่นๆไม่เข้าใจว่าไลท์กำลังทำอะไรอยู่
“ ไอมนุษย์สารเลวเอามือสกปรกของแกออกจากหัวของฉันซะ ” หัวหน้าโจรตะโกนด้วยความเดือดดาล
หัวหน้าโจรตะโกนออกมาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้จึงได้แต่ด่าทออกมาอย่างไม่พอใจ
ผ่านไปสิบกว่านาทีไลท์ก็ดึงมือออกพร้อมกับมองไปที่หัวหน้าโจรด้วยแววตาสงสาร
“ ฉันเข้าใจแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกับนาย ต่อให้เป็นฉันฉันก็คงทำเหมือบกันนายนั้นแหละโปเทส ” ไลท์พูดขึ้น
“ แกทำอะไรกับฉัน ทำไมแกถึงรู้จักชื่อของฉันได้ ” โปเทสตะโกนออกมาด้วยความตกใจ เพราะทุกคนต่างก็รู้จักชื่อของเขาที่ชื่อปลอมว่า มารินอส แต่ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของเขาแม้แต่คนเดียว แต่มนุษย์ตรงหน้ากับรู้ชื่อจริงของเขาได้ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“ แต่ความแค้นของนายน่าจะหายไปแล้วนิในเมื่อนายสามารถฆ่าเศษสวะนั้นไปแล้ว ทำไมนายถึงยังแค้นมนุษย์อยู่? ” ไลท์สงสัย
“ ทำไมฉันต้องบอกแกด้วย? ” โปเทสตะโกนด้วยความหงุดหงิด
“ งั้นก็ช่างมันเถอะถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้ว ” ไลท์ยิ้มก่อนที่จะกระซิบอะไรบางอย่างกับโปเทสก่อนที่จะสั่งให้คนปล่อยตัวพวกนี้ไป
แม้ว่ายาริวจะไม่ต้องการแต่ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของไลท์ได้
ไลท์หันมามองยาริวพร้อมกับพูดว่า “ คืนนี้ขอพักที่นี้สักคืนแล้วกันนะ ”
ยาริวสงสัยแต่ก็ตอบรับโดยดี
จากนั้นยาริวก็สั่งให้ทุกคนตั้งค่ายขึ้นเพื่อพักแรมที่นี้
ไลท์บอกให้คนอื่นพักผ่อนไปก่อนส่วนเขาจะไปทำธุระสักหน่อยก่อนที่จะหายตัวไปทันที