.... เสียวเหยา เมื่อกลับเข้ามาในวัง นางก็มุ่งตรงไปยังจวนขององค์หญิงทันที นางรีบเอ่ยขึ้น. " องค์หญิงเพค่ะ. องค์หญิงเพค่ะ มีข่าวดีเพค่ะ "
... หยุนซี ที่กำลังนั่งคิดอะไรอยู่รีบเอ่ยขึ้นทันที " มีอะไรอย่างนั้นหรือ. เสียวเหยา..... อ้าวแล้วเจ้าไม่ได้ไปทำเรื่องที่ข้าสั่งหรือไง "
" นี่หละเพค่ะ ข่าวดี " เสียวเหยาเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ. หยุนซี แล้วกระซิบบอกว่า " องค์หญิงเพค่ะ ในขนาดที่หม่อมฉันกำลังจะออกจากเมือง ได้ไปเจอคนสนิทของ รองแม่ทัพเฟยหลงเข้าเพค่ะ "
.... หยุนซี ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น " เจ้าว่าอะไรนะ แล้วคนสนิทของเขามาทำอะไรที่นี้ " หยุนซีเอ่ยออกไป
" จะอะไรอีกหละเพค่ะ พวกเค้าคงจะรู้ว่าแคว้นอู๋กำลังจะเป็นพันธมิตรกันหนานไห่เราหนะสิ พวกเค้าจึงส่งคนมาคอยสอดแนมที่นี้ " เสียวเหยาเอ่ยออกไป
" เช่นนั้นข่าวดีที่เจ้าว่าคืออะไร ?" หยุนซีถามออกไป
" หมอมฉัน ได้ให้ หมีดำคนสนิทของรองแม่ทัพเฟยหลง นำข่าวที่องค์หญิงถูกบังคับแต่งงานให้เขาไปบอกแก่ รองแม่ทัพเฟยหลงแล้วเพค่ะ. อีกไม่นาน เขาจะมาช่วยองค์หญิงแน่ๆเพค่ะ อิอิ " เสียวเหยาเอ่ยขึ้น
" หากเรื่องเป็นอย่างที่เจ้าว่า ต่อไปข้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้วสิ " หยุนซีเอ่ยออกไป
" แน่นอนเพค่ะ หม่อมฉันมั่นใจว่ายังไง รองแม่ทัพเฟยหลงจะต้องมาช่วยองค์หญิงแน่นอน " เสียวเหยาเอ่ยออกไป
... หยุนซีได้ยินเช่นนั้นนางก็ยิ้มออกมาด้วยความปิติยินดี
... ทางด้าน หมีดำ ใช้เวลากว่าหนึ่งเดือน กว่าจะมาถึง เมืองชายแดนของแคว้นเหลียง. เมื่อมาถึงเค้าก็รีบไปพบ เฟยหลงทันที
" เรียนท่านขุนพล ข้าน้อยมีข่าวมารายงานขอรับ " หมีดำเอ่ยขึ้น
... เฟยหลงที่กำลังนั้งอ่านตำราอยู่รีบเอ่ยขึ้น. " มีเรื่องเร่งด่วนอะไรรีบว่ามา "
" ท่านขุนพล การที่ข้าได้ไปสืบข่าวที่นั้นได้ความว่า ขนาดนี้ แคว้นหนานไห่คิดจะร่วมมือเป็นพันธมิตรกับแคว้นอู๋แน่นอนแล้ว " หมีดำเอ่ยออกไป
" อืม เรื่องนี้ข้ารู้แล้ว มีอะไรอีกไหม " เฟยหลงถามออกไป
" เอิบ. คือว่า ยังมีอีกเรื่องนึง แต่ว่า " หมีดำไม่กล้าพูดออกไป
" มีอะไรของเจ้า. อย่าบอกนะว่าไปเป็นสายที่หนานไห่เป็นเดือน ไม่ได้ข่าวอะไรเลย " เฟยหลงถามออกไป
" เอิม มีอยู่เรื่องนึง คือมีคนฝากให้ข้ามาบอกท่านขอรับ " หมีดำเอ่ยขึ้น
" เรื่องอะไร. รีบพูดมาเร็วเข้า. อ้ำๆอึ่งๆอยู่ได้ " เฟยหลงรีบเอ่ยขึ้น
" คือว่า องค์หญิงหยุนซี ให้คนมาบอกว่านางถูกบังคับแต่งงาน. นางบอกว่าอยากให้ท่านไปช่วยนางด้วยขอรับ นางรอท่านอยู่ " หมีดำเอ่ยออกไป
" หือ. เรื่องนี้อะนะ นางให้เจ้ามาบอกว่าไม่อยากแต่งงานจะให้ข้าไปช่วย แล้วเจ้าก็รับปากนางทิ้งงานที่ข้าสั่งกลับมาหาข้าเพราะเรื่องนี้อะนะ " เฟยหลงเอ่ยออกไป
" จะให้ข้าทำยังไงหละ ก็คนรับใช้นางที่ชื่อว่า เสียวเหยา นางบอกว่า หากข้าไม่นำข่าวนี้มาบอกแก่ท่าน นางจะประกาศให้คนรู้ว่าข้าป็นสายสืบจากแคว้นเหลียง. "
" เห้อ.... ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไปพักผ่อนได้ " เฟยหลงเอ่ยออกไป
" อ้าว แล้วท่านไม่คิดจะไปช่วยนางหรือขอรับ ท่านขุนพล " หมีดำเอ่ยขึ้น
...เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น " หมีดำ เจ้าก็เป็นคนฉลาด เจ้ารองคิดดูสิ กว่าเจ้าจะมาถึงที่นี้ ทูตแคว้นอู๋ก็น่าจะไปถึง หนานไห่แล้ว กว่าข้าจะไปยังเมืองลู่หมิง ก็ช่วยนางไม่ทันแล้ว. อีกอย่างต่อให้พวกเราเก่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถฝ่าทหารนับแสนๆเข้าไปยังเมืองลู่หมิงได้หรอก "
" แล้ว ท่านคิดจะทำอย่างไร ขอรับ " หมีดำเอ่ยออกมา
" อืม เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ. ข้ามีวิธีของข้าก็แล้วกัน " เฟยหลงเอ่ยขึ้น
.... กลับมายัง เมืองลู่หมิง เมืองหลวงของแคว้นหนานไห่ ขนาดนี้ ราชทูตของแค้วนอู๋ก็ได้มาถึงแล้ว ภายในท้องพระโรงกำลังมีประชุมกัน
" ฝ่าบาท ราชทูตแห่งแคว้นเหลียงมารออยู่หน้าท้องพระโรงแล้วพะยะค่ะ " เสนาซ้ายเอ่ยขึ้น
" อืม. เชิญพวกเขาเข้ามาได้ " ซุนอี้หลงเอ่ยออกไป
" เชิญราชทูตจากแคว้นอู๋เข้ามาได้ๆๆๆๆๆ. " ขันทีร้องออกไป
..... ไม่นาน ราชทูตแคว้นอู๋ก็เข้ามา
" หม่อมฉัน หูซือ ราชทูตแห่งแคว้นอู๋ ถวายบังคมหนานไห่อ๋อง " หูซือ รีบพูดขึ้นพร้อมกับคำนับ
" เชิญท่านทูตตามสบาย ท่านทูตมีเรื่องอันได้เชิญกล่าวมาได้เลย " ซุนอี้หลงเอ่ยขึ้น
" ขอบพระทัยท่านอ๋อง. หม่อมฉันได้รับพระบัญชาจากอู๋อ๋อง ให้มายื่นหนังสือสัญญาพันธมิตร ระหว่างแคว้นอู๋กับแคว้นหนานไห่ พะย่ะค่ะ " หูซื่อ เอ่ยออกไป
" อืม เชิญท่านว่ามาได้เลย " ซุนอี้หลงเอ่ยออกไป
" สัญญานั้นระบุว่า. เพื่อแสดงความเป็นพันธมิตรของเราสองแค้วน. หนานไห่จะต้องยกทัพไปตีชายแดนใต้ของแคว้นเหลียง. ส่วนเราแค้วนอู๋จะบุกไปตีทางทิศตะวันตก. หากสามารถตีแค้วนเหลียงได้เราจะแบ่งผลประโยชน์กันคนละครึ่ง. ข้อสอง. เพื่อแสดงความจริงใจ แคว้นอู๋เราอยากจะสู่ขอองค์หญิงองค์โต. ซุนหยุนซี มาเป็นชายาขององค์รัชทายาทเรา และแคว้นอู๋ยินดีจะยกสิบเมืองคืนให้แก่หนานไห่ เพื่อเป็นสินสอดในการอภิเษกครั้งนี้ " หูซือเอ่ยออกมา ก่อนจะมอบราชสารน์ให้แก่ขันที
... ซุนอี้หลงได้ฟังดังนั้น ก็รีบพูดขึ้น. เรายินดีจะยกบุตรสาวของเราให้เป็นชายารัชทายาทแคว้นอู๋ ส่วนเรื่องยกทัพไปตีแคว้นเหลียงนั้น เราขอคิดดูก่อน เชิญท่านไปพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้เราจะให้คำตอบแก่ท่าน " ซุนอี้หลงเอ่ยออกไป
" พะยะค่ะ ท่านอ๋อง. ข้าน้อยเห็นว่าพระองค์จะเห็นแก่ผลประโยชน์ของเราทั้งสองแคว้นเป็นสำคัญ " หูซื่อเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินออกไป
.... เมื่อ หูซื่อ ไปแล้ว ซุนอี้หลงก็เอ่ยขึ้น. " เอาหละทุกท่าน พวกท่านมีความเห็นเช่นใดบ้างเชิญกล่าวออกมาได้เลย
.... ไม่นาน หลังการประชุมเสร็จสิ้น ต่างก็มีมติให้นำกองทัพขึ้นไปชายแดนของแคว้นเหลียง. ก่อนที่. ซุนอี้หลง จะมีคำสั่งให้ ซุนหยุนซี ตาม. หูซื่อ. ไปยังแคว้นอู๋เพื่ออภิเษกกับองค์รัชทายาทแคว้นอู๋....
... อีกครึ่งเดือนต่อมา ภายในรถม้าระหว่างทางไปแคว้นอู๋
" องค์หญิงเพค่ะ หลี่เฟยหลงผู้นั้น. ช่างทำให้พระองค์ผิดหวังจริงๆ. จนป่านนี้เขายังไม่มาช่วยพระองค์เลยนะเพค่ะ หม่อมฉันได้ข่าวว่า กองทัพของเขายังอยู่ในเมืองชายแดนอยู่เลยเพค่ะ." เสียวเหยาเอ่ยออกไปด้วยความโมโห.
.... หยุนซี ได้ฟังดังนั้น ภายในใจก็รู้สึกขุ่นเคืองและสับสน. นางจึงเอ่ยออกไปว่า. " เขาผู้นั้นคงจะไม่มาแล้วจริงๆ " นางเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาพร้อมกับใบหน้าที่ดูเศร้าสร้อย
... เสียวเหยา เมื่อเห็นท่าทางของหยุนซีเช่นนั้น นางก็รู้สึกทุกข์ใจเป็นเป็นอย่างมาก จึงไม่กล้าพูดอะไรขึ้นอีก. นางจึงลงมาจากรถม้าและคอยอารักษ์ขาข้างๆรถม้าแทน...
....และเมื่อขบวนของพวกเขาเดินทางมาถึงกลางป่าใหญ่ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงโหร้องดังขึ้น " ฆ่า. ฆ่าพวกมันให้หมด. " ก่อนจะปรากฎกลุ่มคนชุดดำจำนวนร้อยคนมุ่งตรงมายังขบวนรถม้าของพวกเขา
.... หูซื่อ ได้ยินเช่นนั้น ก็ตกใจ ก่อนจะรีบพูดขึ้น " สารเลวโจรป่าที่ไหนกันกล้ามาดักปล้นพวกเรา รู้หรือไม่พวกเราเป็นใคร" ก่อนที่เขาจะหันไปทางทหารคนสนิทแล่วเอ่ยขึ้น " เจ้าดูสิว่าพวกมันเป็นใคร "
" ไม่ทราบขอรับ ปรกติแล้วแถวนี้ไม่เคยมีโจรนะขอรับใต้เท้า... เอ๊ะ.! ไม่ครับใต้เท้า พวกมันมุ่งตรงไปยังรถม้าขององค์หญิง " ทหารคนสนิทเอ่ยออกไป
" เชอะ.... ทหารแค่หยิบมือคิดจะมาทำร้ายองค์หญิงอย่างนั้นหรือ เร็วเข้าเจ้ารีบให้ทหารไปคุ้มกันองค์หญิง แล้วฆ่าพวกโจรเหล่านี้ให้หมด " หูซื่อสั่งออกไป
.... ทหารคนนั้นรีบรับคำก่อนที่ ทหารและกลุ่มโจรชุดดำจะประทะกัน การต่อสู้อันดุเดือดจึงเริ่มขึ้น
" นี่ เสียวเหยา ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น " หยุนซีเอ่ยถามออกไป
... เสียวเหยา ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบตอบออกไป " องค์หญิงเพค่ะ. ด้านนอกมีคนร้ายเจ้าค่ะ องค์หญิงอย่าออกมานะเจ้าค่ะ "
... ด้าน. หยุนซี เมื่อได้ยินดังนั้น ภายในใจก็คิดถึงช่วงเวลาที่ตนเองตกอยู่ในอันตราย. และทุกๆครั้งจะมีเฟยหลงออกมาช่วยเสมอ แต่ครั้งนี้นางรู้ดีว่า. เฟยหลง. ไม่อาจจะมาช่วยนางได้อีก นางจึงหยิบมีดสั้นออกมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนที่นางจะคิดขึ้นมาว่า " หากครั้งนี้. นางไม่อาจจะหนีรอดไปได้. ไหนๆนางก็ไม่อยากจะแต่งงานอยู่แล้ว นางจะขอตายอยู่ที่นี้. "
.... การต่อสู้ ของกลุ่มคนชุดดำกับทหารคุ้มกันยังคงดำเนินต่อไป. แต่สิ่งที่ทำให้ หูซื่อ และเหล่าทหารนับพันต้องตกตะลึงก็คือ. กลุ่มคนชุดดำเหล่านี้ ล้วนเก่งกาจยิ่งนัก. แม้พวกเค้าจะมีทหารนับพัน แต่ก็ไม่อาจจะจัดการกลุ่มคนชุดดำที่มีเพียงร้อยคนเหล่านี้ได้เลย
" นี่มันอะไรกัน. คนพวกนี้มันเป็นใคร " หูซื่อร้องตะโกนออกมา
" ข้าเองก็ไม่ทราบครับใต้เท้า ข้าไม่เคยได้ยินว่า. แค้วนไหนจะมีทหารปีศาจแบบนี้ " ทหารคนสนิทเอ่ยออกไป
.... หูซื่อ ได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ่งตกใจเข้าไปอีก ก่อนจะร้องออกไป. " เร็วเข้า. รีบคุ้มกันรถม้าขององค์หญิงเอาไว้ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับองค์หญิง พวกเจ้าได้ตายกันหมดแน่ "
... หล่าทหารคุ้มกันได้ยินเช่นนั้น ก็พากันรีบเข้าไปรายล้อมรถม้าขององค์หญิงเอาไว้. แต่ก็ไม่มีใครต้านทานกลุ่มคนชุดดำได้เลยแม้แต่น้อย
.... แต่แล้วจู่ๆ ก็มี ชายสวมชุดดำในมือถือทวนยาวขี่ม้าตรงเข้ามาหารถม้าขององค์หญิงหยุนซี. ในกองทหารคุ้มกันเหล่านี้ไม่อาจจะมีใครสามารถหยุดเค้าได้เลยแม้แต่คนเดียว แถมยังถูกฆ่าตายคนแล้วคนเล่าอีกด้วย
.... หูซื่อ เห็นเช่นนั้น รีบร้องตระโกนออกมาทันที " เร็วเข้า พวกเจ้ารีบหยุดเจ้าคนนั้นเอาไว้ อย่าให้มันไปถึงรถม้าขององค์หญิงได้ "